พระราชทานยศ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ร้อยโท แก่ 19 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่น่ายินดีมาแจ้งให้ทราบกันครับ โดยล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศฉบับสำคัญเกี่ยวกับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ร้อยโท แก่ 19 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 19 ท่านที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่นและเสียสละครับ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ร้อยโท แก่ 19 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

สำหรับการประกาศในครั้งนี้ เป็นไปตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรเลื่อนยศสูงขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นี่คือความภูมิใจของทั้งตัวข้าราชการและครอบครัวครับ

รายนามข้าราชการที่ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ร้อยโท แก่ 19 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

รายชื่อข้าราชการทั้ง 19 ท่านที่ได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยโท มีดังนี้ครับ:

  • ร้อยตรี ณัฐพล พัฒน์บุญ
  • ร้อยตรี จันทรัสม์ หมื่นศรี
  • ร้อยตรี ชนภัทร คำแก้ว
  • ร้อยตรี เอกภพ ผักหวาน
  • ร้อยตรี ณัฐวัฒน์ เหลืองชูทธิ์
  • ร้อยตรี ประวันวิทย์ ทิพย์วังโพธิ์
  • ร้อยตรี สหวัญ เทพเทียมทัศน์
  • ร้อยตรี ภูมิพัฒน์ อุปพงศ์
  • ร้อยตรี ณัฐพงศ์ มีมาก
  • ร้อยตรี กฤตกร บริบูรณ์
  • ร้อยตรี ธนวิชญ์ กุลเกียรติชัย
  • ร้อยตรี ติณห์ เลื่อมใส
  • ร้อยตรี เมธวัฒน์ สายธงแก้ว
  • ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ กายจะโปะ
  • ร้อยตรี เจษฎา สุโข
  • ร้อยตรี สิทธิกร ซ้ายสนาม
  • ร้อยตรี ภัทรภณ บัวมาศ
  • ร้อยตรี ตรีทศ ลีรักพานิช
  • ร้อยตรี คมกฤษณ์ บุญเกิด

การเลื่อนยศในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ซึ่งแต่ละท่านต่างทำหน้าที่ของตนเองด้วยความจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริต การได้มาซึ่งยศร้อยโทจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมในการรับผิดชอบงานที่สำคัญยิ่งขึ้นไปในอนาคต

หากเพื่อนๆ ต้องการตรวจสอบข้อมูลประกาศอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาครับ ในนามของพวกเราก็ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับเกียรติยศในครั้งนี้ด้วยครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ทราบข้อมูลที่เป็นทางการและถูกต้องนะครับ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ร้อยโท แก่ 19 ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

พระราชทานยศ ร.ต.ต. เป็นกรณีพิเศษ 79 ตร. เกษียณปี 69

เชื่อว่าข่าวนี้ถือเป็นข่าวดีและสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจเป็นอย่างมาก เมื่อล่าสุดทางราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศ ร.ต.ต. เป็นกรณีพิเศษ 79 ตร.ชั้นประทวนยศดาบตำรวจ เกษียณอายุราชการปี 69 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยอุตสาหะมาตลอดชีวิตการทำงาน

เกียรติยศแห่งความสำเร็จ: พระราชทานยศ ร.ต.ต. เป็นกรณีพิเศษ 79 ตร.ชั้นประทวนยศดาบตำรวจ เกษียณอายุราชการปี 69

การได้รับพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญให้กับเหล่าดาบตำรวจที่รับราชการมาอย่างยาวนานและกำลังจะถึงกำหนดเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2569 นี้ หลายท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพิทักษ์สันติราษฎร์และดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคมมาตลอดชีวิตการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

รายละเอียดการประกาศ พระราชทานยศ ร.ต.ต. เป็นกรณีพิเศษ 79 ตร.ชั้นประทวนยศดาบตำรวจ เกษียณอายุราชการปี 69

สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจที่ได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจตรี จำนวน 79 รายนั้น ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ผู้มีประวัติความประพฤติดีเยี่ยม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • กลุ่มข้าราชการตำรวจชายที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการปฏิบัติหน้าที่
  • กลุ่มข้าราชการตำรวจหญิงที่ได้รับยศร้อยตำรวจตรีหญิง เพื่อเป็นเกียรติยศก่อนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ
  • ทุกรายได้รับการอนุมัติยศอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่เป็นของขวัญสำหรับตัวตำรวจเอง แต่ยังเป็นความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการรับใช้ประเทศชาติมาโดยตลอดระยะเวลาการรับราชการที่ยาวนาน

ทางทีมงานขอแสดงความยินดีกับวีรบุรุษผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทุกท่านที่ได้รับเกียรติยศอันสูงส่งนี้ การเกษียณอายุราชการเปรียบเสมือนการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงในวัยเกษียณ และขอขอบคุณที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องในครั้งนี้ครับ

ที่มา – พระราชทานยศ ร.ต.ต. เป็นกรณีพิเศษ 79 ตร.ชั้นประทวนยศดาบตำรวจ เกษียณอายุราชการปี 69

โปรดเกล้าฯ รับโอน ธนพงศ์ พลกนิษฐ เป็นนายทหารพิเศษ พล.อ.ต.

วันนี้เรามีข่าวสำคัญในวงการทหารที่กำลังเป็นที่สนใจของหลายๆ คน นั่นคือ โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต. ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เป็นพระราชโองการที่แสดงถึงการปรับโครงสร้างกำลังพลชั้นนำเพื่อถวายงานในพระองค์อย่างใกล้ชิด

โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต.

พระบรมราชโองการนี้ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับโอน นาวาอากาศเอก ธนพงศ์ พลกนิษฐ จากตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรานาวาอากาศเอกพิเศษ) มาปฏิบัติราชการในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

หลังจากนั้น แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (อัตรา พลอากาศตรี) และที่สำคัญคือพระราชทานยศเป็นพลอากาศตรี ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การโอนย้ายครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถและความภักดีของนายทหารท่านนี้

ประวัติและผลงานของ นาวาอากาศเอก ธนพงศ์ พลกนิษฐ

ธนพงศ์ พลกนิษฐ เป็นนายทหารอาชีพจากกองทัพอากาศที่มีประสบการณ์ยาวนาน เคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง เช่น ผู้บัญชาการกองบิน ฯลฯ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการพัฒนานายทหารรุ่นใหม่ของชาติ

  • จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
  • เคยรับใช้ในหน่วยบินรบและการฝึกทหาร
  • มีส่วนในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกที่ทันสมัย
  • ได้รับรางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายครั้ง

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงเหมาะสมที่จะรับผิดชอบภารกิจที่ละเอียดอ่อนในหน่วยรักษาพระองค์

หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ คืออะไร

หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (นบค.ป.ร.) เป็นหน่วยทหารชั้นนำที่รับผิดชอบการถวายความปลอดภัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระราชวงศ์ โดยมีบุคลากรที่คัดเลือกมาอย่างดี มีการฝึกฝนพิเศษทั้งด้านยุทธวิธี การข่าว และเทคโนโลยีสมัยใหม่

  • ปฏิบัติการพิเศษ: ภารกิจลับและเร่งด่วน
  • รักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
  • ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ
  • ใช้ยุทโธปกรณ์ชั้นนำ

การที่ โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต. จึงช่วยเสริมศักยภาพให้หน่วยนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ความหมายของการพระราชทานยศ พลอากาศตรี

ยศพลอากาศตรี (พล.อ.ต.) เป็นยศนายทหารชั้นสัญญาบัตรระดับสูง เทียบเท่ากับพันเอกในกองทัพบก จากเดิมที่ท่านมีอัตรานาวาอากาศเอกพิเศษ การพระราชทานยศนี้ไม่เพียงยกสถานะ แต่ยังเป็นเกียรติยศสูงสุด แสดงถึงพระราชวินิจฉัยที่มั่นใจในความสามารถ

ในมุมมองของผม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ราชอาณาจักรต้องการความมั่นคงสูงสุด โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยพระองค์ การโอนนายทหารชำนาญการจากกองทัพไทยมาปฏิบัติงานใกล้ชิดยิ่งแสดงถึงการบูรณาการกำลังทหารทั้งสามเหล่าทัพเพื่อพระราชดำริ

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างให้กับนายทหารรุ่นใหม่ในการอุทิศตนรับใช้ชาติและพระมหากษัตริย์อย่างสุดหัวใจ หากคุณสนใจข่าวสารด้านการเมืองและทหาร ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ!

สุดท้ายแล้ว โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต. ถือเป็นข่าวดีที่ย้ำถึงความต่อเนื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการกำกับดูแลกองทัพ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ รับโอน “ธนพงศ์ พลกนิษฐ” เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ พระราชทานยศ พล.อ.ต.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ให้ ซาบีดา-ศักดิ์ดา-ศศิธร

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความชื่นชมในหมู่ประชาชนและข้าราชการ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงของชาติ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญเรื่องนี้ ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนชั้นยศ นายกองเอก ให้แก่บุคคลสำคัญ 3 ราย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ในครั้งนี้ มีเหตุผลมาจากผลงานที่โดดเด่นของผู้รับพระราชทานยศ ขณะดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะการปฏิบัติราชการในกิจการกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานรัฐ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย สนับสนุนภารกิจป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชนในยามภัยพิบัติ กองอาสารักษาดินแดน หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า “อส.” มีสมาชิกทั่วประเทศนับแสนนาย ซึ่งยศนายกองเอกถือเป็นชั้นยศสูงที่แสดงถึงความรับผิดชอบและความสามารถในการบังคับบัญชา

พระราชทานยศนี้เป็นกรณีพิเศษ แสดงถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและการส่งเสริมผู้มีผลงานเด่น โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามปกติ ซึ่งเป็นการยกย่องเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ผู้ใดบ้าง

  • ว่าที่นายกองเอก ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับยศ นายกองเอก เนื่องจากขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567
  • ว่าที่นายกองเอก ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้รับยศ นายกองเอก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2568
  • ว่าที่นายกองเอก ศศิธร กิตติธรกุล ได้รับยศ นายกองเอก ในฐานะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งสามท่านนี้มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการฝึกอบรม สั่งการ และประสานงานกับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนทั่วประเทศ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กองอาสารักษาดินแดน มีบทบาทอย่างไรในสังคมไทย

กองอาสารักษาดินแดนก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2504 เพื่อเป็นกำลังสำรองของชาติในการรักษาความมั่นคงภายใน ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3 แสนนาย แบ่งเป็นหน่วยย่อยในระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน โดยมีหน้าที่หลัก เช่น จราจร, ชายแดน, ภัยพิบัติ, สาธารณสุข และปราบปรามยาเสพติด ในช่วงโควิด-19 กองอาสาก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือตรวจคัดกรองและแจกอาหารให้ประชาชน ทำให้ยศกองอาสาฯ เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่ทุกคนภาคภูมิใจ

การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับการพระราชทานยศนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการกำกับดูแลหน่วยงานนี้ โดยรองผู้บัญชาการกองอาสาฯ ต้องรับผิดชอบการปกครอง จัดโครงสร้าง และบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่

ความหมายของการพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษ

ปกติแล้ว การเลื่อนยศกองอาสารักษาดินแดนต้องผ่านการพิจารณาตามวินัยและผลงาน แต่กรณีพิเศษนี้เป็นการพระราชทานโดยตรงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยกย่องผลงานอันทันทีทันใดและมีคุณูปการสูง ซึ่งช่วยเสริมขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการและอาสาสมัครทุกคน นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงระบบราชการไทยที่ผสานพระราชอำนาจกับการบริหารราชการได้อย่างกลมกลืน

ในมุมมองของผู้เขียน การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ครั้งนี้ไม่เพียงยกย่องบุคคล แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนทุ่มเทเพื่อชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความมั่นคงภายในมีความท้าทายจากปัญหาต่างๆ เช่น ยาเสพติด ชายแดน และภัยธรรมชาติ

สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมผู้รับพระราชทานยศทั้งสามท่าน และขอให้ทุกท่านนำเกียรติยศนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หากคุณสนใจข่าวสารราชการและพระราชกรณียกิจ สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณมองการพระราชทานยศครั้งนี้อย่างไร แชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วยกัน!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ให้ ซาบีดา-ศักดิ์ดา-ศศิธร

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยใจความสำคัญระบุถึงการพระราชทานยศและแต่งตั้ง พลเรือโท เขมวันต์ สงคราม ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือโท เขมวันต์ สงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือโท) ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือเอก) และพระราชทานยศ พลเรือเอก

พระบรมราชโองการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 และประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

การได้รับพระราชทานยศและแต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม และวงศ์ตระกูล แสดงให้เห็นถึงความไว้วางพระราชหฤทัยและความเชื่อมั่นในความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ราชการในพระองค์

ความสำคัญของการได้รับพระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • เป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อข้าราชการในพระองค์
  • เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถ
  • เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม ถือเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยอย่างสูง และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ การได้รับพระราชทานยศในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันถึงความสามารถและความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน

นอกจากนี้ การได้รับพระราชทานยศยังเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าราชการทุกระดับ มุ่งมั่นพัฒนาตนเองและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ และสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป

ขอแสดงความยินดีกับ พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม มา ณ โอกาสนี้ และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทสืบไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด”

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร เป็น “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด” สร้างความปลาบปลื้มยินดีแก่ข้าราชการผู้นี้และวงศ์ตระกูล

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2568 เรื่อง พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร โดยมีรายละเอียดดังนี้

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร ให้แก่ พันตรีวรุจจ์ เกิดเสวียด เป็น พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน พุทธศักราช 2568
ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็น “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด”

การได้รับพระราชทานยศเป็น “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด” ในครั้งนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติประวัติอันสูงยิ่งแก่ตัวข้าราชการและวงศ์ตระกูล การได้รับพระราชทานยศนั้นมิใช่เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางราชการเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความไว้วางพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงมีต่อข้าราชการผู้นั้น ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีต่อไป

การประกาศพระบรมราชโองการในราชกิจจานุเบกษาเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพระราชทานยศมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์และเป็นที่รับทราบโดยทั่วกัน การเผยแพร่ข่าวสารดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

การได้รับพระราชทานยศ “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด” ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การเลื่อนยศนี้ย่อมเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าราชการท่านอื่น ๆ มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน

ความหมายของการได้รับพระราชทานยศ “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด”

การได้รับพระราชทานยศนั้นมีความหมายมากกว่าเพียงแค่การเลื่อนตำแหน่ง แต่ยังเป็นการแสดงถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการที่ได้รับพระราชทานยศจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ นอกจากนี้ การได้รับพระราชทานยศยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความก้าวหน้าในชีวิตราชการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าราชการทุกคนใฝ่ฝัน

ขอแสดงความยินดีกับพันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด และขอเป็นกำลังใจให้ท่านปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็น “พันโทวรุจจ์ เกิดเสวียด” ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกฯ เรื่อง พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ให้แก่ “ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์” เป็นกรณีพิเศษ

วันที่ 19 ก.ย. 68 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ชั้นยศ นายกองใหญ่ เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการ กองอาสารักษาดินแดน และชั้นยศ นายกองเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองบัญชาการ กองอาสารักษาดินแดน จะต้องปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการปกครองบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวม 3 ราย ดังนี้

1. ว่าที่นายกองใหญ่ ภูมิธรรม เวชยชัย เป็น นายกองใหญ่
2. ว่าที่นายกองเอก ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็น นายกองเอก
3. ว่าที่นายกองเอก เดชอิศม์ ขาวทอง เป็น นายกองเอก

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป 

นอกจากนี้ ยังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน ให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สังกัดกองร้อยรักษาดินแดน อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ 6 กองบังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 2 ราย ดังนี้

1. นายหมู่ใหญ่ มูฮำหมัดสาบรี นะสวัน เป็น นายหมวดตรี
2. สมาชิกทศพล ผายพิม เป็น นายหมวดตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์

รายละเอียดการพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน

การพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดนครั้งนี้ เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในพื้นที่เสี่ยงภัย การได้รับพระราชทานยศถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษ:

  • นายกองใหญ่ ภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายกองเอก ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายกองเอก เดชอิศม์ ขาวทอง

นอกจากนี้ ยังมีการพระราชทานยศให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการแสดงความขอบคุณและยกย่องเชิดชูเกียรติในความกล้าหาญและความเสียสละของพวกเขา

การพระราชทานยศครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกองอาสารักษาดินแดนในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่และสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ

ทางทีมงานขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการพระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดนในครั้งนี้ และขอสดุดีวีรกรรมของผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง

ที่มา – พระราชทานยศ กองอาสารักษาดินแดน “ภูมิธรรม-ธีรรัตน์-เดชอิศม์” เป็นกรณีพิเศษ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตรวจสอบเลย!

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 22,280 ราย ให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีความสามารถและประพฤติดี สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องสำคัญ นั่นคือ เรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งถือเป็นข่าวดีและเป็นเกียรติประวัติแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้ง

โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติดี และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยอุตสาหะตลอดมา รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 22,280 ราย นับเป็นจำนวนที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของข้าราชการตำรวจ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร

การได้รับพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรนั้น ถือเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความไว้วางพระราชหฤทัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อข้าราชการตำรวจ และเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งทุกท่านต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร สามารถตรวจสอบได้จากลิงก์ราชกิจจานุเบกษาดังต่อไปนี้:

ในประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าว ได้ระบุรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ได้รับพระราชทานยศอย่างละเอียด ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของท่าน หรือรายชื่อของบุคคลที่ท่านรู้จัก เพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและทุ่มเท เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจทุกนาย

ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการตำรวจทุกท่านที่ได้รับการพระราชทานยศในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติต่อไป

การได้รับพระราชทานยศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แต่เป็นการได้รับความไว้วางใจและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ

การประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาครั้งนี้ ถือเป็นทางการและถูกต้องที่สุด หากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของท่านได้โดยตรง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร 22,280 ราย ดูรายชื่อที่นี่

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย” เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พระราชทานยศ พล.ต.ท. ย้อนหลังไปถึงวาระการแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2566 คืนสิทธิอันพึงมีพึงได้ นี่คือข่าวสำคัญที่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ

วันที่ 15 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจและพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ราย พลตำรวจตรี ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2567 นั้น

เนื่องจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจได้มีคำวินิจฉัย ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการยกเลิกการคัดเลือกแต่งตั้งให้ผู้ร้องทุกข์ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งให้ผู้ร้องทุกข์ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการในตำแหน่งที่เหมาะสมย้อนหลังไปถึงวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2566 และเยียวยาคืนสิทธิอันพึงมีพึงได้ให้แก่ผู้ร้องทุกข์

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจแล้ว และขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลตำรวจตรีศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และขอพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแล้ว

บัดนี้ ความทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตามที่เสนอ.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย พร้อมตำแหน่งใหม่นี้ ถือเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและข้าราชการตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการร้องทุกข์และการพิจารณาความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ความสำคัญของการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

การได้รับพระราชทานยศและตำแหน่งใหม่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงในหน้าที่การงานของ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาสิทธิและความเป็นธรรมในการบริหารงานราชการ การที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอย่างเคร่งครัด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบราชการที่โปร่งใสและเป็นธรรม

นอกจากนี้ การที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ยังเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของกระบวนการทางกฎหมายและการบริหารราชการที่ถูกต้อง ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ในครั้งนี้ จึงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเป็นธรรมในการบริหารงาน รวมถึงการรักษาสิทธิของข้าราชการทุกคน

  • ความสำคัญของการรักษาสิทธิและความเป็นธรรม
  • บทบาทของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ
  • ความโปร่งใสในการบริหารงานราชการ

ท้ายที่สุดนี้ การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย” พร้อมตำแหน่ง คืนสิทธิอันพึงมีพึงได้

Scroll to top