บ้านหนองจาน

ม็อบกัมพูชาบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว: ไทยเฝ้าระวัง

สถานการณ์ล่าสุด (23 ก.ย.) พบว่า ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ในจังหวัดสระแก้วอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมตัวของกลุ่มคนที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณใกล้หลักเขตที่ 46 พบกำลังพลกัมพูชา (กพช.) ประมาณ 30-40 นาย ยังคงปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ มีการจัดเวรยามและใช้เพิงพักชั่วคราวเป็นที่พักอาศัย ส่วนในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ประมาณ 40-50 คน โดยมีทั้งทหารและตำรวจที่ประจำการตามแนวชายแดน และชาวบ้านที่เข้ามารวมตัวกันที่เพิงพักบริเวณชายแดนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวในฝั่งกัมพูชา โดยมีพระผู้ใหญ่ เจ้าคณะเขต เจ้าอาวาส และพระสังฆาธิการจากหลายจังหวัด เช่น จังหวัดบันเตียเมียนเจย (บันทายมีชัย), พระตะบอง, อุดรมีชัย, พระวิหาร, เสียมราฐ และโพธิ์สัตว์ เดินทางมาร่วมลงพื้นที่ พร้อมทั้งนำสิ่งของบริจาค เช่น อาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นอื่นๆ มามอบให้แก่ชาวบ้านและเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว

สถานการณ์ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางความเคลื่อนไหวและความเป็นไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตยตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ไทยถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และรักษาสันติภาพในพื้นที่ชายแดน การที่ ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

ที่มา – ​ม็อบกัมพูชา ยังปักหลักบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยเฝ้าระวัง 24 ชม.

กัมพูชาระดมม็อบป่วนชายแดนสระแก้ว: เริ่มแล้ว!


สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่จังหวัดสระแก้วเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกัมพูชาเริ่มระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว โดยมีรายงานการเสริมกำลังด้วยกลุ่มที่เรียกว่า “แก๊งแครอท” เข้ามาในพื้นที่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 โดยมีรายงานว่าผู้นำท้องถิ่นของกัมพูชาได้นัดหมายประชาชนให้มารวมตัวกันใกล้กับแนวรั้วลวดหนามชายแดน

กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระสงฆ์ชาวกัมพูชานำหน้า ตามด้วยชาวบ้านทั้งชายหญิง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ รวมแล้วกว่า 100 คน เดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ

กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางมาจากหมู่บ้านเปรยจันและหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อมาปักหลักอาศัยในเพิงพักชั่วคราวบริเวณชายแดนฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของไทยระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นไปตามรายงานที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ว่าจะมีการนัดหมายกลุ่มชาวบ้านจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเพื่อกดดันทางการไทยอย่างต่อเนื่อง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มมวลชนทยอยเดินทางเข้ามาปักหลักพักค้างคืนในพื้นที่ชายแดน และมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ สถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมจากฝั่งกัมพูชาว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากนายอุม เรีย ตรัย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายแก่กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไม่จำกัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนที่เข้ามาปักหลักจะสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ต่อเนื่อง

ด้านการรักษาความปลอดภัย กองกำลังบูรพาได้จัดกำลังลาดตระเวนอย่างเข้มงวด พร้อมนำโดรนบินตรวจสอบความเคลื่อนไหวตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่เป็นการยั่วยุหรือใช้ความรุนแรงจากฝั่งกัมพูชา แต่บรรยากาศโดยรวมเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์ล่าสุด: กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว

เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การที่ กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว ครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาคได้

การเสริมกำลังด้วย “แก๊งแครอท” หรือกลุ่มคนที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจและต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

กัมพูชาระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องจัดการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ การเจรจาและการพูดคุยกันด้วยเหตุผล น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้

ที่มา – เริ่มแล้ว กัมพูชา ระดมม็อบป่วนแนวชายแดน จ.สระแก้ว เสริมกำลังด้วย “แก๊งแครอท”

บ้านหนองหญ้าแก้ว-หนองจานตึงเครียด!


บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ตึงเครียด

สถานการณ์บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ตึงเครียด มวลชนกัมพูชารวมตัวเพิ่ม ถือไม้กระบอง-ท่อนไม้ ขณะที่กองกำลังบูรพา ฝั่งไทย ยังคงตรึงกำลังเข้ม จัดกำลังทหารราบและชุดควบคุมฝูงชนประจำการ

วันที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 13.10 น. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่ามวลชนกัมพูชาเข้ามาประชิดแนวลวดหนามของไทย

โดยมวลชนกัมพูชามีการรวมตัวอยู่บริเวณเพิงพักใกล้หลักเขต 46 บ้านหนองจาน ซึ่งมีรายงานระบุมาว่าวันที่ฝั่งกัมพูชาได้มีงานประเพณี “แซนโดนตา” จากนั้นจึงได้มีการเกณฑ์ชาวบ้านและเด็กจากจังหวัดใกล้เคียงเข้าพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับเจ้าหน้าที่ไทย

ทางฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองประจำแนวชายแดน ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวด มีการตรวจสอบทุกการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงหรือความขัดแย้งข้ามชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มวลชนกัมพูชามาประชิดแนวลวดหนาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ประชาชนไทยในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และคาดว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อหากทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเจรจาหรือประสานงาน

เจ้าหน้าที่ไทยยืนยันว่าจะรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ พร้อมทั้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้อยู่ในความปลอดภัยและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ต่อมา เวลา 14.30 น. แหล่งข่าวจากกัมพูชารายงานว่า พบมวลชนมารวมตัวที่หมู่บ้านเปรยจัน ตำบลโอว์เบยจัน อำเภอโอว์จรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้วฝั่งไทย โดยส่วนใหญ่เป็นชายวัยแรงงานปะปนกับสตรีและเยาวชน

เวลา 15.00 น. กลุ่มมวลชนได้ทยอยเคลื่อนตัวออกมาตามถนนสายหลักในหมู่บ้านเพื่อรวมกลุ่มใกล้จุดพักชั่วคราว บางส่วนมีการเปล่งเสียงตะโกน และส่งสัญญาณรวมตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกัมพูชามีการควบคุมดูแลห่าง ๆ แต่ไม่มีการสลายฝูงชน

เวลา 15.20 น. จำนวนผู้รวมตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลายคนเริ่มถือไม้กระบองและท่อนไม้ในลักษณะพร้อมปะทะกับเจ้าหน้าที่ไทย สร้างบรรยากาศตึงเครียดและกดดันแนวรั้วลวดหนามบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยม็อบมีลักษณะจัดตั้งเป็นกลุ่มย่อย ๆ แบ่งโซนตามสัญลักษณ์เสื้อผ้าและผ้าโพกหัว

ด้าน กองกำลังบูรพา ฝั่งไทย ยังคงตรึงกำลังเข้มที่แนวชายแดน มีการจัดกำลังทหารราบและชุดควบคุมฝูงชนประจำการ พร้อมทั้งใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

บรรยากาศล่าสุดในพื้นที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง ขณะที่ประชาชนฝั่งไทยในหมู่บ้านหนองหญ้าแก้วและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงจับตาเหตุการณ์ด้วยความกังวล โดยหลายครอบครัวได้เตรียมอพยพหากสถานการณ์ลุกลามบานปลาย.

สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน

จากเหตุการณ์ความตึงเครียดที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การรวมตัวของมวลชนกัมพูชาพร้อมอาวุธ สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้ การเจรจาและการประสานงานระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ควรเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก การเตรียมพร้อมอพยพ และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญในช่วงเวลาที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ตึงเครียดเช่นนี้

สถานการณ์ บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ตึงเครียดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสติ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ตึงเครียด ม็อบกัมพูชารวมตัวเพิ่มถือไม้กระบอง-ท่อนไม้

หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนบางส่วนแล้ว

สถานการณ์ที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้วกลับสู่ความสงบเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน และกำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือ พร้อมทั้งเสริมสร้างบังเกอร์และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน

พันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ฉก.12 ได้สรุปสถานการณ์ชายแดนบ้านหนองจานในช่วงหลายวันที่ผ่านมาว่า สถานการณ์โดยทั่วไปยังคงสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจในการเฝ้าระวัง ป้องกันชายแดน และรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พันเอกชัยณรงค์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณของการปลุกระดมหรือความเคลื่อนไหวที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ทุกหน่วยงานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าการดูแลพื้นที่และการประสานงานระหว่างฝ่ายความมั่นคงยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

มาตรการด้านความมั่นคงได้รับการเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างบังเกอร์และติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อเฝ้าระวังและเก็บหลักฐานภาพเคลื่อนไหว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าดำเนินการเดินสายไฟฟ้า ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟเข้าพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หน่วยความมั่นคงเน้นย้ำว่า หากประชาชนต้องการเข้าไปทำกินหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ ต้องแจ้งให้ทหารทราบทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการถูกสร้างสถานการณ์โดยผู้ไม่หวังดี

ในส่วนของแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 จะเข้ามาดำเนินการปรับปรุงถนนในพื้นที่ โดยจะทำถนนลูกรังกว้าง 5 เมตร ระยะทางประมาณ 500 เมตร ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และอีกเส้นทางยาวประมาณ 700 เมตร ที่บ้านหนองจาน เพื่อให้การสัญจรและการขนส่งมีความสะดวกและได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ความคืบหน้าการยึดคืนพื้นที่ หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

พันเอกชัยณรงค์ยังเปิดเผยตัวเลขพื้นที่ที่สามารถยึดคืนได้แล้วดังนี้

  • บ้านหนองจาน: ยึดคืนได้แล้วประมาณ 60 ไร่ เหลืออีก 64 ไร่ที่ยังมีผู้อพยพชาวกัมพูชาพักอาศัยอยู่
  • บ้านหนองหญ้าแก้ว: ยึดคืนได้เกือบ 100 ไร่ แต่ยังมีผู้อพยพชาวกัมพูชารุกล้ำอยู่ราว 20 ไร่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ได้คืนพื้นที่ทั้งหมดกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศไทย พร้อมย้ำว่าประชาชนไทยที่มีสิทธิในที่ดินสามารถเข้าทำกินได้ โดยทหารจะจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าพื้นที่ที่ได้รับการยึดคืนแล้วมีความปลอดภัย โดยจะมีทหารควบคุมและอำนวยความสะดวกทุกครั้งที่ประชาชนเข้าพื้นที่ จึงไม่จำเป็นต้องกังวล

การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงในระยะยาว การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดที่ดินคืนมาได้บางส่วนถือเป็นก้าวสำคัญ และหวังว่าจะสามารถดำเนินการในส่วนที่เหลือได้อย่างราบรื่น เพื่อคืนที่ดินทำกินให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ที่มา – หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน เร่งสร้างบังเกอร์ ติดวงจรปิด

เฝ้าระวัง! พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุดพบว่ามี ชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน จำนวนหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศบริเวณแนวชายแดนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งติดกับประเทศกัมพูชายังคงเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่รายงานว่าพบ ชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน ประมาณ 15-20 คน บริเวณใกล้แนวชายแดน ลักษณะคล้ายกับการเฝ้าสังเกตการณ์

แม้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะยังไม่ได้กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดอธิปไตย หรือรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจที่รับผิดชอบพื้นที่ได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศบริเวณหน้าด่านและถนนสีเพ็ญค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงรถเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเท่านั้นที่สัญจรไปมา

สถานการณ์ล่าสุด: พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงจับตาและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวที่สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติมในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ทำไมต้องเฝ้าระวัง?

การมีบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปักหลักอาศัยอยู่ใกล้ชายแดน แม้จะยังไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:

  • ความไม่มั่นคงในพื้นที่: การมีบุคคลภายนอกเข้ามาอาศัยอยู่ อาจสร้างความกังวลและความไม่มั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
  • ปัญหาอาชญากรรม: อาจมีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของผู้ที่เข้ามาพักอาศัย
  • การลักลอบเข้าเมือง: อาจมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ดังนั้น การเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การปรากฏตัวของชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดู และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงในพื้นที่

ที่มา – พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเข้ม

เฝ้าระวัง! พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อมีรายงานว่า พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา โดยภาพรวมสถานการณ์ยังคงเป็นปกติ ไม่มีความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้รายงานว่า พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน ประมาณ 15-20 คน บริเวณใกล้แนวชายแดน กลุ่มคนเหล่านี้มีลักษณะของการเฝ้าสังเกตการณ์และพักอาศัย แต่ยังไม่พบการกระทำที่ละเมิดหรือรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย

พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน

ทางด้านกองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจที่รับผิดชอบพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการสับเปลี่ยนกำลังพลเพื่อลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

บริเวณหน้าด่านและถนนสีเพ็ญยังคงเงียบสงบ มีเพียงรถของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน

การเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นหลังพบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดน

สถานการณ์ชายแดนนั้นมีความอ่อนไหว การมีบุคคลจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปักหลักในพื้นที่ใกล้เคียงย่อมต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ เจ้าหน้าที่ไทยจึงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ

การข่าวที่แม่นยำและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลพื้นที่ชายแดน ข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้การตัดสินใจและการวางแผนป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากความมั่นคงแล้ว การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างรายได้ให้กับพวกเขายังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่ และลดโอกาสที่พวกเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้อีกด้วย

การแก้ไขปัญหาชายแดนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จะช่วยให้เราสามารถหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายได้

อย่างไรก็ตาม การ พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่เจ้าหน้าที่ไทยต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ การลาดตระเวนอย่างสม่ำเสมอ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

การดูแลรักษาความมั่นคงของชาติเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เท่านั้น ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ แจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ล่าสุด จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการเจรจา เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาชายแดน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการหาจุดร่วมที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้น และสร้างความสงบสุขให้กับประชาชนทั้งสองฝ่าย

การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทาย แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถรักษาความมั่นคงของชาติและสร้างความสงบสุขให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – พบชาวกัมพูชา ปักหลักเฝ้าเพิง ริมชายแดนบ้านหนองจาน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเข้ม

กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน

กองกำลังบูรพาเริ่มสร้างบังเกอร์ใหม่ หลัง “กัน จอมพลัง” มอบบล็อกคอนกรีตให้ เพื่อเสริมความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน มาดูกันว่า กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน จะเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ชายแดนได้อย่างไร

วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพาได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบังเกอร์แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว หลังจากเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายกัน จอมพลัง ได้มอบบล็อกคอนกรีตให้กับทหาร เพื่อใช้ในการเสริมสร้างบังเกอร์แนวป้องกันชายแดน

บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจ โดยผู้ใหญ่บ้านหนองจาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านบางส่วน นำอุปกรณ์ทำงาน เช่น จอบ เสียม เข้ามาช่วยขุดเปิดหน้าดิน เตรียมพื้นที่สำหรับการวางบล็อกคอนกรีต ขณะเดียวกันยังมีการนำรถแบ็กโฮเข้ามาขุดดิน เคลียร์พื้นที่ และโค่นต้นไม้ใหญ่ในจุดประจำการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้าง

ทั้งนี้แผนการก่อสร้างประกอบด้วยบังเกอร์ 2 จุด ได้แก่ ที่บ้านหนองจาน 1 บังเกอร์ และบ้านหนองหญ้าแก้วอีก 1 บังเกอร์ โดยแต่ละบังเกอร์ใช้บล็อกคอนกรีต 4 บล็อก มีขนาดความกว้าง 2.10 เมตร ความสูง 2.10 เมตร เมื่อนำมาประกอบรวมกันจะมีความลึกประมาณ 4 เมตร ถือเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัย สามารถรองรับการปฏิบัติงานของกำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบการก่อสร้างบังเกอร์อ้างอิงจากต้นแบบที่ นายกัน จอมพลัง เคยดำเนินการที่พื้นที่ตาเมือนธม ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นที่กำบังทางยุทธวิธีแล้ว หากพื้นที่มีไฟฟ้าเข้าถึง ยังสามารถติดตั้งพัดลมและอุปกรณ์สนับสนุนทางการทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นอกจากบังเกอร์แล้ว ยังมีการเสริมป้อมตรวจการณ์เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจตราและดูแลแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยกองกำลังบูรพาคาดว่า การก่อสร้างบังเกอร์ทั้งสองแห่งจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน ซึ่งจะช่วยยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่กำลังพล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้มากยิ่งขึ้น

กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน

ทำไมต้องสร้างบังเกอร์ใหม่ที่บ้านหนองจาน?

การตัดสินใจของ กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน มีจุดประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันชายแดน ตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้กำลังพลมีที่มั่นที่ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ การมีบังเกอร์ที่แข็งแรงจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

การก่อสร้างนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนายกัน จอมพลัง ที่ได้มอบบล็อกคอนกรีตให้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

บังเกอร์ที่สร้างขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่กำบัง แต่ยังสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น พัดลม และอุปกรณ์ทางการทหารอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

นอกจากนี้ การเสริมป้อมตรวจการณ์เพิ่มเติมยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจตราและดูแลแนวชายแดน ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว การที่ กองกำลังบูรพา สร้างบังเกอร์ใหม่ บ้านหนองจาน เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ที่จะส่งผลดีต่อทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – กองกำลังบูรพา เริ่มสร้างบังเกอร์ใหม่ เสริมความมั่นคงชายแดน พื้นที่บ้านหนองจาน

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันเอาจริง ย้ายคนกัมพูชาที่รุก “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” รอผลประชุม GBC 10 ก.ย. นี้ เผย สมช. ไฟเขียวตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างรั้วชายแดน

วันที่ 6 ก.ย. 68 คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุม ติดตามสถานการณ์ปัญหาความมั่นคงชายแดนในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว (บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พ.อ.ปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 12 กองกำลังบูรพา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าร่วม 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนเองยังไม่เกษียณอายุราชการ เพียงแต่ต่อระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง รวมทั้งที่มีการนำเสนอข่าวว่าพื้นที่บ้านหนองจานไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้น ไม่เป็นความจริง บ้านหนองจาน มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ไร่ โดยพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์คือพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง ยืนยันว่าจะมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้พื้นที่ดังกล่าว ทวงคืนพื้นที่เหล่านี้กลับมา เนื่องจากเป็นพื้นที่ทำกินและเป็นผืนแผ่นดินไทย

“ใครที่บอกว่าผมขายชาติ ลองคิดดูว่าขายหรือไม่ ถ้าผมทำอย่างนี้แล้ว ก็อยู่ที่ท่านจะใช้ดุลยพินิจ”

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ตนเองได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา ขอความร่วมมือดำเนินการย้ายราษฎรกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ประท้วงกลับ เรามีจุดประสงค์ให้สังคมไทยรู้ว่า กองกำลังบูรพา แม่ทัพภาคที่ 1 เอาจริง ไม่ใช่ทำเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เราทำอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นไปตามเงื่อนไขทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกับตอบคำถามกับผู้สังเกตการณ์ได้ โดยขั้นตอนต่อไปต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10  ก.ย.นี้ 

เนื่องจากได้ชงเรื่องเขตแดนบ้านหนองจานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขอให้นำวาระเข้าไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา แม้จะมีการส่งหนังสือหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยไปแล้วก็ตาม โดยยืนยันว่าได้วางแผนดำเนินการไว้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นได้ทำการติดป้ายประกาศขอให้ออกจากพื้นที่ หากไม่ปฏิบัติตามก็จะดำเนินการตามตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ในเวลาที่เหมาะสม

ส่วนแนวคิดการสร้างรั้วบริเวณชายแดน 16 กิโลเมตร เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.68) ที่ประชุม สมช. ได้มีมติตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างรั้วชายแดนในจุดที่มีความจำเป็นต้องสร้าง เพื่อป้องกันการขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และการแสดงอาณาเขตของประเทศ 

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ ระบุว่าเรากังวลว่าจะมีการยกระดับไปสู่การปะทะ คณะกรรมาธิการจึงจำเป็นจะต้องรวบรวมข้อมูล เผื่อนำไปสู่การสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้ค้านการสร้างรั้ว แต่อย่างไรจะต้องหามาตรการเพิ่มเติม หากมีการละเมิดอธิปไตยก็ต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องอาณาเขตของประเทศไทย  ฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีและกล้องเป็นสิ่งสำคัญ สอดคล้องกับฝ่ายทหารที่ต้องการ CCTV เพื่อเฝ้าระวังจุดที่มีความอ่อนไหว โดยประเด็นนี้คณะกรรมาธิการจะมีการพูดคุยกับ สมช. ต่อไป

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยันเอาจริง ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ทำไมผู้ว่าฯ สระแก้วถึงต้องทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ประเด็นสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วให้ความสำคัญในการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” นั้น เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ดังกล่าว การดำเนินการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การย้ายราษฎรที่รุกล้ำ แต่เป็นการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ

การที่ผู้ว่าฯ สระแก้วดำเนินการอย่างจริงจังในการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องดินแดนและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย การดำเนินการนี้อาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

การแก้ไขปัญหาพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทวงคืนพื้นที่ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ การเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

การดำเนินการทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เราเข้าใจถึงผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ที่มา – ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยันเอาจริง ทวงคืนพื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว”

ตรึงกำลังเข้ม! “บ้านหนองจาน” พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังไทยตรึงกำลังเข้มเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการลักลอบข้ามแดน

พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา ยืนยันว่า กองกำลังไทยพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา หากตรวจพบผู้ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยมีอาวุธ และมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จะถือว่าเป็น “กำลังติดอาวุธ” และจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

แต่หากเป็นประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิของประชาชน ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ย้ำว่า นโยบายสำคัญคือการไม่เดินตามเกมของฝ่ายตรงข้าม แต่จะยึดตามแนวทางของกองทัพ และนโยบายด้านความมั่นคง โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและกองกำลังในพื้นที่ยังคงบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน หลังจากเห็นคลิปการไลฟ์สดของฝั่งกัมพูชา และแสดงความเห็นใจต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า

ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน”

มาตรการสำหรับผู้ถืออาวุธในพื้นที่ “บ้านหนองจาน”

ประเด็นสำคัญที่ถูกสอบถามคือ กรณีหากมีผู้ถืออาวุธเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวได้หรือไม่ พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นทหารถืออาวุธ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้เลย แต่ถ้าเป็นชาวบ้าน ก็ต้องปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่บ้านหนองจาน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตรึงกำลังเข้มของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของชาติ

ที่มา – ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน” หากพบทหารกัมพูชาถืออาวุธล้ำข้ามแดน พร้อมดำเนินการทันที

Scroll to top