พรรคร่วมรัฐบาล

“สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

ช่วงนี้แวดวงการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังจะมาถึง หลายคนจับตาดูว่ารัฐบาลจะรับมืออย่างไร โดยล่าสุด “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณบวกจากพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันถึงความพร้อมในการชี้แจงทุกประเด็นข้อสงสัยจากฝ่ายค้านครับ

“สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลมาตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นฮั้ว สว. หรือเรื่องการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยนายสิริพงศ์มองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจ เพราะรัฐบาลยึดถือความโปร่งใสและหลักฐานเป็นสำคัญ

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้

สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านมักจะใช้สูตรสำเร็จว่า “ว่าไปก่อน ถูกผิดค่อยไปพิสูจน์” นายสิริพงศ์ได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • การชี้แจงต้องอาศัยหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่พยานบุคคล
  • รัฐบาลทำงานตามกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เช่น กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่เริ่มตั้งแต่ปี 2562
  • โครงการ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความชัดเจนและถึงมือประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา โดยเขายืนยันว่าเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่น และไม่มีการไปดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วมเพิ่มตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใด

ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่าการเมืองในระบบรัฐสภามีการตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานต่างๆ นั้นส่งผลดีต่อประชาชนจริงหรือไม่ การที่รัฐมนตรีออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลลัพธ์จากการอภิปรายจริงว่าข้อมูลจะแน่นเพียงใดและคำตอบจะถูกใจผู้ฟังมากน้อยแค่ไหนครับ

ที่มา – “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หมด ย้ำ เรื่องเสียงไร้ปัญหา

รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดสมัยประชุมสภาฯ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญว่า รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางฝั่งรัฐบาลไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด

รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสมัยประชุมสามัญในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่ง น.ส.แนน ได้ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมทำงานเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่หลายคนจับตามองคือการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านที่อาจมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่ง รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหนก็ตาม

มุมมองต่อประเด็นการเมืองและเสถียรภาพรัฐบาล

เมื่อถูกถามถึงกรณีฝ่ายค้านอาจหยิบยกประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. มาเป็นหัวข้ออภิปราย น.ส.แนนได้ตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านควรพิจารณาถึงความเหมาะสมและหลักฐานที่มีอยู่ เพราะที่ผ่านมามักเป็นการกล่าวหาโดยปราศจากข้อมูลที่ชัดเจน เธอจึงย้ำว่า รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงทุกข้อสงสัยได้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

  • ความพร้อมของรัฐบาลในการเสนอกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล
  • จุดยืนของโฆษกพรรคภูมิใจไทยต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
  • ความสำคัญของการมีหลักฐานก่อนการตั้งคำถามในสภาฯ

ท้ายที่สุดแล้ว เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้วัดกันเพียงแค่ตัวเลขเสียงในสภาฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสื่อสารและบริหารงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม การที่รัฐมนตรีออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในมุมของฝ่ายบริหาร พวกเขาพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ผลงานผ่านการตอบข้อซักถามในสภาฯ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตยที่เราควรจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าฝ่ายค้านจะนำข้อมูลชุดใดมาพิสูจน์ความจริงได้บ้าง

ที่มา – รมช.ดีอี มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ยันตอบฝ่ายค้านได้หมด หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แค่สีสันการเมือง สุชาติ เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม

แค่สีสันการเมือง สุชาติ เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม

ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี กลับมีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาล หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า แค่สีสันการเมือง สุชาติ เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจนว่าข่าวลือเหล่านี้เป็นเพียงสีสันที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกยุคทุกสมัย

นายสุชาติมองว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน เมื่อถึงช่วงเวลาที่ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไขจนเบาบางลง ข่าวการเมืองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือการสลับขั้วมักจะถูกนำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งในมุมมองของแกนนำพรรคภูมิใจไทยคนนี้ ยืนยันว่าการที่ใครสักคนปล่อยข่าวลือเรื่อง แค่สีสันการเมือง สุชาติ เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม นั้น ไม่สามารถระบุเจตนาที่แท้จริงของผู้ให้ข่าวได้ ว่าหวังดีต่อประเทศชาติหรือต้องการสร้างกระแสให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนกันแน่

ความสามัคคีในพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่น

นอกจากประเด็นเรื่อง แค่สีสันการเมือง สุชาติ เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม แล้ว นายสุชาติยังย้ำให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน โดยระบุว่าทุกพรรคยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และความสามัคคีนี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย

หากเรามองย้อนกลับไป จะพบว่ากลยุทธ์การปล่อยข่าวลือเพื่อสร้างความปั่นป่วนทางการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ประชาชนควรพิจารณาคือ:

  • ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวที่นำเสนอ
  • ผลงานที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาลในปัจจุบัน
  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา

ท้ายที่สุดแล้ว ข่าวลือต่างๆ ที่ออกมาเป็นเพียงเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในแวดวงการเมือง ซึ่งไม่ควรนำมาเป็นประเด็นให้เกิดความตื่นตระหนก เพราะการทำงานเพื่อส่วนรวมย่อมสำคัญกว่าการฟังข่าวลือที่ไม่มีที่มาที่ไป แล้วคุณล่ะครับ มองว่าข่าวลือเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนมากน้อยเพียงใด หรือนี่จะเป็นเพียงสัญญาณของการเตรียมตัวเข้าสู่โหมดเลือกตั้งในอนาคตกันแน่?

ที่มา – แค่สีสันการเมือง “สุชาติ” เมินข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้วเขียว แดง ส้ม ย้ำพรรคร่วมยังสามัคคี

พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก ธนกร ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ

พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก “ธนกร” ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ ตกคณิตศาสตร์

วันนี้ขอพาทุกคนไปอัปเดตสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เมื่อคุณธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอกกลับประแสข่าวลือเรื่อง พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก “ธนกร” ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ ตกคณิตศาสตร์ อย่างดุเดือด โดยเจ้าตัวย้ำชัดว่าข่าวลือเรื่องดีลลับที่โมนาโกนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันและไร้หลักฐานสิ้นดี

คุณธนกรกล่าวถึงกรณีที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองพยายามปล่อยข่าวว่ามีการเจรจาลับเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลว่า ถ้าใครที่เข้าใจกลไกการเมืองจริงๆ จะทราบดีว่าการตกลงสำคัญๆ ไม่จำเป็นต้องบินไปถึงต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก “ธนกร” ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ ตกคณิตศาสตร์ นั้นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขจำนวน สส. ในสภาฯ ซึ่งการออกมาปล่อยข่าวลอยๆ แบบนี้ถือว่าเป็นการตกคณิตศาสตร์อย่างน่าใจหาย

มุมมองต่อเสถียรภาพรัฐบาลและการทำงานเพื่อประชาชน

นอกจากประเด็นการเมืองระดับชาติแล้ว คุณธนกรยังได้ลงพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ โดยต้องการให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านด่านจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ด่านนอกเดิม โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญดังนี้:

  • คงการใช้งานด่านเก่าควบคู่กับด่านใหม่เพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจชุมชน
  • จัดระเบียบเส้นทางคมนาคมให้ชัดเจน แยกกลุ่มรถขนส่งกับรถนักท่องเที่ยว
  • ทำบันทึกข้อตกลง (MOA) ไม่ปิดด่านเก่าอย่างถาวร
  • รัฐบาลต้องเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
  • เพิ่มป้ายบอกทางให้ชัดเจนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่เขตเศรษฐกิจเดิม

คุณธนกรยังยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้นมีความมั่นคงแข็งแรง และหากมีความเห็นต่างก็สามารถหารือผ่านคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้เสมอ ดังนั้นข่าวลือ พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก “ธนกร” ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ ตกคณิตศาสตร์ จึงเป็นแค่เพียงเกมการเมืองที่หวังจะสร้างกระแสเท่านั้น

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า ในยุคที่ข่าวปลอมแพร่กระจายได้รวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส การเสพข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณและการดูสถานการณ์ตามความเป็นจริงของตัวเลขและข้อเท็จจริงสำคัญมากที่สุด สุดท้ายแล้วการที่นักการเมืองมุ่งมั่นแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน ย่อมเป็นสิ่งที่ยั่งยืนและมีคุณค่าต่อประเทศชาติมากกว่าการไปเสียเวลากับดีลลับที่ไม่มีมูลความจริงครับ

ที่มา – พรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก “ธนกร” ฟาดดีลลับแดง-เขียวเลอะเทอะ ตกคณิตศาสตร์

แอ็กเคาท์จริงไม่ใช่แอ็กฯ หลุม รวมโซเชียลมีเดีย ครม.อนุทิน

ในยุคที่การสื่อสารออนไลน์คือหัวใจสำคัญของการทำงานรัฐบาล ความโปร่งใสและการเข้าถึงประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “รัฐมนตรีโลกลืม” ทำให้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องสั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนเร่งสื่อสารผลงานผ่านโลกออนไลน์ให้ชัดเจน วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลมาให้ดูกันว่า แอ็กเคาท์จริงไม่ใช่แอ็กฯ หลุม รวมโซเชียลมีเดีย ครม.อนุทิน ที่ประชาชนสามารถเข้าไปติดตามและตรวจสอบการทำงานได้จริงมีช่องทางไหนบ้าง

แอ็กเคาท์จริงไม่ใช่แอ็กฯ หลุม รวมโซเชียลมีเดีย ครม.อนุทิน สื่อสารผลงานสู้ รมต.โลกลืม

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การมีโซเชียลมีเดียไว้ประดับตัว แต่เป็นการสร้างช่องทางให้ประชาชนรับรู้ว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้ถึงมือประชาชน การสื่อสารที่ถูกต้องผ่าน แอ็กเคาท์จริงไม่ใช่แอ็กฯ หลุม รวมโซเชียลมีเดีย ครม.อนุทิน จะเป็นการลบภาพจำที่ว่ารัฐมนตรีเข้าถึงยาก และยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี

ส่องช่องทางโซเชียลของรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง

จากการสำรวจพบว่ารัฐมนตรีส่วนใหญ่มีการขยับตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยแบ่งเป็นช่องทางต่างๆ ดังนี้:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล: ติดตามได้ผ่าน Facebook: Anutin Charnvirakul ที่มีผู้ติดตามกว่า 4.2 แสนคน
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล: โดดเด่นด้วยยอดผู้ติดตาม 4.3 แสนคนบน Facebook
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์: รัฐมนตรีพลังงานที่สื่อสารผ่านเพจเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง) อย่างต่อเนื่อง
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา: สื่อสารผลงานกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างแข็งขันผ่านช่องทางหลัก

นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีท่านอื่นๆ เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่เลือกใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงกลุ่มผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไป การที่รัฐมนตรีลงมาเล่นโซเชียลเองจะช่วยให้การสื่อสารนโยบายมีความเป็นกันเองและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าจะมีรัฐมนตรีบางท่านที่โอนภารกิจไปยังเพจของกระทรวงหรือพรรคต้นสังกัด แต่ในภาพรวมถือว่ารัฐบาลชุดนี้พยายามปรับตัวเพื่อสู้กับคำนิยาม “รมต.โลกลืม” อย่างเต็มที่ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแค่ทำให้ผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ยังช่วยสร้างมิติใหม่ของการเมืองไทยให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

สุดท้ายนี้การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เป็นหน่วยงานรัฐหรือบัญชีที่ยืนยันตัวตนชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพราะเป็นการการันตีว่าข้อมูลที่ได้รับมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน หวังว่าการขยับตัวในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมั่นในการทำงานของ ครม. มากยิ่งขึ้น ใครที่สนใจอยากส่งเสียงสะท้อนหรือติดตามการทำงานของท่านใดเป็นพิเศษ อย่าลืมกดติดตามบัญชีออฟฟิเชียลของแต่ละท่านไว้เลยครับ

ที่มา – แอ็กเคาท์จริงไม่ใช่แอ็กฯ หลุม รวมโซเชียลมีเดีย ครม.อนุทิน สื่อสารผลงานสู้ รมต.โลกลืม

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจชะลอการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยได้ถอนชื่อสนับสนุนจำนวน 30 รายชื่อออกไป ทำให้สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องหันมาจับตามองว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าดังกล่าว โดยยอมรับว่าพรรคจำเป็นต้องถอยออกมาเพื่อทบทวนทิศทางใหม่ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยพรรคเดียว แต่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้นการมุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จมากกว่าการฝืนสถานการณ์จึงถูกหยิบยกมาเป็นตัวตั้ง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

การที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ในครั้งนี้ มีปัจจัยที่น่าสนใจดังนี้:

  • พรรคเพื่อไทยมีเสียงเพียง 74 เสียง ไม่เพียงพอต่อการยื่นร่างกฎหมายสำคัญได้ด้วยตัวเอง
  • ต้องการรักษาสัมพันธภาพกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงในมือจำนวนมาก
  • ต้องการหาจุดร่วมในตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การผลักดันเข้าสู่กระบวนการในสภามีความราบรื่น ไม่ถูกตีตกตั้งแต่วาระแรก
  • มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของ สสร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่าย

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การถอยครั้งนี้จะทำให้เสียหลักการหรือไม่ แต่นายจุลพันธ์ยืนยันหนักแน่นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเริ่มจากความขัดแย้งได้ การตั้งหลักใหม่เพื่อหาจุดที่เห็นตรงกันคือกลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ทางออก โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

บทสรุปของเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ว่า การทำงานร่วมกันย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง แต่หากเรายึดหลักการพูดคุยมากกว่าการยืนประจันหน้า การแก้ปัญหาใหญ่ของชาติอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าการดึงดัน ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนการเอาชนะคะคานกันทางการเมือง เราต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อการพูดคุยสิ้นสุดลง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ที่มา – เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ยันไม่สร้างรอยร้าวพรรคร่วม

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

ข่าวใหญ่ในวงการศึกษาที่กำลังเป็นกระแส รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยถึงแผนการนี้อย่างชัดเจน โดยไม่สนใจเรื่องสังกัดพรรคการเมือง แต่เน้นที่ฝีมือและความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นสัญญาณบวกสำหรับการปฏิรูปการศึกษาไทยที่ต้องการคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อน

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

วันที่ 11 เมษายน 2567 นายอัครนันท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ชวนนายปารมี ไวจงเจริญ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ครูจวง อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน มาร่วมงานในกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่ทั้งคู่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี แม้ครูจวงจะไม่ได้เป็น ส.ส. ในสมัยนี้ และมีแผนกลับไปสอนหนังสือ แต่รมช.ศึกษาฯ มองเห็นศักยภาพของเขาในการช่วยพัฒนาการศึกษา จึงชวนมาร่วมทีมทันที โดยวางตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุผลหลักที่เลือกครูจวง

สิ่งที่น่าสนใจคือ รมช.ศึกษาฯ ย้ำชัดว่า ไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอแค่เป็นคนเก่ง ทำงานตรงสายการศึกษา ครูจวงมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะการพูดถึงปัญหาการศึกษาและแก้ไขให้ฝ่ายค้านในอดีตได้อย่างตรงจุด ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้จริง ไม่มีดราม่าเรื่องการเมืองมาสะดุด การตัดสินใจนี้ช่วยเปิดประตูให้บุคลากรนอกพรรคร่วมงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการความก้าวหน้า

  • รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี สนิทสนมส่วนตัว
  • ครูจวงเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ตรงสายงาน 100%
  • ไม่ยึดติดพรรคการเมือง เน้นผลงานและฝีมือ
  • ช่วยพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า ไม่ติดกรอบอุดมการณ์

นัดดินเนอร์เพื่อนเก่าจากพรรคประชาชน

นอกจากนี้ นายอัครนันท์ ยังเผยว่ามีเพื่อนในพรรคประชาชนหลายคน และวันนั้นจะไปดินเนอร์กับนายเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน โดยกล่าวว่า “ถ้าวันนี้มองแต่ว่า มีแนวคิดที่ไม่เหมือนกันแล้วจะคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้ว” แสดงถึงทัศนคติที่เปิดกว้าง สามารถทำงานร่วมกันได้แม้ต่างอุดมการณ์ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการสร้างทีมที่หลากหลาย

การชงตั้ง รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา นี้ ไม่ใช่แค่การดึงคนเก่งเข้ามา แต่ยังสะท้อนนโยบายของกระทรวงศึกษาที่ต้องการปฏิรูปอย่างจริงจัง ปัจจุบันการศึกษาไทยเผชิญปัญหามากมาย เช่น คุณภาพครูไม่เพียงพอ การเรียนออนไลน์หลังโควิดที่ยังล้าหลัง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในท้องถิ่น การมีครูจวงที่เคยต่อสู้ในสภาเรื่องนี้มาร่วม จะช่วยเสริมทีมให้แข็งแกร่งขึ้น

จากประสบการณ์ของครูจวงที่เคยเป็นครูและนักกิจกรรมการศึกษา เขามักพูดถึงการเพิ่มงบประมาณการศึกษา การฝึกอบรมครู การลดชั่วโมงเรียนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เด็กมีเวลาพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล AI และ soft skills หากสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้หน่วยงานอื่นๆ ดึงคนเก่งไม่จำกัดกรอบพรรค

อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่าอาจมีผลกระทบทางการเมือง แต่รมช.ศึกษาฯ ยืนยันว่าเป็นการทำงาน чисто ไม่เกี่ยวกับการเมือง และครูจวงเองก็ไม่เคยพูดถึงการย้ายพรรคเพื่อไทย นี่คือการร่วมมือเพื่อชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้น่าจะนำพาการศึกษาไทยไปข้างหน้าได้ดี หากรัฐบาลเปิดกว้างแบบนี้มากขึ้น ประเทศจะพัฒนาเร็วขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการศึกษาเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

เปิด 35 ชื่อโผครม.อนุทิน 2 ทูลเกล้า 30 มี.ค.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวการเมืองสุดฮอตมาอัพเดทให้ฟังกันแบบเรียลไทม์เลยครับ ครม.อนุทิน 2 กำลังจะทูลเกล้าฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว รายงานล่าสุดจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าผ่านด่านตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 35 รายชื่อเรียบร้อย แม้จะมีดราม่านิดหน่อยเรื่องนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่พรรคเพื่อไทยส่งตัวสำรองมา 3 คน คือ นายนิกร โสมกลาง, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล สุดท้ายเคาะ “นิกร” เสียบแทนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน “เดียร์ ขัตติยา” กับ “วิสุทธิ์” วืดไปแบบน่าเสียดาย

การตรวจสอบครั้งนี้เข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานอรหันต์ทั้งหลายได้สแกนประวัติและคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรีทุกคน ไม่มีปัญหาเว้นแค่นามสาวสุดาวรรณคนเดียว ทำให้ต้องปรับโผใหม่ พรรคเพื่อไทยแอคชั่นไว ส่งรายชื่อสำรองมาทันที และทั้งสามคนผ่านฉลุย! นี่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลในการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้

วันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมสุดท้ายกับหน่วยตรวจสอบ หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนราชการทันที ครม.ชุดนี้คาดว่าจะมีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ผสมกัน เน้นคนมีประสบการณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม

35 รายชื่อโผครม.อนุทิน 2

มาดูรายชื่อเต็มๆ กันเลยครับ จัดเรียงตามลำดับที่รายงานมา จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้อ่านง่าย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในครม.อนุทิน 2

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • 4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • 5. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • 7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • 8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก

  • 9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • 13. พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • 15. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แทนสุดาวรรณ)
  • 16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีกหลายท่าน เช่น ในกระทรวงคมนาคม เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ฯลฯ รวมทั้งหมด 35 ชื่อครบถ้วน รายชื่อนี้สะท้อนถึงการกระจายพอร์ตให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างลงตัว พรรคภูมิใจไทยได้หลักๆ หลายกระทรวงสำคัญ

ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้คาดว่าจะโฟกัสประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเกษตร และดิจิทัล เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตต่างๆ ตัวอย่างเช่น นายอนุทินยังคงคุมมหาดไทย นายพิพัฒน์คมนาคมต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนโครงการใหญ่ๆ ได้เร็ว

ส่วนตัวผมมองว่าโผนี้แข็งแกร่ง มีทั้งทหาร นักการเมืองรุ่นเก๋า และคนรุ่นใหม่ หวังว่าจะไม่มีดราม่าคุณสมบัติเพิ่ม และเริ่มงานทันทีหลังทูลเกล้าฯ สำเร็จ คุณคิดยังไงกับ ครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? ชอบใคร หรือคาดหวังนโยบายอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – เปิด 35 ชื่อโผ “ครม.อนุทิน 2” เตรียมทูลเกล้าฯ 30 มี.ค. ชัดแล้ว “นิกร” แทน “สุดาวรรณ”

“สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน นิกร โสมกลางเสียบแทน

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันดีกว่าครับ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน สร้างความฮือฮาให้กับหลายๆ คน โดยเฉพาะแฟนคลับพรรคเพื่อไทยที่รอคอยการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเสนอเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. กลับต้องอกหักเพราะไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ

สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เกิดอะไรขึ้น?

จากรายงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากยื่นเอกสารตรวจประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย สาเหตุหลักๆ อาจมาจากประเด็นทางจริยธรรมหรือประวัติที่ถูกตรวจสอบโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน แต่ก็ทำให้พรรคต้องปรับแผนด่วน

สุดาวรรณ ใครคือตัวเต็งที่พลาดโอกาส?

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย มีบทบาทสำคัญในฐานะรองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เธอเคยมีประสบการณ์ในวงการสื่อและการเมืองท้องถิ่น ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับโควตาตำแหน่งกระทรวง พม. ที่ดูแลนโยบายสังคม ผู้คนหลายคนคาดหวังว่าเธอจะนำพาการเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิการ แต่สุดท้าย สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน ทำให้ต้องรอโอกาสครั้งหน้า

นิกร โสมกลาง ส.ส.โคราช ผู้มาแทนที่

แทนที่จะปล่อยโควตาว่าง พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่ง นายนิกร โสมกลาง ส.ส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดน.ส.สุดาวรรณ เข้ามาแทนที่ทันที โดยจะยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในวันเดียวกัน นายนิกรเป็น ส.ส.มือฉมังของพรรค มีประสบการณ์ยาวนานในการเมืองท้องถิ่น จังหวัดโคราช และเคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง ทำให้เชื่อว่าจะผ่านฉลุยและสานต่อนโยบายได้อย่างราบรื่น

การเปลี่ยนตัวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการการเมืองไทย เพราะคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องสะอาด 100% ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่มีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่ล้มละลาย ไม่ถูกศาลสั่งลงโทษ ฯลฯ

ผลกระทบจากการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่านของสุดาวรรณ

แม้จะเป็นแค่ 1 ตำแหน่ง แต่ส่งผลต่อภาพรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร พิชัยยุทธ พรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ต้องเร่งปรับโควตาเพื่อไม่ให้ล่าช้า กระทรวง พม. เป็นกระทรวงสำคัญที่ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และปัญหาสังคม หากว่างนานอาจกระทบการดำเนินนโยบายเร่งด่วน

  • ข้อดีของนิกร โสมกลาง: มีฐานเสียงแข็งในภาคอีสาน รู้ปัญหาท้องถิ่นดี
  • ความเสี่ยง: ต้องรอผลตรวจคุณสมบัติ หากไม่ผ่านอีก อาจวุ่นวาย
  • โอกาสสำหรับสุดาวรรณ: อาจได้ตำแหน่งอื่นหรือรอครม.ปรับปรุง
  • ภาพรวมพรรค: แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัว

จากมุมมองของผม การที่ สุดาวรรณ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน เป็นบทเรียนให้ทุกพรรคต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่แรก ระบบตรวจสอบที่เข้มงวดนี้ช่วยยกระดับคุณภาพรัฐมนตรีได้จริง

อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามต่อว่าครม.ชุดนี้จะเดินหน้าได้เร็วแค่ไหน และนโยบายเด่นๆ จะออกมาเมื่อไหร่ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจประเด็นนี้ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ ด้วยกัน

ที่มา – “สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ไม่ผ่าน จับตา “นิกร โสมกลาง” สส.โคราช เสียบแทน

Scroll to top