ฝนตก

พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงนี้หลายคนอาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าท้องฟ้ามืดครึ้มและฝนตกหนักผิดปกตินะครับ วันนี้เรามีอัปเดตล่าสุดจากทางกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้ออกประกาศฉบับที่ 8 เพื่อแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนครับ

พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก

แม้ว่าเส้นทางเดินพายุจะไม่ได้มุ่งตรงเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่นี่คือสิ่งที่น่ากังวลเพราะอิทธิพลของพายุไมสัก ผสมกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาว รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยเราได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออกครับ

เตรียมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

สำหรับพี่น้องที่อยู่ตามพื้นที่เสี่ยงภัย หรือต้องเดินทางในช่วงเวลานี้ ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ สถานการณ์ฝนฟ้าคะนองที่มาพร้อมกับ พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ครั้งนี้มีความรุนแรงพอสมควร นอกจากฝนที่ต้องระวังแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงอีกด้วยครับ

  • ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นสูง 2-3 เมตร ในจุดที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงถึง 3 เมตร
  • ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • ข้อควรระวัง: ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาดครับ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก จะไม่ได้เคลื่อนที่เข้าสู่ไทยโดยตรง แต่ลมฝนที่จะตามมานั้นไม่ธรรมดา ขอให้ทุกคนวางแผนการเดินทางให้รอบคอบ ตรวจสอบเส้นทางที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และที่สำคัญอย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องนะครับ ความไม่ประมาทคือเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุดสำหรับเราทุกคนในสถานการณ์ภัยพิบัติครับ

ที่มา – พายุไมสัก ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างแปรปรวนอย่างหนัก โดยเฉพาะอิทธิพลจาก พายุไมสัก ที่แม้จะไม่ได้พัดผ่านประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมใน 4 จังหวัดคือ จันทบุรี ระยอง ตราด และชลบุรี แม้ขณะนี้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะช่วงนี้ยังคงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิดครับ

สรุปสถานการณ์ พายุไมสัก กระทบที่ไหนบ้าง

จากการรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผลกระทบจาก พายุไมสัก ทำให้เกิดทั้งวาตภัย น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยสรุปเหตุการณ์สำคัญในแต่ละจังหวัดได้ดังนี้ครับ:

  • จังหวัดจันทบุรี: ถนนหลายสายในตัวเมืองถูกน้ำท่วมขัง รวมถึงพื้นที่สวนผลไม้ในที่ลุ่มต่ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากถนนสุขุมวิทและชุมชนต่างๆ อย่างเร่งด่วน
  • จังหวัดระยอง: พบเหตุวาตภัยบ้านเรือนเสียหายในตำบลวังหว้า รวมถึงมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและร้านค้าในเส้นทางวังตาผิน–ห้วยปราบ
  • จังหวัดตราด: เกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในอำเภอบ่อไร่ และมีเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชน ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้นำเรือไฟเบอร์และชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว
  • จังหวัดชลบุรี: ที่อำเภอศรีราชา ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำหลากพัดพากองวัสดุโฟมเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

แม้ว่าการติดตามข่าวสารจาก พายุไมสัก จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ทันท่วงที แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ การหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอครับ เพราะในฤดูฝนแบบนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและยกของขึ้นที่สูงยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และอย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วงที่ฝนตกหนักด้วยนะครับ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่าลืมเก็บเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานกู้ภัยหรือ ปภ. จังหวัด ไว้ใกล้ตัว เพื่อความอุ่นใจในการใช้ชีวิตช่วงหน้าฝนนี้ครับ

ที่มา – “พายุไมสัก” ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพังเสียหายยับ

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี นั้นถือว่าหนักหนาสาหัสกว่าปกติ เพราะเกิดเหตุ ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพังเสียหายยับ จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดเหตุการณ์นี้กันครับ

ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน ในหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 หมู่ที่ 7 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มวลน้ำมหาศาลได้หอบเอาเศษโฟมจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นของเสียจากการคัดแยกขยะตู้เย็นและตู้แช่เก่าจากพื้นที่ข้างเคียง ไหลทะลักเข้าใส่กำแพงหมู่บ้านจนพังถล่มลงมาเป็นแนวยาว

เปิดสาเหตุทำไม ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง ถึงรุนแรง?

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากเพียงกระแสน้ำเท่านั้น แต่เกิดจากปัจจัยดังนี้:

  • มีการเช่าพื้นที่ใกล้หมู่บ้านเพื่อประกอบกิจการคัดแยกขยะชิ้นส่วนตู้เย็นและตู้แช่
  • เศษโฟมจำนวนมหาศาลถูกนำมาทิ้งไว้เป็นกองโตโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
  • เมื่อฝนตกหนัก กองโฟมเหล่านั้นอุ้มน้ำและกลายเป็นมวลขนาดใหญ่ที่มีแรงดันสูง จนมีกำลังกระแทกมากพอที่จะทำลายกำแพงคอนกรีตได้

ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่กำแพง แต่ยังรวมถึงบ้านเรือนประชาชนหลายหลังที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลเข้าท่วมและเศษโฟมที่กระจายเกลื่อนพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งทำความสะอาดและกังวลถึงความปลอดภัยในระยะยาว

ทางด้าน อบต.บ่อวิน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้รีบส่งเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดทางระบายน้ำทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนว่า กิจการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะหรือของเสียใกล้เขตชุมชนนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ ฝนถล่มบ่อวิน ขยะเศษโฟมซัดกำแพงหมู่บ้านพัง อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อีก หากไม่มีการจัดการกับกองโฟมเหล่านี้ให้ถูกวิธีตามหลักกฎหมาย

สุดท้ายนี้ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับว่า นอกจากจะเร่งชดเชยเยียวยาชาวบ้านแล้ว การตรวจสอบสถานประกอบการประเภทนี้ให้เป็นมาตรฐานสากลถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อให้คนในชุมชนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงกับขยะมหาศาลที่จ้องจะถล่มบ้านเรือนในทุกครั้งที่ฝนตก

ที่มา – ฝนถล่มบ่อวิน “ขยะเศษโฟม” ไหลทะลักซัดกำแพงหมู่บ้านพัง กระทบบ้านเรือนประชาชน

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ ไมสัก คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางต้องตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าศูนย์กลางพายุจะไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

จากข้อมูลล่าสุด พายุโซนร้อน “ไมสัก” (MAYSAK) กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีทิศทางมุ่งหน้าสู่เมืองหนานหนิง ประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ (5 กรกฎาคม) อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เข้าไทย แต่ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้นจะส่งผลให้บ้านเรามีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

ผลกระทบและพื้นที่ที่ต้องระวังจากพายุ “ไมสัก”

จากการวิเคราะห์ของกรมอุตุฯ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุลูกนี้โดยทำให้เกิดฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเอาไว้ด้วยครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลก็ยังน่ากังวลไม่แพ้กันครับ:

  • ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่วางแผนจะท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงนี้ ผมแนะนำว่าให้งดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายครับ

สุดท้ายนี้สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการวางแผนการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการออกไปในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัวครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุลูกนี้ครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ช่วงสัปดาห์นี้ต้องบอกเลยว่าสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างน่าเป็นห่วงครับ เพราะมีการประกาศแจ้งเตือนให้เร่ง เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตอนใต้ของจีน แม้ศูนย์กลางจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสาน รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรง ส่งผลให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ผมเลยอยากสรุปข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันครับว่า มีจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวและวางแผนการเดินทางหรือจัดการที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยครับ

เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัยตามรายภาค

จากการประกาศของ ปภ. มีพื้นที่รายภาคที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ 17 จังหวัด: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง 15 จังหวัด: กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ 8 จังหวัด: ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

นอกจากเรื่องของน้ำท่วมแล้ว ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ยังต้องระมัดระวังเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลด้วยนะครับ ทางการได้ย้ำแล้วว่าห้ามเดินเรือหรือลงเล่นน้ำในเขตอันตรายโดยเด็ดขาด

สำหรับการ เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมย้ายของขึ้นที่สูง เตรียมอุปกรณ์ส่องสว่าง และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ให้พร้อม หากสถานการณ์ดูไม่น่าไว้วางใจ การอพยพไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยตามที่ทางการจัดไว้คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพและระมัดระวังในการเดินทางในช่วงที่ฝนตกหนักแบบนี้ด้วยนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่แอปฯ “THA DISASTER ALERT” หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านต้องเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทาง กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น ทั่วทุกภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากอิทธิพลของพายุลูกนี้

สถานการณ์ล่าสุด กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เกี่ยวกับพายุโซนร้อนไมสัก (MAYSAK) ซึ่งแม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำและมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับร่องมรสุมและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ครับ

ผลกระทบที่ต้องเฝ้าระวังตามประกาศ กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

สำหรับช่วงวันที่ 3-6 กรกฎาคม 2569 พี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ นอกจากนี้ทางทะเลยังมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและงดออกจากฝั่งหากมีประกาศเตือนครับ

  • ภาคเหนือและอีสานตอนบน: ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดช่วง
  • ชาวเรือ: ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและตรวจสอบเส้นทางที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลยนะครับ นอกจากต้องดูแลสุขภาพจากอาการเจ็บป่วยที่มาพร้อมกับสายฝนแล้ว การหมั่นติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอจะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุไมสัก” ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น เช็กจังหวัดคาดได้รับผลกระทบ

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

เหตุการณ์เริ่มต้นจากพายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบนที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนชื่อว่า “ไมสัก” โดยถึงแม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ โดยเฉพาะอิทธิพลจากร่องมรสุมและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวัง

จากการประกาศ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ บริเวณที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้

ในพื้นที่เหล่านี้จะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นและติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างสม่ำเสมอครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงขึ้นด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ นอกจากนี้ พายุไมสักยังทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคมอีกด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนวางแผนการเดินทางกันให้ดีนะครับ ใครที่จะออกไปข้างนอกอย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ สภาพอากาศเปลี่ยนบ่อยแบบนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ แล้วถ้ามีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับพายุลูกนี้ เราจะรีบมาอัปเดตให้ทุกคนทราบทันทีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “ไมสัก” ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ในช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่วางแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในขณะนี้แนวโน้มจะระบุว่าพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ความแปรปรวนของสภาพอากาศก็ยังเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน

แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ ก็เพื่อเตือนให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับมือกับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยอิทธิพลของพายุลูกนี้ประกอบกับร่องมรสุมอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคกลาง

นอกจากนี้ ในส่วนของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังต้องเจอกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พี่น้องในพื้นที่เหล่านี้ควรจัดเตรียมแผนการเดินทางและระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมขังหรือดินโคลนถล่มด้วยนะครับ

การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ในช่วงวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เราทุกคนไม่ประมาท สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์พายุสามารถเปลี่ยนทิศทางหรือเพิ่มความรุนแรงได้ตลอดเวลา หากใครพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ในมุมมองของผม การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็นครับ แม้พายุจะไม่ได้ปะทะเราเต็มๆ แต่ฝนที่ตกหนักก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือการเดินทางได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศรายวันเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวนะครับ

ที่มา – ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้น

รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย

รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่า รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย ในพื้นที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง สร้างความตกใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก โดยอุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นอุทาหรณ์ในการขับขี่ช่วงหน้าฝนที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

สาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า รถทหารดังกล่าวเป็นรถของนาวิกโยธิน กรมทหารปืนใหญ่ ที่กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากชายแดนอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปสับเปลี่ยนกำลังพลที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักทำให้ถนนลื่นและเป็นทางโค้ง ส่งผลให้รถเสียหลักเสียการควบคุมจนพลิกคว่ำบนเกาะกลางถนน จนเป็นเหตุให้ รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย ตามที่ปรากฏในข่าว

นอกเหนือจากเหตุพลิกคว่ำของคันแรกแล้ว ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นต่อเนื่องเมื่อรถทหารอีกคันที่ขับตามมาได้พยายามเบรกจนเสียหลัก และไปเฉี่ยวชนกับรถหกล้อของพลเมืองดีที่จอดเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

  • พลทหารได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแกลง
  • การสัญจรในช่วงฝนตกถนนลื่นเพิ่มความเสี่ยงให้อุบัติเหตุสูงขึ้น
  • ควรเว้นระยะห่างและลดความเร็วเมื่อต้องขับผ่านทางโค้งในขณะฝนตก
  • การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุต้องทำด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

อุบัติเหตุในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นรถหน่วยงานราชการหรือรถส่วนบุคคล หากขาดความระมัดระวังบนท้องถนนในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ย่อมเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา เราขอเป็นกำลังใจให้พลทหารทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บปลอดภัยและหายเป็นปกติโดยเร็ววัน และขอให้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเราทุกคนขับขี่ด้วยความไม่ประมาททุกครั้งที่ต้องออกเดินทางในช่วงหน้าฝนครับ

ที่มา – รถทหารกลับจากชายแดนพลิกคว่ำ พลทหารร่วงกลางถนน บาดเจ็บ 7 ราย

Scroll to top