ผู้นําสูงสุดอิหร่าน

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่กำลังเขย่าความมั่นคงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ยืนหยัดมา 47 ปีแล้วนะครับ

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? นี้คือแผนลับเพื่อถอนรากถอนโคนโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่กำจัดคนคนเดียว ไตรตา พาร์ซี จาก Quincy Institute ในวอชิงตัน บอกว่าอิสราเอลเห็นโอกาสทองในการปิดฉากยุคสาธารณรัฐอิสลามจากเหตุการณ์นี้

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

ถึงคาเมเนอีอาจไม่ได้สั่งการทางทหารทุกวัน แต่สัญลักษณ์ของเขาคือหัวใจหลัก พาร์ซีชี้ว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลหวังให้แรงกระแทกนี้ทำให้ระบอบแตกหักจากภายใน ไม่ว่าจะจากกองทัพหรือประชาชนลุกฮือ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์เลยว่ามันคือโอกาสให้ชาวอิหร่านได้ประเทศคืน!

ทางเลือกที่สหรัฐฯ คาดหวังคือ 1) ประชาชนโค่นล้มระบอบศาสนาธิปไตย หรือ 2) ผู้นำใหม่จากระบบเดิมแต่ยอมประนีประนอมมากขึ้น แต่พาร์ซีสงสัยเพราะอิหร่านเคยเสนอนิวเคลียร์ดีกว่ายุคโอบามา แต่สหรัฐฯ ยังเลือกเผชิญหน้า แสดงว่าต้องการยอมจำนนเต็มตัว

เป้าหมายการสังหารลึกซึ้งแค่ไหน

เอยาล มายรอซ จาก University of Sydney บอกว่าการเปลี่ยนระบอบด้วยอากาศยานอย่างเดียวแทบเป็นไปไม่ได้ ชะตาอิหร่านขึ้นกับกลุ่มภายใน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่แข็งแกร่งสุด

ความเสี่ยงลุกลามทั่วภูมิภาค

คาเมเนอีไม่ใช่แค่ผู้นำอิหร่าน แต่เป็นผู้นำชีอะห์ที่มีอิทธิพลในเลบานอน อิรัก บาห์เรน ซาอุฯ UAE และปากีสถาน การสังหารนี้อาจจุดไฟกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และพันธมิตร หลังเหตุการณ์ 24 ชม. อิหร่านยิงฐานสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นเส้นแดงใหม่ คาดว่าความรุนแรงจะยกระดับ

ใครจะสืบทอดอำนาจหลังสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”

CIA ประเมินว่าผู้สืบทอดจากสายแข็ง IRGC แต่กระบวนการลับสุดๆ อาจเป็นบุคคลเดียหรือคณะตามรัฐธรรมนูญ ขณะเจรจานิวเคลียร์ อิหร่านผ่อนปรน แต่ผู้นำใหม่อาจแข็งกร้าวกว่า

  • Mojtaba Khamenei: ลูกชายคาเมเนอี ผู้ใกล้ชิดระบบ
  • Ebrahim Raisi: ประธานศาลฎีกา สายอนุรักษ์นิยม
  • IRGC Generals: กลุ่มทหารที่ควบคุมจริง

คำถามใหญ่: สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? จะล้มระบอบหรือทำให้แข็งแกร่งขึ้น? ถ้า IRGC ครองเต็ม อิหร่านอาจกลายเป็นรัฐทหาร ความสัมพันธ์ตะวันตกยิ่งห่าง

เหตุการณ์นี้เขย่าสมดุลตะวันออกกลาง อาจกำหนดอนาคตหลายทศวรรษ ในมุมผม มันคือจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนที่โลกต้องจับตา คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง หรือคลิกอ่านข่าวอิหร่านเพิ่มเติมเพื่ออัพเดท!

ที่มา – สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สื่อเผย! ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิต กองทัพลั่นล้างแค้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักอ่านข่าวต่างประเทศ วันนี้มีข่าวร้อนฉ่าเลยทีเดียว เมื่อสื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพักอย่างน่าตกใจ หลังจากเกิดการโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ข่าวนี้ทำให้โลกทั้งใบสั่นสะเทือน เพราะอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี คือหัวใจสำคัญของระบอบอิสลามในอิหร่านมานานกว่า 30 ปี มาดูรายละเอียดกันครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก

สำนักข่าวทางการของอิหร่านอย่าง Fars News Agency รายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานส่วนตัวภายในเขตบ้านพักผู้นำ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะรานใกล้กับมหาวิทยาลัยสำคัญ ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัท Airbus ชัดเจนมาก แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ และอาคารหลายหลังเสียหายหนักจากการโจมตีแบบกะทันหัน บ้านพักแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจหลักของผู้นำระบอบศาสนาธิปไตย

การโจมตีเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ข่าวผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตนี้ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ สร้างความโศกสลดให้ประชาชนอิหร่านทันที

ผู้ประกาศข่าวหลั่งน้ำตา รัฐบาลประกาศไว้อาลัย

ภาพที่สะเทือนใจที่สุดคือผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์อิหร่านคนหนึ่งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะอ่านแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำ รัฐบาลอิหร่านสั่งไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วันตามประเพณีอิสลาม ซึ่งแสดงถึงความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของชาติ

กองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

ไม่นานหลังยืนยันข่าว กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารชั้นนำของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้แบบสุดโต่ง พวกเขาระบุว่า “ปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ต่อดินแดนที่ถูกยึดครองและฐานทัพของผู้ก่อการร้ายอเมริกัน” คำขู่ตรงนี้ชี้เป้าสหรัฐและอิสราเอลอย่างชัดเจน

ปฏิกิริยาจากหน่วยงานสำคัญของอิหร่าน

  • รัฐบาลอิหร่าน: ประกาศว่า “อาชญากรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม”
  • สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC): ระบุว่าการโจมตีนี้จะจุดชนวนการลุกฮือครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับผู้กดขี่ทั่วโลก พร้อมย้ำว่าอิหร่านและพันธมิตรจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ครับ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1989 หลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ คูเมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม เขาอายุ 85 ปี และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส และฮูธี

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอลรุนแรงมานาน ตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านปี 1979 สหรัฐเคยสังหารนายพลกassem Soleimani ในปี 2020 และล่าสุดการโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการยกระดับอีกขั้น เหตุการณ์ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตอาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเลบานอน ซีเรีย และเยเมน

ตอนนี้คำถามสำคัญคือ ใครจะมาเป็นผู้นำคนต่อไป? ตามรัฐธรรมนูญ สภาผู้เชี่ยวชาญจะเลือกจากมารยาทศาสน์ชั้นนำ บางกระแสคาดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคาเมเนอีอย่าง Mojtaba Khamenei หรือบุคคลอื่นใน IRGC แต่ไม่ว่าจะใคร สถานการณ์น่าจะตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจจุดชนวนไฟสงครามใหญ่ในภูมิภาค คุณคิดว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร? หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเริ่มจากตรงนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมกด share แจ้งเตือนเพื่อติดตามอัพเดทข่าวต่างประเทศร้อนๆ แบบนี้!

ที่มา – สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ผู้ปกครองประเทศมานานหลายทศวรรษ ท่ามกลางข่าวลือจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่อ้างว่าเขาถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญคนนี้แบบละเอียดยิบ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ

คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คือใคร

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หรือที่รู้จักกันในชื่อ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2482 ที่เมืองมัชฮัด เมืองศาสนาหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เขาเป็นบุตรชายของนักวิชาการทางศาสนา ทำให้เติบโตมาในครอบครัวที่มีรากฐานมั่นคงในวงการศาสนานิกายชีอะห์ ตั้งแต่อายุยังน้อย คาเมเนอี就开始เข้าร่วมขบวนการต่อต้านชาห์โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในปี พ.ศ. 2505 โดยสนับสนุนอยาตอลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม

เส้นทางสู่การเป็นผู้นำสูงสุด

หลังการปฏิวัติอิสลามสำเร็จในปี พ.ศ. 2522 คาเมเนอี ได้รับบทบาทสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และมีส่วนก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารหลักของอิหร่านในปัจจุบัน เมื่อโคมัยนีเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2532 สมัชชาผู้เชี่ยวชาญก็เลือกคาเมเนอีให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้ตอนนั้นเขาจะยังไม่ใช่ “มหาอยาตอลเลาะห์” ตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขให้ผู้นำสูงสุดต้องมี “ภูมิธรรมทางวิชาการอิสลาม” ซึ่งคาเมเนอีตอบโจทย์ ทำให้เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นอยาตอลเลาะห์ทันที นับจากนั้น คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ก็ครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งการเมือง กองทัพ และศาสนา

นโยบายและจุดยืนของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

ตลอดการปกครองกว่า 30 ปี คาเมเนอีแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เขาเรียกว่า “ปีศาจใหญ่” เขาปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด รวมถึงการใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วง เช่น ในเหตุการณ์ Green Movement ปี 2552

ในด้านต่างประเทศ คาเมเนอีสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่าง حزب‌اللهในเลบานอน และฮูธีในเยเมน รวมถึงเรียกร้องให้ “กวาดล้าง” รัฐอิสราเอลบ่อยครั้ง เขายังเคยตั้งคำถามถึงความจริงของ Holocaust ในที่สาธารณะ ทำให้ความสัมพันธ์กับอิสราเอลและสหรัฐฯ ตึงเครียดสุดขีด ข่าวลือการถูกสังหารล่าสุดจากผู้นำทั้งสองชาตินี้ จึงยิ่งจุดชนวนความขัดแย้ง

ชีวิตส่วนตัวและมรดก

คาเมเนอีมีบุตร 6 คน และเห็นประธานาธิบดีอิหร่านถึง 7 คนแล้ว ตั้งแต่ฮะซาน โรฮานี ไปจนถึงอิบราฮิม ไรซี เขายังคงมีอิทธิพลสูงสุดเหนือรัฐบาลพลเรือน ชีวิตส่วนตัวของเขาค่อนข้างเรียบง่าย หลีกเลี่ยงสื่อตะวันตก

  • เกิด: พ.ศ. 2482 ที่มัชฮัด
  • ขึ้นสู่อำนาจ: พ.ศ. 2532
  • กองกำลังหลัก: IRGC
  • จุดยืน: ต่อต้านสหรัฐฯ-อิสราเอล
  • ครอบครัว: บุตร 6 คน

นอกจากนี้ คาเมเนอียังมีบทบาทในการเจรจานิวเคลียร์ JCPOA แต่สุดท้ายถอนตัว ทำให้เกิดการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

สถานการณ์ข่าวการเสียชีวิตของ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์สงครามข้อมูล หากเป็นจริง อาจนำไปสู่ความโกลาหลในตะวันออกกลาง ผู้สืบทอดคือใครยังเป็นปริศนา ลองคิดดูสิ ถ้าคาเมเนอีไม่อยู่ อิหร่านจะเปลี่ยนทิศทางหรือไม่?

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ในเหตุการณ์ที่สะเทือนโลกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว หลังจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล นี่คือข่าวที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก ทำให้หลายฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุชัดเจนว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตแล้ว ข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

เนื้อหาข้อความจากทรัมป์แบบเต็มๆ

ทรัมป์เขียนว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ยังรวมถึงชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ถูกสังหารหรือทำให้พิการโดยคาเมเนอีและแก๊งอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบหนีหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ล้ำสมัยของเราได้ และจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีสิ่งใดที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงโอกาสสำหรับชาวอิหร่านในการทวงคืนประเทศ โดยชี้ว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองทัพ และกองกำลังความมั่นคงต่างๆ กำลังมองหาการคุ้มครองจากสหรัฐฯ เขาเตือนว่า “ตอนนี้พวกเขาสามารถรับการคุ้มครองได้ แต่ในภายหลังพวกเขาจะได้รับเพียงความตายเท่านั้น!”

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลัง ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

  • โอกาสเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่าน: ชาวอิหร่านอาจลุกขึ้นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
  • การตอบโต้จากกลุ่ม IRGC: อาจเกิดความแตกแยกภายใน
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจเสริมสร้างอิทธิพลมากขึ้น
  • ปฏิกิริยาจากนานาชาติ: จีนและรัสเซียอาจประณามการโจมตีนี้

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ IRGC และตำรวจรวมตัวกับผู้รักชาติชาวอิหร่านอย่างสันติ เพื่อนำพาประเทศกลับสู่ความยิ่งใหญ่ โดยระบุว่าการทิ้งระเบิดจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ข้อความปิดท้ายด้วย “ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในภูมิภาค แต่ยังจุดประกายความหวังให้กับประชาชนอิหร่านที่เบื่อหน่ายกับการปกครองแบบเผด็จการมานาน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการต่อต้านระบอบอิสลามิสต์สุดโต่ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียด การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าภัยคุกคามทั้งหมดถูกกำจัด สิ่งนี้จะนำไปสู่สันติภาพถาวรหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในโลกการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว นี่คือประเด็นร้อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเชื่อว่าอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ NBC News ทรัมป์ตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวที่แพร่สะพัด โดยระบุว่า “ผมได้พูดคุยกับหลายคนแล้ว เราเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” และเสริมว่า “ผู้นำจำนวนมากของพวกเขาก็ถูกสังหารเช่นกัน” คำกล่าวนี้สอดคล้องกับที่เขาบอกกับ ABC News ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่าน “ประสบความสำเร็จแล้ว”

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว: รายละเอียดคำพูด

ราเชล สก็อตต์ ผู้สื่อข่าวการเมืองอาวุโสของ ABC News เล่าว่า ทรัมป์เพิ่งบอกเธอว่าเขา “เชื่อว่า” ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตแล้ว เมื่อถูกถามว่าทราบ “อย่างแน่ชัด” หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่อยากพูดอะไรอย่างแน่ชัดจนกว่าผมจะเห็นข้อมูลด้วยตัวเอง แต่เราเชื่อว่าเขาเสียชีวิตแล้ว” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “และผู้นำส่วนใหญ่ของพวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่ใช่แค่จากสถานที่แห่งเดียว แต่จากสถานที่อีก 2 แห่งที่เราโจมตีด้วย เราได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเราจึงคิดว่าผู้นำส่วนใหญ่หายไปแล้ว”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดสูงในตะวันออกกลาง ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่าน เพื่อตอบโต้การกระทำก่อการร้ายและโครงการนิวเคลียร์ อายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานนับทศวรรษ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศและทหารของอิหร่าน หากข่าวนี้เป็นจริง จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างอำนาจในอิหร่านและภูมิภาค

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเน้นย้ำถึงความสำเร็จของปฏิบัติการ โดยชี้ว่าข้อมูลข่าวกรองจากหลายแหล่งยืนยันการสูญเสียของผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายคน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและนักการเมืองสำคัญ สิ่งนี้สะท้อนนโยบายแข็งกร้าวของทรัมป์ต่ออิหร่านตั้งแต่สมัยแรกที่เขาดำรงตำแหน่ง

  • ทรัมป์ยืนยันข้อมูลจากการโจมตี 3 จุดหลัก
  • ผู้นำอิหร่านหลายคนถูกกำจัด
  • ปฏิบัติการประสบความสำเร็จตามข้อมูลข่าวกรอง
  • ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หาก ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว เป็นความจริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำคนใหม่ในอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น กลุ่มกองกำลังตัวแทนอย่างฮูติในเยเมนหรือเฮซโบลลาห์ในเลบานอน อาจตอบโต้อย่างรุนแรง สหรัฐฯ จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือ

ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้าสหรัฐฯ-อิหร่านย้อนไปไกล ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จนถึงการสังหารพลเอกกาเซม สุไลมานีในปี 2020 ซึ่งทรัมป์สั่งการเอง ปฏิบัติการครั้งล่าสุดนี้จึงเป็นจุดสูงสุดของความขัดแย้ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การตายของคาเมเนอีอาจเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาสันติภาพใหม่ หากรัฐบาลอิหร่านชุดใหม่แสดงท่าทีเปิดกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมในอิหร่านที่อาจยืดเยื้อความขัดแย้ง

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด สถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลและสื่อต่างประเทศเลยนะครับ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาแฉแบบนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองดีกว่า

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 หรือตามปฏิทินไทยคือปีหน้า นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า “มีสัญญาณหลายอย่าง” ที่บ่งบอกว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” เขายังพูดถึงการทำลายสถานที่ทำการของคาเมเนอี และบอกว่าปฏิบัติการนี้ต้องใช้ความอดทน และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ

เนทันยาฮูยังมั่นใจด้วยนะครับว่า “สงครามครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” แต่ยังไม่ยืนยันชัดๆ ว่าคาเมเนอีถูกสังหารจริงๆ เหมือนเป็นการโยนหินถามทางให้อิหร่านตอบสนอง

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่อิหร่านก็รีบออกมาปฏิเสธทันทีครับ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกกับ NBC ว่า คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังมีชีวิตอยู่ดี แม้ว่าอิหร่านจะยังไม่ออกวิดีโอยืนยันตัวตนของคาเมเนอีตั้งแต่เริ่มโจมตีก็ตาม

ต่อมา นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน ยืนยันกับ ABC News ว่า ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุด “ปลอดภัยดี” และระบบรัฐบาลยังทำงานปกติ เหมือนเป็นการสวนกลับแบบตรงๆ ให้เนทันยาฮู

  • สัญญาณที่เนทันยาฮูพูดถึงคืออะไร? ยังไม่ชัดเจน แต่ CNN รายงานว่าคาเมเนอีเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีระลอกแรก
  • อิสราเอลยังไม่ยืนยันการตาย แต่แหล่งข่าวบอกว่ายังตรวจสอบอยู่
  • ไม่มีวิดีโอใหม่จากคาเมเนอี ทำให้เกิดความสงสัย

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ นะครับ อิสราเอลกับอิหร่านมีปัญหามานาน ทั้งเรื่องนิวเคลียร์ โปรksi กลุ่มอย่างฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเงาที่รุนแรงขึ้น ถ้าคาเมเนอีตายจริง อาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลางเลย

หลายคนวิเคราะห์ว่า เนทันยาฮูอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อกดดันอิหร่าน หรือสร้างโมเมนตัมในประเทศตัวเองที่กำลังเผชิญปัญหาการเมืองภายใน แต่ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ สถานการณ์ก็ตึงเครียดสุดๆ

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานถึงการโจมตีที่อิสราเอลทำลายฐานที่มั่นของอิหร่าน ทำให้เกิดคำถามว่าสงครามจะลุกลามไปถึงไหน

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองดู timeline สรุปนะครับ:

  • เช้าวันเสาร์: อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมคาเมเนอี
  • ค่ำวันเสาร์: เนทันยาฮูแถลง เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว
  • ทันที: อิหร่านปฏิเสธ ยืนยันปลอดภัย

สุดท้ายแล้ว สถานการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ การเมืองโลกมันซับซ้อนจริงๆ คุณคิดว่าคาเมเนอีตายจริงมั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ทรัมป์เชื่อบรรลุข้อตกลง

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ทรัมป์เชื่อบรรลุข้อตกลง เป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามองในช่วงนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มการพูดคุยทางอ้อมที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาทางออกให้กับข้อพิพาทโครงการนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจสองฝ่ายนี้ ทำให้หลายคนหวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ทรัมป์เชื่อบรรลุข้อตกลง

การเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีโอมานเป็นตัวกลางสำคัญ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเรด คุชเนอร์ จากฝั่งสหรัฐฯ เข้าร่วมพูดคุยกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่าอิหร่านไม่อยากเผชิญผลที่ตามมา หากไม่ยอมทำข้อตกลง เขากล่าวกับสื่อบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วันว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการผลที่ตามมาจากการไม่ทำข้อตกลง เราอาจจะมีข้อตกลงได้ แทนที่จะต้องส่งเครื่องบิน B-2 ไปทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของพวกเขา”

背景ตึงเครียดก่อนสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีทางอากาศโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ส่งกองเรือรบไปยังอ่าวเปอร์เซียเพื่อกดดัน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบหากถูกโจมตี

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ออกมาเตือนกร้าวว่า สหรัฐฯ จะล้มเหลวในการโค่นล้มรัฐบาลของเขา “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่ากองทัพของพวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกบางครั้งก็อาจถูกตบหน้าแรงจนลุกไม่ขึ้น” สื่ออิหร่านรายงานหลังการเจรจาเริ่มต้น

  • จุดยืนสหรัฐฯ: ต้องการข้อจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอย่างจริงจัง
  • จุดยืนอิหร่าน: ยินดีคุยเรื่องนิวเคลียร์เท่านั้น ไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง และไม่พูดถึงขีปนาวุธ
  • บทบาทตัวกลาง: โอมานช่วยประสาน สร้างโอกาสให้ทั้งสองฝ่าย

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวที่บูดาเปสต์ว่า “เป็นเรื่องยากที่จะทำข้อตกลงกับอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ยินดีที่จะพยายาม” วอชิงตันหวังขยายขอบเขตเจรจาให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่เตหะรานยืนกรานเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์

โอกาสสำเร็จและความเสี่ยง

เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ความสำเร็จขึ้นอยู่กับข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลจากสหรัฐฯ และการยกเลิก санкцииเศรษฐกิจที่กระทบหนัก หากสำเร็จ จะช่วยลดความตึงเครียด ลดราคาน้ำมันโลก และเปิดทางสันติภาพ แต่หากล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่ไม่มีใครต้องการ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่านว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่การเจรจาครั้งนี้โฟกัสที่นิวเคลียร์เป็นหลัก สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ทรัมป์เชื่อบรรลุข้อตกลง จึงเป็นก้าวสำคัญที่โลกต้องจับตา

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจาครั้งนี้มีโอกาสสูงเพราะทั้งสองฝ่ายต่างหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ ทรัมป์ที่เน้นดีลเมกเกอร์น่าจะผลักดันให้สำเร็จ คุณคิดอย่างไร? คิดว่าสหรัฐฯ-อิหร่านจะตกลงกันได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!

ที่มา – สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา ทรัมป์เชื่อบรรลุข้อตกลง

Scroll to top