ฝนตกหนักกรุงเทพ

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เตือนจังหวัดเสี่ยง ฝนตกหนัก ถึง 15 ก.ค. 69

ช่วงนี้ใครที่ต้องใช้ชีวิตหรือเดินทางบ่อยๆ ต้องรีบเช็กด่วนเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เตือนจังหวัดเสี่ยง ฝนตกหนัก ถึง 15 ก.ค. 69 ซึ่งสถานการณ์ในรอบนี้ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงฝั่งตะวันตกของภาคกลางและภาคตะวันออกที่อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากให้ดีครับ

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เตือนจังหวัดเสี่ยง ฝนตกหนัก ถึง 15 ก.ค. 69

ตามประกาศระบุว่า ในช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ทะเลฝั่งอันดามันมีคลื่นลมแรงมาก คลื่นสูงถึง 2-4 เมตร ใครที่เป็นชาวเรือหรือมีแผนจะไปเที่ยวเกาะแก่งต่างๆ ในช่วงนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือถ้างดออกจากฝั่งได้จะเป็นการดีที่สุดครับ ส่วนบรรดาจังหวัดที่อยู่ในประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เตือนจังหวัดเสี่ยง ฝนตกหนัก ถึง 15 ก.ค. 69 นั้น หลักๆ ได้แก่ ระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขังและดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดเชิงเขาครับ

จุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

นอกจากฝนที่ตกหนักสะสมแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องลมแรงที่จะซัดเข้าฝั่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำระบายไม่ทัน สรุปข้อควรระวังสำคัญสำหรับสถานการณ์ช่วงนี้:

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ขณะฝนตกและลมแรง
  • ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและปลั๊กไฟให้พ้นจากระดับที่น้ำอาจท่วมถึง
  • สำหรับผู้ใช้ยานพาหนะบนท้องถนน หากฝนตกลดทัศนวิสัย ให้ชะลอความเร็วและเปิดไฟหน้าเพื่อความปลอดภัย
  • ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศจากกรมอุตุฯ อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางหลัก

หลายท่านกังวลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” ที่มีการรายงานข่าวออกมา แต่ทางกรมอุตุฯ ยืนยันแล้วว่าพายุลูกนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย เพียงแค่ดึงให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้นเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป แต่การป้องกันตัวไว้ก่อนก็เป็นเรื่องที่ไม่ประมาทครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและวางแผนการเดินทางกันดีๆ ฝนตกแบบนี้ถนนลื่น รถติด ระมัดระวังอุบัติเหตุด้วยนะครับ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมเก็บของขึ้นที่สูงและเตรียมไฟฉายหรืออุปกรณ์จำเป็นไว้ใกล้ตัวเสมอครับ

ที่มา – ประกาศอุตุฯ ฉบับ 6 เตือนจังหวัดเสี่ยง “ฝนตกหนัก” มีผลกระทบถึง 15 ก.ค. 69

อุตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องฟังทางนี้ด่วนครับ! เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่องคลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเนื้อหาหลักที่หลายคนให้ความสนใจคือการติดตามสถานการณ์ อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสภาพอากาศในบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ

ตามรายงานจากกรมอุตุฯ ในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะในทะเลอันดามันตอนบนที่อาจมีคลื่นสูงถึง 2-4 เมตร สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่ต้องใช้เรือสัญจร ขอให้งดออกจากฝั่งหรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวครับ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวัง

สำหรับการจับตา อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ ในส่วนของฝนตกหนักนั้น ข้อมูลระบุว่าจะมีผลกระทบหนักในภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ในส่วนของพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุไปทางมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ได้ส่งผลให้ลมมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สภาพอากาศช่วงนี้มีความแปรปรวนสูงมาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าประมาทและควรติดตามการรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางทะเลและการเดินเรือในช่วงที่มีมรสุมกำลังแรง
  • เตรียมอุปกรณ์สำคัญและแผนการรับมือหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทางไกลในพื้นที่จังหวัดเสี่ยง

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะบนถนนที่เปียกลื่นหรือการอยู่ในพื้นที่ที่มีลมกระโชกแรง หากใครอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ขอให้หมั่นเช็กระดับน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันอยู่เสมอ ความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ หมั่นอัปเดตข่าวสารกันไว้ไม่เสียหายแน่นอน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” และฝนตกหนัก เตือนหลายจังหวัดเตรียมรับมือ

อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69

อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 แจ้งเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับสถานการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 ในหลายพื้นที่ของประเทศ

ผลกระทบจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และการเตรียมตัว

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฏการณ์ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 จะส่งผลโดยตรงต่อทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยจะมีคลื่นสูงถึง 2-4 เมตรในทะเลอันดามันตอนบน ส่วนพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร สำหรับอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง คาดว่าจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการเดินเรือในช่วงเวลาดังกล่าว

  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • ประชาชนทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ควรเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน ควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น แม้จะไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุนี้ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดประกาศ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 ในคราวนี้

ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม เราขอแนะนำให้ทุกท่านตรวจสอบสภาพอากาศก่อนวางแผนเดินทาง ทุกการเดินทางมีความเสี่ยงหากประมาท การเตรียมพร้อมรับมือกับธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและหมั่นเช็คประกาศจากทางการเป็นระยะนะครับ

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 เตือนคลื่นลมแรง และฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 10 – 15 ก.ค. 69

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ ไมสัก คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางต้องตรวจสอบสภาพอากาศให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าศูนย์กลางพายุจะไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ

ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

จากข้อมูลล่าสุด พายุโซนร้อน “ไมสัก” (MAYSAK) กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีทิศทางมุ่งหน้าสู่เมืองหนานหนิง ประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งคาดว่าจะขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ (5 กรกฎาคม) อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เข้าไทย แต่ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้นจะส่งผลให้บ้านเรามีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

ผลกระทบและพื้นที่ที่ต้องระวังจากพายุ “ไมสัก”

จากการวิเคราะห์ของกรมอุตุฯ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุลูกนี้โดยทำให้เกิดฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งเพื่อนๆ พี่น้องประชาชนในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก ควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเอาไว้ด้วยครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลก็ยังน่ากังวลไม่แพ้กันครับ:

  • ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่วางแผนจะท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงนี้ ผมแนะนำว่าให้งดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายครับ

สุดท้ายนี้สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการวางแผนการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการออกไปในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัวครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุลูกนี้ครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 6 อัปเดตพายุ “ไมสัก” คาดขึ้นฝั่งจีนพรุ่งนี้ เช็กจังหวัดเจอฝนตกหนัก

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ช่วงสัปดาห์นี้ต้องบอกเลยว่าสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างน่าเป็นห่วงครับ เพราะมีการประกาศแจ้งเตือนให้เร่ง เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตอนใต้ของจีน แม้ศูนย์กลางจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสาน รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรง ส่งผลให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ผมเลยอยากสรุปข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันครับว่า มีจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวและวางแผนการเดินทางหรือจัดการที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยครับ

เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัยตามรายภาค

จากการประกาศของ ปภ. มีพื้นที่รายภาคที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ 17 จังหวัด: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง 15 จังหวัด: กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ 8 จังหวัด: ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

นอกจากเรื่องของน้ำท่วมแล้ว ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ยังต้องระมัดระวังเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลด้วยนะครับ ทางการได้ย้ำแล้วว่าห้ามเดินเรือหรือลงเล่นน้ำในเขตอันตรายโดยเด็ดขาด

สำหรับการ เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมย้ายของขึ้นที่สูง เตรียมอุปกรณ์ส่องสว่าง และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ให้พร้อม หากสถานการณ์ดูไม่น่าไว้วางใจ การอพยพไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยตามที่ทางการจัดไว้คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพและระมัดระวังในการเดินทางในช่วงที่ฝนตกหนักแบบนี้ด้วยนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่แอปฯ “THA DISASTER ALERT” หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – เตรียมรับมือฝนตกหนัก เตือน 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านต้องเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทาง กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น ทั่วทุกภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากอิทธิพลของพายุลูกนี้

สถานการณ์ล่าสุด กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เกี่ยวกับพายุโซนร้อนไมสัก (MAYSAK) ซึ่งแม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำและมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับร่องมรสุมและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ครับ

ผลกระทบที่ต้องเฝ้าระวังตามประกาศ กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 พายุไมสัก ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

สำหรับช่วงวันที่ 3-6 กรกฎาคม 2569 พี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ นอกจากนี้ทางทะเลยังมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและงดออกจากฝั่งหากมีประกาศเตือนครับ

  • ภาคเหนือและอีสานตอนบน: ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดช่วง
  • ชาวเรือ: ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและตรวจสอบเส้นทางที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลยนะครับ นอกจากต้องดูแลสุขภาพจากอาการเจ็บป่วยที่มาพร้อมกับสายฝนแล้ว การหมั่นติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอจะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุไมสัก” ทำไทยฝนตกเพิ่มขึ้น เช็กจังหวัดคาดได้รับผลกระทบ

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ

เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

เหตุการณ์เริ่มต้นจากพายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบนที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนชื่อว่า “ไมสัก” โดยถึงแม้ว่าศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ธรรมดาเลยครับ โดยเฉพาะอิทธิพลจากร่องมรสุมและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวัง

จากการประกาศ เตือนพายุ ไมสัก ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่ บริเวณที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้

ในพื้นที่เหล่านี้จะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นและติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างสม่ำเสมอครับ

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงขึ้นด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ นอกจากนี้ พายุไมสักยังทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคมอีกด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนวางแผนการเดินทางกันให้ดีนะครับ ใครที่จะออกไปข้างนอกอย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ สภาพอากาศเปลี่ยนบ่อยแบบนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ แล้วถ้ามีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับพายุลูกนี้ เราจะรีบมาอัปเดตให้ทุกคนทราบทันทีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “ไมสัก” ช่วง 3-4 ก.ค. ไทยจะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางพื้นที่

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ไม่กระทบไทยโดยตรง

ในช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่วางแผนจะเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในขณะนี้แนวโน้มจะระบุว่าพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ความแปรปรวนของสภาพอากาศก็ยังเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน

แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ ก็เพื่อเตือนให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับมือกับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยอิทธิพลของพายุลูกนี้ประกอบกับร่องมรสุมอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคกลาง

นอกจากนี้ ในส่วนของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังต้องเจอกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พี่น้องในพื้นที่เหล่านี้ควรจัดเตรียมแผนการเดินทางและระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมขังหรือดินโคลนถล่มด้วยนะครับ

การที่ ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ในช่วงวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เราทุกคนไม่ประมาท สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์พายุสามารถเปลี่ยนทิศทางหรือเพิ่มความรุนแรงได้ตลอดเวลา หากใครพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ในมุมมองของผม การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็นครับ แม้พายุจะไม่ได้ปะทะเราเต็มๆ แต่ฝนที่ตกหนักก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือการเดินทางได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศรายวันเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวนะครับ

ที่มา – ปภ.แจ้งติดตามเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้น

ปิยรัฐ จี้สอบกระสอบทรายน้ำท่วมสุขุมวิท

ปิยรัฐ จี้สอบกระสอบทรายน้ำท่วมสุขุมวิท

ในค่ำคืนวันที่ 27 กันยายน 2568 กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทและถนนอุดมสุขในเขตพระโขนงและบางนา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก นี่คือเหตุการณ์ที่ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ สส.ปิยรัฐ จงเทพ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

“ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้”

เหตุการณ์ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” เกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถรับมือได้ทัน แม้ว่าจะมีการพร่องน้ำและเปิดเครื่องสูบน้ำล่วงหน้าแล้วก็ตาม น้ำท่วมขังสูงถึงระดับที่รถยนต์ต้องจมน้ำ และประชาชนไม่สามารถสัญจรได้ สส.ปิยรัฐ จงเทพ ซึ่งเป็น สส.กรุงเทพฯ เขต 23 (พระโขนง-บางนา) จากพรรคประชาชน ร่วมกับนายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ได้ยื่นหนังสือด่วนต่อนายสราวุธ อนันต์ชล ประธานคณะกรรมการการระบายน้ำ กทม. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น.

สาเหตุหลักที่ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” มาจากการตรวจสอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และรองผู้ว่าราชการ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล ที่พบว่าผู้รับเหมาจากสำนักการระบายน้ำได้นำกระสอบทรายมาปิดกั้นทางน้ำขณะกำลังล้างท่อไซฟอน แต่ลืมรื้อถอนออกหลังเสร็จสิ้น สิ่งนี้ทำให้ทางเดินน้ำติดขัด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่เขตบางนาและพระโขนง

รายละเอียดการจี้สอบข้อเท็จจริงจากปิยรัฐ

ในการยื่นหนังสือ สส.ปิยรัฐได้เสนอ 3 แนวทางหลักเพื่อแก้ไขปัญหานี้ อย่างแรกคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของผู้รับเหมาให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอย ต่อมาคือการวางมาตรฐานป้องกันเหตุการณ์น้ำท่วมแบบนี้ในอนาคต เช่น การกำหนดขั้นตอนการทำงานที่เข้มงวดมากขึ้น และการตรวจสอบหลังการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ สุดท้ายคือการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลที่รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้ระบบการระบายน้ำของ กทม. มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะจากความประมาทของผู้รับเหมา ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการจราจรติดขัด การเดินทางลำบาก หรือแม้กระทั่งความเสียหายต่อทรัพย์สิน รถยนต์หลายคันถูกน้ำท่วมเสียหาย ขณะที่ร้านค้าบริเวณนั้นต้องปิดกิจการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจากน้ำขังที่อาจก่อให้เกิดโรคระบาดได้

เพื่อให้เข้าใจปัญหาลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราสามารถมองย้อนไปถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ ที่มีมานานหลายสิบปี แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยพอ โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิทที่เป็นย่านการค้าสำคัญ การที่กระสอบทรายถูกทิ้งไว้กีดขวางทางน้ำ สะท้อนถึงการขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ผู้รับเหมาควรมีหน้าที่รับผิดชอบเต็มที่ และ กทม. ควรมีบทลงโทษที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

  • ผลกระทบต่อประชาชน: น้ำท่วมทำให้การเดินทางหยุดชะงัก รถติดนานหลายชั่วโมง
  • สาเหตุหลัก: กระสอบทรายจากผู้รับเหมากีดขวางท่อระบายน้ำ
  • แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบผู้รับเหมา วางมาตรการป้องกัน และกำกับดูแลเข้มงวด

นอกจากนี้ สส.ปิยรัฐยังเน้นย้ำว่าปัญหานี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นกับประชาชนอีก การจัดการน้ำท่วมต้องเป็นวาระเร่งด่วนของ กทม. โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักบ่อยครั้ง หากไม่แก้ไขให้ดี อาจส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต

ภาพน้ำท่วมถนนสุขุมวิท
ภาพกระสอบทรายกีดขวาง
ภาพการตรวจสอบ

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการบริหารเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมทุกปี การที่ สส.ปิยรัฐ ออกมาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของนักการเมืองท้องถิ่น หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องเดือดร้อนอีก หากคุณอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือเคยประสบปัญหาน้ำท่วม ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางแก้ไข

ที่มา – “ปิยรัฐ“ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้

Scroll to top