บิ๊กเต่า

จอนนี่มือปราบ วอนโซเชียลอย่าซ้ำ โพสต์หลังประกันตัว

จอนนี่มือปราบ วอนโซเชียลอย่าซ้ำ! โพสต์สุดสะเทือนใจหลังได้รับการประกันตัวในคดีรีสอร์ทดัง เผยพร้อมน้อมรับผิดและแก้ไขทุกอย่าง ขอโอกาสทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว

จอนนี่มือปราบ วอนโซเชียลอย่าซ้ำ ผมโดนมาหนักมากพอแล้ว

จากกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. นำกำลังเข้าจับกุม จอนนี่มือปราบ หรือ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ และภรรยา ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีรีสอร์ทรุกที่ดินป่าไม้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ (อ้างอิงจาก ข่าวการจับกุมจอนนี่มือปราบ)

ล่าสุด จอนนี่มือปราบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแฟนเพจ “ตะลึงกรุง จอนนี่มือปราบ” โดยโพสต์ข้อความระบายความในใจหลังได้รับการประกันตัว โดยเริ่มต้นด้วยการขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต

“กราบขอบคุณทุกกำลังใจครับ ผิด ผมก็น้อมรับ ผมขอโพสต์เรื่องคดีรีสอร์ทผม โพสต์นี้เป็นโพสต์สุดท้าย ก่อนจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ขอให้เป็นเรื่องเลวร้ายของชีวิตที่ได้พบเจอครับ” ข้อความจากโพสต์ของจอนนี่มือปราบ

นอกจากนี้ จอนนี่มือปราบ ยังได้กล่าวถึงผู้ที่ติดตามข่าวของเขาผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยขอความเห็นใจว่า “ฝากถึงทุกๆ ท่านที่ติดตามข่าวผมมาตลอดครับ ด้วยความเคารพ ในสื่อโซเชียล อย่าโพสต์ ดราม่า อย่าเมนต์ด่า อย่าลงคลิปซ้ำผมเลยนะครับ ผมล้มแล้ว ผมยอมทุกอย่างแล้ว”

เขายังเน้นย้ำว่าตนเองไม่ได้เป็นคนเลวร้าย และที่ผ่านมาก็ทำมาหากินด้วยความสุจริต พร้อมทั้งอธิบายว่าเรื่องกฎหมายที่ดินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดตั้งแต่แรก “ผมไม่ใช่คนเลว หรือคนชั่วอะไร ทำมาหากินสุจริต ตั้งมั่นในความดีตลอด คนเราก็มีผิดพลาดได้ เรื่องกฎหมายที่ดินนิคมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมไม่มีเจตนาจะทำผิดอะไรตั้งแต่เริ่มครับ อย่าด่าผมเลย”

จอนนี่มือปราบ ยังได้เปิดเผยถึงความตั้งใจเดิมที่อยากจะพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ “ผมก็ไม่ได้มีเจตนาจะไปบุกรุกอะไร ความตั้งใจ ในปีนั้น อยากเข้ามาพัฒนาการท่องเที่ยวอุบลฯ บ้านเกิด สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อยากให้คนมาเที่ยวบ้านผมเยอะๆ ผิด ผมก็น้อมรับ และพร้อมแก้ไขครับ”

เขาได้กล่าวถึงความรู้สึกสงสารภรรยาและคุณแม่ที่ต้องมาได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ และขอโทษทุกคนจากใจจริง “วันนี้ผมและภรรยาถูกออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อย และได้ประกันตัว เพื่อจะเข้าสู่กระบวนการต่อไปครับ ผมสงสารเมียมากๆ และคุณแม่ผมที่ต้องช็อกจนทรุด ผมขอกราบขอโทษทุกๆ คน จากหัวใจลูกผู้ชายครับ”

จอนนี่มือปราบ วอนโซเชียลอย่าซ้ำเติม ขอโอกาสให้เขาได้ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวต่อไป “โซเชียลอย่าดราม่า อย่าแขวะ อย่าแซะ อย่าปั่นผมเลย ผมโดนมาหนักมากพอแล้ว สงสารผมเถอะครับ อย่าซ้ำผมเลย ให้โอกาสผมทำมาหากินเลี้ยงลูกเมีย ลูกน้อง ด้วยครับ ความดี ผมก็เคยสร้างไว้มีมากมาย”

เขายังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ให้ความเป็นธรรม และยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป พร้อมทั้งยอมรับว่ารีสอร์ทของตนเองจะต้องปิดตัวลงตามคำสั่ง “กราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน ที่ให้ความเป็นธรรมต่อผมและภรรยา ผมและภรรยา จะเข้าสู่กระบวนการต่อไปครับ รีสอร์ทผมต้องปิดตัวลงตามคำสั่งไปก่อน อย่าด่า อย่าแซะผมต่อเลยนะครับ ขอพื้นที่ให้เมียผม ตัวผมทำมาหากินต่อไป ผมไม่ได้ใช่คนเลวครับ”

สุดท้าย จอนนี่มือปราบ ได้ขอความเห็นใจจากสังคมอีกครั้ง “คนเรา ไม่มีใครอยากพลาดครับ พลาด ก็แก้ไข โซเชียลอย่าซ้ำผมเลย สงสารผมทีครับ ผมเครียดมากๆ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจครับ ผมจะตั้งมั่นทำความดี ช่วยเหลือชาวบ้านต่อไปครับ”

ทำไม จอนนี่มือปราบ วอนโซเชียลอย่าซ้ำ ถึงเป็นประเด็นร้อน?

กรณีของจอนนี่มือปราบสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของการตัดสินจากสังคมออนไลน์ ที่บางครั้งอาจรุนแรงเกินกว่าเหตุ การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและความเข้าใจในข้อเท็จจริงทั้งหมด การให้โอกาสและการให้อภัยเป็นสิ่งที่สังคมควรมีให้แก่กัน

แม้ว่าจอนนี่มือปราบจะยอมรับผิดและพร้อมที่จะแก้ไข แต่การที่เขาออกมา วอนโซเชียลอย่าซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความกดดันและความเครียดที่เขาได้รับจากกระแสสังคม การซ้ำเติมไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กลับจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก

ในฐานะสมาชิกของสังคม เราควรพิจารณาถึงผลกระทบของการกระทำของเราที่มีต่อผู้อื่น ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ตาม การให้กำลังใจและความเข้าใจอาจเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก

ที่มา – จอนนี่มือปราบ โพสต์หลังประกันตัว วอนโซเชียลอย่าซ้ำ ผมโดนมาหนักมากพอแล้ว

เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ คดีรุกนิคม

เปิดพฤติการณ์ “จอนนี่ มือปราบ” กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อบิ๊กเต่านำทีมตำรวจ ปปป. บุกจับกุมในคดีสร้างรีสอร์ตรุกที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จังหวัดอุบลราชธานี พบการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้อำนวยการกองช่าง และนายก อบต. ในการปลอมแปลงเอกสารและรับรองข้อความอันเป็นเท็จ คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ นี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอย่างมาก

จากกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. นำกำลังเข้าจับกุม จอนนี่มือปราบ หรือนายยุทธพล ศรีสมพงษ์ และ น.ส.จิราพร สีบุระ สองสามีภรรยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตภาค 3 ในข้อหาต่างๆ ดังนี้:

  • ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ
  • และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ โดยมิชอบ

รวมถึงการจับกุมเจ้าหน้าที่อีก 3 ราย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. โดย ด.ต.ยุทธพล หรือ “จอนนี่มือปราบ” และภรรยา เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและประกอบกิจการรีสอร์ตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ

จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า ด.ต.ยุทธพล และภรรยา ได้ร่วมกันซื้อที่ดินในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตป่าไม้ส่วนกลางของนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย และได้ดำเนินการก่อสร้างรีสอร์ต “จอนนี่ มือปราบ” โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยมีพฤติการณ์ในการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้อำนวยการกองช่าง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในการปลอมแปลงเอกสารและรับรองข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ในการขอเลขที่บ้าน ขอติดตั้งมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า และจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการรีสอร์ต ทั้งที่ทราบดีว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้และไม่มีอำนาจในการออกเอกสารรับรองให้

การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและได้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมดจะถูกนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ก่อนเกิดเหตุ มีข้าราชการตำรวจร้องเรียนให้ตรวจสอบว่าดาบจอนนี่ ร่ำรวยผิดปกติ เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา ต่อมา นายอำเภอสิรินธร ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษที่ บก.ปปป. ให้ดำเนินคดีกับนายมิตรชัย ขันคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.คำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร กับพวกรวม 5 คน ซึ่งได้ร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อขอเลขที่บ้าน และนำไปซึ่งการขอน้ำ ไฟ และจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประกอบกิจการรีสอร์ต จอนนี่ มือปราบ โดยร่วมกันรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ แล้วนำไปยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้นายทะเบียนอำเภอสิรินธรอนุญาตให้เลขที่บ้านใหม่

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ในคดี

จากการตรวจสอบพบว่า ดาบจอนนี่ฯ และนางสาวจิราพร ภรรยา ได้ซื้อที่ดินในพื้นที่ที่ถูกกันไว้ เป็นป่าส่วนกลางในนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย โดยมีนายมิตรชัยฯ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงชื่อร่วมเป็นพยานในการซื้อขายที่ดินดังกล่าว หลังจากนั้น นางสาวจิราพรฯ ภรรยาของดาบจอนนี่ ในเบื้องต้นได้ยื่นขอใบรับรองสิ่งปลูกสร้าง กับนายมิตรชัยฯ ซึ่งนายมิตรชัยฯ ได้รับรองว่า นางสาวจิราพรฯและดาบจอนนี่ “ได้ปลูกบ้านใหม่ ในที่ดินว่างเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งที่ดินนี้ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ หรือหน่วยงานของรัฐ” และนายศุภชัย ท้วมสกุล ผู้อำนวยการกองช่าง ได้รับรองการก่อสร้าง โดยมีความเห็นว่าตามกฎหมายแล้วองค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรองให้ แต่นายสมาน อุ่นวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว ได้ทำความเห็นว่าเห็นควรรับรองว่ามีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการรับรองอันเป็นเท็จ

ต่อมา นางสาวจิราพรฯ มอบหมายให้ดาบจอนนี่ ไปขอเลขที่บ้านจากนายทะเบียนอำเภอสิรินธร พฤติการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนาว่ามีการร่วมกันกระทำความผิด ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ จนนำไปสู่ผลประโยชน์อันสูงสุดคือ ดาบจอนนี่ ได้ประกอบกิจการรีสอร์ต เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและได้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้สังคม

คดี เปิดพฤติการณ์ จอนนี่มือปราบ สะท้อนปัญหาการทุจริตเชิงระบบที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในการกระทำผิด สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและผลประโยชน์ของชาติ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ที่มา – เปิดพฤติการณ์ “จอนนี่มือปราบ” คดีรุกนิคม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทำผิดกฎหมาย

ด่วน! บิ๊กเต่า จับ “จอนนี่มือปราบ” รุกที่ดิน

ด่วน! “บิ๊กเต่า” นำทีมตำรวจ บุกจับ “จอนนี่มือปราบ” กับพวก ปมคดีรีสอร์ตรุกที่ดินป่าไม้ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการสีกากีและแวดวงธุรกิจรีสอร์ท เมื่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “จอนนี่มือปราบ” พร้อมภรรยา และเจ้าหน้าที่รัฐอีก 3 ราย ในข้อหาร่วมกันสร้างหลักฐานเท็จ บุกรุกที่ดินนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จังหวัดอุบลราชธานี

“บิ๊กเต่า” บุกจับ “จอนนี่มือปราบ” กับพวก ปมคดีรีสอร์ตรุกที่ดินป่าไม้

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. เข้าร่วมด้วย ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตภาค 3 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงานเอง

ที่มาของคดี “จอนนี่มือปราบ” รุกที่ดินป่าไม้

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2564 เมื่อนายยุทธพล หรือ “จอนนี่มือปราบ” และภรรยา ได้ซื้อที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใน ต.คำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี และเริ่มก่อสร้างรีสอร์ท โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อยได้แจ้งว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลาง 20% ซึ่งต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการจัดที่ดินฯ ก่อน

อย่างไรก็ตาม “จอนนี่มือปราบ” และภรรยา ยังคงเดินหน้าก่อสร้างรีสอร์ทต่อไป โดยร่วมมือกับผู้ใหญ่บ้าน จัดประชาคมและรับรองเท็จว่าที่ดินไม่มีข้อพิพาท และไม่อยู่ในเขตป่าสงวน นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขเอกสารเพื่อปกปิดข้อเท็จจริง และเจ้าหน้าที่ อบต. บางราย ได้รับรองสิ่งปลูกสร้าง แม้จะทราบดีว่าไม่ได้รับอนุญาต นายยุทธพลฯ ยังได้นำเอกสารรับรองที่ออกโดยมิชอบไปขอเลขที่บ้าน ขอมิเตอร์น้ำไฟ จดทะเบียนพาณิชย์ และเปิดดำเนินธุรกิจรีสอร์ทในที่ดินป่าไม้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินป่าไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ และสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติของชาติ

คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะทำธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต และเพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของชาติให้คงอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ การที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายให้ความร่วมมือในการออกเอกสารเท็จ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับระบบราชการไทย

“บิ๊กเต่า” บุกจับ “จอนนี่มือปราบ” กับพวก ปมคดีรีสอร์ตรุกที่ดินป่าไม้ ถือเป็นคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ การกระทำผิดย่อมต้องได้รับการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – ด่วน! “บิ๊กเต่า” บุกจับ “จอนนี่มือปราบ” กับพวก ปมคดีรีสอร์ตรุกที่ดินป่าไม้

Scroll to top