ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

อนุทินยินดีอาเซียนสำเร็จ รัชดายันไม่ถกปักปันเขตแดน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ จากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ที่เพิ่งจบลงอย่างงดงาม โดย “อนุทิน” ยินดีการประชุมสุดยอดอาเซียนสำเร็จ “รัชดา” ยันถกกัมพูชาไม่มีเรื่องปักปันเขตแดน นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความยินดีกับผลสำเร็จของการประชุม พร้อมย้ำจุดยืนไทยในการส่งเสริมสันติภาพและเอกภาพอาเซียน มาดูรายละเอียดกันเลย!

“อนุทิน” ยินดีการประชุมสุดยอดอาเซียนสำเร็จ “รัชดา” ยันถกกัมพูชาไม่มีเรื่องปักปันเขตแดน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายกฯ อนุทิน ได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์คอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ที่โรงแรมแชงกรีลา มักตัน โดยขอบคุณเจ้าภาพที่จัดงานได้อย่างราบรื่น ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นของอาเซียนในการร่วมมือกัน ชื่นชมฟิลิปปินส์ที่ริเริ่มประชุมสามฝ่าย ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันมากขึ้น

ทั้งสองฝ่ายยังคุยเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร การค้า การลงทุน และพลังงาน เพื่อเสริมเสถียรภาพภูมิภาค นี่คือก้าวสำคัญสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง!

ผลการหารือกับกัมพูชา: ยึดสันติภาพ ไม่ปักปันเขตแดน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปผล 3 วันว่า นายกฯ ใช้เวทีนี้ยืนยันจุดยืนไทย ส่งเสริมสันติภาพ แก้ปัญหาด้วยการเจรจา ยึดกฎสากล และรักษาผลประโยชน์ชาติ โดยเฉพาะการหารือสามฝ่ายกับนายกฯ กัมพูชา ฮุน มาแนต และประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ไทยเข้าหารือด้วยท่าทีสร้างสรรค์ นำทีมต่างประเทศและความมั่นคงมาร่วม ย้ำว่าไทย-กัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิด ความขัดแย้งไม่เกิดประโยชน์ ถึงเวลาร่วมเปิดบทใหม่ด้วยความจริงใจและไว้วางใจ เห็นพ้องมอบรัฐมนตรีต่างประเทศจัดมาตรการสร้างความเชื่อมั่นทันที เช่น ประเด็นที่ทำได้เลย เพื่อฟื้นความสัมพันธ์

สำคัญสุด: การถกกัมพูชาไม่มีเรื่องปักปันเขตแดนหรือเปิดพรมแดน ไทยยึดผลประโยชน์ชาติและกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ!

ผลงานเด่นอื่นๆ จากการประชุม

วันที่ 8 พ.ค. นายกฯ เสนอโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) กลไกปิโตรเลียม และพลังงานหมุนเวียน ที่ประชุมเห็นชอบ “พิธีสารเซบู” เพื่อให้ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิก ร่วมรับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับ เรื่องทะเล ผลจากตะวันออกกลาง ภัยพิบัติ และเยาวชนกับ climate change

  • หารือเวียดนาม: เร่งค้าถึง 25,000 ล้านดอลลาร์
  • สิงคโปร์: ใช้จุดแข็งอาเซียนยกระดับบทบาทโลก สนับสนุนพลังงาน
  • มาเลเซีย: พัฒนาโครงสร้างชายแดน ถนนสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม สะพานโก-ลก 2 สร้างสันติภาพชายแดนใต้

วันที่ 9 พ.ค. ปิดท้ายด้วยฟิลิปปินส์ ยืนยันสนับสนุนประธานอาเซียนปีหน้า ร่วมปราบอาชญากรรมออนไลน์ นายกฯ เดินทางกลับถึงดอนเมือง 14.10 น.

การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง外交ไทยที่ชาญฉลาด ผลักดันประโยชน์ชาติท่ามกลางภูมิภาคที่ซับซ้อน คุณคิดว่าอาเซียนจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวดีกันเถอะ!

ที่มา – “อนุทิน” ยินดีการประชุมสุดยอดอาเซียนสำเร็จ “รัชดา” ยันถกกัมพูชาไม่มีเรื่องปักปันเขตแดน

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ย้ำสันติภาพไทย-กัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันกับเรื่อง อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ซึ่งเป็นการประชุมที่ทุกคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่กำลังร้อนระอุ แต่ครั้งนี้ดูมีแววดีขึ้นนะครับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย ได้เข้าไปพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในที่ประชุมสามฝ่ายที่จัดขึ้นโดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน มันเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพบนพื้นฐานความไว้วางใจจริงๆ

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ (เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Shangri-La Mactan ในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เข้าร่วมด้วย การ อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา หลังจากที่มีความตึงเครียดมาพักใหญ่ โดยฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายริเริ่มเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยในฐานะประธานอาเซียน

หลังการประชุมเสร็จ นายอนุทินได้แถลงข่าวตามลำดับตัวอักษร คือเริ่มจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ตามด้วยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และปิดท้ายด้วยตัวแทนไทย เขาเปิดเผยว่าการสนทนาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา และมุ่งมองไปข้างหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและรักษาสันติภาพ ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ การค้า หรือวัฒนธรรม หากมีความขัดแย้งจะนำมาซึ่งความสูญเสียให้ทุกฝ่ายเท่านั้น ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องเปิดบทใหม่ด้วยความจริงใจและสุจริตใจ

อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ย้ำสันติภาพไทย-กัมพูชา

ผลลัพธ์จากการอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาร่วมกันจัดทำรายการมาตรการสร้างความเชื่อมั่นที่ทำได้จริงและทันที โดยเริ่มจากประเด็นที่มีจุดร่วม นี่จะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจและทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีแข็งแกร่งขึ้น นายอนุทินย้ำว่าต้องเดินหน้าค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเพิ่มการสื่อสารโดยตรงในทุกระดับ เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจและขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วม

สำหรับประเด็น敏感อย่างเขตแดนทางบกและทางทะเล นายอนุทินเสนอแนวทางการหารือบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี การประชุมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศเอื้อต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความเข้าใจดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

มาตรการสำคัญที่ตกลงกันหลังอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต

  • มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองประเทศจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่นปฏิบัติได้ทันที
  • เพิ่มการสื่อสารตรงไปตรงมาในทุกระดับ เพื่อลดช่องว่างความเข้าใจ
  • ขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น เศรษฐกิจ การค้า
  • จัดการประเด็นเขตแดนด้วยแนวทางเป็นมิตรและยั่งยืน
  • ยืนยันความมุ่งมั่นในการเจรจาเพื่อรักษาสันติภาพ

การ อนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดา แต่สะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้นำรุ่นใหม่ทั้งคู่ ที่พร้อมก้าวข้ามอดีตและมองสู่อนาคต โดยเฉพาะในยุคที่อาเซียนต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ดีจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

ภาพการประชุมอนุทิน ฮุน มาเนต

จากมุมมองของผม การหารือครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน หากทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในหลักค่อยเป็นค่อยไปและสื่อสารเปิดเผย เราน่าจะเห็นความก้าวหน้าในไม่ช้า สันติภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันรักษา โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างไทยกับกัมพูชาที่มีพรมแดนยาวนาน

คุณคิดอย่างไรกับการอนุทิน หารือ ฮุน มาเนต ครั้งนี้? มันจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” หารือ “ฮุน มาเนต” ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพบนพื้นฐานความไว้วางใจ

นายกฯ ถกไตรภาคีไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ เคลียร์ชายแดน

นายกฯ เตรียมถกไตรภาคี “ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์” เคลียร์ปมชายแดน เป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามองในขณะนี้ หลังจากที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางถึงฟิลิปปินส์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู การหารือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เป็นคนกลาง

นายกฯ เตรียมถกไตรภาคี “ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์” เคลียร์ปมชายแดน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ เดินทางถึงฐานทัพอากาศเซบู ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทันทีที่มาถึง ภารกิจค่ำวันนี้คือการประชุมไตรภาคีกับสมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาแนต นายกฯ กัมพูชา และประธานาธิบดีแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ เพื่อหาทางออกเรื่องชายแดน โดยรัฐบาลไทยย้ำจุดยืนชัดเจนในการปกป้องผลประโยชน์ชาติอย่างเด็ดขาด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การถกไตรภาคีครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนช่วยอำนวยความสะดวก ไทยมุ่งสร้างความไว้วางใจใหม่ระหว่างกัน หลังจากปัญหาชายแดนยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะพื้นที่พิพาทอย่างปราสาทพระวิหารและ周边 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและเศรษฐกิจชายแดน

กำหนดการสำคัญของนายกฯ ที่เซบู

นอกจากนายกฯ เตรียมถกไตรภาคี “ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์” เคลียร์ปมชายแดนแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) เช่น:

  • พิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
  • ประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) และประชุมไม่เป็นทางการ (Retreat Session)
  • หารือทวิภาคีกับผู้นำอาเซียนอื่นๆ เพื่อกระชับความร่วมมือเศรษฐกิจและความมั่นคง
  • งานเลี้ยงอาหารค่ำในกรอบ BIMP-EAGA

การประชุมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาชายแดน แต่ยังเสริมสร้างบทบาทไทยในอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจ การค้า และการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน

ความสำคัญของการสร้าง Trust ระหว่างไทย-กัมพูชา

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นมรดกจากอดีตที่ต้องแก้ไขด้วยสันติวิธี การมีฟิลิปปินส์เป็นกลางช่วยให้การเจรจาโปร่งใสและเป็นธรรม รัฐบาลไทยภายใต้นายกฯ อนุทิน มุ่งเน้นกระบวนการทีละขั้นตอน เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ให้กลับมารุ่งเรือง เหมือนในอดีตที่เคยร่วมมือกันในโครงการเศรษฐกิจชายแดน

นอกจากนี้ การประชุมอาเซียนยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายโลกอย่างสงครามการค้า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และความมั่นคงทางไซเบอร์ ไทยสามารถนำประสบการณ์มาแบ่งปัน สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการถกไตรภาคีครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากทุกฝ่ายยึดหลักอาเซียน คือ การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และแก้ปัญหาด้วยฉันทามติ สุดท้ายแล้ว ประชาชนทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากความสงบสุขและการค้าที่ราบรื่น

ติดตามพัฒนาการข่าว นายกฯ เตรียมถกไตรภาคี “ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์” เคลียร์ปมชายแดน กับเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – นายกฯ เตรียมถกไตรภาคี “ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์” เคลียร์ปมชายแดน

อนุทินแถลงประชุมอาเซียน ปธน.ฟิลิปปินส์แสดงอาลัย

“อนุทิน” กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 วางแนวทางขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนเข้มแข็งและผลประโยชน์ของประชาชนในภูมิภาค ปธน.ฟิลิปปินส์ ร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ณ Conference Hall 2 ชั้น 3 ศูนย์ประชุม Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ (Plenary) โดยมีผู้นำและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน นายกรัฐมนตรีแคนาดา นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประธานคณะมนตรียุโรป และกรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าร่วม

ภายหลังเสร็จสิ้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น โดยการประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีการประชุมพหุภาคีครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ตลอดจนแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับติมอร์-เลสเต เป็นสมาชิกอาเซียน โดยไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเต ในการดำเนินการตามกระบวนการเข้าสู่อาเซียนต่อไป

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำบทบาทของอาเซียนในการเป็นเสาหลักของนโยบายต่างประเทศของไทย โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อผลักดันประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1. การสร้างประชาคมอาเซียนที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับประชาชน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน ทั้งอาชญากรรมทางไซเบอร์ การหลอกลวงทางออนไลน์ และการค้ามนุษย์ โดยไทยพร้อมทำงานกับประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับภัยคุกคามร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการปฏิบัติการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนจากมลพิษข้ามพรมแดน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาด ผ่านการเร่งเสริมศักยภาพของศูนย์อาเซียนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases: ACPHEED)

2. การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่อาเซียนสามารถลงนามในความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) ฉบับปรับปรุง และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับที่ 3 ได้ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้ พร้อมหวังว่าอาเซียนจะสามารถลงนามในกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ได้ภายในปีหน้า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการลงทุนในพลังงานสะอาด โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) รวมถึงการเงินสีเขียว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

3. การเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ โดยยึดมั่นต่อระบบที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับภาคีภายนอก ภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific: AOIP) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) ของอาเซียน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก ในฐานะพลังแห่งสันติภาพ ความมั่งคั่ง และความก้าวหน้า

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวยินดีต่อความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซียในปีนี้ และพร้อมสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการเป็นประธานอาเซียนปีหน้า ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนจะขับเคลื่อน “วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045” ร่วมกัน

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ ที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองเอกสารการประชุมสุดยอดอาเซียน จำนวน 16 ฉบับ และมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 (Chairman’s Statement of the 47th ASEAN Summit) จำนวน 1 ฉบับ หลังจากนั้น ผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ฉบับที่ 2

อนุทิน กล่าวถ้อยแถลงวงประชุมสุดยอดอาเซียน ปธน.ฟิลิปปินส์ ร่วมแสดงความอาลัยถวาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อไปว่า ในเวลา 10.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์) นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับ นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ (H.E. Mr. Ferdinand Romualdez Marcos Jr.) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง โดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของไทย ตนเองและครอบครัว ครั้งบิดาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้รับพระมหากรุณาฯ ให้เข้าเฝ้าฯ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและยินดีที่ได้พบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นมิตรและหุ้นส่วนสำคัญที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับไทย ไทยสนับสนุนฟิลิปปินส์ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียน ในปีหน้าด้วย โอกาสนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือ โดยเห็นพ้องในการส่งเสริมการค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ต้องการเห็นการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันด้วย รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวและ Medical Hub โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน.

อนุทินกล่าวถึงอะไรในการประชุมสุดยอดอาเซียน?

โดยสรุปแล้ว นายอนุทินได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในอาเซียนในด้านต่างๆ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และสันติภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาภูมิภาคของเราให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือต่อไป

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างประชาคมที่เข้มแข็งและมีความเจริญก้าวหน้า หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่กล่าวถึงในการประชุม สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – “อนุทิน” กล่าวถ้อยแถลงวงประชุมสุดยอดอาเซียน ปธน.ฟิลิปปินส์ ร่วมแสดงความอาลัยถวาย

Scroll to top