พรรครวมไทยสร้างชาติ

“พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ไม่ร่วมรวมพรรค

“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ย้ำชัดเจตนารมณ์พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนบนหลักการ “พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ไม่ร่วมรวมพรรค ไม่เดินตามดีลหรือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

วันที่ 23 พ.ย. 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติได้เผยถึงจุดยืนของพรรค ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีการรวมพรรคและการย้ายสังกัดจำนวนมาก ว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงจุดยืนของพรรคอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าพรรคยังคงดำเนินตามเจตนารมณ์เดิม คือการทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก มิใช่เดินไปตามดีลหรือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น

โดยนายพีระพันธุ์ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติถูกก่อตั้งขึ้นบนฐานความเชื่อมั่นในอุดมการณ์และการทำงานที่ตั้งใจจริง ไม่ใช่เพื่อรองรับข้อตกลงทางการเมืองเบื้องหลัง หรือเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง แต่เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานที่ให้ความสำคัญต่อประเทศชาติและประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด

“นั่นคือเหตุผลที่ผมสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติขึ้นมา เราจะเดินแนวนี้ ทำแนวนี้ ได้เท่าไหร่เท่านั้น ผมไม่อยากเห็นการเมืองที่เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ แต่เบื้องหลังมีแต่เรื่องส่วนตัว หากประชาชนให้การตอบรับมากก็ถือว่าเป็นโชคดี ได้เท่าไหร่ ทำเท่านั้น และพรรคนี้จะเป็นแบบนี้” นายพีระพันธุ์กล่าว

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติเชื่อมั่นว่า ความมั่นคงทางการเมืองเกิดจากจุดยืนที่ชัดเจนและการทำงานที่มีมาตรฐานโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด “รวมไทยสร้างชาติ” จะเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

“พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ไม่ร่วมรวมพรรค

การตัดสินใจของพรรครวมไทยสร้างชาติและนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงแนวทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แทนที่จะเป็นเพียงการแสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ส่วนตัว การยึดมั่นในหลักการนี้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระยะยาว

จุดยืนที่ชัดเจนของ “พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ไม่ร่วมรวมพรรค

การเน้นย้ำถึงจุดยืนที่ไม่เข้าร่วมการรวมพรรค แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาอุดมการณ์และแนวทางการทำงานของพรรค พรรครวมไทยสร้างชาติกำลังสื่อสารว่า พวกเขาจะไม่ยอมแลกหลักการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่าหนทางนั้นอาจจะยากลำบากกว่าก็ตาม

การเมืองไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน การที่พรรคการเมืองหนึ่งแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าจับตามอง การตัดสินใจของพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต และเป็นตัวอย่างให้พรรคการเมืองอื่น ๆ ได้พิจารณาถึงความสำคัญของการยึดมั่นในหลักการและความซื่อสัตย์ต่อประชาชน

การที่พรรคการเมืองกล้ายืนหยัดในจุดยืนของตนเอง ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เพราะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ การกระทำเช่นนี้ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการเมืองไทย ที่เน้นความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

การติดตามการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ และการประเมินผลงานของพวกเขาในอนาคต จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า จุดยืนที่พวกเขาได้ประกาศไว้นั้น จะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสำหรับการเมืองไทยได้จริงหรือไม่

โดยสรุปเเล้ว การประกาศจุดยืน “พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ไม่ร่วมรวมพรรค ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญถึงทิศทางทางการเมืองที่พวกเขาต้องการสร้าง นั่นคือ การเมืองที่ยึดมั่นในหลักการ ทำงานเพื่อประชาชน และไม่ยอมจำนนต่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น การตัดสินใจนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปในอนาคต

ที่มา – “พีระพันธุ์” ย้ำจุดยืน รทสช. ชัด ไม่เข้าร่วมการรวมพรรค ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

รทสช. ปรับทัพสื่อสาร ตั้ง “อรรถวิชช์” รักษาการโฆษกพรรค

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินหน้าปรับโครงสร้างทีมสื่อสารครั้งใหญ่ โดยมีการปรับทัพสื่อสาร รทสช. ตั้ง “อรรถวิชช์” นั่งรักษาการโฆษกพรรค พร้อมเสริมทัพด้วยทีมรองโฆษกพรรคใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับประชาชน

รทสช. ปรับทัพสื่อสาร ตั้ง “อรรถวิชช์” นั่งรักษาการโฆษกพรรค

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการสื่อสารนโยบายและทิศทางทางการเมืองของพรรคให้มีความคมชัดและเข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติได้ประกาศแต่งตั้ง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการโฆษกพรรค

นอกจากนี้ พรรคยังได้แต่งตั้ง นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และ นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พิธีกรและดีเจชื่อดัง ให้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกพรรค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสารสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทีมโฆษกชุดใหม่นี้จะเข้ามาเสริมทัพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและรวดเร็วแก่ประชาชน

เหตุผลเบื้องหลังการปรับทัพสื่อสาร รทสช.

การปรับทัพสื่อสาร รทสช. ตั้ง “อรรถวิชช์” นั่งรักษาการโฆษกพรรคเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของพรรคในการพัฒนาการสื่อสารให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล พรรคตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การมีทีมโฆษกที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

  • นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี: ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนานและความสามารถในการสื่อสารที่โดดเด่น จะเป็นผู้นำในการนำเสนอนโยบายของพรรคให้เป็นที่เข้าใจ
  • นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์: อดีตรองโฆษกรัฐบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารภาครัฐ จะเข้ามาเสริมทัพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร: พิธีกรและดีเจชื่อดังที่มีความสามารถในการสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน จะช่วยสร้างการรับรู้และความสนใจในนโยบายของพรรคในวงกว้าง

ทางพรรครวมไทยสร้างชาติได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนว่า รทสช. คือ “พรรคของคนทำงาน” สมาชิกทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะ “ทำงานการเมือง” อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ “เล่นการเมือง” พรรคมีความพร้อมที่จะผลักดันงานทุกด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน การปรับทัพสื่อสาร รทสช. ตั้ง “อรรถวิชช์” นั่งรักษาการโฆษกพรรคในครั้งนี้จึงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของพรรคในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างตรงจุด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชนในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า พรรคเชื่อมั่นว่าด้วยทีมโฆษกชุดใหม่ที่มีความสามารถและประสบการณ์ จะสามารถนำเสนอนโยบายของพรรคได้อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และเข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

การปรับปรุงทีมสื่อสารครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานและกลยุทธ์ในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของพรรคให้ดียิ่งขึ้น

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของพรรครวมไทยสร้างชาติในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พรรคเชื่อมั่นว่าด้วยการทำงานอย่างหนักและมุ่งมั่น จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าการปรับทัพสื่อสารครั้งนี้ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะส่งผลต่อภาพลักษณ์และการสื่อสารของพรรคอย่างไร? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย!

ที่มา – ปรับทัพสื่อสาร รทสช. ตั้ง “อรรถวิชช์” นั่งรักษาการโฆษกพรรค

“รทสช.” รุกคืบกาญจน์ เปิดสำนักงาน ชูคนทำงาน

พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดสำนักงานพรรค จ.กาญจนบุรี เดินหน้าสร้างดีเอ็นเอคนทำงาน ชู “เกษตรแปลงใหญ่” นโยบายเปลี่ยนชีวิตเกษตรกร พร้อมสานต่อ “โซลาร์เสรี” เพื่อประชาชน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วยนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรค ร่วมเปิดสำนักงานตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ สาขาจังหวัดกาญจนบุรี อย่างเป็นทางการ โดยมี นายชาติชาย ศักดิ์อิสระพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ จ.กาญจนบุรี เขต 2 และคณะ ให้การต้อนรับท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้เปิดสำนักงานตัวแทนพรรคในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ภายใต้การดูแลของ นายชาติชาย ลูกหลานของคนกาญจนบุรีซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เปี่ยมประสบการณ์บนสนามการเมือง ที่ตั้งใจมาร่วมทำงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน ซึ่งตนมั่นใจว่านายชาติชาย เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนให้พี่น้องชาวกาญจนบุรีมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นได้แน่นอน

“ผมขอฝากคุณชาติชาย หรือ ตั้ม กับพ่อแม่พี่น้องชาวกาญจนบุรีทุกคน เลือกตั้งคราวหน้าต้อง ชาติชาย ศักดิ์อิสระพงศ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะการจะเป็นคนทำงานการเมืองได้ มาทำงาน มาพัฒนาชีวิตให้ประชาชนได้ ใจต้องมาก่อน ซึ่งคุณชาติชายมีคุณสมบัตินี้อย่างเต็มเปี่ยม”

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ตลอดเวลาที่ตนทำงานการเมืองมา 30 กว่าปี ไม่เคยคิดอยากมีตำแหน่ง คิดแต่เพียงการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยในช่วงที่ตนเป็น สส.ทุกคนสามารถโทรหาได้ตลอดเวลา จนถึงวันนี้ตนก็ยังคงมุ่งมั่นทำงาน ไม่ได้มาเล่นการเมือง ซึ่งผลงานที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้ว โดยเฉพาะการลดราคาค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และตรึงราคาค่าแก๊สหุงต้มมาตลอดในช่วงที่ตนได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน

นายพีระพันธุ์ ยังเปิดเผยถึงพันธกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติในการช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า พื้นที่แห่งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และพรรครวมไทยสร้างชาติก็มีนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนการยกระดับเกษตรกรไทย นั่นคือ “นโยบายเกษตรแปลงใหญ่” โดยรัฐจะร่วมลงทุนกับกลุ่มเกษตรกร พร้อมสนับสนุนด้านทุน เทคโนโลยี ปัจจัยการผลิต และช่องทางตลาดเสริมศักยภาพการผลิต ซึ่งจะสามารถลดต้นทุน และเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้ภาคเกษตรกรรมของไทย

“สิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะทำให้พี่น้อง คือ จะทำให้ราคาปุ๋ยถูกลง ประเทศไทยมีแร่โพแทชระดับโลก แต่เรากลับไม่เคยมีนโยบายนำแร่เหล่านี้มาทำปุ๋ยอย่างจริงจัง ถ้าผมและพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ผมจะเดินหน้าทำให้สำเร็จเช่นเดียวกับเรื่องไฟฟ้า และผมจะเดินหน้าโครงการโซลาร์เสรี ต่อไป รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างน้ำมัน โครงการผลิตน้ำมันชุมชน พร้อมทั้งเรื่องพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากใบอ้อย พี่น้องประชาชนไม่ต้องห่วงครับ ผมทำต่อแน่ และจะทำให้ดู”

ขณะที่นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงความตั้งใจในการทำงานด้านการเกษตรว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องประสบกับต้นทุนการทำการเกษตรในราคาสูง แต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ ทั้งการผลิตไฟฟ้า การสูบน้ำ ซึ่งเมื่อนำมารวมกับการสนับสนุนด้านเครื่องมือการเพาะปลูก และการรวมตัวกันของเกษตรกร ตนก็มั่นใจว่าต้นทุนการผลิตจะลดลง กำไรของเกษตรกรจะมากขึ้น และเกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

“หากพี่น้องมีใจอยากได้คนทำงาน ไม่สนผลประโยชน์ ผมรับรองว่าถ้ามาเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ พี่น้องจะไม่ผิดหวัง เพราะเราจะได้นักการเมืองที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง”

ด้านนายชาติชาย ศักดิ์อิสระพงศ์ เปิดเผยว่า การที่ตนตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเพราะอุดมการณ์ของพรรคสอดคล้องกับความตั้งใจของตนที่ต้องการอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง ไม่เน้นการเล่นการเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2

“พื้นที่กาญจนบุรี เขต 2 มีมากกว่า 200 หมู่บ้าน ผมได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่า พี่น้องประชาชนจะพิจารณาให้โอกาสผมเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อช่วยพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

รทสช. รุกคืบกาญจนบุรี เปิดสำนักงานพรรค “พีระพันธุ์” ชู เดินหน้าสร้าง DNA คนทำงาน

พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ รทสช. เดินหน้าขยายฐานเสียงในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเปิดสำนักงานพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมชูประเด็นการสร้าง DNA คนทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่

ทำไมต้อง “รทสช.” รุกคืบกาญจนบุรี เปิดสำนักงานพรรค “พีระพันธุ์” ชู เดินหน้าสร้าง DNA คนทำงาน?

การที่พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับจังหวัดกาญจนบุรี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของประชาชนที่ต้องการนักการเมืองที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง การเปิดสำนักงานพรรคและการชูประเด็น DNA คนทำงาน จึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการเข้าถึงใจประชาชน

พรรครทสช. รุกคืบกาญจนบุรี เปิดสำนักงานพรรค “พีระพันธุ์” ชู เดินหน้าสร้าง DNA คนทำงาน เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตรและพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่

การเปิดสำนักงานพรรค รทสช. ที่กาญจนบุรีครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง และการเน้นย้ำถึงการสร้าง DNA คนทำงาน ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่า พรรคจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้ก้าวหน้าได้อย่างไร

การที่พรรครวมไทยสร้างชาติเปิดสำนักงานในจังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง การเน้นย้ำถึงคุณสมบัติของ “คนทำงาน” ที่มีความรู้ความสามารถและความตั้งใจจริง จึงเป็นสิ่งที่น่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่

ที่มา – “รทสช.” รุกคืบกาญจนบุรี เปิดสำนักงานพรรค “พีระพันธุ์” ชู เดินหน้าสร้าง DNA คนทำงาน

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกัน

“นราพัฒน์ แก้วทอง” เปิดใจสาเหตุย้ายร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจ DNA ตรงกัน เรื่องกฎหมาย ขอขับเคลื่อนนโยบายเกษตร มั่นใจทำได้สำเร็จแน่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต สส.หลายสมัย อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความท้าทายทางการเมืองครั้งใหม่ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติว่า การที่ตนตัดสินใจเข้ามาร่วมงานทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติในครั้งนี้ เป็นเพราะมีความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคซึ่งตรงกับอุดมการณ์ของตน นั่นคือการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ การที่หัวหน้าพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ก็จะเป็นอีกกุญแจสำคัญในการผลักดันนโยบายและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย

“ผมเป็นคนชอบทำงาน และพรรครวมไทยสร้างชาติก็เป็นพรรคที่มุ่งหน้าทำงานและมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนเพื่อชาติและประชาชนเช่นกัน ดังนั้น DNA จึงตรงกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับการทำงานของผมด้วย ก็คือ กฎหมาย เพราะทุกเรื่องที่เราจะทำให้ชาวบ้านล้วนต้องอาศัยกฎหมายเป็นกลไกขับเคลื่อน เราต้องผลักดันกฎหมายบางฉบับให้ออกมามีผลบังคับใช้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแนวทางที่ชัดเจนของท่านพีระพันธุ์อยู่แล้ว เพราะท่านแม่นยำเรื่องกฎหมาย เมื่อนำมารวมกับนโยบายที่ผมอยากจะทำ โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ผมมั่นใจว่าผมจะทำได้สำเร็จแน่นอน ผมก็เลยตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายนราพัฒน์กล่าว

นายนราพัฒน์ยังบอกเล่าถึงเส้นทางการเมืองที่ผ่านมาว่า ในวัยเด็กตนไม่ได้มีความสนใจที่จะเข้ามาทำงานการเมือง เนื่องจากเห็นความเหนื่อยยากและเวลาที่หายไปของคุณพ่อ นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต สส. 12 สมัย ผู้ได้รับการขนานนามว่า “พ่อพระของพิจิตร” โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาบัญชี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตนก็ได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจ (M.B.A) ที่มหาวิทยาลัย National University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาทำงานในบริษัทภาคเอกชนอยู่ช่วงหนึ่ง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2540 เมื่อรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ทำให้นายไพฑูรย์ ผู้เป็นบิดาได้รับการวางตัวให้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ตนจึงเบนเข็มมาลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เดิมของคุณพ่อที่จังหวัดพิจิตร โดยเริ่มจากเป็นผู้ช่วย สส. ซึ่งต้องลงพื้นที่เพื่อพบปะชาวบ้านทุกหลังคาเรือนในเขตเลือกตั้งเป็นเวลากว่า 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง จนกระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขต ติดต่อกัน 3 สมัย

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

ประเด็นสำคัญที่นายนราพัฒน์เน้นย้ำคือความสอดคล้องของ DNA ทางการเมืองระหว่างตนเองและพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจย้ายพรรคครั้งนี้

ทำไมนราพัฒน์ถึงย้ายพรรค?

นราพัฒน์ แก้วทอง อธิบายว่า “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเล็งเห็นถึงแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและมุ่งเน้นประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายของหัวหน้าพรรคยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้นโยบายต่างๆ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรซึ่งเป็นสิ่งที่นายนราพัฒน์ให้ความสำคัญ

การย้ายพรรคของนายนราพัฒน์ แก้วทอง ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนายนราพัฒน์ในด้านการเกษตรและการบริหารจัดการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ยังกล่าวถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ โดยมองว่ากฎหมายเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานเพื่อประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นายนราพัฒน์มั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

การตัดสินใจครั้งนี้ของนายนราพัฒน์จึงเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ และเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

การเข้ามาของนายนราพัฒน์ แก้วทอง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติได้มากน้อยแค่ไหน และจะมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาต่อจากนี้

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติคือการมองเห็นอนาคตที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของตนเอง และพร้อมที่จะทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มที่

ที่มา – “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

รวมไทยสร้างชาติ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ

พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัช เตาปูน” นั่งเลขาธิการพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง “นราพัฒน์” โผล่นั่งรองหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในการประชุม นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป

นอกจากนี้ ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

รวมไทยสร้างชาติ ประชุมใหญ่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ มาร่วมกันติดตามข่าวสารและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่น เพื่อสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ทิศทางต่อไปของพรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังจากที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดการประชุมใหญ่และมีการเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือทิศทางและนโยบายที่พรรคจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป

การประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติและการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ หวังว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

รวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศในทางที่ดีขึ้น ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การสนับสนุนและติดตามการทำงานของพรรคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “รวมไทยสร้างชาติ” ประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัชวาลล์” ขึ้นเลขาธิการพรรค

“พีระพันธุ์” ย้ำ เฟ้นผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง

“พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม ยืนยันพรรคยังมี DNA “ลุงตู่” เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการสีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง ทาง Youtube โดยเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า นโยบายที่เป็นธงนำของพรรคก็คือการกำกับดูแลและเสริมสร้าง “ความมั่นคง” ของชาติในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงในการดำรงชีวิต ความมั่นคงในเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงด้านเกษตรกรรม ไปจนถึงความมั่นคงในด้านการศึกษา พร้อมเน้นย้ำว่า ความมั่นคงมีความสำคัญและยั่งยืนมากกว่านโยบายประชานิยม

“จะมีประโยชน์อะไรถ้ามีประชานิยมแต่ไม่มีความมั่นคง แล้วประชานิยมจะช่วยให้ประเทศชาติยั่งยืนได้แค่ไหน?” นายพีระพันธุ์ตั้งคำถาม พร้อมได้ยกตัวอย่างความมั่นคงด้านพลังงานว่า “ช่วงที่ผมบริหารกระทรวงพลังงานตั้งแต่วันแรก ผมบอกกับทุกคนเลยว่าภารกิจของกระทรวงนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนมาก แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้รู้สึกถึงความสำคัญของกระทรวงพลังงาน เพราะฉะนั้นกระทรวงพลังงานต้องกลับมามุ่งเน้นในเรื่องของประชาชน ไม่ใช่มุ่งเน้นในเรื่องของธุรกิจการลงทุน และในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาผมทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่ากระทรวงพลังงานมีความสำคัญกับชีวิตของประชาชนแค่ไหน”

พูดมากบอกโหน พูดน้อยบอกลืม

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “ทุกวันนี้พรรคก็ยังเป็น DNA ของ “ลุงตู่” แต่เมื่อผมพูดถึงมาก ก็กล่าวหาว่าผมไปโหน “ลุงตู่” แต่พอไม่พูด ก็กล่าวหาว่าผมลืมลุงไปแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของคนที่หาเรื่อง ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนรักชาติบ้านเมือง คนตั้งใจทำงาน จุดนี้คือสิ่งที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้เป็น DNA ของลุงตู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นแนวทางของพรรคตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว”

เตรียมหาผู้สมัครสู้เลือกตั้ง

นายพีระพันธุ์ ยังมั่นใจเหตุผลที่ถูกโจมตีมาตลอด เพราะมีเบื้องหลังคือมาจากการที่ต่อสู้ในเรื่องของราคาพลังงาน ทำในสิ่งที่ต้องทำ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ยืนยันการเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองของตน ไม่ใช่เพราะอยากเป็นนักการเมือง เมื่อลาออกจากผู้พิพากษาเพื่อมาทำงานการเมือง ไม่ได้มาเล่นการเมือง  ส่วนการแยกตัวของสมาชิก ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเข้าใจ ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตนเคารพในความคิดของทุกคน ทุกคนมีสิทธิตัดสินใจอนาคตของตนเอง ทุกคนมีแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ซึ่งในตอนนี้ตนก็รู้สึกสบายใจเพราะสามารถบริหารจัดการพรรคได้อย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งถัดไป

ลั่นอยากได้คนรุ่นใหม่

“พรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ระหว่างเตรียมคนอยู่ ซึ่งผมพูดตรง ๆ เลยว่า ผมอยากได้คนใหม่ คนที่ไม่ใช่นักการเมือง และเป็นคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อชาวบ้าน เพื่อประชาชน ในทุก ๆ ครั้งของการสำรวจมีคนไม่ตัดสินใจเยอะที่สุด ทำไมคนไม่ตัดสินใจ เพราะว่าคนเบื่อการเมือง คนเบื่อนักการเมืองเก่า ๆ คนอยากได้นักการเมืองอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมพร้อมที่จะเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้เล่นการเมืองแบบเก่า ๆ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนต้องการเห็นพรรคการเมืองที่มาทำงาน ก็สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันหลักของการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี นายพีระพันธุ์ พร้อมด้วยนายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมชมงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ณ ย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง ระหว่างการเข้าชมงานในครั้งนี้ นายพีระพันธุ์ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์และกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมประจำเทศกาลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด อาทิ ขนมหวานอินเดีย และอาหารสตรีทฟู้ด รวมถึงแวะชมกิจกรรมสาธิตทางวัฒนธรรม เช่น การเพ้นท์เฮนน่า ด้วย

“พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

“พีระพันธุ์” เน้นเฟ้นผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเฟ้นหาผู้สมัครเลือดใหม่เพื่อลงสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเน้นย้ำว่าพรรคต้องการคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เบื่อหน่ายนักการเมืองแบบเดิมๆ พรรคจึงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาบุคคลที่มีความสามารถ มีความรู้ความสามารถ และมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของพรรค และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงยึดมั่นใน DNA ของ “ลุงตู่” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างเต็มที่ การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง จึงเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์จากนักการเมืองรุ่นเก่าที่ยึดมั่นในอุดมการณ์

การเฟ้นหาผู้สมัครใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาทำงานการเมืองได้หรือไม่ และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “พีระพันธุ์” ย้ำความมั่นคงอยู่เหนือประชานิยม เตรียมเฟ้นผู้สมัครเลือดใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

อนุทิน ร่วมสวดอภิธรรมบิดาอัครเดช ส่งจิตขออนุญาต

อนุทิน ร่วมสวดอภิธรรมบิดา “อัครเดช” ส่งจิตขออนุญาตลูกพ่อมาอยู่ภูมิใจไทย

ในค่ำคืนวันที่ 27 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ที่อบอวลไปด้วยความอาลัยและความผูกพันทางการเมือง เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพของนายวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีบุคคลสำคัญหลายท่านมาร่วมไว้อาลัย เช่น นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พิธีครั้งนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่บริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี มีผู้มาร่วมกว่า 2,000 คน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ

“อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพบิดา “อัครเดช” ส่งจิตขออนุญาตลูกพ่อมาอยู่ภูมิใจไทย

งานสวดอภิธรรมคืนนี้เป็นคืนที่ 4 ของพิธี และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 กันยายน 2568 นายอนุทิน ได้แสดงความอาลัยอย่างลึกซึ้ง โดยกล่าวถึงความสนิทสนมกับนายอัครเดชที่ยาวนานหลายปี “นายอัครเดชเป็นคนที่มีความวิริยะอุตสาหะ ตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ผมชื่นชมและศรัทธาในความขยันขันแข็งของท่าน โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านทำได้ดีเยี่ยม เป็นดาวเด่นในสภาเลยทีเดียว” นายอนุทิน กล่าว

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังเล่าถึงความผูกพันในครอบครัวและการเมือง โดยระบุว่านายอัครเดชมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวของเขา “เราผูกพันกันเพราะ ส.ส.มุ่ง เป็นคู่กับน้องเขยผม ภรรยาของ ส.ส.มุ่ง ก็เป็นเพื่อนกับน้องสาวแท้ๆ ของผม ทำให้มีสายใยความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด” เขากล่าว และขอบคุณชาวราชบุรีที่เลือกนายอัครเดชเป็นผู้แทนราษฎร “ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ไว้วางใจให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผ่านการสนับสนุนของท่าน”

ส่งจิตขออนุญาตคุณพ่อ ส.ส.มุ่งย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

ไฮไลต์ของพิธีคือคำกล่าวทิ้งท้ายของนายอนุทิน ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความหวังในการเมือง “ผมได้กราบคุณพ่อ ส.ส.มุ่ง ไปแล้ว และส่งจิตไปบอกว่าคุณพ่อครับ ขอเถอะครับ ขอลูกคุณพ่อมาอยู่ภูมิใจไทยเถอะครับ ถ้าคุณพ่อเห็นด้วย ก็ขอให้ผมลุกขึ้นยืนไหว เพราะผมคุกเข่ากราบขอท่าน แล้วผมก็ลุกขึ้นยืนได้ทันที นั่นแปลว่าคุณพ่ออนุญาตแล้ว เมื่ออนุญาตแล้ว ผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมดูแล ส.ส.มุ่งเอง” คำพูดนี้สร้างรอยยิ้มให้กับผู้มาร่วมงาน แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลสำคัญในวงการการเมืองไทย

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความอาลัยในครอบครัว แต่ยังสะท้อนถึงพลวัตทางการเมือง โดยเฉพาะการโยงใยระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับ ส.ส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอนาคต การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยเรื่องราวเช่นนี้ ที่ผสมผสานระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์สาธารณะ ชาวราชบุรีและประชาชนทั่วไปต่างชื่นชมความทุ่มเทของ ส.ส.อัครเดช ที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์ เหตุการณ์ “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพบิดา “อัครเดช” ส่งจิตขออนุญาตลูกพ่อมาอยู่ภูมิใจไทย ถือเป็นตัวอย่างของการเมืองที่มนุษย์มากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ของนักการเมืองดูใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การสร้างพันธมิตรและความไว้วางใจเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายจากงานที่เผยให้เห็นบรรยากาศอันอบอุ่น แม้จะเป็นงานศพ แต่ผู้มาร่วมต่างแสดงความเคารพและความผูกพันอย่างชัดเจน ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ สร้างกระแสในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของ ส.ส.อัครเดช

  • ความสนิทสนมระหว่างอนุทินและอัครเดชที่ยาวนานหลายปี
  • การแสดงความชื่นชมต่อผลงานในสภา
  • คำขอขออนุญาตจากบิดาแบบสร้างสรรค์
  • ขอบคุณชาวราชบุรีต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอแสดงความไว้อาลัยต่อครอบครัววงษ์พิทักษ์โรจน์ และหวังว่าการเมืองไทยจะก้าวหน้าต่อไปด้วยความสามัคคี หากคุณสนใจติดตามข่าวการเมืองล่าสุด สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ที่มา – “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพบิดา “อัครเดช” ส่งจิตขออนุญาตลูกพ่อมาอยู่ภูมิใจไทย

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ หาคนอุดมการณ์ร่วมงาน

ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเบื่อหน่ายจากประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติกำลังก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยล่าสุดมีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่มีใจเพื่อชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้ดีขึ้น

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

วันที่ 27 กันยายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคที่มุ่งมั่นในการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ผ่านมาประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวังกับนักการเมืองที่ชอบอ้างชื่อประชาชน แต่พอได้อำนาจแล้วกลับหันไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยละเลยปัญหาที่ประชาชนเผชิญหน้ามาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้มเหลว

พรรครวมไทยสร้างชาติเกิดขึ้นจากความจำเป็นนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยนายพีระพันธุ์เล่าว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พรรคได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริงจัง โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่สามารถลดค่าไฟฟ้า ไม่เคยขึ้นค่าแก๊ส และกำลังวางแผนควบคุมราคาน้ำมันให้มั่นคง ไม่ให้ผันผวนรายวันอีกต่อไป นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ ‘ทำจริง’ ไม่ใช่แค่พูด

การประกาศ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน นี้ เป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมขยายฐาน โดยมุ่งหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการการเมืองที่โปร่งใส ยุติธรรม และมุ่งแก้ปัญหาประชาชนเป็นหลัก หัวหน้าพรรคย้ำว่า พรรคไม่ใช่เครื่องมือของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคนที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวหน้า

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยการทุจริตและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ นี่คือโอกาสของคุณ พรรครวมไทยสร้างชาติเชิญชวนทุกท่านที่มีแนวคิดคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ นักกิจกรรม หรือประชาชนทั่วไป มาร่วมสร้างการเมืองใหม่ที่เน้นผลลัพธ์จริง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน ลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางการเมือง การมีพรรคที่ยึดมั่นในหลักการเพื่อประชาชนจึงสำคัญยิ่ง นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่าการทำงานในรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น โดยไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ หลายแห่งที่ถูกวิจารณ์เรื่องนี้

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนงานที่ชัดเจนในหลายด้าน เช่น การปฏิรูประบบพลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรและ SME ผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น การ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน จึงไม่ใช่แค่การรับสมัครสมาชิก แต่เป็นการสร้างขบวนการเพื่อชาติที่ยั่งยืน

  • สมัครด้วยตนเอง: ไปที่สำนักงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เลขที่ 35/3 ซอยอารีย์ 5 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันทำการ
  • สมัครออนไลน์: กรอกข้อมูลผ่านลิงก์ https://forms.gle/jwYGG9zNnGedtiqb7 สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

หัวหน้าพรรคกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมขอเชิญชวนท่านทั้งหลายที่เบื่อการเมืองแบบเก่า ๆ ที่ชอบอ้างประชาชนแต่ทำเพื่อตัวเอง มาร่วมกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศนี้ยังไปต่อได้ ถ้าเรามีใจเดียวกัน” คำเชิญนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่พร้อมต้อนรับทุกคน

การเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพรรคให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น หากคุณเชื่อในอุดมการณ์เพื่อประชาชนและชาติ อย่ารอช้า ลองสมัครดูวันนี้ แล้วเราจะไปด้วยกันเพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ สู่ รมช.อุตสาหกรรม

เปิดประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิท “สุชาติ ชมกลิ่น” ผงาดขึ้นสู่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พบอดีตเคยเป็นผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ค่ายสีส้ม แต่สอบตก ก่อนซบพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปรากฏว่า จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากที่ก่อนหน้านั้น กระแสข่าวสะพัดจะได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แต่กลับได้มานั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน ทำให้หลายคนสนใจใน ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

สำหรับประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศเป็นคนจ.ฉะเชิงเทรา โดยกำเนิด จบการศึกษามหาบัณฑิตสาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม ม.บูรพา เคยรับราชการสายสรรพาวุธทหารเรือ หลังจากนั้นได้ลาออก และเข้ามาสู่สนามการเมืองในสมัยแรกเมื่อปี 2544 ด้วยการลงสมัครสนามท้องถิ่น ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อบต.บางผึ้ง ก่อนต่อมาจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นายก อบต.บางผึ้ง จ.ฉะเชิงเทรา ชนะเลือกตั้งถึง 4 สมัย ได้ครองเก้าอี้รวม 4 สมัย บวก 3 ปีเต็ม

ต่อมาในปี 2563 กระโดดเข้าสนามระดับจังหวัด ด้วยการชิงเก้าอี้นายก อบจ.แปดริ้ว ในนามคณะก้าวหน้า แต่พ่ายแพ้ให้กับนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ. 3 สมัย แต่จ่าเอก ยศสิงห์ ก็ทำคะแนนไปได้สูงถึง 132,191 คะแนน และยังพาทีม ส.อบจ. คณะก้าวหน้า สอบผ่านการเลือกตั้งได้ถึง 10 คน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

ขณะที่ในปี 2565 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนในปี 2566 ได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ ลงสมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เห็นชอบแต่งตั้ง จ่าเอก ยศสิงห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.พาณิชย์ (นายสุชาติ ชมกลิ่น)]

กระทั่งในยุครัฐบาลอนุทิน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จ่าเอก ยศสิงห์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน 1 ที่ว่ากันว่ามาจากการผลักดันของนายสุชาติ ชมกลิ่น เส้นทางการเมืองของ จ่าเอก ยศสิงห์ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

จากท้องถิ่น สู่ รัฐมนตรีช่วย: ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเมืองที่น่าสนใจ จากจุดเริ่มต้นในระดับท้องถิ่น สู่การเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงพรรค และความสัมพันธ์กับนักการเมืองสำคัญอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในวันนี้

การได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของจ่าเอก ยศสิงห์ ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจในการเมืองไทย และต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสร้างผลงานอะไรให้กับประเทศชาติ

ที่มา – ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ อดีตเด็กค่ายส้ม สู่คนสนิท “สุชาติ” ผงาดได้นั่งรมช.อุตสาหกรรม

Scroll to top