ประชามติยกเลิก Mou 43 44

ปานเทพเผย บวรศักดิ์เรียกถก ปมยกเลิก MOU 43-44

“ปานเทพ” เผย “อ.บวรศักดิ์” รองนายกฯ เรียกถก คาดปมยกเลิก MOU 43-44 พร้อมยื่นปึกเอกสาร ยึดเขตขอบหน้าผาสมัย “รัชกาลที่ 5” ลั่น ไทยต้องคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนจุดยืน ล่าสุด เลื่อนประชุมเป็น 28 พ.ย.

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 ระหว่างไทย-กัมพูชา เปิดเผยถึงการเดินทางมาทำเนียบรัฐบาล ว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้เรียกมาหารือ คาดว่าจะเป็นเรื่องการยกเลิก MOU 2543-2544 แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ เนื่องจากตนเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ (กมธ.) โดยระบุว่า รัฐบาลจะทำประชามติยกเลิก MOU ดังกล่าว ซึ่งกัมพูชารู้ว่าประเทศไทยกำลังทำประชามติ ถึงขนาดให้โฆษกกระทรวงยุติธรรมออกมาระบุว่าฝ่ายไทยยกเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ แสดงว่าเขารับรู้ว่าเราประกาศเป็นนโยบาย

ส่วนรัฐบาลจะทำประชามติหรือไม่ เป็นการตัดสินใจของรัฐบาล และการดีเบตในพื้นที่ 7 จังหวัดในขณะนี้ที่จะจัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้เงื่อนไขการทำประชามติหรือไม่ เพราะถ้าทำประชามติต้องประกาศการทำประชามติก่อน หลังจากนั้นกระบวนการให้ความรู้กับประชาชนจะเริ่มตามระบบที่กำหนดระยะเวลาไว้ 90 วัน แต่ปัญหาคือที่กำลังทำอยู่ตอนนี้คืออยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือไม่ และถ้ารัฐบาลตัดสินใจจะยุบสภาฯ ก่อน ก็ไม่แน่ว่าจะได้ทำประชามติเรื่องนี้หรือไม่ จึงต้องกลับมาถามทางรัฐบาลว่าหากไม่ได้ทำประชามติ รัฐบาลจะเป็นผู้ประกาศยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับเองหรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจ ตนเป็นเพียงส่วนหนึ่งใน กมธ.

ขณะเดียวกัน ตนได้มอบหลักฐานให้กับกองทัพภาคที่ 2 โดยตรง ให้ระวังในพื้นที่พนมดงรัก แต่ช่วงช่องบก ช่องสะงำ ความยาว 195 กิโลเมตร ไม่เคยมีหลักเขตแดนและไม่ต้องมี ซึ่งการสู้กันระหว่างไทยกัมพูชาในปี 2505 มีเอกสารหลักฐาน มีสนธิสัญญาฝรั่งเศส ไม่ใช่สันปันน้ำหลังขอบหน้าผาที่ทะเลาะกันอยู่ จึงได้มีการยื่นเอกสารพร้อมคำแปล 151 หน้าให้กับกองทัพภาคที่ 2 และจะนำเสนอนายบวรศักดิ์ ต่อไป

นายปานเทพ กล่าวต่อไปว่า เราต้องไม่เปลี่ยนจุดยืนจากเดิมที่เคยทำให้ประเทศไทยอ่อนแอลง ก่อนย้ำว่าสิ่งที่ตกลงกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอย่างไร ต้องคงเส้นคงวาอย่างนั้นไม่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังการให้สัมภาษณ์เสร็จนายปานเทพ ได้เดินกลับโดยทันทีเนื่องจากนายบวรศักดิ์ เลื่อนการประชุมไปเป็นวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้

ปานเทพเผย บวรศักดิ์เรียกถก ปมยกเลิก MOU 43-44

ประเด็นการยกเลิก MOU 43-44 ระหว่างไทยและกัมพูชา กลายเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการหารือกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

MOU ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างไร? ทำไมถึงมีการพูดถึงการยกเลิก? และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจะเป็นอย่างไร? คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยควรได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันติดตามการดำเนินการของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

ทำไมถึงมีการพูดถึงการยกเลิก MOU 43-44?

การที่รัฐบาลพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิก MOU 43-44 นั้น อาจมีเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตีความเนื้อหาใน MOU ที่อาจมีความแตกต่างกัน หรือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ การทำความเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ การทำประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ก็ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญในการตัดสินใจเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในวงกว้าง แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และระยะเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน และมีเวลาเพียงพอในการตัดสินใจ

  • การทำความเข้าใจ MOU 43-44
  • เหตุผลที่รัฐบาลพิจารณาการยกเลิก
  • ผลกระทบต่อประเทศไทย

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ รัฐบาลจะมีแนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป? และจะมีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบมากน้อยเพียงใด? การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – “ปานเทพ” เผย “บวรศักดิ์” เรียกถก คาดปมยกเลิก MOU 43-44 ย้ำ ไทยต้องไม่เปลี่ยนจุดยืน

ครม. ยกเลิก MOU 43-44 รอผล กมธ. อนุทินยัน!

“นายกฯ อนุทิน” ยันเป็นอำนาจ ครม. จะพิจารณายกเลิก MOU 43-44 รอผลศึกษาจาก กมธ. ก่อนให้ “อ.บวรศักดิ์” สรุปผล ย้ำต้องพิจารณาถี่ถ้วน ลั่น รัฐบาลนี้ไม่มีวันทำให้ไทยเสียเปรียบ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีบรรดารัฐมนตรี แกนนำพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทย และแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาล เดินทางเข้ามา นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รวมไปถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมบิดาคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง 3 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายสันติ ปิยะทัต เพื่อประชุมพรรคประจำสัปดาห์ พร้อมทั้งประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..)

ในช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดทำประชามติเพื่อยกเลิก MOU 43-44 พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้รวบรวมและสรุปผล พร้อมยืนยันว่าท้ายที่สุดแล้วคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยกเลิก MOU 43-44 ดังกล่าวหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างรอบด้านที่สุด

เมื่อถามถึงข้อถกเถียงว่าไทยสามารถยกเลิก MOU 43-44 เพียงฝ่ายเดียวได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ต้องพิจารณาถึงผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วน สิ่งที่ยืนยันได้คือ สำหรับรัฐบาลนี้ไม่มีวันที่จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ผมได้ให้หลักการแบบนี้ไป เพราะมีคนทำงาน มีคนเจรจา และมีคนศึกษาอยู่ สุดท้ายแล้วค่อยมาตัดสินใจ นายกรัฐมนตรียังย้ำด้วยว่า การดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงการเดินหน้าทำประชามติตามกระบวนการ โดยผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ก็จะถูกส่งมาให้ ครม. พิจารณาเช่นกัน.

อำนาจ ครม. ยกเลิก MOU 43-44

ครม. พิจารณา ยกเลิก MOU 43-44 อย่างรอบคอบ

ประเด็นเรื่องอำนาจของ ครม. ในการยกเลิก MOU 43-44 เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย การตัดสินใจใดๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และต้องไม่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในทุกกรณี การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส

การที่รัฐบาลรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการและให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นผู้สรุปผลนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบด้าน การเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลได้

ดังนั้น การตัดสินใจเรื่องยกเลิก MOU 43-44 จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – อำนาจ ครม. ยกเลิก MOU 43-44 ขอรอผล กมธ. “อนุทิน” ลั่นไม่มีวันทำไทยเสียเปรียบ

สส.เพื่อไทย ชี้ยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที

สส.เพื่อไทย ชี้ หากรัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที ไม่ต้องผลักภาระประชาชน

ในสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สส.เพื่อไทย ชี้ หากรัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที ไม่ต้องผลักภาระประชาชน กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการเสนอแนวทางจากฝั่งพรรคเพื่อไทย ที่มองว่าการทำประชามติอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด มาเจาะลึกกันว่าทำไมประเด็นนี้ถึงมีความละเอียดอ่อน และรัฐบาลควรพิจารณาอย่างไร

สส.เพื่อไทย ชี้ หากรัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที ไม่ต้องผลักภาระประชาชน

นายธนาธร โล่ห์สุนทร สส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย และเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาให้ความเห็นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดทำประชามติเพื่อยกเลิก MOU 43-44 โดยชี้ว่าประเด็นนี้มีความอ่อนไหวสูง มีรายละเอียดทางเทคนิคมากมายทั้งด้านกฎหมายและภูมิรัฐศาสตร์ หากนำไปสู่การประชามติ ประชาชนทั่วไปที่ขาดข้อมูลครบถ้วน อาจตัดสินใจจากอารมณ์หรือข้อมูลไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่สะท้อนประโยชน์ระยะยาวของชาติ

เหตุผลหลักที่สส.เพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติยกเลิก MOU 43-44 คือ มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถตอบได้ด้วยใช่หรือไม่ใช่แบบง่ายๆ เพราะ MOU เหล่านี้เป็นพันธกรณีระหว่างประเทศ ข้อตกลงระหว่างรัฐที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจาทางการทูต การยกเลิกฝ่ายเดียวอาจทำให้ไทยถูกมองว่าไม่รักษาสัญญา ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในเวทีโลก นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะการสร้างความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารหรือเศรษฐกิจ

ทางออกทางเลือกแทนการยกเลิก MOU 43-44

จากประสบการณ์การพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานกระทรวงการต่างประเทศไทย สส.ธนาธร ระบุว่าทุกฝ่ายล้วนไม่เห็นด้วยกับการยกเลิก MOU 43-44 โดยตรง แนวทางที่เสนอคือ ควรใช้การเจรจาเพื่อปรับปรุงและพัฒนา MOU ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน มากกว่าการตัดขาด ซึ่งจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของไทยและความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชา

นอกจากนี้ สส.เพื่อไทย ยังตั้งคำถามสำคัญ หากรัฐบาลยืนยันจะยกเลิก ก็สามารถทำได้ทันทีผ่านมติคณะรัฐมนตรี โดยไม่จำเป็นต้องผลักภาระให้ประชาชนตัดสินใจ แต่รัฐบาลต้องตอบได้ว่า เมื่อไม่มี MOU 43-44 แล้ว ข้อพิพาทชายแดนจะคลี่คลายอย่างไร ไทยจะใช้กลไกใดในการเจรจาต่อไป และหากต้องร่าง MOU ฉบับใหม่ จะสามารถทำข้อตกลงที่ดีกว่าฉบับเดิมได้หรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่คาดคิด

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นประเด็นเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ MOU 2543 และ 2544 ถือเป็นกรอบการเจรจาที่ช่วยลดความตึงเครียดมานาน หากยกเลิกโดยขาดการเตรียมการ อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ การรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะการค้าชายแดนและโครงการพัฒนาร่วมกัน

การเมืองไทยในช่วงนี้มักถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสชาตินิยม แต่สส.เพื่อไทย ชี้ หากรัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที ไม่ต้องผลักภาระประชาชน ย้ำว่าความรับผิดชอบหลักอยู่ที่รัฐบาลในการหาทางออกที่ยั่งยืน ไม่ใช่การโยนให้ประชาชนตัดสินใจในเรื่องซับซ้อน นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายต่างประเทศที่ต้องอาศัยข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึก

สุดท้ายแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าการเจรจาคือหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเหล่านี้ หากคุณสนใจประเด็นการเมืองและปัญหาชายแดน ติดตามบทความเพิ่มเติมจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – สส.เพื่อไทย ชี้ หากรัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ทำได้ทันที ไม่ต้องผลักภาระประชาชน

Scroll to top