ประสบการณ์ทางการเมือง

นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ

นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยหนึ่งในรายชื่อที่หลายคนให้ความสนใจคือ “อ.วีระ ธีระภัทรานนท์” ซึ่งเข้ามานั่งในโควตาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งงานนี้ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแสดงทัศนะต่อเรื่องนี้อย่างน่าสนใจ

นายกฯ มองว่าการที่ นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ นั้นถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นผลดีต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง เพราะการพิจารณางบประมาณแผ่นดินเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความสำคัญสูง การได้ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบ จะทำให้การจัดสรรงบประมาณมีความโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน

ทำไมการตั้ง อ.วีระ ถึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

สำหรับคำถามที่ว่าทำไม นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ ถึงกลายเป็นข่าวใหญ่ เหตุผลสำคัญคือบุคลิกและบทบาทของ อ.วีระ ที่เป็นที่ทราบกันดีว่ามีความตรงไปตรงมา กล้าวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่างๆ อย่างแหลมคม ซึ่งในมุมของฝั่งบริหาร นายกฯ เองมองว่านี่คือตัวช่วยชั้นดีที่จะมาเติมเต็มในส่วนที่อาจมองข้ามไป เพื่อให้การใช้งบประมาณคุ้มค่าที่สุด

  • มีความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์สูงในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • กล้าตั้งคำถามและวิจารณ์ในจุดที่ควรปรับปรุง
  • เน้นย้ำถึงการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ติดตามการประชุมสภาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากภารกิจการทำงานที่ต่างประเทศ แต่ท่านก็ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า กระบวนการแต่งตั้งทั้งหมดเป็นไปตามกลไกของสภาฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ คือการขับเคลื่อนประเทศด้วยการดึงคนเก่งเข้ามาช่วยงานกรรมาธิการนั่นเอง

ในยุคที่การตรวจสอบงบประมาณมีความท้าทายมากขึ้น การได้คนที่มีความรอบรู้และไม่เกรงใจในสิ่งที่ควรวิจารณ์ ย่อมเป็นสัญญาณบวกของระบบรัฐสภาไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือช่วยให้งบประมาณปี 2570 ถูกนำไปใช้ได้ดีขึ้นเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นของการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน

ที่มา – นายกฯ มองตั้ง “อ.วีระ” นั่ง กมธ.งบฯ 70 ได้คนมีประสบการณ์ กล้าวิจารณ์ ช่วยรักษาประโยชน์ชาติ

ประวัติ สส.เดือน มนพร เจริญศรี รองประธานสภาฯ

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย กำลังเป็นข่าวร้อนในวงการเมืองไทยช่วงนี้! หลังจากสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ร่วมกับเพื่อไทย พลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ ชื่อของ ดร.มนพร เจริญศรี หรือที่ชาวนครพนมเรียกติดปากว่า สส.เดือน ก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย

ข่าวนี้เริ่มสะพัดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 หลังแบ่งโควตาตำแหน่งชัดเจนแล้ว ดร.มนพร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุดสำหรับเก้าอี้ดังกล่าว ก่อนหน้านี้เธอเคยให้สัมภาษณ์วันที่ 4 มีนาคม 2569 หลังรับหนังสือรายงานตัวที่ กกต. ว่า “ตกใจที่ชื่อตัวเองถูกพูดถึง ทางพรรคยังไม่พูดอะไรเรื่องตำแหน่ง” แต่กระแสข่าวแรงมาก!

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

ดร.มนพร เจริญศรี อายุ 60 ปี เกิดและเติบโตที่นครพนม พื้นฐานการศึกษาจากโรงเรียนสุนทรวิจิตรและนครพนมวิทยาคม จากนั้นเรียนเลขานุการที่วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ปริญญาตรีและโท สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ทำให้เธอมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านการเมืองและการสื่อสาร

ประวัติ สส.เดือน มนพร เจริญศรี

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย ยังรวมถึงประสบการณ์ยาวนานในวงการท้องถิ่น เธอเคยเป็นสมาชิกสภาอบต.นครพนม 2 สมัย รองนายก อบจ. 2 สมัย นายก อบจ. 1 สมัย ก่อนก้าวสู่ สส. 4 สมัยติด!

ผลงานเด่นในสภาและพรรค

  • โฆษกกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • โฆษกกรรมาธิการพุทธศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
  • เลขานุการกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค
  • รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย
  • เลขานุการวิปฝ่ายค้าน
  • ประธาน กพสจ.นครพนม

สส.เดือนเป็นที่รักของชาวบ้านเพราะอ่อนน้อม ซื่อสัตย์ ไม่เคยเปลี่ยนข้าง เน้นแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน สร้างงาน สร้างอาชีพ และช่วยเกษตรกรเรื่องราคาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เธอผลักดันประเด็นยาเสพติด ลดค่าครองชีพ และราคาพืชผลตกต่ำ

เส้นทางการเมือง สส.มนพร เจริญศรี

ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 เธอสู้กับคู่แข่งหนักอย่าง “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ จากภูมิใจไทยที่ยอมข้ามเขต แต่สส.เดือนรักษาแชมป์ได้ด้วยคะแนน 39,800 เสียง ชนะขาดลอยเกือบ 10,000 เสียง บวกคะแนนพรรคเพื่อไทยกว่า 50,000!

ปี 2566 ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เธอได้เป็น รมช.คมนาคม คนแรกที่เป็นหญิงจากนครพนม สร้างประวัติศาสตร์ ล่าสุดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ชนะขาดลอยอีกสมัย

ผลงาน สส.เดือน นครพนม

ด้วยประสบการณ์และความนิยมแบบนี้ การได้รองประธานสภาฯ คนที่ 2 จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นก้าวสำคัญของนักการเมืองหญิงจากอีสาน

ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! คุณคิดว่าสส.เดือนเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม?

ที่มา – ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย

“กรณ์” กลับ ปชป. ทำการเมืองให้ดีขึ้นเพื่อประชาชน

“กรณ์ จาติกวณิช” กลับพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทำการเมืองที่ดี แก้ปัญหาชาติ เผย ทีมบริหารใหม่ คละคนรุ่นเก่า-ใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว การกลับมาครั้งนี้มุ่งเน้นทำการเมืองให้ดีขึ้น

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 18 ต.ค. 2568 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาสู่พรรคที่ตนเริ่มต้นชีวิตทางการเมือง และเชื่อในศักยภาพของประเทศมาตลอดว่าชีวิตคนไทยต้องดีขึ้นได้ แต่การเมืองต้องดีขึ้น เพราะปัญหาใหญ่ๆ ต้องแก้ด้วยการเมือง ฉะนั้นเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะกลับมาเป็นการเมืองที่ดี ที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ตนจึงเป็นคนหนึ่งที่พร้อมที่จะกลับมามีส่วนร่วม ตนคิดว่า สิ่งที่เรามีคือ ประสบการณ์ แต่เราก็ตระหนักว่าคนที่เราขาดคือความรู้ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเลยตั้งใจว่าการกลับมาของเราครั้งนี้กลับมาเพื่อที่จะเป็นกำลังให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขับเคลื่อนพรรค แก้ปัญหาของประเทศตามความคาดหวังของประชาชน และความตั้งใจของเรา

การกลับมาของนายกรณ์สร้างความฮือฮาในวงการการเมือง และเป็นที่จับตามองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่ทิศทางใดของพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนคาดหวังว่าประสบการณ์และความสามารถของนายกรณ์ จะช่วยผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

“กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน

นายกรณ์ยังกล่าวอีกว่า ทีมบริหารใหม่จะเป็นการผสมผสานระหว่างคนที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ เพื่อให้พรรคมีความแข็งแกร่งและทันสมัย สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างรวดเร็ว

“วันนี้เราจะเห็นว่าจากโครงสร้างทีมบริหารที่จะเป็นการผสมผสานระหว่างคนที่มีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ แต่เพียงวันนี้ยังไม่พอ บอกได้เลยว่าจากวันนี้เป็นต้นไปเรามีความจำเป็นที่จะต้องเปิดรับ ทั้งในแง่ของผู้สมัครในอนาคต ทีมงาน ประชาชนที่มีความรู้ที่อาจจะมีข้อเสนอแนะ คำแนะนำที่ดีให้พรรค เราจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเปิดรับข้อคิดเห็นจากทุกๆคน และเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่าในแง่ความหลากหลาย ประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่ บวกกับความรู้ความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ เราสามารถที่จะทำให้การเมืองดีขึ้นไป และนำไปสู่โอกาสของประชาชนที่ดีขึ้นได้” นายกรณ์ กล่าว

เป้าหมายหลักคือทำการเมืองให้ดีขึ้นเพื่อประชาชน

การกลับมาของนายกรณ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองที่ดี และการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเป็นสำคัญ เขามองว่าการเมืองที่ดีเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน การที่นายกรณ์กลับมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะทำการเมืองให้ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และเป็นความหวังของหลาย ๆ คนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการการเมืองไทย

นอกจากนี้ นายกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาพรรค เขาตั้งใจที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนแปลง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ การผสมผสานประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าและความรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

การกลับมาของ “กรณ์ จาติกวณิช” ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงพรรคให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง การ **“กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน** นั้นเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

การเมืองไทยต้องการบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ การที่นายกรณ์ตัดสินใจกลับมาทำการเมืองอีกครั้ง ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

ดังนั้น การกลับมาของกรณ์ จาติกวณิช จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกลับมาสู่พรรคเดิม แต่เป็นการกลับมาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะ **ทำการเมืองให้ดีขึ้น** และแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “กรณ์” กลับ ปชป. พร้อมทำการเมืองให้ดีขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชน

Scroll to top