ปัญหาความมั่นคง

เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ

เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานระดับสูงอย่าง สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในสถานการณ์ที่เปราะบางปัจจุบัน โดย นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานกำลังทำงานในลักษณะปล่อยตัวตามสบาย ท่ามกลางปัญหาความมั่นคงที่รุมเร้าทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพื้นที่ชายแดนใต้

นายฉัตรชัยยืนยันว่า เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ โดยอธิบายว่างานด้านความมั่นคงไม่ใช่สิ่งที่สามารถป่าวประกาศรายละเอียดทั้งหมดต่อสาธารณะได้ เนื่องด้วยผลกระทบที่อาจเกิดกับคู่ขัดแย้งหรือกลุ่มผู้แสวงประโยชน์ การขับเคลื่อนงานในยุครัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นไปอย่างเข้มข้นภายใต้ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไม่ใช่การทำงานแบบชิลอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

เจาะลึกสถานการณ์ชายแดนและความละเอียดอ่อนของภารกิจ

สำหรับการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา สมช. ได้ยึดแนวทางที่รอบคอบและเป็นระบบ ดังนี้:

  • การป้องกันอธิปไตย: มีการเตรียมพร้อมทั้งด้านการทหารและการทูตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ
  • การบริหารจัดการชายแดน: มุ่งเน้นการควบคุมกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป
  • การประชุมติดตามงาน: มีการประชุมเชิงยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้น เช่น ในปี 2568 ที่ผ่านมามีการประชุมถึง 18 ครั้ง เพื่อกำกับทิศทางให้เป็นไปตามเป้าหมายเดียวกัน

ในส่วนของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายฉัตรชัยย้ำว่านี่คือประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดเรื่องหนึ่ง เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ และทางหน่วยงานได้น้อมนำยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้โดยเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขผ่านคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปแล้ว การทำงานระดับมหภาคภายใต้ความกดดันของสถานการณ์โลกและระดับภูมิภาคจำเป็นต้องอาศัย “ความเงียบ” ในบางจังหวะเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องช่วยกันหนุนเสริมให้การแก้ปัญหาความมั่นคงของไทยมีความยั่งยืนและราบรื่นยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

ที่มา – เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ

“อนุทิน” สยบข่าวชิงยุบสภา ขอให้เชื่อมั่น

“นายกฯ อนุทิน” แถลงการณ์สยบข่าวชิงยุบสภา รู้ตัวเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เดินหน้าตาม MOA ภายใน 120 วัน ไม่จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน พร้อมแจงซักฟอก ย้ำปัญหาสแกมเมอร์มีมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกแถลงการณ์ถึงประเด็นการชิงยุบสภา หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขอยืนยันในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากข้อตกลงกับพรรคประชาชน ว่า จะยุบสภาภายใน 120 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 31 มกราคม 2569

ขณะเดียวกัน ขอเรียนย้ำว่า ข้อตกลงที่ทำกับพรรคประชาชน มีสาระสำคัญคือ

  1. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
  2. จัดให้มีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในครั้งถัดไป
  3. ยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบาย
  4. พรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำการทำงานของรัฐบาล ซึ่งผมยอมรับบทบาท และการตรวจสอบของพรรคประชาชน และยินดีชี้แจง

ทั้งนี้ รัฐบาลในห้วงเวลา 120 วัน มีภารกิจสำคัญ 3 ประการ คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ, จัดทำประชามติ และยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราจะทำให้ครบ และเมื่อทำ 2 ภารกิจแรกสำเร็จแล้วก็จะยุบสภา ซึ่งจะไม่เกินเวลา 120 วัน ตามที่ตกลงกันไว้กับพรรคประชาชน

เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว ในห้วงเวลา 120 วันก่อนจะไปสู่การยุบสภา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน ของประเทศ 4 เรื่อง คือ 1) ปัญหาเศรษฐกิจ 2) ปัญหาความมั่นคง 3) ปัญหาภัยธรรมชาติ และ 4) ปัญหาภัยสังคม ยาเสพติด ฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาทำงาน ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา รัฐบาลนี้ ไม่สามารถวางแผนทำงานเกินกว่า 4 เดือนได้ ขอย้ำว่ารัฐบาลนี้มาแก้ปัญหาที่สะสมต่อเนื่องกันมายาวนาน ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ มีมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ รัฐบาลไม่ได้สร้างปัญหา แต่มาแก้ปัญหา เช่นเดียวกับการมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา จนเป็นที่มาของนโยบายลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน แก้หนี้รายย่อย สุขกายสบายกระเป๋า

“ผมรู้ตัวตลอดเวลาว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดังนั้น หากมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง รัฐบาลย่อมไม่มีทางที่จะมีเสียงสนับสนุนมากกว่า รัฐบาลก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงกับพรรคประชาชน แต่ถ้าเป็นการยื่นญัตติเปิดอภิปรายเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน ผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น จัดเวทีประชุมหรือมาพูดคุยหารือกันในลักษณะแบบนี้ได้ทั้งนั้น”

นายอยุทิน ระบุต่อไปว่า หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อมาเป็นรัฐบาลต้องพร้อมชี้แจง แม้ว่าจะมีในข้อตกลงหรือไม่มีก็ตาม พร้อมย้ำรัฐบาลพร้อมชี้แจง และไม่เคยคิดที่จะจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน แต่เราจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วที่สุดตามกรอบเวลาที่กำหนด จากนั้นจะยุบสภา

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาตนได้เชิญ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ แต่ยังไม่ได้พบกัน เพราะเวลาไม่ตรงกัน วันที่ 14 หน่วยงานมาแถลงข่าวร่วมกัน ก็เชิญท่านมาพูดคุยกันก่อนด้วย แต่ท่านมีภารกิจจึงไม่ได้มา แต่คิดว่าน่าจะมีเวลาตรงกันและมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ขอให้พรรคประชาชนที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลนี้ และประชาชนที่กำลังรอการเลือกตั้งใหม่ เชื่อมั่นได้ว่าผมในฐานะนายกรัฐมนตรี จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนทุกประการตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว”

“อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่น สยบข่าวชิงยุบสภา

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงในช่วงนี้ หลายคนอาจกังวลใจเกี่ยวกับการสยบข่าวชิงยุบสภา “อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่นทำตาม MOA ไม่จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน ล่าสุดนายกรัฐมนตรีอนุทินได้ออกมาแถลงการณ์เพื่อคลายความกังวล โดยยืนยันว่าจะทำตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้กับพรรคประชาชน

อนาคตการเมืองไทย: สยบข่าวชิงยุบสภา “อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่น

การออกมาให้ความมั่นใจของนายกฯ อนุทินในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงความตั้งใจที่จะนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่สำคัญ พรรคประชาชนมีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และพร้อมที่จะให้คำแนะนำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

สำหรับประชาชนที่กำลังรอคอยการเลือกตั้งครั้งใหม่ การออกมาสยบข่าวชิงยุบสภา “อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่นทำตาม MOA ไม่จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน ของนายกฯ อนุทิน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือประชาชนทุกคน ต่างก็มีบทบาทในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศของเรา

การออกมาแถลงการณ์สยบข่าวชิงยุบสภา “อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่นทำตาม MOA ไม่จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ มาร่วมกันจับตาดูอนาคตการเมืองไทย และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติของเรา

ที่มา – สยบข่าวชิงยุบสภา “อนุทิน” ขอให้เชื่อมั่นทำตาม MOA ไม่จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน

Scroll to top