พนมเปญ

กัมพูชา จับกุมชาวไทย 75 คน พัวพัน หลอกลวงออนไลน์

เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมชาวไทย 75 คน ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติ สร้างความเสียหายให้กับเหยื่อจำนวนมาก ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชา ระบุว่า การจับกุมชาวไทย 75 คน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนและพบว่าฟาร์มแห่งหนึ่งชื่อ “อมระ” ในเขตชบา อัมปอว กรุงพนมเปญ ถูกใช้เป็นสถานที่ในการก่ออาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักเลขาธิการของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อต่อสู้กับการฉ้อโกงทางระบบเทคโนโลยี, กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะบัญชาการเอกภาพกรุงพนมเปญ และผู้แทนอัยการประจำศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 75 คน ซึ่งเป็นชาวไทยทั้งหมด โดยในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 48 คน

กัมพูชา จับกุมชาวไทย 75 คน พัวพัน หลอกลวงออนไลน์

นอกจากผู้ต้องสงสัยแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการยึดของกลางจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์

รายละเอียดการจับกุมชาวไทย 75 คน พัวพันหลอกลวงออนไลน์

หลังจากการจับกุมชาวไทย 75 คน เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้ส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยและของกลางให้กับกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ฟาร์มที่เกิดเหตุก็ถูกสั่งปิดชั่วคราวเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม

ทางการกัมพูชายืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุดต่อหัวหน้าแก๊งและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฉ้อโกงทางระบบเทคโนโลยี โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ การจับกุมชาวไทย 75 คนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางการกัมพูชาเอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์

การจับกุมชาวไทย 75 คนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่มา – กัมพูชาจับกุมชาวไทย 75 คนในพนมเปญ สงสัยพัวพันหลอกลวงออนไลน์

เกาหลีใต้เผย พลเรือนหายในกัมพูชา: ยกระดับเตือน

ทางการเกาหลีใต้เผยว่า ยังมีพลเรือนของประเทศอีกประมาณ 80 คนในกัมพูชาที่ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ ท่ามกลางสถานการณ์คดีหลอกลวงจ้างงานและลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหา พลเรือนหายในกัมพูชา นี้สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลเกาหลีใต้อย่างมาก

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ว่า พวกเขาได้รับรายงานกรณีชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวในกัมพูชามากถึง 330 คดี ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคมของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ประมาณ 80% ของจำนวนดังกล่าว หรือราว 260 คดี ได้ถูกคลี่คลายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผ่านการจับกุมของตำรวจท้องถิ่น การเนรเทศออกจากประเทศ การหลบหนีออกมาได้เอง หรือการเดินทางกลับประเทศเกาหลีใต้

คดีที่ถือว่าได้ข้อยุติแล้ว หมายรวมถึง กรณีที่ได้รับการยืนยันว่าบุคคลนั้นไม่ได้ถูกควบคุมตัว และกรณีที่สามารถติดต่อกับครอบครัวหรือคนรู้จักได้อีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2567 มีคดีลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเกิดขึ้นทั้งหมด 220 คดี และ 95% ของคดีเหล่านี้ได้ข้อยุติแล้ว เมื่อรวมกับจำนวนผู้ที่ยังสูญหายในปีนี้อีกราว 70 คน ทำให้จำนวนพลเรือนเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่ยังไม่ทราบชะตากรรมจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางการกำลังเร่งดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิด

กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า พวกเขากำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน มีชาวเกาหลีใต้ราว 90 คน ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวระหว่างปฏิบัติการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ และกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่มีกำหนดการที่จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

ในส่วนนี้ กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ระบุว่า แม้ในช่วงแรกจะมีบางคนปฏิเสธที่จะเดินทางกลับเกาหลีใต้ แต่จำนวนผู้ที่ยินยอมเดินทางกลับได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ถูกตำรวจกัมพูชาควบคุมตัวลดลงเหลือ 63 คน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเกาหลีใต้มีแผนที่จะนำพวกเขากลับประเทศทั้งหมดภายในเดือนนี้

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาที่จะยกระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับบางภูมิภาคในกัมพูชา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่และการแพร่ระบาดของอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้ยกระดับคำแนะนำการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญเป็นระดับพิเศษ หรือระดับ 2.5 ไปแล้ว และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะยกระดับคำแนะนำเพิ่มเติมไปสู่ระดับ 3 ซึ่งหมายถึงการแนะนำให้ออกนอกพื้นที่ หรือระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับห้ามเดินทาง

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนเกาหลีใต้ในการเดินทางไปยังกัมพูชาอย่างมาก การที่ยังมีพลเรือนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและประสานงานกับทางการกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจับกุมชาวเกาหลีใต้ในคดีอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการหลอกลวงและการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกัมพูชา

มาตรการช่วยเหลือพลเรือนเกาหลีใต้ในกัมพูชา

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต มาตรการเหล่านี้รวมถึง:

  • การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทจัดหางาน
  • การให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
  • การประสานงานกับทางการกัมพูชาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมและการลักพาตัว
  • การให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่พลเรือนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ

ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากอาชญากรรม

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา เป็นเรื่องที่น่ากังวล และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา การเพิ่มความระมัดระวังและตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆ จะช่วยลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมได้

ที่มา – เกาหลีใต้เผย พลเรือนหายในกัมพูชาอีก 80 คน เล็งยกระดับเตือนเดินทาง

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชา ปมนักศึกษาถูกฆ่า!

รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวลกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกสังหารในกัมพูชา และหลอกลวงที่มุ่งเป้าหมายไปที่ชาวเกาหลีใต้ พร้อมยกระดับเตือนการเดินทาง เรื่องนี้กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2568 กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อประท้วงกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศกัมพูชา และได้ยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เนื่องจากคดีหลอกลวงทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้

นาย โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลต่อ นายควน โพน รัตนาก เอกอัครราชทูตกัมพูชา เรื่องการหลอกลวงเรื่องงานและการควบคุมตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งออกมาตรการที่รวดเร็วและปฏิบัติได้จริงเพื่อกำจัดการหลอกลวงทางออนไลน์

ด้านนายควนกล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความกังวลและจุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และจะรายงานเรื่องนี้ให้รัฐบาลของเขาทราบ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาหนุ่มชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี เดินทางไปยังกัมพูชาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม โดยบอกกับครอบครัวในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ว่า จะเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการ

แต่ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากชายปริศนา พูดภาษาเกาหลีสำเนียงจีนอ้างว่า พวกเขาจับตัวนักศึกษารายนี้เอาไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1.15 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการปล่อยตัว

ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรีบแจ้งต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจทันที แต่การติดตามคดีเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งในวันที่ 8 ส.ค. มีการพบศพนักศึกษารายนี้ใกล้กับภูเขาบกกอร์ จังหวัดกำปอต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับสถานทูตกัมพูชายืนยันว่า เขาเสียชีวิตจากการหัวใจวายเนื่องจากการทรมานและความเจ็บปวดแสนสาหัส

ในแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค. 2568) กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น.วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ คำเตือนการเดินทางระดับ “พิเศษ” ของเกาหลีใต้ เทียบเท่ากับระดับ 2.5 จากทั้งหมด 4 ระดับ หมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยจะมีผลบังคับใช้นาน 90 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากจำเป็น

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักถึงความเสี่ยงในการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น เราควรติดตามข่าวสารและคำเตือนการเดินทางอย่างใกล้ชิด

ทำไมเกาหลีใต้ถึงเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า?

การตัดสินใจของเกาหลีใต้ในการเรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นการแสดงออกถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเตือนใจให้ระมัดระวังในการรับข้อเสนอเกี่ยวกับการทำงานหรือการท่องเที่ยวที่ดูดีเกินจริง และควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางไปยังต่างประเทศ

เราควรทำอย่างไรเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ:

  • ลงทะเบียนกับสถานทูตหรือสถานกงสุล
  • แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิททราบ
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไป
  • ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว
  • ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลทันทีหากมีปัญหา

เรื่อง เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ

ที่มา – เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

สลด! หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา

เกิดเหตุสลด หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาเปิดเผยว่า คดีนี้อาจมีปมเหตุจากเรื่องรักสามเส้า

เจสสิก้า คาเรียด ฮอปกินส์ วัย 34 ปี พบเสียชีวิตในกองเลือด มีบาดเเผลถูกแทงหลายเเห่ง ที่สวนสาธารณะเเห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 ส.ค.) ร่างของเธอถูกพบเมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ในเขตจ็อมการ์มอน โดยเธอถูกแทงที่ลำคอเเละส่วนอื่นของร่างกาย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยคือ กิดิกิลา งานดา กลอดี้ หญิงชาวคองโก วัย 33 ปี ได้ที่ร้านทำผม ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2.4 กิโลเมตร และมีภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นขณะเจ้าหน้าที่นำตัวเธอออกจากร้านในสภาพใส่กุญเเจมือ

หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา

ชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงพนมเปญ ยืนยันการจับกุม เเละกล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า สาเหตุการสังหาร หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา มาจากความขัดเเย้งส่วนตัวจากเรื่องชู้สาว เเละตำรวจใช้เวลาสืบสวน 17 ชั่วโมงก่อนจับกุมผู้ก่อเหตุ

ผู้เสียชีวิต หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา มาจากเมืองฮาร์เพนเดนในเเคว้นฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ เเต่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในบ้านเช่าในพื้นที่ชรอยชังวาร์ในพนมเปญ

การตอบสนองจากสถานทูต

กระทรวงการต่างประเทศเเละเครือจักรภพอังกฤษ ได้ออกเเถลงการณ์ว่า “เรากำลังให้การสนับสนุนครอบครัวของหญิงชาวอังกฤษที่เสียชีวิตในกัมพูชา เเละกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งส่วนตัว และความสำคัญของการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ การเสียชีวิตของหญิงชาวอังกฤษในครั้งนี้เป็นเรื่องน่าเศร้า และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถมอบความยุติธรรมให้กับเธอเเละครอบครัวได้

ที่มา – หญิงอังกฤษถูกแทงเสียชีวิตในกัมพูชา คาดปมรักสามเส้า

Scroll to top