ประธานสภาฯ

“ไอติม” เดินเกมชวนฝ่ายค้านสอบ ป.ป.ช. ซุกหุ้นศักดิ์สยาม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแส “ไอติม” เดินเกมชวนเพื่อนฝ่ายค้านลงชื่อสอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้นกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กำลังเคลื่อนไหวแบบไม่เกรงใจใคร หลังจากที่ ป.ป.ช. ตัดสินใจยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการฟอกขาวชัดๆ เพราะหลักฐานดูชัดเจนมาก

“ไอติม” เดินเกมชวนเพื่อนฝ่ายค้านลงชื่อสอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น

ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 “ไอติม” ออกมาแถลงและชวนเพื่อนฝ่ายค้าน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้ลงชื่อยื่นต่อประธานสภา เพื่อให้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เลยครับ พรรคประชาชนมองว่าการแถลงของ ป.ป.ช. มันไม่เคลียร์ และเสี่ยงฟอกขาวให้คนผิด ดังนั้นต้องใช้สิทธิ์ประชาชนกดดันให้เกิดความยุติธรรม

สิ่งที่น่าสนใจคือ “ไอติม” วางแผนชาญฉลาดมาก โดยสื่อสารวาระนี้ไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว และวันนั้นก็มีประชุมวิปฝ่ายค้านเพื่อหารือเพิ่ม คาดว่าจะได้รายชื่อจากเพื่อนพรรคเยอะพอ ผมว่ามันเป็นการรวมพลังฝ่ายค้านได้ดีเลยนะครับ ในยุคที่การตรวจสอบอำนาจรัฐสำคัญมาก

2 ช่องทางหลักในการลงชื่อยื่นเรื่อง

“ไอติม” ชี้แจงชัดเจนว่ามี 2 ทางเข้าชื่อให้เลือก ทำแบบคู่ขนานเพื่อความแน่นอน

  • ทางแรก: ผ่านสมาชิกรัฐสภา ต้องรวบรวมให้ได้ 140 เสียง พรรคประชาชนมี ส.ส. 119 คนอยู่แล้ว แค่หาเพิ่มจากพรรคร่วมฝ่ายค้านและ ส.ว. ที่สนใจลงชื่อกว่า 10 คน คาดว่าง่ายๆ เลยครับ
  • ทางที่สอง: จากภาคประชาชน ต้องได้ 20,000 รายชื่อ “ไอติม” ชวนทุกคนที่เชื่อว่าป.ป.ช. ทำผิดพลาด ให้รีบลงชื่อเสนอด้วย จะได้กดดันประธานสภาไม่ให้ปัดตกง่ายๆ

ทำไมต้องคู่ขนาน? เพราะกลัวประธานสภาใช้ดุลยพินิจปัดตก เหมือนกรณีเก่าๆ เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ อดีตประธานสภา ที่เคยปัดคำร้องไต่สวน ป.ป.ช. คดีนาฬิกาเพื่อน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ใช้เวลาถึง 10 เดือนกว่าจะตัดสินใจปัดทิ้ง ก่อนสภาจะยุบพอดี ฟังแล้วก็กังวลใจแทนนะครับ

จี้ประธานสภา “โสภณ” ให้หลักเกณฑ์ชัดเจน

“ไอติม” ไม่ได้แคชวนลงชื่อ แต่ยังเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ออกหลักเกณฑ์พิจารณาคำร้องให้ชัด เช่น ใช้เกณฑ์อะไร? กรอบเวลากี่วัน? จะไม่ยึดติดพรรคการเมืองไหม? เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

นอกจากนี้ ยังผลักดันแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 236 ตัดดุลยพินิจประธานสภาออกไป ให้เป็นแค่ทางผ่านส่งเรื่องไปศาลฎีกาเลย ร่างนี้ยื่นตั้งแต่มี.ค. แล้ว รอประธานบรรจุวาระประชุมร่วมรัฐสภา ถ้าผ่านวาระ 1 แล้ว คาดว่าจะลุย 3 วาระได้เร็ว “ไอติม” ถามตรงๆ 2 ข้อเลยครับ 1.เกณฑ์พิจารณาคืออะไร? 2.เมื่อไหร่จะเปิดประชุมแก้ รธน.?

นอกจากเรื่องนี้ วันนั้นยังคุยเรื่องยืนยันร่างกฎหมายค้างจาก ครม. ชุดก่อน เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด พ.ร.บ.PRTR พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ต้องทำก่อน 12 พ.ค. ถ้ารัฐบาลยังไม่ชัดเจน จะเชิญมาชี้แจง

สรุปแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “ไอติม” แสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านยังสู้เพื่อความโปร่งใส ไม่ยอมให้อำนาจตรวจสอบถูกบิดเบือน ผมคิดว่ามันเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามทุจริต ถ้าประชาชนช่วยกันลงชื่อ เรื่องนี้ต้องไปถึงไหนอ้ะ? คุณล่ะครับ คิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย หรือถ้าสนใจช่วยลงชื่อ ติดตามช่องทางจากพรรคประชาชนเลยนะครับ จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

ที่มา – “ไอติม” เดินเกมชวนเพื่อนฝ่ายค้านลงชื่อสอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่รัฐสภา เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯกันแบบเต็มสูบเลยนะครับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 หลังการเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการและรมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงก่อนเวลา แถมยังแวะช้อปปิ้งเสื้อผ้าที่บูธรอบสระมรกต ซื้อเสื้อกล้าม 2 ตัว เชิ้ตแขนสั้นยาวอย่างละตัว ยังถามพ่อค้าแม่ค้าว่า “รอโครงการคนละครึ่งอยู่ใช่ไหม” แบบเป็นกันเองสุดๆ

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

เวลา 13.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 สส.พรรคภูมิใจไทยคณะใหญ่เดินทางมาถึงด้วยรถบัส 6 คัน นำทีมโดยนายอนุทิน ทุกคนตั้งแถวเดินขบวนลงบันไดเลื่อนไปชั้น B1 เพื่อรายงานตัวรับบัตรสส.ใหม่ หลังจากนั้น อนุทินยิ้มแย้ม ชูบัตรประจำตัวให้สื่อเห็น ก่อนรีบไปประชุมที่ทำเนียบ บรรยากาศอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่รวมตัวกัน

ยังไม่คุยตำแหน่งประธานสภา ชื่อโสภณ ซารัมย์โดด?

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องวันเปิดสภาเลือกประธานสภา ย้ำว่าขึ้นกับพระราชโองการ เลขาฯสภาแจ้งข้อมูลแล้ว รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ไทม์ไลน์ยังพูดไม่ได้ พอถามเรื่องพรรคคุยตำแหน่งประธานสภา บอกว่ายังไม่ได้คุย วันที่ 8 มี.ค. จะมีสัมมนา สส.ปฐมนิเทศให้รู้จักกันก่อน เพราะบางคนเพิ่งเจอหน้า

ชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ ถูกหยิบยกมา บอกว่าทุกคนมีความเหมาะสม ไม่ปิดกั้นใครเลยครับ

ดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

เรื่องร้อนสุดคือดีลพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯแล้ว เผยว่า “เมื่อถึงเวลาอันสมควร มันก็ชัดเจนเอง ตามความเหมาะสม” ไม่ตอบตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมหรือไม่ เดินขึ้นรถทันที สไตล์นักการเมืองตัวจริง!

ส่วนรัฐบาลรักษาการ บอกว่าทำงานปกติได้ แม้มีวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่รีบร้อน เพราะมีรัฐธรรมนูญกำหนดขั้นตอนชัดเจน ใครเป็นนายกฯ ก็ต้องเร่งทำงานไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย

  • อนุทินมาถึงก่อนเวลา ช้อปเสื้อผ้าเป็นกันเอง
  • สส.ภูมิใจไทยมาเป็นขบวนรถบัส 6 คัน
  • ยังไม่คุยประธานสภา รอสัมมนา 8 มี.ค.
  • ชื่อโสภณเหมาะสม แต่ทุกคนก็เหมาะ
  • ดีลพรรคร่วมรอเวลาชัดเจน ไม่ตอบพรรคกล้าธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยดูมั่นใจเต็มเปี่ยม นำโดยอนุทินที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากดีลพรรคร่วมออกมา คงมีเซอร์ไพรส์แน่ๆ

จากมุมมองผม สถานการณ์ตอนนี้เหมือนหมากรุกใหญ่ อนุทินเล่นเกมรอจังหวะได้ดี รัฐบาลใหม่ใกล้แล้ว แต่ต้องรอขั้นตอนกฎหมาย อย่าลืมติดตามต่อนะครับ เพราะอาจมีอัพเดทใหญ่!

คุณคิดว่าพรรคไหนจะร่วมรัฐบาล? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

ที่มา – “อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ บอกดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

หลัง สส. รายงานตัวมากเพียงพอ เตรียมประสาน สลค. กราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา

หลัง สส. รายงานตัวมากเพียงพอ เตรียมประสาน สลค. กราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทุกคนรอคอย หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 499 คนเรียบร้อยแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็เริ่มเคลื่อนไหวเต็มสูบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประชุมนัดแรก ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกประธานสภาและก้าวต่อไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

หลัง สส. รายงานตัวมากเพียงพอ เตรียมประสาน สลค. กราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ณ อาคารรัฐสภา เกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก โดยย้ำว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมพื้นที่สำหรับ สส. รายงานตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 95% แต่เพียงแค่มีจำนวนมากพอที่จะประกอบการทูลเกล้าฯ ของนายกรัฐมนตรี เพื่อขอพระราชทานกราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา

ปัจจุบัน รัฐบาลยัง chưaประสานงานโดยตรง แต่คาดว่าจะมีการติดต่อเจ้าหน้าที่ในเร็วๆ นี้ สำหรับพรรคประชาชน (ปชน.) ที่จะมารายงานตัววันที่ 9 มีนาคม ก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถมารายงานตัววันไหนก็ได้ ขอแค่มีจำนวน สส. มารายงานตัวมากพอ เช่น วันที่ 5 หรือ 6 มีนาคม ที่คาดว่าจะมีจำนวนสมควร เพื่อความเหมาะสมในการจัดพิธีเปิดประชุม สมพระเกียรติพระองค์ท่านที่จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด

ขั้นตอนหลังจากเปิดประชุมรัฐสภา

หลังจากมีพระบรมราชโองการเปิดประชุมแล้ว สภาจะประสานงานกับพรรคการเมืองที่มี สส. มากที่สุด เพื่อกำหนดวันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธาน เมื่อประธานสภาได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว จึงจะนัดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าจะสามารถโหวตเลือกประธานสภาฯ ได้ในเดือนมีนาคมนี้ โดยปกติจะนัดประชุมเลือกประธานวันรุ่งขึ้นหลังพิธีเปิด แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคการเมือง

  • เตรียมพื้นที่รายงานตัว สส. ไม่ต้องรอครบจำนวน
  • ประสานรัฐบาลทูลเกล้าฯ ขอเปิดประชุม
  • จัดพิธีเปิดประชุม สมพระเกียรติ
  • เลือกประธานสภา จากพรรคที่มีเสียงมากสุด
  • นัดโหวตนายกฯ หลังโปรดเกล้าประธาน

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ซึ่งกกต. รับรอง สส. 499 คนจากทั้งประเทศ พรรคต่างๆ ต่างเร่งรวบรวมเสียงเพื่อชิงตำแหน่งสำคัญ การรายงานตัวของ สส. จึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายจับตา โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ ที่หวังครองเก้าอี้ประธานสภา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนับคะแนนโหวตนายกฯ

ในอดีต การเปิดประชุมสภาฯ มักเป็นช่วงที่ตึงเครียด มีการเจรจาลับๆ ระหว่างพรรคเพื่อรวมเสียง แต่ปีนี้ด้วย สส. ที่รับรองครบเร็ว ทำให้กระบวนการอาจรวดเร็วกว่าที่คิด หาก สส. รายงานตัวมากเพียงพอตั้งแต่ต้นเดือน ก็อาจเห็นพิธีเปิดได้ทันที สลค. หรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะมีบทบาทประสานงานสำคัญในการกราบบังคมทูลพระบรมราชโองการ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น พรรคที่ สส. ช้าอาจส่งผลต่อการรวมพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่? หรือจะมีการยื่นญัตติอภิปรายตั้งแต่แรก? ทุกอย่างต้องรอความชัดเจนหลังเปิดประชุม

สรุปแล้ว หลัง สส. รายงานตัวมากเพียงพอ เตรียมประสาน สลค. กราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา คือสัญญาณดีว่าการเมืองไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมป คาดว่าจะได้เห็นประธานสภาฯ ใหม่และนายกฯ ชุดใหม่ในไม่ช้า

สำหรับผู้อ่านที่สนใจการเมืองไทย ลองติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คุณคิดว่าพรรคไหนจะได้ประธานสภา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – หลัง สส. รายงานตัวมากเพียงพอ เตรียมประสาน สลค. กราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ มาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน เป็นเรื่องที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะหลังการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมายเป๊ะๆ เลย ไม่งั้นอาจวุ่นวายได้

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาล

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 เวลา 16.45 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพการสนทนากับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมให้สัมภาษณ์ชี้แจงแบบชัดๆ ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะรีบร้อนเรื่องจัดตั้งรัฐบาลนะ

อนุทิน เผยภาพคุย นฤมล แจงตั้งรัฐบาล

อนุทินบอกว่า ได้อธิบายขั้นตอนให้ “นฤมล” ฟังแบบละเอียดยิบ ว่าต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน อย่าทำข้ามขั้นตอนเด็ดขาด! แม้จะรู้คร่าวๆ แล้วว่าพรรคไหนได้ ส.ส. กี่คน แต่ก็ต้องรอ กกต. รับรอง ส.ส. ให้ครบก่อน จากนั้นถึงจะเปิดประชุมสภา ส.ส. รายงานตัว เลือกประธานสภา เลือกนายกฯ แล้วค่อยมาฟอร์มรัฐบาลเป็นขั้นสุดท้าย ย้ำอีกทีว่า ยังไม่มีใครไล่เราออกจากรัฐบาลตอนนี้ รอตาม timeline ไปเลย

ขั้นตอนหลัง “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” ที่ต้องรู้

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ เราเอาการเมืองไทยมาอธิบายแบบบ้านๆ นะครับ หลังเลือกตั้งแล้ว การตั้งรัฐบาลไม่ได้จบแค่นับคะแนน แต่มีขั้นตอนชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้:

  • กกต. รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. – ต้องทำภายใน 60 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ตอนนี้เพิ่งผ่านไป 9 วันเอง ใจเย็นๆ
  • ส.ส. รายงานตัวที่รัฐสภา – ทุกคนต้องมาเช็คชื่อให้ครบ
  • เลือกประธานสภา – คนกลางสำคัญในการประชุม
  • โหวตนายกรัฐมนตรี – ต้องได้เสียงเกินครึ่ง
  • จัดตั้งคณะรัฐมนตรี – เสนอชื่อให้พระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย

อนุทินย้ำหนักๆ ว่า “อย่างที่บอก คุยธรรมนัสแล้ว” แต่เพื่อไม่ให้มีใครเคลือบแคลง จะไม่พูดลึกจนกว่าจะผ่านขั้นตอนพวกนี้ทั้งหมด พรรคกล้าธรรมก็เข้าข่ายที่คุยด้วยแน่นอน เพราะนฤมลเป็นหัวหน้า

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะถ้ารีบฟอร์มรัฐบาลโดยไม่อิงขั้นตอน อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายได้ เหมือนครั้งก่อนๆ ที่เคยวุ่นวาย เช่น หลังเลือกตั้ง 2566 ใช้เวลานานกว่าจะได้นายกฯ สมชายใหม่ ต้องเจรจาโคไลชั่นกันยืดเยื้อ ถ้าทุกพรรคยึดกฎเกณฑ์แบบนี้ ก็เชื่อว่าปีนี้จะราบรื่นกว่าเดิมนะครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับอนุทินเลย ใจเย็นไว้ก่อนดีกว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังอยู่ได้ ไม่มีดราม่าไล่ออก การเมืองไทยกำลังเข้าที่เข้าทางมากขึ้น สัญญาณดี!

คุณล่ะคิดยังไงกับการ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลครั้งนี้? คิดว่าพรรคไหนจะได้เก้าอีใหญ่? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา ขอบคุณที่อ่านนะ!

ที่มา – “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน

“วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.นี้

“วันนอร์” ประธานสภาฯ คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.นี้ ชี้ อยู่ที่รัฐบาลพร้อม ย้ำ ต้องส่งคำแถลงให้สมาชิกรัฐสภาทราบก่อน 3 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวที่รัฐสภา ถึงวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ขึ้นอยู่กับการกำหนดของรัฐบาล หลังจากวันที่ 24 กันยายน 2568 ที่รัฐบาลจะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ก็จะแจ้งมายังสภาฯ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายวันใด เมื่อรัฐบาลแจ้งมาแล้วทางสภาฯ จะหารือวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันและชั่วโมงในการอภิปราย คาดว่าน่าจะเป็นต้นสัปดาห์หน้าหรือปลายสัปดาห์

ทั้งนี้ สภาฯ จะต้องแจ้งล่วงหน้าให้สมาชิกทราบไม่น้อยกว่า 3 วัน เพราะรัฐบาลต้องส่งนโยบายที่แถลงมาให้สมาชิกได้อ่านก่อนวันประชุม ถ้าหากทุกอย่างพร้อม ไม่มีอะไรติดขัด อาจจะเป็นวันที่ 1-2 ตุลาคม 2568 โดยจะใช้เวลาทั้ง 2 วัน ซึ่งจะเท่ากับรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของวิปทั้ง 3 ฝ่าย

ส่วนการแบ่งเวลาที่ฝ่ายค้านมีเสียงมากกว่ารัฐบาลจะแบ่งได้ลงตัวหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของวิปไปจัดการได้ ต้องมีการประชุมหารือเพื่อหาข้อตกลง แต่อย่างไรก็ต้องรอให้รัฐบาลแจ้งความพร้อมในการแถลงนโยบายมาก่อน ถ้าทุกอย่างมีความพร้อมก็คงจะเรียบร้อย.

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกำหนดการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ที่กำลังจะมาถึงนี้ ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะรับฟังนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะมีทิศทางและแนวทางในการบริหารประเทศอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งกำหนดการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ให้สมาชิกสภาฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้สมาชิกมีเวลาเพียงพอในการศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนที่จะมีการอภิปรายและลงมติ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในกระบวนการประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของสมาชิกสภาฯ ในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลต้องส่งนโยบายที่จะแถลงให้สมาชิกสภาฯ ได้อ่านล่วงหน้า ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐบาล การเปิดเผยข้อมูลนโยบายให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนที่จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสในการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนานโยบายให้ดียิ่งขึ้น

“วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.

การคาดการณ์ว่าการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. จะใช้เวลา 2 วันเต็ม ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ รัฐบาลชุดใหม่คงต้องการที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายของตนอย่างละเอียด ครอบคลุมทุกด้าน และตอบข้อซักถามจากสมาชิกสภาฯ ได้อย่างชัดเจน การให้เวลาอย่างเพียงพอสำหรับการอภิปราย จะช่วยให้สมาชิกสภาฯ สามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่างๆ ในอนาคต

ความสำคัญของการแถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค.

การ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีการทางการเมือง แต่เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การที่รัฐบาลสามารถนำเสนอนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ จะช่วยสร้างความหวังและกำลังใจให้กับประชาชนในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าเกี่ยวกับการ แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน การทำความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบว่าเราจะสนับสนุนหรือคัดค้านนโยบายเหล่านั้น และเราจะสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างไรบ้าง

การแถลงนโยบายที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศเรา

ที่มา – “วันนอร์” คาด แถลงนโยบายรัฐบาล 1-2 ต.ค. ย้ำต้องให้สมาชิกรัฐสภาทราบก่อน 3 วัน

Scroll to top