พระวัดดัง

“บิ๊กเต่า” เร่งตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลัง

“บิ๊กเต่า” เผยกองปราบ เร่งตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลังในหลายประเด็น พบเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่วัดยังไม่มีการประสานเข้ามาให้ข้อมูล

วันที่ 19 ก.ย. 68 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เปิดเผยภายหลังพูดคุยกับ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ ซึ่งนำหลักฐานเส้นทางการเงิน เพื่อเอาผิดพระวัดดัง มามอบให้ว่า จากกรณีสีกาจากประเทศเยอรมนีส่งทีมทนายความเข้ามาร้องเรียนกับทาง บก.ปปป. ให้ตรวจสอบพระวัดย่านปทุมธานีในฐานความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ตามมาตรา 157 และ 147 เรื่องนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีไปที่ ป.ป.ช. แต่ตำรวจยังมีอำนาจในการสืบสวนอยู่

ส่วนกรณีของกองบังคับการปราบปรามที่ได้รับข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลังตั้งแต่ปี 2556-2559 มีการตรวจสอบในหลายประเด็น แต่ขอสงวนไว้ก่อน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิงและเงิน จากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 500 ล้านบาท

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หลักฐานของทนายอนันต์ชัย ที่นำมามอบให้ ยังมีบางส่วนที่โต้แย้งกันไปมา แต่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ทนายของสีกาเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ เป็นเรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด และหลักฐานการคืนเงินของผู้เสียหาย เบื้องต้นวัดยังไม่มีการประสานเข้ามาให้ข้อมูล ส่วนข้อมูลที่ทีมทนายความของวัดออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ เป็นการชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องเงินตั้งมูลนิธิในประเทศเยอรมนี เป็นคนละส่วนกับการตรวจสอบ

“บิ๊กเต่า” เร่งตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลัง

คดีเส้นเงินวัดดังย้อนหลังกำลังเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลถึง 500 ล้านบาท การตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ความจริงปรากฏและสร้างความกระจ่างให้แก่ประชาชน

ประเด็นสำคัญในการตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลัง

  • ที่มาของเงิน: เงินจำนวน 500 ล้านบาทนี้มาจากแหล่งใด มีการบริจาคจากผู้ใดบ้าง และมีวัตถุประสงค์ในการบริจาคอย่างไร
  • การใช้จ่ายเงิน: เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้จ่ายในด้านใดบ้าง มีการใช้จ่ายที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่
  • ความเชื่อมโยงกับบุคคล: มีบุคคลใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินนี้ และมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร

การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดจะช่วยให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลจะยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยและนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในที่สุด

การตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นตัวอย่างและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในคดีนี้

การที่วัดยังไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม อาจทำให้การสืบสวนเป็นไปได้ยากลำบากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจก็ยังคงดำเนินการตรวจสอบต่อไป โดยอาศัยหลักฐานที่มีอยู่ และพยานบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏออกมา

คดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกวัด และทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ควรมีการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีระบบบัญชีที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

การตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลัง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การค้นหาความจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของศาสนาอีกด้วย

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เร่งตรวจสอบเส้นเงินวัดดังย้อนหลัง พบเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ยื่นหลักฐานเส้นทางการเงินของพระวัดดังและสีกา พร้อมร้องเรียนให้ตรวจสอบทรัพย์สินของวัด โดยอ้างว่ามีข้อมูลบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่วัดยื่นต่อสำนักพุทธจังหวัด แต่ไม่มีเงินจำนวน 12.2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ บก.ปปป. ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ ได้นำหลักฐานเส้นทางการเงินมามอบให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เพื่อเอาผิดพระวัดดัง โดยมูลนิธิทนายกองทัพธรรมจะเข้ามาช่วยเหลือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายคณะสงฆ์

นายอนันต์ชัยกล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องเงินวัดจำนวน 12.2 ล้านบาท ซึ่งเอกสารที่นำมามอบนั้นเป็นหลักฐานการโอนเงินจ่ายอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นการโอนเงิน 4 ครั้ง ได้แก่ 6,000,000 บาท, 270,000 บาท, 200,000 บาท และ 1,500,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว สีกาได้โอนคืนให้วัดหมดแล้ว

ส่วนคดีที่มีการฟ้องร้องกันในประเทศเยอรมนีนั้น เริ่มจากการที่พระวัดดังแจ้งความสีกาในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ โดยทนายความของวัดชี้แจงว่า สีกาได้รับเงินของวัดไปแล้ว แต่ไม่ยอมโอนเข้ามูลนิธิในประเทศเยอรมนี ซึ่งนายอนันต์ชัยได้พูดคุยกับสีกาแล้วว่า ช่วงที่เปิดบัญชีมูลนิธิในประเทศเยอรมนี สีกาได้โอนเงินเข้าบัญชีหลายครั้ง โดยจำนวนเงิน 10,000 ยูโร ทำให้ธนาคารสงสัยและแจ้งตำรวจ พร้อมระงับบัญชีไว้ชั่วคราว จนกระทั่งสีกาสามารถชี้แจงกับอัยการในประเทศเยอรมนีได้ อัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งในช่วงที่บัญชีถูกระงับนั้น สีกาได้เปลี่ยนวิธีการโอนเงินจากปกติที่จะโอนเข้าบัญชีธนาคารของมูลนิธิ ไปโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพระวัดดังแทน

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

เอกสารและข้อมูลที่นำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนนั้น เพื่อต้องการตรวจสอบว่า วัดดังกล่าวนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายในเรื่องใด มีการใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทางวัดยื่นต่อสำนักพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2550 ถึง 30 มิถุนายน 2561 ไม่มีจำนวนเงิน 12.2 ล้านบาทในบัญชีรายรับรายจ่าย รวมทั้งให้ตรวจสอบย้อนหลังถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินต่างๆ ภายในวัด

สำหรับสีกาคู่กรณี หากจะต้องดำเนินคดี สีกาก็ยินดีและพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะกันสีกาเป็นพยานหรือไม่

สำหรับคดีอื่นๆ ที่มีการฟ้องร้องกันในต่างประเทศ อัยการก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งหมด ส่วนคดีที่สีกามีการฟ้องร้องพระวัดดังในเรื่องของการฟอกเงินนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะคดีดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากขณะนั้น สีกามีการพาพระวัดดังไปเทศนาธรรมในหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป

ประเด็นสำคัญ: การตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ มหาหมี รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ให้ข้อมูลว่า โดยปกติแล้ว การใช้จ่ายเงินวัดจะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ บัญชีส่วนตัว และบัญชีที่ได้มาจากเงินบริจาค ซึ่งบัญชีที่ได้มาจากงานบริจาคนั้นจำเป็นต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่มีการประกาศไว้ โดยอ้างอิงตามกฎของ พ.ร.บ.สงฆ์

การตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระวัดดังและสีกาครั้งนี้ เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินบริจาคของวัด ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนศรัทธาและตั้งใจมอบให้เพื่อทำนุบำรุงศาสนา หากพบว่ามีการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการทุจริตจริง ก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน และสร้างความโปร่งใสในวงการศาสนา

การที่ทนายอนันต์ชัยออกมาเปิดเผยข้อมูลและยื่นหลักฐานในครั้งนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของวัดต่างๆ ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใสหรือไม่

คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า ความโปร่งใสและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในวงการใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศาสนาที่ต้องเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน

สรุปแล้ว การที่ทนายอนันต์ชัยยื่นหลักฐานเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความกระจ่างและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ที่มา – ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พระวัดดัง-สีกา

วัดนาป่าพง เตรียมแถลงปมโอนเงิน 12 ล้าน!

“วัดนาป่าพง” เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข้อกล่าวหา ปมโอนเงินข้ามทวีปให้สีกาที่เยอรมัน กว่า 12 ล้านบาท ในเวลา 15.00 น. วันนี้! เรื่องราวนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม หลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ “พระวัดดังจังหวัดปทุมธานี” ที่มีความเกี่ยวข้องกับเงินวัดจำนวนมหาศาลถึง 12.2 ล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีของสีกานางหนึ่ง ซึ่งทาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นนี้ (“บิ๊กเต่า” จ่อลุยวัดดังปทุมธานี ปมพระโอนเงินข้ามทวีปให้สีกาที่เยอรมัน กว่า 12 ล้าน) ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสและการจัดการเงินของวัด

วัดนาป่าพง กับประเด็นร้อน โอนเงินให้สีกา

ล่าสุด วันที่ 16 กันยายน 2568 เฟซบุ๊ก พุทธวจนเรียล Buddhawajana Real ได้ออกมาโพสต์ข้อความที่น่าสนใจ โดยระบุว่า “วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ.2568 ขอเชิญรับฟังการแถลงข่าวจากวัดนาป่าพง เวลา 15.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์ ถ่ายทอดสดทาง Facebook และ YouTube ช่องพุทธวจนเรียล” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าทางวัดจะมีการตอบข้อสงสัยและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

การแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ วัดนาป่าพง จะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบคำถามที่สังคมกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นการโอนเงินจำนวนมากให้สีกาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความศรัทธาของประชาชน

ทำไมเรื่อง วัดนาป่าพง ถึงเป็นที่สนใจ?

ความสนใจในเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นทางกฎหมาย แต่ยังรวมถึงประเด็นทางศีลธรรมและความเหมาะสมในการใช้จ่ายเงินของวัด ซึ่งเป็นเงินที่มาจากการบริจาคของประชาชน หากมีการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใสหรือไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนาได้

การแถลงข่าวในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ วัดนาป่าพง ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สาธารณชน หากทางวัดสามารถชี้แจงข้อสงสัยและแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงิน ก็จะช่วยรักษาความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนไว้ได้

ติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวของ วัดนาป่าพง ได้ทาง Facebook และ YouTube ช่องพุทธวจนเรียล ในเวลา 15.00 น. วันนี้ เพื่อรับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ จะรายงานให้ทราบต่อไปอย่างต่อเนื่อง

การออกมาแถลงข่าวของวัดนาป่าพงครั้งนี้ ถือเป็นความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาและตอบคำถามที่สังคมสงสัย หวังว่าการแถลงข่าวจะทำให้ความจริงปรากฏและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ทุกฝ่าย

ที่มา – “วัดนาป่าพง” เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข้อกล่าวหา ปมโอนเงินให้สีกากว่า 12 ล้านบาท

Scroll to top