ปรากฏการณ์จันทรุปราคา

จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มี.ค. 2569

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวดาราศาสตร์สมัครเล่นทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ นะ นั่นคือ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ถ้าพลาดครั้งนี้ไป ต้องรออีกเกือบ 2 ปีเลยล่ะ! ใครที่ชอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะดวงจันทร์จะกลายเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เหมือนเลือดไหลงั้นแหละ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ

จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวกันตรงแนว โดยโลกอยู่ตรงกลาง บังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นเงาของโลกทับดวงจันทร์เต็มๆ สีแดงที่เห็นนั้นเกิดจากแสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงสีน้ำเงินกระเจิงไป เหลือแต่สีแดงส้มสวยงาม คนไทยโบราณเรียกว่าราหูอมจันทร์ น่ากลัวแต่จริงๆ แล้วโรแมนติกมาก!

บังเอิญสุดๆ เลยที่ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา ทำให้เป็นคืนที่ทั้งสวยและมีความหมาย เหมือนฟ้าประกาศเตือนให้เราทบทวนตัวเอง หลังจากนั้นต้องรอไปถึงคืนข้ามปี 31 ธ.ค. 2571 – 1 ม.ค. 2572 เลยนะ เกือบ 2 ปีเต็ม!

เวลาสังเกตการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569

ในประเทศไทย สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าเลย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์แพงๆ เริ่มตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. จันทร์จะเป็นสีแดงอิฐเต็มดวงนานถึง 39 นาที จนถึง 19:02 น. แล้วค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ปรากฏการณ์ทั้งหมดจาก 15:44 – 21:23 น. (เวลากรุงเทพ) สถานที่แนะนำคือพื้นที่โล่ง มองเห็นทิศตะวันออก เช่น ทุ่งนา ชายหาด หรือดาดฟ้าสูงๆ

ทำไมจันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ถึงหายาก?

แม้ดวงจันทร์เต็มดวงทุกเดือน แต่จันทรุปราคาเกิดไม่ทุกครั้ง เพราะวงโคจรดวงจันทร์เอียง 5 องศากับโลก ทำให้บางเดือนผ่านเหนือหรือใต้เงาโลกไปเฉยๆ โดยเฉลี่ยเกิดปีละ 2 ครั้ง แต่เต็มดวงแบบนี้ยิ่งน้อย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) คำนวณไว้แม่นยำ สามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ของเขา

  • เตรียมตัวยังไง: หาสถานที่มืดๆ หลีกเลี่ยงแสงเมือง
  • อุปกรณ์: กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์ดีๆ พร้อมขาตั้ง
  • อากาศ: เช็คพยากรณ์ ฟ้าต้องแจ่มใส
  • ครอบครัว: ชวนคนใกล้ชิดมาดูด้วย สร้างความทรงจำ
  • แอพช่วย: ดาวน์โหลด Stellarium หรือ SkySafari

นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดน่ารู้ เช่น ในบางวัฒนธรรมเชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุ แต่ทางวิทยาศาสตร์คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม ลองนึกภาพดวงจันทร์แดงฉานลอยเด่นบนท้องฟ้า คืนนั้นจะเป็นคืนที่คุณลืมไม่ลงแน่นอน

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือโอกาสทองในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะวันมาฆบูชาที่เน้นการเว้นร้าย ทำดี หลังดูจันทรุปราคา ลองทำบุญสักหน่อยนะ สร้างพลังบวกให้ตัวเอง

เรียกตัวจริง! อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุก 18:00 น. วันที่ 3 มี.ค. 2569 แล้วออกไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 กันเถอะ แชร์รูปสวยๆ มาให้ดูด้วยนะ!

ที่มา – จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 พลาดครั้งนี้ต้องรออีกเกือบ 2 ปี

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชมทั่วไทย

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นเต้นและหาดูได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา ชาวไทยทั่วประเทศสามารถชมได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2569 หรือ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐสวยงามขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา เกิดขึ้นเมื่อไหร่

ตามข้อมูลจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15:44 น. จนถึง 21:23 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก เวลา 15:44 น. แล้วเข้าสู่เงามืดเกิดคราสบางส่วน 16:50 น. ช่วงคราสเต็มดวงคือ 18:04 – 19:02 น. จากนั้นค่อยๆ ออกเว้าแหว่ง คราสบางส่วนสิ้นสุด 20:17 น. และพ้นเงามัว 21:23 น.

สำหรับคนไทย ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าเวลา 18:23 น. ซึ่งตรงกับช่วงคราสเต็มดวงพอดี จะเห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐชัดเจน สามารถดูได้ทั่วไทยนาน 39 นาที จนถึง 19:02 น. จากนั้นเป็นคราสบางส่วนและเงามัวตามลำดับ เวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามพื้นที่

ชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ได้ที่ไหนบ้าง

นอกจากไทยแล้ว ยังดูได้ในยุโรปตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก แอตแลนติก อินเดีย ขั้วโลกทั้งสอง แต่สำหรับไทย ชมได้ทุกที่ที่ท้องฟ้าโปร่ง

จันทรุปราคาเต็มดวงคืออะไร และเกิดเพราะเหตุใด

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวตรงแนว โลกอยู่กลางบังแสงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก สังเกตได้เฉพาะวันเพ็ญหรือข้างขึ้น 14-15 ค่ำ ดวงจันทร์จะเว้าแหว่งจนเต็มดวงหายไป แล้วค่อยกลับมา ชาวไทยโบราณเรียก “ราหูอมจันทร์”

เหตุผลที่ไม่เกิดทุกเดือนเพราะวงโคจรจันทร์เอียง 5 องศากับโลก ทำให้บางครั้งผ่านเหนือหรือใต้เงา จันทรุปราคาเกิดเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี แต่การมองเห็นขึ้นกับตำแหน่งโลก สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ

ครั้งนี้พิเศษเพราะตรงวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันระลึกถึงพระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์ 1,250 รูปที่รวมตัวเองโดยไม่นัดหมาย ทำให้ปรากฏการณ์นี้มีความหมายทั้งทางวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ

เคล็ดลับการชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา

  • เลือกจุดชมที่ท้องฟ้าโปร่ง เปิดโล่งทางทิศตะวันออก
  • ไปกับครอบครัวหรือเพื่อน หลังเวียนเทียนวันมาฆบูชา
  • ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพ หรือกล้องดูดาวเพื่อภาพชัด
  • หลีกเลี่ยงแสงเมืองเพื่อเห็นสีแดงชัด
  • ตรวจสภาพอากาศล่วงหน้า

NARIT จัด 5 จุดหลักฟรี: อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สงขลา เริ่ม 18:00-22:00 น. หรือดูไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบ NARIT

ปรากฏการณ์นี้เป็นโอกาสเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนาไทย สร้างความทรงจำ難忘 อย่าพลาด จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชวนคนใกล้ชิดไปชมด้วยกัน แล้วแบ่งปันภาพสวยๆ ในโซเชียล!

ที่มา – จันทรุปราคาเต็มดวง ตรงกับ 3 มีนาคม “วันมาฆบูชา” ชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม วันมาฆบูชา ชมฟรีทั่วไทย

เพื่อนๆ สายดาราศาสตร์และคนรักธรรมชาติห้ามพลาดเลยนะ! วันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา จะมีปรากฏการณ์สุด spectacular อย่าง จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม เกิดขึ้น สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศไทย ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐสวยงาม โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วงค่ำ ใครที่กำลังมองหาเหตุการณ์พิเศษในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้วล่ะ

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ตามประกาศจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.44 น. ไปจนถึง 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยช่วงไฮไลต์คือตอนดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง เวลา 18.04-19.02 น. สำหรับคนไทย เราจะเห็นดวงจันทร์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 18.23 น. ตรงช่วงคราสเต็มดวงพอดี สามารถชมได้นาน 39 นาที ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นคราสบางส่วน

ตารางเวลาจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม แบบละเอียด

  • 15.44 น.: ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก
  • 16.50 น.: เริ่มจันทรุปราคาบางส่วน
  • 18.04-19.02 น.: จันทรุปราคาเต็มดวง สีแดงอิฐสวยงาม
  • 20.17 น.: สิ้นสุดคราสบางส่วน
  • 21.23 น.: สิ้นสุดเงามัว

เวลาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามพื้นที่ต่างๆ แต่ทั่วไทยมองเห็นชัดเจน ไม่ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ด้วยซ้ำ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนมาปิกนิกดูดาวกัน

ทำไมจันทรุปราคาถึงเกิดขึ้น และสีแดงได้อย่างไร

จันทรุปราคาเกิดเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวตรงแนวเดียวกัน โดยโลกบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ไปถึงจันทร์ เงาของโลกมี 2 ชั้น คือเงามัวและเงามืด เมื่อจันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง แสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะทำให้จันทร์ดูเป็นสีแดงอิฐ เพราะแสงสีน้ำเงินถูกกรองออก เหลือแต่สีแดงส้ม สวยงามเหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์

คนไทยโบราณเรียกว่าราหูอมจันทร์ แต่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี เนื่องจากวงโคจรจันทร์เอียง 5 องศากับโลก จึงไม่เกิดทุกเดือน นักดาราศาสตร์คำนวณล่วงหน้าได้แม่นยำมาก

สถานที่ชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ได้ทั่วโลก

นอกจากไทยแล้ว ยังเห็นได้ในตะวันออกยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ-ใต้ มหาสมุทรต่างๆ และขั้วโลก ถ้าอยู่ไทย ลองไปจุดชมวิวอย่างเขาใหญ่ ดอยสุเทพ หรือชายหาดพัทยา ที่โล่งโปร่ง ไม่มีแสงรบกวน

  • ทิศตะวันออก: เหมาะที่สุดสำหรับไทย
  • หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ที่มีมลพิษแสง
  • เตรียมเสื่อนั่งและขนมปังปิ้ง

ความพิเศษของวันมาฆบูชากับจันทรุปราคา

วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ถือเป็นโอกาสดีที่ธรรมชาติจัดสรรปรากฏการณ์งดงามมาสอดคล้อง เหมือนสัญญาณให้เราหยุดมองฟ้า คิดถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ผสมผสานวิทยาศาสตร์และศาสนาได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ จันทรุปราคายังเป็นโอกาสศึกษาวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องวงโคจร ดาราศาสตร์พื้นฐาน ถ่ายรูปด้วยมือถือก็สวย ลองใช้แอปอย่าง Stellarium วางแผนตำแหน่งดวงจันทร์ได้

เคล็ดลับการชมจันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม ให้ได้ภาพปัง

  • เลือกสถานที่สูง มืดสนิท ไกลแสงไฟเมือง
  • ใช้ขาตั้งกล้องถ้าจะถ่ายวีดีโอ
  • แต่งตัวอุ่นๆ เพราะคืนนั้นอาจเย็น
  • เช็คสภาพอากาศล่วงหน้า
  • ชวนครอบครัวหรือเพื่อน ทำกิจกรรม bonding

ปรากฏการณ์แบบนี้หายากในรอบปี อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่เห็นกับตา มันจะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดชีวิต

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านเตรียมตัวไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม กันให้เต็มที่ แล้วแชร์ภาพและประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ เราอยากเห็นมุมมองของคุณ!

ที่มา – 3 มีนาคม เตรียมชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” วันมาฆบูชา มองเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไป

เปิดภาพ! จันทรุปราคาเต็มดวง เหนือฟ้าเมืองไทย

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยภาพปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือประเทศไทยที่สวยงาม ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เฝ้ารอชม

NARIT ได้บันทึกภาพลำดับเหตุการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แสดงให้เห็นการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ผ่านเงามืดของโลกได้อย่างชัดเจน เผยให้เห็นรูปทรงของเงาโลกที่ทาบทับลงบนดวงจันทร์

ภาพบันทึกแสดงให้เห็นช่วงเวลาตั้งแต่ 22:29 น. ของวันที่ 7 กันยายน เมื่อดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก ทำให้ความสว่างค่อยๆ ลดลง จากนั้นดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน และเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เวลา 00:31 ถึง 01:53 น. ของวันที่ 8 กันยายน รวมระยะเวลานานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาที

เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

ในช่วงเวลาที่เกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลก แสงสีน้ำเงินจะถูกกระเจิงออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า หักเหไปตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงสวยงาม

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกทอดไปบังดวงจันทร์

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาครั้งต่อไป

สำหรับใครที่พลาดชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจ เพราะปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 มีนาคม 2569 เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อชมความสวยงามของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้

นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน 2568 ยังมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ นั่นคือ ปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ในวันที่ 21 กันยายน 2568 อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามเหล่านี้

  • จันทรุปราคาเต็มดวง: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ทั้งดวงเคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลก
  • จันทรุปราคาบางส่วน: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามืดของโลกเพียงบางส่วน
  • จันทรุปราคาเงามัว: เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามัวของโลก ทำให้ความสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย

การชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ช่วยให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของจักรวาล และสร้างแรงบันดาลใจให้เราสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น อย่าพลาดโอกาสในการชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอนาคต

การที่ NARIT บันทึกภาพและเผยแพร่ภาพเหล่านี้ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีโอกาสได้ชมด้วยตาตัวเอง สามารถรับชมความสวยงามของปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ได้อย่างใกล้ชิด เป็นการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในด้านดาราศาสตร์ให้กับสังคม

ที่มา – เปิดภาพลำดับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือฟ้าเมืองไทย

7-8 ก.ย.นี้ ชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือไทย

เตรียมตัวให้พร้อม! คืนวันที่ 7-8 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะได้ชมปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ที่ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอิฐ หรือที่เรียกกันว่า พระจันทร์สีเลือด สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศยาวนานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาที นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ 3 ปีเลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ประกาศข่าวดีว่า ในคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 จะเกิดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เหนือท้องฟ้าประเทศไทย โดยดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีส้มอิฐ ตั้งแต่เวลา 00:31 – 01:53 น. (ตามเวลาในกรุงเทพฯ) รวมระยะเวลา 1 ชั่วโมง 22 นาทีเต็มๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย หรือหากไม่สะดวกก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและยูทูบของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้เช่นกัน

ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” คืออะไร?

ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เท่านั้น ในขณะที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก ผู้สังเกตการณ์บนโลกก็จะมองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆ เว้าแหว่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง และเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ออกจากเงามืดของโลกก็จะเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งอีกครั้ง ซึ่งคนไทยในสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ราหูอมจันทร์” นั่นเอง

ลำดับการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง 8 กันยายน 2568

  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว: 7 กันยายน 2568 เวลา 22:29 น.
  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน: 7 กันยายน 2568 เวลา 23:27 น.
  • เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง: 8 กันยายน 2568 เวลา 00:31 น.
  • กึ่งกลางคราส: 8 กันยายน 2568 เวลา 01:12 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง: 8 กันยายน 2568 เวลา 01:53 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน: 8 กันยายน 2568 เวลา 02:57 น.
  • สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว: 8 กันยายน 2568 เวลา 03:55 น.

การเกิด “จันทรุปราคาเต็มดวง” ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของประเทศไทย นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2565 นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลกที่สามารถสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ เช่น ทวีปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา บางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ รวมถึงมหาสมุทรต่างๆ อีกด้วย

ทำไมดวงจันทร์ถึงกลายเป็นสีแดงอิฐในช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง”? คำตอบก็คือ ในระหว่างที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศของโลกจะเกิดการกระเจิง โดยแสงสีฟ้าและความยาวคลื่นสั้นจะถูกกรองออกไป ทำให้เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่า ซึ่งจะหักเหไปตกกระทบกับดวงจันทร์และสะท้อนกลับมายังโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ หรือที่เรียกกันว่า “Blood Moon” นั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจรับชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และช่องยูทูบ NARIT Thailand ได้ตลอดระยะเวลาการเกิดปรากฏการณ์ ตั้งแต่เวลา 22:29 น. เป็นต้นไป อย่าพลาดโอกาสชมความสวยงามของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หาชมได้ยากนี้นะครับ!

ที่มา – คืน 7-8 ก.ย. นี้ รอชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” พระจันทร์สีเลือด เหนือฟ้าเมืองไทย

Scroll to top