พรรคร่วมรัฐบาล

ปชป. อาจแตกขั้ว หนุน “อนุทิน” และเพื่อไทยเดิม

สถานการณ์ภายใน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อมีกระแสข่าวหนาหูว่าอาจเกิดการแตกขั้วภายในพรรค คล้ายกับที่เกิดขึ้นกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีรายงานว่า ส.ส. ในจังหวัดสงขลาบางส่วนได้ร่วมลงชื่อสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการจัดตั้งรัฐบาล แข่งขันกับพรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานความเคลื่อนไหวจากภายในพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคปชป. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รวมถึงนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคปชป. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้มีการหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอให้อยู่ร่วมในขั้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยต่อไป โดยจะมีการเสนอตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ในขั้วการเมืองเดิม นายเฉลิมชัยได้เดินทางไปร่วมหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเดิมที่โรงแรมปรินเซส หลานหลวง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภายในพรรค ปชป. อาจแตกขั้วไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากมี ส.ส. ในบางส่วนของพรรคที่ได้รับการทาบทามให้ไปร่วมลงชื่อสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส. สงขลา นายสมยศ พลายด้วย ส.ส. สงขลา และ ส.ส. อีก 2-3 ท่านที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเปลี่ยนขั้วไปสนับสนุนนายอนุทิน

ปชป. อาจแตกขั้ว หนุน “อนุทิน” และเพื่อไทยเดิม

ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต การที่ ส.ส. บางส่วนตัดสินใจที่จะสนับสนุนนายอนุทิน แสดงให้เห็นถึงความเห็นต่างภายในพรรค และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวม

ปัจจัยที่ทำให้ ปชป. อาจแตกขั้ว

มีหลายปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของการแตกขั้วภายในพรรคประชาธิปัตย์:

  • ความไม่พอใจในทิศทางของพรรค: ส.ส. บางส่วนอาจไม่เห็นด้วยกับทิศทางการดำเนินงานของพรรคในปัจจุบัน และมองว่าการสนับสนุนนายอนุทินอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
  • ผลประโยชน์ส่วนตัว: การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ส.ส. บางส่วนอาจมองว่าการสนับสนุนนายอนุทินจะทำให้พวกเขาได้รับผลประโยชน์มากกว่า
  • แรงกดดันจากภายนอก: อาจมีแรงกดดันจากภายนอกพรรคที่ทำให้ ส.ส. บางส่วนตัดสินใจที่จะสนับสนุนนายอนุทิน

การเมืองไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การแตกขั้วภายในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ และบทบาทของพรรคในรัฐบาลผสม ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของ ส.ส. แต่ละคน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของพรรค และส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยโดยรวม

ความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่พรรคการเมืองไทยกำลังเผชิญ ในการรักษาเอกภาพและความสามัคคี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รวดเร็วและซับซ้อน

คุณคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในได้หรือไม่ และการสนับสนุนนายอนุทินของ ส.ส. บางส่วนจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างไร?

ที่มา – ปชป. อาจแตกขั้ว 2 กลุ่ม แบ่งหนุน “อนุทิน” และยังหนุนขั้วเพื่อไทยเดิม

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

“ภูมิธรรม” แถลงย้ำ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เล็งเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” พรรคร่วมตบเท้า แต่ไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ว่า จากสถานการณ์วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความรู้สึกไปแล้ว พวกเราทุกคนให้กำลังใจนายกฯ ในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา โดยได้คุยกันแล้วเรายังจับมือที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่ออย่างถึงที่สุด เพื่อทำให้งานสามารถต่อเนื่องได้และไม่ให้มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่สุด

“ผลการที่คุยกันเราตกลงกันว่า เราจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งไปตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้องอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศนี่ก็เป็นหัวใจหลักสำคัญเราอยากให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปต่อเนื่องและพวกเราก็จะดำเนินการอย่างนี้เป็นที่สุดโดยหลักก็เป็นแบบนี้”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปให้การเลือกนายกฯ แล้วเสร็จ โดยจะรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบเป็นระยะ หากสภาฯ เปิดเมื่อไหร่การดำเนินการเลือกตั้งนายกฯ จะเป็นไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลที่ทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงวันนี้ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้ยังมีครบอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน เป็นเพียงข่าวขึ้นมา ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการของพรรคกล้าธรรม เพราะฉะนั้นยังถือว่าเรายังจับมือกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปเป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยจะไปดำเนินการต่อ

ในคำถามว่ามีบางพรรคไปแสดงจุดยืนกับฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม ระบุว่า วันนี้เราอย่าเพิ่งไปพิจารณาหรือดำเนินการในรายละเอียด หลักการตรงนี้สิ่งสำคัญคือทำให้ประเทศมีความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย และเรายังเชื่อมั่นว่ายังสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ “พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนจากนี้เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาที่จะเสนอใคร ซึ่งยังเหลืออยู่อีก 1 คนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องในพรรคที่ร่วมรัฐบาล จะต้องไปดูในรายละเอียด ผู้สื่อข่าวถามต่อจะใช้เวลากี่วันในการรวบรวมรัฐบาล นายภูมิธรรม ตอบว่า ใช้เวลาเร็วที่สุด พร้อมย้ำถึงพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามา แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะไปหรือจะอยู่ ตนคิดว่ายังร่วมมือกันทำงานได้ต่อไป

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า จะรู้แน่ชัดอีกทีวันที่ตัดสินใจเลือกนายกฯ ตอนนี้ใครไปกินข้าวกันก็เป็นเพื่อนกันหมด เรายังหาข้อสรุปนี้ไม่ได้ ตนคิดว่าต้องเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการเมือง “ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะดำเนินหน้าที่อย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด” โดยหลังจากนี้รัฐมนตรียังคงทำหน้าที่ต่อไป รัฐบาลรักษาการจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (30 สิงหาคม)

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชน นายภูมิธรรม บอกว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตย พวกเราพร้อมสนับสนุนสิ่งนั้นได้ ขอให้มีการใช้ดุลพินิจพิจารณา เพราะยังต้องมีรายละเอียดอีก เมื่อถามว่าโควตารัฐบาลยังตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุ ว่าไปตามกระบวนการประชาธิปไตย จากนั้นทั้งหมดได้ถ่ายรูปจับมือกัน และจบการแถลงข่าวในเวลา 18.27 น.

สำหรับผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ประกอบด้วย

พรรคเพื่อไทย

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • นางมนพร เจริญศรี
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
  • นายสรวงศ์ เทียนทอง
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล
  • น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์
  • นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์
  • นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

พรรคประชาธิปัตย์

  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
  • นายเดชอิศม์ ขาวทอง
  • นายชัยชนะ เดชเดโช

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา

พรรคประชาชาติ

  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พรรคชาติพัฒนา

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

ความคืบหน้าล่าสุด! เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นการตัดสินใจที่น่าจับตามอง และจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” นั้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะราบรื่นหรือไม่ และจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง

โดยสรุป การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชาชนคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” พรรคร่วมไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

รัฐมนตรีให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วม ตบเท้าเข้าทำเนียบรัฐบาลคึกคัก ให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อย่างคึกคัก ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยรัฐมนตรี อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลในการเผชิญกับสถานการณ์ที่สำคัญ การที่รัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมืองเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเธอ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

การรวมตัวของรัฐมนตรีเพื่อไทยและพรรคร่วม

การรวมตัวของรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมในครั้งนี้ ถือเป็นภาพที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลผสม แม้ว่าจะมีประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่การสนับสนุนและความไว้วางใจที่รัฐมนตรีมีต่อนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคต

การที่รัฐมนตรีหลายท่านเดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่กดดัน การที่นายกฯ ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดนี้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน และผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาล การติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของประเทศ การที่รัฐมนตรีและคนใกล้ชิดมาให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการนำพาประเทศไปข้างหน้า และการพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว การที่บรรดารัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและความสามัคคีภายในรัฐบาล ซึ่งจะเป็นกำลังใจสำคัญในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต

“นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ท่ามกลางกำลังใจจากคนรอบข้าง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีม และการพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก!

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก ต่อสายคุยกันดีอยู่ เมิน “บิ๊กป้อม-อนุทิน” หม่ำข้าวส่งสัญญาณ โยนถามคนปล่อยสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการพลิกขั้วล้มรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ ส่วนเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น ก็เห็นพูดมาเป็นเดือน ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างชัดเจนและเรามั่นใจว่าได้แสดงความจริงใจทุกอย่าง และตั้งใจทำไม่มีปัญหาแบบที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านประชุมกันถึงตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เชิญประชุมไป ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ แต่ถ้าจะไปถามว่ามีเงินมาซื้อจำนวนหนึ่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเอาความจริงดีกว่า เขามีสิทธิ์ประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน

เมื่อถามว่ายังมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจเราคุยกันดีมาตลอด เวลาเจอกันก็บอกว่าสื่อไปไกล ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ดังนั้นตนมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาสถานการณ์จะช่วยให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่คาดหวังและไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตนจะพูดเฉพาะความจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่มีปัญหา ใครจะไปกินข้าวกับใครหรือไปประชุมกับใครก็ทำได้ไม่มีอะไร และในสถานการณ์แบบนี้ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ตนก็คุยโทรศัพท์กับบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการเมือง

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบกันที่บ้านป่ารอยต่อ เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเดินเกมพลิกขั้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณหรอก ตนก็นั่งกินข้าวกับคนอื่น

เมื่อถามย้ำว่ามีการปล่อยข่าวว่าฝั่งตรงข้ามมีการรวมเสียงได้แล้วถึง 270 เสียง มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ควรไปถามคนปล่อยข่าว ให้เขาพูดมาให้ชัดเจน ตนไม่อยากตอบ  เมื่อถามอีกว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลต่อสายมาพูดคุยบ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างร้อนแรงในขณะนี้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ รัฐบาลจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่? นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และยืนยันความมั่นใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงจับมือกันอย่างแน่นแฟ้น และไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง

ความมั่นใจของ “ภูมิธรรม” ต่อพรรคร่วมรัฐบาล

นายภูมิธรรมย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังคงมีความเข้าใจอันดีต่อกัน แม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับการดีลข้ามขั้วหรือการรวมเสียงของฝ่ายค้าน แต่เขามองว่าเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีมูลความจริง

ท่าทีของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือ

ถึงแม้จะมีข่าวลือและกระแสต่างๆ มากมาย แต่ “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไป เขายังกล่าวอีกว่า การที่นักการเมืองจะไปพบปะพูดคุยกับใครเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

สิ่งที่ประชาชนควรจับตาดู

  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล
  • ท่าทีของพรรคฝ่ายค้านและการเคลื่อนไหวต่างๆ
  • การแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศของรัฐบาล

ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย หากรัฐบาลสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางการเมืองไปได้

ที่มา – “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก เมินสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

มติเพื่อไทย ประชุมลับ ญัตติ MOU 43-44

“ดนุพร ปุณณกันต์” เผย มติพรรคเพื่อไทย เสนอให้ประชุมลับ ญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับ MOU 43 และ 44 เหตุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หวั่นกระทบความมั่นคงและคนชายแดน

วันที่ 26 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุม ส.ส. ประจำสัปดาห์ของพรรคเพื่อไทย ว่า เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 21 ส.ค. ก่อนที่จะมีการเข้าญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับ MOU 43 และ 44 วันนี้ที่ประชุม ส.ส. เพื่อไทย ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางว่าการนำเรื่องนี้เสนอเข้าที่ประชุม เราจะเตรียมใครไว้เพื่ออภิปรายบ้าง เพราะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยมติพรรคเพื่อไทย หากมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา จะขอเป็นการประชุมลับ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน กระทบกับความมั่นคงและพี่น้องตามแนวชายแดน และเราจะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ แต่ทางพรรคเพื่อไทยเห็นควรว่าเมื่ออภิปรายกันอย่างกว้างขวางแล้ว ก็จะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

เมื่อถามว่า หากเสียงส่วนใหญ่มีมติให้ตั้ง กมธ. วิสามัญ พรรคเพื่อไทยจะร่วมเป็น กมธ. หรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า เราพร้อม แต่ต้องมีการโหวตกัน เนื่องจาก กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน มีการพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 ส.ค. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะไปหารือกับฝ่ายค้านอีกครั้งถึงมติพรรคเพื่อไทย

มติพรรคเพื่อไทย เห็นพ้องให้ประชุมลับ ญัตติด่วนถก MOU 43-44

จากข่าวการประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทยล่าสุด ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับ MOU 43 และ 44 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และตัดสินใจที่จะขอให้มีการประชุมลับถือเป็นการดำเนินการที่แสดงถึงความรอบคอบและความระมัดระวังในการจัดการกับประเด็นละเอียดอ่อน

เหตุผลเบื้องหลังมติพรรคเพื่อไทย

เหตุผลหลักที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจขอให้มีการประชุมลับนั้น มาจากความกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน การประชุมลับจะช่วยให้ ส.ส. สามารถอภิปรายและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือจะก่อให้เกิดผลเสียต่อส่วนรวม

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจที่จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่จะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป แสดงให้เห็นว่าพรรคต้องการให้ผู้ที่มีอำนาจและข้อมูลครบถ้วนเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นข้อมูลจากประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจและการวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงจำเป็นต้องสื่อสารและชี้แจงเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและสนับสนุนจากประชาชน

การพิจารณาเรื่อง MOU 43 และ 44 เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ การที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวังถือเป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุน แต่ในขณะเดียวกัน พรรคก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส เพื่อรักษาความไว้วางใจจากประชาชน การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและความโปร่งใสจะเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับประเด็นนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสรุปแล้ว มติพรรคเพื่อไทย เห็นพ้องให้ประชุมลับ ญัตติด่วนถก MOU 43-44 นั้นเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของประชาชนตามแนวชายแดน แต่พรรคก็ต้องระลึกเสมอว่าความโปร่งใสและการสื่อสารที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจจากประชาชน

ที่มา – มติพรรคเพื่อไทย เห็นพ้องให้ประชุมลับ ญัตติด่วนถก MOU 43-44

วราวุธเผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณพรรคร่วมรัฐบาล

“วราวุธ” เผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาล 29 ส.ค. ก่อน

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยคาดว่าจะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 สิงหาคมนี้เสียก่อน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายวราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากทางฝั่งพรรคเพื่อไทย และก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังไม่มีแนวทางหรือสัญญาณใดๆ ที่เกี่ยวกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าหลังจากวันที่ 29 สิงหาคมไปแล้ว จะมีการหารือกันถึงเรื่องนี้

สถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด และท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนา

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังคงสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม พรรคก็จำเป็นต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป พรรคก็พร้อมที่จะปรับท่าทีให้เหมาะสม

การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล อาจเป็นเพราะต้องการรอฟังผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดท่าทีที่เหมาะสม นอกจากนี้ อาจเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะรักษาความเป็นเอกภาพภายในพรรค และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

  • การรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ
  • พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมสนับสนุนรัฐบาล
  • ต้องพิจารณาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

อนาคตของรัฐบาล และบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาล

อนาคตของรัฐบาลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็จะสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็อาจต้องยุติบทบาทลง

ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศชาติ พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชน

การที่วราวุธออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

การที่เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล อาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน ดังนั้น การที่พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกันเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และกำหนดท่าทีร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน และความท้าทายที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ การที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “วราวุธ” เผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาล 29 ส.ค. ก่อน

เพื่อไทยไม่หวั่น! คดี “แพทองธาร” มั่นใจนายกฯ ไปต่อ

พรรคเพื่อไทยย้ำ ไม่กังวลคดี “แพทองธาร” ชินวัตร ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย 29 ส.ค. นี้ มั่นใจในเจตนาดีของนายกฯ แม้ผลออกมาไม่เป็นคุณ ก็ยังมี “ชัยเกษม” เป็นตัวสำรอง ปิดทางพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเข้ามาเปลี่ยนตัวนายกฯ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี “แพทองธาร” ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า สส.เพื่อไทยทุกคนกำลังใจดี ไม่มีใครกังวลหรือหวั่นไหวต่อเรื่องนี้

“เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้พูดไปนั้น เป็นการรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และเป็นการประวิงเวลาเพื่อรักษาชีวิตคนไทยในกัมพูชาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เราเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม และไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรอง เพราะเรามั่นใจในเจตนาดีของนายกรัฐมนตรี” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่า หากเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีก็ยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทย โดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยรออยู่ ไม่ต้องกังวล คนอื่นต้องรอก่อน และไม่กลัวว่าจะมีการเปลี่ยนขั้ว เพราะทุกวันนี้ก็ยังอยู่กันได้ แม้ว่าเสียงในสภาฯ จะปริ่มน้ำก็ตาม

เมื่อถามถึงโอกาสที่อาจจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเป็นคนจากพรรคร่วมรัฐบาล นายวิสุทธิ์ตอบว่า “ไม่มี วันนี้ พรุ่งนี้ ก็ยังยืนยัน” สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ไม่ได้กังวลเรื่องตัวนายกรัฐมนตรี และหากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จะดึงพรรคภูมิใจไทยกลับมาร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะวันนี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นเรื่องคลิปสนทนาที่อาจจะทำให้ความเชื่อมั่นของนายกรัฐมนตรีลดลง จากผลสำรวจโพลที่ออกมา นายวิสุทธิ์ตอบว่า “ถึงจะมีโพลก็จริง แต่ประเทศไม่ได้เสียดินแดน ไม่ได้อ่อนแอ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่น และนานาชาติเชื่อมั่นประเทศไทย” เขาไม่อยากให้ไปฟังคนที่ปลุกกระแส หรือไม่ใช่สื่อจริงๆ เพราะจะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหาย

ส่วนการวิเคราะห์ที่ว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะรอดหรือไม่รอดคดี “แพทองธาร” ก็อยู่ต่อไปได้ยากนั้น นายวิสุทธิ์ยืนยันว่า “ไม่ยาก ทำไมต้องยาก ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร อย่าไปสร้างกระแสให้วุ่นวาย ประเทศจะเดินหน้าได้ด้วยความรักความสามัคคี”

คดี “แพทองธาร”

เพื่อไทยมั่นใจ คดี “แพทองธาร” ไม่กระทบ

สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้อาจดูเหมือนมีความไม่แน่นอน แต่พรรคเพื่อไทยยังคงยืนหยัดและให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่ต่อนายกรัฐมนตรี การที่พรรคกล้ายืนยันเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมี “ชัยเกษม” เป็นตัวเลือกสำรอง ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นของพรรคเพื่อไทยในการสนับสนุนนายกรัฐมนตรี แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับคดี “แพทองธาร” แต่พรรคก็ยังคงเชื่อมั่นในเจตนาดีและความสามารถในการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรี

ที่มา – คดี “แพทองธาร” พื่อไทยไม่หวั่นไหว เชื่อนายกฯ ได้ไปต่อ แม้ผลเป็นลบยังมี “ชัยเกษม”

Scroll to top