ประกาศราชกิจจานุเบกษา

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ”

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ”

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญที่สร้างความชื่นชมให้กับประชาชนชาวไทย ด้วยพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่บุคคลผู้มีคุณูปการหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางสาวหนูเพียร สรภูมิ ซึ่งได้รับพระราชทานในชั้นทุติยจุลจอมเกล้า การพระราชทานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศสูงสุด แต่ยังสะท้อนถึงพระราชปณิธานในการเชิดชูผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการรับใช้ชาติและพระองค์

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ”

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ถือเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงที่พระราชทานแก่สตรีผู้มีบทบาทสำคัญในราชสำนัก โดยเฉพาะข้าราชบริพารในพระองค์หรือผู้ที่อุทิศตนรับใช้ด้วยความจงรักภักดี สำหรับ “หนูเพียร สรภูมิ” นั้น เธอได้รับพระราชทานชั้นทุติยจุลจอมเกล้า ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสผ่านทางพระบรมราชโองการให้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ นี้ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติยศแก่ผู้ที่ทำงานอย่างมุ่งมั่น

นอกจากนี้ ยังมีการพระราชทานแก่ นางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด ในชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2568 เช่นกัน การประกาศนี้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ทำให้ประชาชนสามารถติดตามและแสดงความยินดีได้อย่างกว้างขวาง

รายชื่อผู้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าเพิ่มเติม

ไม่ใช่แค่นั้น ในประกาศเดียวกันยังมีการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า แก่ข้าราชบริพารในพระองค์อีก 4 ราย ได้แก่

  • พันโทหญิง รัตติยา สิทธิสมบูรณ์
  • พันโทหญิง เบญจรงค์ เทพนิมิต
  • ร้อยเอกหญิง พรรณราย ทองทิพย์
  • ร้อยโทหญิง พรอนงค์ จันทะนุย

ผู้รับพระราชทานทั้ง 4 รายนี้ได้รับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบในผลงานและความทุ่มเทของแต่ละบุคคล การพระราชทานโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ” และผู้อื่นๆ นี้ เป็นสัญญาณของความเมตตาและพระราชหฤทัยอันอุดม

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศสำหรับสตรีที่ทำงานในราชสำนัก เช่น การดูแลกิจการภายในวังหลวงหรือช่วยเหลือพระราชกรณียกิจต่างๆ ผู้ที่ได้รับมักเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติโดดเด่น เช่น ความซื่อสัตย์ ความสามารถ และการอุทิศตนอย่างไม่ย่อท้อ ในยุคปัจจุบัน การพระราชทานเช่นนี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการและประชาชนทั่วไปให้มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อส่วนรวม

จากเอกสารต้นฉบับในราชกิจจานุเบกษา เราสามารถเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับวันที่ประกาศและเงื่อนไขการพระราชทาน ซึ่งช่วยยืนยันความถูกต้องของข่าวสารนี้ หากคุณสนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้จากลิงก์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติส่วนพระองค์เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ทำงานเบื้องหลัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การฟื้นฟูหลังสถานการณ์โรคระบาดหรือการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

ในมุมมองของผู้เขียน การโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ” และผู้รับรายอื่นๆ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้เกียรติผู้ทำงานหนัก ซึ่งควรเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการอุทิศตนเพื่อชาติ ลองนึกภาพดูสิว่าถ้าทุกคนมีจิตใจแบบนี้ สังคมเราคงพัฒนาได้รวดเร็วแค่ไหน สนใจข่าวพระราชกรณียกิจเพิ่มเติมหรือไม่? ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน แก่ “หนูเพียร สรภูมิ”

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์ 13 ราย จาก 5 มหาวิทยาลัย

ข่าวดีสำหรับวงการศึกษาไทย! มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง “ศาสตราจารย์” จำนวน 13 ราย จาก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ถือเป็นความภาคภูมิใจและความก้าวหน้าในสายงานวิชาการของคณาจารย์เหล่านี้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง “แต่งตั้งศาสตราจารย์” อย่างเป็นทางการ โดยระบุรายชื่อพนักงานมหาวิทยาลัย สังกัดมหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 13 ท่าน ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์ 13 ราย จาก 5 มหาวิทยาลัย

รายชื่อผู้ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ทั้ง 13 ท่าน มีดังนี้

มหาวิทยาลัยพะเยา

  1. รองศาสตราจารย์เชวศักดิ์ รักเป็นไทย สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2563

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  1. รองศาสตราจารย์มุกดา ภัทราวราพันธ์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเคมี ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563
  2. รองศาสตราจารย์ธนูศักดิ์ ตาตุ สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  1. รองศาสตราจารย์นฤมล เชาว์สุวรรณกิจ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชารังสีวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2564
  2. รองศาสตราจารย์ลีลาวดี เตชาเสถียร สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2565
  3. รองศาสตราจารย์สิทธิชัย เอี่ยมสะอาด สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2565
  4. รองศาสตราจารย์พรนภา เกษมศิริ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมเคมี ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2565

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  1. รองศาสตราจารย์รตินันท์ บุญเคลือบ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565
  2. รองศาสตราจารย์พันธนา ตอเงิน สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2565
  3. รองศาสตราจารย์ณุวีร์ ประภัสระกูล สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาจุลชีววิทยา ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2565
  4. รองศาสตราจารย์พีรพล เวทีกูล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2566
  5. รองศาสตราจารย์สุกัญญา แช่มช้อย สังกัดคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาครุศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2566

มหาวิทยาลัยมหิดล

  1. รองศาสตราจารย์ชนิกา ศรีธรา สังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชารังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2565

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของไทย และเป็นการเชิดชูเกียรติคุณของคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ และถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน สร้างคุณูปการให้แก่วงการศึกษาไทยต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ศาสตราจารย์” 13 ราย จาก 5 มหาวิทยาลัย

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่องการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก นายปัญญา อุดชาชน ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากครบวาระ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง

ตามประกาศดังกล่าว วุฒิสภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 (5) กำหนด เพื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 8 และมาตรา 12 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

การแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความต่อเนื่องในการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ

ความสำคัญของการมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งในการตีความรัฐธรรมนูญ พิจารณาตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายต่างๆ ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ การมีตุลาการที่ทรงคุณวุฒิและมีความเป็นกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความเป็นธรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังมีบทบาทในการแก้ไขข้อขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการตีความกฎหมายที่แตกต่างกัน การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการดำเนินงานของรัฐบาล รัฐสภา และประชาชนโดยรวม

การที่วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความสามารถและคุณสมบัติของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญในระบบการเมืองการปกครองของไทย

การพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว

  • ตรวจสอบประวัติและความรู้ความสามารถของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
  • พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้ข้อมูล

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

โดยสรุป การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและการเมืองการปกครองของไทย และเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “สราวุธ ทรงศิวิไล” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นจำนวน 9 ราย ให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ข่าวดังกล่าวสร้างความสนใจและความยินดีในแวดวงกฎหมายและการบริหารราชการเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้ ความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองได้พิจารณาคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่มีความเหมาะสมที่จะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 9 ราย ในการประชุมครั้งที่ 333-3/2568 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568

รายชื่อดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อเสนอวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 และวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 9 ราย ในคราวประชุมครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

รายชื่อตุลาการที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมีดังนี้:

  • นายนาร์วิสูตร วังนะเถียรกุล อธิบดีศาลปกครองกลาง ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางสาวสิรภัทร โชควิเศษชัยสิทธิ์ อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายประศักดิ์ ศิริพานิช อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางสาวอมรา สัจจาสัย อธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายจำกัด ชุมพลวงศ์ อธิบดีศาลปกครองระยอง ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายสินิทธิ์ สินิทธานนท์ อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายไพรัช โตสวัสดิ์ อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางมาเรียม วิมลธร อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ความสำคัญของการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของศาลปกครอง เนื่องจากจะช่วยให้การพิจารณาคดีปกครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตุลาการทั้ง 9 ท่านล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ในการพิจารณาคดีปกครองมาอย่างยาวนาน การได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเสริมทัพในศาลปกครองสูงสุด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในการใช้สิทธิทางศาลปกครอง

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นทั้ง 9 รายดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดตามที่เสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุดทั้ง 9 ท่านนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการกฎหมายและประชาชนผู้ใช้สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ เพราะการมีตุลาการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ จะช่วยให้การตัดสินคดีเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นข่าวที่น่าสนใจในวงการกฎหมายและการเมือง

โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี (นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญเชี่ยวชาญ) ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญทรงคุณวุฒิ) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

ประกาศดังกล่าวลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ปิยดา บุญเรืองขาว

การแต่งตั้งนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนการพิจารณาคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดี จึงได้รับการไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้

  • มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ
  • มีประสบการณ์ในการทำงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดี

การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว และเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสามารถและคุณงามความดีที่ได้สร้างสมมา

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ที่ ดูต้นฉบับ ท่านสามารถดาวน์โหลดและอ่านประกาศฉบับเต็มได้ เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดของการแต่งตั้งครั้งนี้

การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างๆ ของรัฐ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรนั้นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและรักษากฎหมายของประเทศ

ขอแสดงความยินดีกับนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว สำหรับการได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ และขอเป็นกำลังใจให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” นั่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาจำนวน 6 ท่าน ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 โดยมีรายละเอียดว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญอันทรงเกียรติแด่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้ที่สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปวิทยาของประเทศ

รายนามผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 มีดังนี้:

  • สาขาวิทยาศาสตร์: นายสุชาติ อุปถัมภ์
  • สาขาวิศวกรรมศาสตร์: นายเฉลิมชนม์ สถิระพจน์
  • สาขาแพทยศาสตร์: นางสาวอรินทยา พรหมินธิกุล
  • สาขามนุษยศาสตร์ (โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์): นางสาวรัศมี ชูทรงเดช
  • สาขาแพทยศาสตร์ (เภสัชศาสตร์): นายวันชัย ดีเอกนามกูล
  • สาขาแพทยศาสตร์ (ทันตแพทยศาสตร์): ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช

แต่ละท่านที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ล้วนเป็นบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาของตน และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย การได้รับพระราชทานเหรียญในครั้งนี้จึงเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและความสามารถของท่านเหล่านั้นอย่างสมควร

พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เป็นเครื่องหมายแห่งความสามารถและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จึงถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรค่าแก่การยกย่องและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

ประกาศดังกล่าวได้ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน สามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ราชกิจจานุเบกษา สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญและผลงานของแต่ละท่าน สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

การพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลากรที่มีความสามารถได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้แก่ 6 ผู้ทรงคุณวุฒิ

Scroll to top