พรรคร่วมรัฐบาล

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักในชื่อ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พรรคเล็กที่มี ส.ส. 6 เสียงจากบัญชีรายชื่อและเขตชายแดน พร้อมเติมพลังให้รัฐบาลใหม่หากได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แน่นอน

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

การประกาศครั้งนี้ของ “กังฟู” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทรวมพลังที่เกิดจากฐานเสียงประชาชนชายแดนใต้ ซึ่งผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน “เราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งเอง มารยาททางการเมืองต้องรอให้พรรคใหญ่สุดอย่างพรรคภูมิใจไทยทาบทามก่อน” กังฟูกล่าวอย่างหนักแน่น นโยบายของทั้งสองพรรคมีจุดร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ หากร่วมมือกันจะทำให้เสียงของชาวชายแดนดังขึ้นในสภาได้แน่นอน

6 เสียงเล็กๆ แต่พลังเต็มเปี่ยม

แม้พรรคไทรวมพลังจะมี ส.ส. เพียง 6 เสียง แต่ “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข โดยย้ำว่าพร้อมสนับสนุนในหลักการเพื่อผลประโยชน์ประชาชน ไม่เล่นตัวหากได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ เสียงเหล่านี้จะช่วยเติมพลังให้รัฐบาลเข้มแข็ง เดินหน้าแก้ปัญหาเรื้อรังได้เร็วขึ้น เช่น การผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่ค้างอยู่ในสภาชุดก่อน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งสะท้อนปัญหาท้องถิ่นในสภา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้ง การค้าชายแดน และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าพุ่งสูง ชาวบ้านจำนวนมากยังลำบาก กังฟูเรียกร้องให้ ส.ส. ทั้ง 500 เสียงช่วยกันขับเคลื่อนวาระนี้ให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาชายแดน: ต้องแก้ไขอย่างยั่งยืน

กังฟูแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ปัจจุบันจะนิ่งสงบ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากฝั่งตรงข้ามมีการยั่วยุหรือเสริมกำลัง ทหารไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความแข็งแกร่งเช่นกัน “ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ในวันสองวัน ต้องใช้แนวทางยั่งยืน ทั้งงบประมาณ ความมั่นคง และสวัสดิการครอบครัวทหารที่ยังค้างเงินเยียวยา” เขากล่าว พร้อมเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่จะปกป้องชาติ

  • ผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เพื่อเกษตรกร
  • ร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ช่วยลดภาระประชาชน
  • แก้ปัญหาชายแดนแบบยั่งยืน รวมสวัสดิการทหาร
  • ประสานงานระหว่างพรรคเพื่อรัฐบาลเข้มแข็ง

การเคลื่อนไหวของพรรคไทรวมพลังครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเล็กก็มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมือง หากรัฐบาลใหม่ก่อตัว จะช่วยให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่ติดขัดจากเสียงข้างมากที่เปราะบาง

สุดท้าย “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข ย้ำว่าพรรคพร้อมจับมือทุกฝ่ายเพื่อประชาชน ชาวชายแดนและคนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมองที่เป็นกลางและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข หากได้รับทาบทาม 6 เสียงพร้อมเติมพลังให้รัฐบาล

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่รัฐสภา เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯกันแบบเต็มสูบเลยนะครับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 หลังการเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการและรมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงก่อนเวลา แถมยังแวะช้อปปิ้งเสื้อผ้าที่บูธรอบสระมรกต ซื้อเสื้อกล้าม 2 ตัว เชิ้ตแขนสั้นยาวอย่างละตัว ยังถามพ่อค้าแม่ค้าว่า “รอโครงการคนละครึ่งอยู่ใช่ไหม” แบบเป็นกันเองสุดๆ

“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ

เวลา 13.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 สส.พรรคภูมิใจไทยคณะใหญ่เดินทางมาถึงด้วยรถบัส 6 คัน นำทีมโดยนายอนุทิน ทุกคนตั้งแถวเดินขบวนลงบันไดเลื่อนไปชั้น B1 เพื่อรายงานตัวรับบัตรสส.ใหม่ หลังจากนั้น อนุทินยิ้มแย้ม ชูบัตรประจำตัวให้สื่อเห็น ก่อนรีบไปประชุมที่ทำเนียบ บรรยากาศอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่รวมตัวกัน

ยังไม่คุยตำแหน่งประธานสภา ชื่อโสภณ ซารัมย์โดด?

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องวันเปิดสภาเลือกประธานสภา ย้ำว่าขึ้นกับพระราชโองการ เลขาฯสภาแจ้งข้อมูลแล้ว รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ไทม์ไลน์ยังพูดไม่ได้ พอถามเรื่องพรรคคุยตำแหน่งประธานสภา บอกว่ายังไม่ได้คุย วันที่ 8 มี.ค. จะมีสัมมนา สส.ปฐมนิเทศให้รู้จักกันก่อน เพราะบางคนเพิ่งเจอหน้า

ชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ ถูกหยิบยกมา บอกว่าทุกคนมีความเหมาะสม ไม่ปิดกั้นใครเลยครับ

ดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

เรื่องร้อนสุดคือดีลพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อ“อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯแล้ว เผยว่า “เมื่อถึงเวลาอันสมควร มันก็ชัดเจนเอง ตามความเหมาะสม” ไม่ตอบตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมหรือไม่ เดินขึ้นรถทันที สไตล์นักการเมืองตัวจริง!

ส่วนรัฐบาลรักษาการ บอกว่าทำงานปกติได้ แม้มีวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่รีบร้อน เพราะมีรัฐธรรมนูญกำหนดขั้นตอนชัดเจน ใครเป็นนายกฯ ก็ต้องเร่งทำงานไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย

  • อนุทินมาถึงก่อนเวลา ช้อปเสื้อผ้าเป็นกันเอง
  • สส.ภูมิใจไทยมาเป็นขบวนรถบัส 6 คัน
  • ยังไม่คุยประธานสภา รอสัมมนา 8 มี.ค.
  • ชื่อโสภณเหมาะสม แต่ทุกคนก็เหมาะ
  • ดีลพรรคร่วมรอเวลาชัดเจน ไม่ตอบพรรคกล้าธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยดูมั่นใจเต็มเปี่ยม นำโดยอนุทินที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากดีลพรรคร่วมออกมา คงมีเซอร์ไพรส์แน่ๆ

จากมุมมองผม สถานการณ์ตอนนี้เหมือนหมากรุกใหญ่ อนุทินเล่นเกมรอจังหวะได้ดี รัฐบาลใหม่ใกล้แล้ว แต่ต้องรอขั้นตอนกฎหมาย อย่าลืมติดตามต่อนะครับ เพราะอาจมีอัพเดทใหญ่!

คุณคิดว่าพรรคไหนจะร่วมรัฐบาล? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

ที่มา – “อนุทิน” นำทัพ สส.ภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ บอกดีลพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลาก็ชัดเจนเอง

อนุทิน ยันไม่เคยบอกไม่นั่งกลาโหม พรรคร่วมกล้าธรรม

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวอัปเดตสุดร้อนจากวงในรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา สถานการณ์การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีกำลังเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็น อนุทิน ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม ที่กลายเป็นหัวข้อฮือฮาในหมู่สื่อและนักการเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ที่กระทรวงการต่างประเทศ มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

อนุทิน ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม พรรคร่วมมีกล้าธรรมหรือไม่ ขอไปทีละขั้นตอน

เริ่มจากเรื่องหลักเลยครับ “อนุทิน” ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม พรรคร่วมมีกล้าธรรมหรือไม่ ขอไปทีละขั้นตอน นายอนุทิน ปฏิเสธข่าวลือที่สื่อตีพาดหัวว่าตนจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยย้ำชัดว่าตนไม่เคยตอบตรงๆ ว่า “ไม่นั่ง” แต่สื่อเป็นฝ่ายถามว่า “จะนั่งหรือไม่ ถ้าไม่นั่งจะคุมได้ไหม” ตนก็ตอบในฐานะนายกรัฐมนตรีว่าต้องคุมทุกกระทรวงอยู่แล้ว! เรียกได้ว่าปัดข่าวได้เนียนกริ๊บเลยทีเดียว

ส่วนประเด็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ “พรรคกล้าธรรม” ที่หลายคนจับตา นายอนุทิน บอกว่าต้องรอเลือกนายกฯ ก่อน ทุกอย่างต้องไปทีละขั้นตอน ยังไม่โหวตอะไรเลย อย่าเพิ่งสรุปว่าจะมีพรรคไหนร่วมหรือไม่ ถ้าตนได้เป็นนายกฯ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ทำให้ผิดหวัง ไม่ล่าช้า มีประสิทธิภาพแน่นอน

อนุทิน ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม ชี้แจงสื่อตีความผิด

มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันครับ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวลือชื่อ “บิ๊ก ด.” (น่าจะหมายถึงนายทหารคนดังคนหนึ่ง) ติดโผรมว.กลาโหม นายอนุทิน หันไปบอกนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศว่า “ตอนนี้มีแต่บิ๊กอ้วน” ซึ่งน่าจะหมายถึงตัวเองหรือบุคคลใกล้ชิด สไตล์การตอบแบบนี้ของอนุทิน ทำให้แฟนคลับยิ้มกริ่ม เพราะแสดงถึงความมั่นใจและอารมณ์ขันท่ามกลางความกดดันทางการเมือง

บริบทสำคัญคือ หลังจากที่ประธาน กกต. ประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 มี.ค. 2567 ทุกอย่างจะเดินหน้าเร็วขึ้น นายอนุทิน ย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีล่าช้าแน่นอน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานายกฯ ก็เตรียมเอกสารพร้อม ส.ส.หลายพรรคชิงไปรายงานตัวแล้ว 2-300 คน!

ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลหลังรับรอง ส.ส.

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ มาดูขั้นตอนที่ อนุทิน ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม พูดถึงกันครับ:

  • รับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ: กกต. ประกาศ 4 มี.ค. 2567
  • เลขาธิการสภาแจ้ง: เพื่อให้นายกฯ ชั่วคราว (อนุทิน) ลงนามกราบบังคมทูลเปิดสภา
  • รายงานตัว ส.ส.: ส.ส.ทุกคนต้องไปรายงานตัว ไม่รอ 3 วัน
  • โหวตนายกรัฐมนตรี: รอหลังเปิดสภา
  • จัดตั้งคณะรัฐมนตรี: พรรคร่วมตกลงแบ่งเก้าอี้ เร็วๆ นี้

เห็นไหมครับ ทุกอย่างมีกระบวนการชัดเจน พรรคภูมิใจไทยที่ได้ ส.ส. เยอะสุด กำลังเจรจาพรรคร่วมอย่างเพื่อไทย, รวมไทยสร้างชาติ และพรรคเล็กอื่นๆ พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมหรือไม่ ต้องรอฟังข่าวต่อไป

นอกจากนี้ อนุทิน ยังพูดถึงไทม์ไลน์ว่า “ท่านพูดแล้วหรือ สาธุ ขอบคุณ” เมื่อถามเรื่อง กกต. ชิลๆ แต่ยืนยันความรวดเร็ว ถ้าประกาศบ่าย วันที่ 5 เช้า 8 โมงก็ไปรายงานตัวเลย ส.ส.บัญชีรายชื่อของภูมิใจไทยพร้อมมาก!

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 นี้ น่าติดตามมาก พรรคก้าวไกลหลุดวง พรรคภูมิใจไทยขึ้นแท่นนำเจรจา อนุทินกลายเป็นตัวแปรสำคัญ หากได้นายกฯ จริง เก้าอี้กลาโหมจะตกใคร? บิ๊กอ้วนคนเดิมหรือมีเซอร์ไพรส์?

ส่วนตัวผมมองว่า กลยุทธ์ “ทีละขั้นตอน” ของอนุทินฉลาดมาก หลีกเลี่ยงดราม่า ลดความขัดแย้งพรรคร่วม และเปิดช่องให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คิดว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลไหม หรืออนุทินจะควบกลาโหมจริง? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ! ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – “อนุทิน” ยันไม่เคยบอกว่าไม่นั่งกลาโหม พรรคร่วมมีกล้าธรรมหรือไม่ ขอไปทีละขั้นตอน

“พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง

“พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเกษตรกรที่กำลังเผชิญความยากลำบากมานาน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความเห็นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าต้องรีบแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน และราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

“พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง

ในสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายหนักหน่วง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เป็นกำลังหลักของประเทศ เช่น ราคาข้าวที่ผันผวน ข้าวโพด มันสำปะหลัง และมะพร้าวที่ขายไม่ออก นอกจากนี้ยังมีปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงที่คาดว่าจะรุนแรงในปีนี้ รัฐบาลใหม่จึงต้องวางแผนรับมือล่วงหน้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว แต่สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่สู้ดี มีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วไปจนถึงปีหน้า “พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน

ปัญหาหลักที่รัฐบาลต้องเร่งแก้

  • ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ: ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว ราคาตกต่ำสุดในรอบหลายปี ทำให้เกษตรกรขาดทุนหนัก
  • ปัญหาปากท้องประชาชน: ค่าครองชีพสูง แต่รายได้ไม่พอใช้ ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง
  • ภัยแล้งและสภาพอากาศแปรปรวน: ต้องมีแผนสำรองน้ำและสนับสนุนเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่
  • เศรษฐกิจโดยรวม: การลดดอกเบี้ยช่วยได้บ้าง แต่ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น ส่งเสริมการส่งออกและลดต้นทุนการผลิต

มั่นใจบุคลากรพรรคเพื่อไทยมืออาชีพ

นายพร้อมพงศ์ยังแสดงความมั่นใจในบุคลากรจากพรรคเพื่อไทย ที่มีประสบการณ์ยาวนานทั้งในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าหรือหน้าใหม่ ล้วนมีความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์กว้างไกล และพร้อมลุยงานหนัก แม้รายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคร่วม และคนนอกยังไม่เป็นทางการ แต่เชื่อว่าทุกคนจะทำงานร่วมกับ ครม. นายอนุทิน ได้อย่างลงตัว

พรรคเพื่อไทยเคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วในอดีต ด้วยนโยบายที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่น โครงการรับจำนำข้าวที่ช่วยเกษตรกรในยุคนั้น หากรัฐบาลชุดนี้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้ ก็มีโอกาสสูงที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจเกษตรได้ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หากแก้ไขด้วยความมุ่งมั่นและรวดเร็ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังควรพิจารณามาตรการระยะสั้น เช่น อุดหนุนราคาข้าวเปลือก ชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติ และพัฒนาตลาดออนไลน์สำหรับขายผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค ระยะยาวคือการวิจัยพันธุ์พืชทนแล้ง ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

สุดท้ายแล้ว “พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง ถือเป็นสัญญาณดีที่นักการเมืองยังตระหนักถึงปัญหาพื้นฐานของชาติ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายได้ในไม่ช้า ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลชุดนี้มีศักยภาพสูง หากเน้นผลงานจับต้องได้และโปร่งใส จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างเต็มที่

คุณคิดว่ารัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เกษตรกรได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร-ปากท้อง มั่นใจคนเพื่อไทยมืออาชีพร่วม ครม.

ดร.สุวิทย์ ยกเหตุผล ทำไมต้องยศชนันบริหารกระทรวงอว.

วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนในวงการการเมืองและเทคโนโลยี ที่ ดร.สุวิทย์ ยกเหตุผล ทำไมต้อง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่งบริหารกระทรวง อว. นะครับ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะ) ชี้แจงเหตุผลชัดเจนว่าทำไมศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ถึงเหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค Fourth Human Evolution หรือวิวัฒนาการมนุษย์ครั้งที่ 4 ผ่าน Technosphere ที่กำลังเปลี่ยนโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

ดร.สุวิทย์ ยกเหตุผล ทำไมต้อง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” นั่งบริหารกระทรวง อว.

ดร.สุวิทย์อธิบายว่ามนุษยชาติกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนใหญ่ จากยุคเกษตร-อุตสาหกรรม-ดิจิทัล สู่ยุคที่เทคโนโลยีอย่าง AI, Neurotechnology, Bioengineering, Quantum Computing และ Data Infrastructure ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นโครงสร้างอำนาจที่กำหนดเศรษฐกิจ สังคม และตัวตนของมนุษย์เลยทีเดียว สำหรับไทย คำถามสำคัญคือ เราจะออกแบบ Technosphere ของตัวเองยังไง เพื่อรักษาอธิปไตยและสมดุลอารยธรรม กระทรวงอว. จึงกลายเป็นหัวใจยุทธศาสตร์ของชาติ ไม่ใช่แค่หน่วยงานแจกงบวิจัย!

เหตุผลหลักที่ดร.สุวิทย์ ยกเหตุผลทำไมต้องยศชนันบริหารกระทรวงอว.

มาดูเหตุผลแบบละเอียดกันครับ ดร.สุวิทย์แบ่งออกเป็นจุดสำคัญๆ ดังนี้:

  1. อว. คือคานงัดเชิงยุทธศาสตร์: ภายใต้ Four Civilizational Layers (Technosphere, Biosphere, Sociosphere, Ecosphere) กระทรวงนี้กำกับ Technosphere ที่เติบโตเร็วสุดและกระทบลึกสุด เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล, การแข่งขัน, ความมั่นคงไซเบอร์, ระบบข้อมูล, สมดุลสังคม ถ้าไม่มีผู้นำวิสัยทัศน์ Technosphere จะเติบโตไร้ทิศทาง ปะทะกับชั้นอื่นๆ แน่นอน
  2. ศ.ยศชนันคือ Systems Thinker ที่ใช่: ในฐานะอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ม.มหิดล ท่านกำกับวิจัยทั้งระบบ คุณภาพมาตรฐานสากล จัดสรรทุน ความซื่อสัตย์วิชาการ และเชื่อมวิจัยสู่ธุรกิจ ท่านคือ Policy Integrator ที่เห็นความเชื่อมโยง AI-แรงงาน, วิจัย-เศรษฐกิจ, มหาวิทยาลัย-ความมั่นคง, เทคโนโลยี-คุณธรรม ยุคนี้ต้องการ Integrator ไม่ใช่แค่ Administrator
  3. Tech Literacy เชิงสถาปัตยกรรม: ท่านมีความรู้ลึกใน Brain Engineering, Neurotechnology ที่เชื่อม Brain-Computer Interface กับ AI รู้จัก Data Ecosystem, Algorithmic Governance สามารถคุยกับนักวิจัยขั้นสูงได้ เหมาะเป็นผู้นำ Technosphere สุดๆ
  4. Moral Framing ของเทคโนโลยี: ไทยไม่ควรสุดโต่งแบบ Silicon Valley หรือ Authoritarian Model แต่เลือก Tech-Moral Path ที่ผสมพลังเทคโนโลยีกับจริยธรรม ท่านเข้าใจ AI คือโครงสร้างอำนาจ จะวางกรอบ Tech-Moral Discipline ได้ดี

นอกจากนี้ ดร.สุวิทย์ยังชี้ วาระเร่งด่วน ที่รัฐมนตรีอว. ต้องทำทันที หากยศชนันได้นั่ง:

  • จัดทำ Thailand Tech-Moral Framework
  • วาง AI Oversight Architecture
  • ปรับ KPI มหาวิทยาลัยจาก paper-based เป็น impact-based
  • จัดสรรงบวิจัยตาม Four Civilizational Layers
  • สร้าง Human Augmentation Economy แทน AI Displacement

นี่ไม่ใช่การปรับปรุงเล็กๆ แต่เป็นการ Re-architect ระบบทั้งหมด!

ไทยกำลังเจอความเสี่ยงใหญ่ 3 ประการ: พึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ, มหาวิทยาลัยไม่เชื่อมเศรษฐกิจจริง, กำกับ AI ช้า ถ้าอว. เป็นแค่ Funding Agency ไทยอาจล้าหลังอีกทศวรรษ แต่ถ้ามองเป็น Strategic Lever เราจะเป็น Tech-Moral Hub ของอาเซียนได้

สุดท้าย ดร.สุวิทย์ย้ำว่ารัฐมนตรีอว. ในยุคนี้ต้องเป็น Chief Architect of Thailand’s Tech-Moral Civilization ไม่ใช่แค่บริหารงบ แต่บริหารทิศทางระบบให้ Technosphere สอดประสาน Biosphere (มั่นคงพื้นฐาน), Sociosphere (ความเป็นธรรม), Ecosphere (ยั่งยืน) หากศ.ยศชนันได้ไว้วางใจ นี่คือโอกาสรีเซต Technosphere ไทยอย่างจริงจัง

เห็นด้วยไหมครับที่ ดร.สุวิทย์ ยกเหตุผล ทำไมต้อง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่งบริหารกระทรวง อว. ยุคนี้ผู้นำต้องเข้าใจเทคโนโลยีลึกซึ้งและมีวิสัยทัศน์จริยธรรม ถ้าคุณสนใจเรื่อง AI การศึกษา หรืออนาคตไทย ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดโอกาสสำคัญ!

ที่มา – “ดร.สุวิทย์” ยกเหตุผล ทำไมต้อง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” นั่งบริหารกระทรวง อว.

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต.รับรอง ส.ส.

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด เพื่อความชัดเจนก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกหลังเหตุการณ์สำคัญ โดยยืนยันจุดยืนที่ระมัดระวัง

“อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกำลังจะเดินทางไปจังหวัดแพร่ แต่ได้แวะทักทายนักศึกษาฝึกงานบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า สร้างโมเมนต์น่ารักด้วยการถ่ายรูปร่วมกันและโพลารอยด์เป็นที่ระลึก พร้อมสอบถามหน่วยงานที่ฝึกงานและอวยพรให้โชคดี ก่อนขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวถามถึงการสนทนากับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ครั้งแรก

นายอนุทินตอบชัดเจนว่า ยังไม่คุยกัน รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อให้ครบถ้วนก่อน หลีกเลี่ยงการคาดเดาที่อาจสร้างความสับสนในแวดวงการเมือง นี่เป็นสัญญาณว่านายอนุทินให้ความสำคัญกับกระบวนการตามกฎหมายมาก่อนเสมอ

ปัดสัมมนา ส.ส. ภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล – แบ่งเก้าอี้ รมต.

เมื่อถามถึงการประชุมสัมมนา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่าจะนำไปสู่ความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลหรือแบ่งโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธทันควันว่า "ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง" ชี้แจงว่าเป็นเพียงการปฐมนิเทศ ส.ส. ใหม่ หากกกต.รับรองครบแล้วเท่านั้น เมื่อย้ำถามเรื่องจำนวน ส.ส. 292 เสียงจะเพิ่มอีกหรือไม่ ก็เลี่ยงตอบด้วยวลีสบายๆ "have a good weekend" แสดงถึงสไตล์การสื่อสารที่ผ่อนคลายแต่หนักแน่น

พักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สร้างแรงกระเพื่อม

อีกประเด็นร้อนคือกรณีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ในเดือนพฤษภาคมนี้ นายอนุทินยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ ไม่มีอะไรนอกกรอบ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบทันที สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ยึดหลักธรรมาภิบาล

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้น พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส.จำนวนมากกำลังถูกจับตาในฐานะตัวแปรสำคัญ การที่ “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ทั้งหมด ถือเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบ ช่วยลดความเสี่ยงจากข่าวลือและรักษาความน่าเชื่อถือ

  • รอรับรอง ส.ส. ระบบเขตและบัญชี: เพื่อความโปร่งใส
  • สัมมนา ส.ส.: แค่ปฐมนิเทศ ไม่ใช่แบ่งเก้าอี้
  • พักโทษทักษิณ: ยึดกฎหมายเป็นหลัก
  • สไตล์อนุทิน: ผ่อนคลายแต่เด็ดขาด

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเจรจา โดยไม่รีบร้อนตกลงอะไรที่อาจเสียหายในระยะยาว ผู้สนใจการเมืองควรติดตามประกาศกกต.ในเร็ววันนี้

ความเห็นส่วนตัว: การรอคอยของอนุทินแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในวงการเมืองไทยที่ผันผวน สุดท้ายแล้ว กฎหมายและกระบวนการจะเป็นตัวตัดสินชี้ขาด

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “อนุทิน” ยังไม่คุย “ธรรมนัส” รอ กกต. ประกาศรับรอง สส. ทั้งหมด ปัดสัมมนา สส. ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยันไร้ดราม่าตีกลับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องเด่นที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2567 พรรคเพื่อไทยแสดงพลังความสามัคคีแบบเต็มสูบ นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พวกเขาควงกันยกทีม สส.แบบแบ่งเขต ขึ้นรถบัสไฟฟ้า EV สุดหรูจากที่ทำการพรรค ตรงดิ่งไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภา

บรรยากาศคึกคักมากๆ เลยครับ ทันทีที่มาถึง พวกเขาก็ไม่พลาดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา เพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็นพระสยามเทวาธิราช, พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เรียกว่าเริ่มต้นด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม ก่อนจะเข้ารายงานตัวกันอย่างเรียบร้อย

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

หลังจากรายงานตัวเสร็จ นายยศชนัน ก็ให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนเลยครับ ว่า เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ เพื่อแสดงความปึกแผ่นของพรรค พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มทำงานเพื่อประชาชนทันที รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การเมืองกำลังร้อนระอุเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ที่หลายคนสงสัยกันมาก คือข่าวลือเรื่องรายชื่อบุคคลสำคัญอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ ไม่ให้เป็น รมต. นายจุลพันธ์ ปัดทันควัน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้เลย! พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อใดๆ ไป และข่าวที่ออกมานั้นไม่มีมูล เป็นแค่กระแสลือจากช่วงสูญญากาศทางการเมืองเท่านั้นเอง พวกเขายังคุยกันภายในเพื่อเตรียมพร้อมในทุกรูปแบบ ไม่ได้แบ่งกระทรวงกันแล้ว

หลังเพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ความสามัคคีไร้คลื่นใต้น้ำ

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงเพิ่มว่า อำนาจจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วม ก็รอให้พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยดำเนินการก่อน การหารือจะเน้นนโยบายและความถนัดของแต่ละพรรคเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีปัญหาคลื่นใต้น้ำ ทุกคนมาพร้อมหน้า สส.เขตและบัญชีรายชื่อ แสดงความพร้อมให้สังคมเห็นชัดๆ

น่าสนใจมากคือ พรรคเตรียมยื่นกฎหมายเข้าสภา 20 ฉบับทันทีที่เปิดประชุม! นายยศชนัน บอกว่าทำการบ้านทุกกระทรวงไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะอว. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) หรือกระทรวงอื่นๆ ปัดข่าวเผือกร้อนอย่างเกษตรฯ หรือแรงงาน ว่าไม่มีกระทรวงเกรด A B C ทุกที่สำคัญหมด

  • ไฮไลต์สำคัญ: ใช้รถบัส EV สุดทันสมัย สะท้อนภาพลักษณ์พรรคสีเขียว
  • ยืนยันคุยกับแกนนำภูมิใจไทยแล้ว ข่าวลือไม่มีจริง
  • บุคลากรคุณภาพสูง สุริยะ ประเสริฐ และคนอื่นๆ พร้อมพิสูจน์ตัวเอง
  • เตรียมประชุมพรรคหารือกฎหมายและนโยบายรัฐบาลร่วม

ปิดท้ายด้วยโมเมนต์น่ารัก นักข่าวแซว “หนิมได้คุยกับหนูแล้วหรือยัง” (หมายถึงนางสาวแพทองธาร?) นายจุลพันธ์ ยิ้มรับ พยักหน้าเลยครับ บรรยากาศอบอุ่นมาก!

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมมากสำหรับบทบาทนิติบัญญัติและบริหารประเทศ ไม่มีดราม่าภายในหรือภายนอกอย่างที่ลือกัน ผมมองว่ามันเป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังเดินหน้าสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง คุณล่ะครับ คิดว่าการจัดสรรเก้าอี้ครม. จะออกมายังไง? รัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาประชาชนได้จริงมั้ย? ลองคอมเมนต์แชร์ความเห็นใต้โพสต์นี้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบเรียลไทม์!

ที่มา – เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

“ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางข่าวร้อน

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย เมื่อ “จุ๊บจิ๊บ” ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โพสต์คลิปวิดีโอสุดฟิต ท่ามกลางกระแสข่าวทางการเมืองที่พรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาล และมี “งูเขียว” โผล่มาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เดินทางกลับจากการพักผ่อนดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ เขาเลือกเก็บตัวเงียบ ไม่เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวง แต่ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน ล่าสุดเวลา 20.00 น. “จุ๊บจิ๊บ” ได้โพสต์สตอรี่อินสตาแกรม @jarubjubjib คลิปวิดีโอที่ ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย โดยยกดัมเบลในชุดเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว มีลูกสาวร่วมเวิร์คเอาท์ด้วย บรรยากาศดูอบอุ่นและแข็งแรง

คลิปนี้มียอดวิวสูงทันที เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือหนาหูเรื่องพรรคกล้าธรรมที่อาจไม่ได้รับเก้าอี้ในรัฐบาลใหม่ แถมยังมีข่าว “งูเขียว” จากพรรคกล้าธรรมบางคนไปร่วมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ทำให้สมาชิกพรรคแตกแยก สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย

กระแสข่าวพรรคกล้าธรรมและงูเขียว

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มอดีต ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังสำคัญ แต่ล่าสุดเกิดกระแสว่าพรรคอาจพลาดโอกาสร่วมรัฐบาล เพราะการเจรจาล่ม และมีสมาชิกบางคนที่ถูกเรียกว่า “งูเขียว” (สัญลักษณ์ของการทรยศหรือแปรพักตร์) ไปสมัครใจร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแทน สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคจะไปต่ออย่างไร

  • ธรรมนัสเก็บตัวหลังกลับจากฟินแลนด์ ไม่เข้าอoffice
  • มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยฯ ทำงานแทน
  • โพสต์คลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย ผ่านอินสตาแกรมภรรยา
  • ข่าวพรรคกล้าธรรมอาจไม่ร่วมรัฐบาล
  • งูเขียวจากพรรคไปร่วมภูมิใจไทย

หลายคนวิเคราะห์ว่า การที่ธรรมนัสเลือกโชว์ฟอร์มฟิตในช่วงนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมลุยการเมืองต่อ แม้จะมีปัญหาภายในพรรค ร.อ.ธรรมนัสซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในวงการทหารและการเมือง เคยผ่านศึกเลือกตั้งหลายสมรภูมิ และเป็นตัวละครสำคัญในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน การออกกำลังกายยกดัมเบลนี้ ไม่เพียงแสดงถึงวินัยส่วนตัว แต่ยังอาจเป็นภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์

ความหมายเบื้องหลังคลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นเวทีการเมือง การโพสต์คลิปเช่นนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์บวก โดยเฉพาะกับนักการเมืองวัย 60+ ที่แสดงให้เห็นว่ายังฟิตปั๋ง ลูกสาวร่วมออกกำลังกายยังเพิ่มความน่ารักและครอบครัวอบอุ่น แต่ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องพรรค คลิปนี้อาจเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หรือยืนยันว่าธรรมนัสยังคุมเกมได้

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์ถึงทริปฟินแลนด์ที่เพิ่งจบ ว่าอาจเป็นช่วงพักผ่อนเพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่สำหรับพรรคกล้าธรรม การเมืองไทยช่วงจัดตั้งรัฐบาลมักเต็มไปด้วยการเจรจาลับและการแปรพักตร์ คำว่า “งูเขียว” กลายเป็นวลีฮิตที่ชาวเน็ตใช้ล้อเลียนนักการเมืองที่เปลี่ยนข้าง

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า สถานการณ์นี้จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพรรคกล้าธรรม หากธรรมนัสสามารถรวมพรรคได้อีกครั้ง อนาคตอาจสดใส แต่หากแตกแยกต่อเนื่อง อาจกลายเป็นพรรคเล็กที่ไม่มีอิทธิพล

สุดท้าย ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย คลิปนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟิตเนส แต่สะท้อนมุมมองชีวิตและการเมืองที่เชื่อมโยงกัน นักการเมืองสมัยใหม่ต้องฟิตทั้งกายและใจเพื่อสู้ในสนามรบที่โหดร้าย

คุณคิดอย่างไรกับคลิปนี้? มันเป็นสัญญาณบวกหรือกลยุทธ์การเมือง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันได้ที่นี่!

ที่มา – “ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางกระแสข่าวกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล-งูเขียวโผล่

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อามินทร์ย้ำทีมพร้อม

ข่าวการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อ “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงเกษตรฯ (กษ.) ล่าสุดมีรายงานว่าแจ้งลางานเพิ่มอีก 1 วัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการเมืองไทยกำลังจะพลิกผันอย่างไร

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ.

ช่วงบ่ายของวันดังกล่าว เวลา 14.10 น. ยังคงไร้ร่องรอยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กระทรวงเกษตรฯ ผู้สื่อข่าวติดตามอย่างใกล้ชิด แต่จนถึง 16.50 น. ก็มีข่าวแจ้งลางานเพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกทิศทาง โดยเฉพาะสถานะของพรรคกล้าธรรมที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานที่ปรึกษา จะไปทางไหนต่อไป? จะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวหรือยังมีโอกาสปรับตัวเข้าร่วมรัฐบาล?

อามินทร์ ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

ในระหว่างนั้น นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้าที่ทำงานตามปกติ และให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ทั้งคู่ได้คุยกันผ่านไลน์เพื่อให้กำลังใจกันมาแล้ว “ต่างคนต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม วันนี้ผู้กองมอบหมายให้ผมมาทำงานตามปกติ และผมบอกไปว่าตนและเพื่อน ส.ส. อยู่ตรงไหนก็ได้ พร้อมทำงานเสมอ” อามินทร์กล่าว

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว อามินทร์ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันดีกว่า” แต่ที่ชัดเจนคือความมั่นใจในทีม โดยเฉพาะทั้ง 58 เสียงของ ส.ส.พรรค “มั่นใจครับ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้เหนื่อยกันมาพอสมควร และเชื่อว่าผู้กองดูแล ส.ส. ดี” นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องซื้อตัว ส.ส. หรือ “งูเขียว” อย่างสิ้นเชิง โดยหัวเราะและบอกว่า “ไม่มีหรอกครับ มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)” แสดงถึงความสามัคคีที่แน่นแฟ้นในพรรค

  • คุยไลน์ให้กำลังใจกันระหว่างธรรมนัสกับอามินทร์
  • ส.ส.กล้าธรรม 58 เสียงพร้อมทำงานทุกตำแหน่ง
  • ไม่มีข่าวซื้อตัว ส.ส. หรืองูเขียวในพรรค
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจสถานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • ธรรมนัสแจ้งลางานต่อเนื่อง ไม่เข้าทำงานที่ กษ.

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พลังประชารัฐที่เคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลประยุทธ์ เคยถูกปลดจาก รมช.เกษตรเนื่องจากประเด็นยาเสพติดในอดีต แต่กลับมาสตรองอีกครั้งกับพรรคกล้าธรรม พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อกล้าทำกล้าถูก เน้นนโยบายเกษตร สิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งอามินทร์เองก็มาจากพื้นที่นราธิวาส การที่ธรรมนัสไปฟินแลนด์อาจเป็นการพักผ่อนหรือประชุมส่วนตัว แต่การลาไม่เข้า กษ. ต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 ยังคงผันผวน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกำลังเจรจาเพื่อความมั่นคง ร.อ.ธรรมนัส อาจกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อให้พรรคกล้าธรรมได้ประโยชน์สูงสุด หากเป็นฝ่ายค้านจริง ก็พร้อมสู้ด้วยประสบการณ์และฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและใต้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีวาระสำคัญรออยู่ เช่น นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง การส่งออกผลไม้ และโครงสร้างพื้นฐานน้ำชลประทาน หากธรรมนัสไม่อยู่ อามินทร์และทีมต้องแบกรับภาระหนัก แต่จากคำพูดดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ส.ส.กล้าธรรมพร้อมลุยต่อ

สุดท้ายแล้ว “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมการเมืองรอบใหม่ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน? เป็นฝ่ายค้านสู้สุดใจ หรือหาทางกลับรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองไทยล่าสุดจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. “อามินทร์” ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

Scroll to top