พลเรือเอก

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้มีข่าวราชการที่น่าสนใจมากๆ มาอัปเดตให้ฟังกัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้กับสองบุคคลสำคัญในวงการทหารไทย นั่นคือ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ประกาศนี้เพิ่งออกมาในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่แสดงถึงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 มีนาคม 2567 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษนี้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ทำให้แฟนข่าวการเมืองและทหารต่างจับตามองกันอย่างคึกคัก

ทำไมถึงเป็นกรณีพิเศษล่ะครับ? ปกติแล้ว ยศพลเรือเอก (Admiral) และพลอากาศเอก (Air Chief Marshal) เป็นยศสูงสุดในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ แต่ครั้งนี้พระราชทานให้กับนายทหารจากกองทัพบกสองคนเลย นับเป็นการเชื่อมโยงเหล่าทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แสดงถึงความสามัคคีในกองทัพไทยที่แท้จริง

รายละเอียดผู้ถูกราชทานยศจากโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

  • พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ: ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ท่านมีประวัติการรับใช้ชาติยาวนาน ผ่านตำแหน่งสำคัญหลายแห่งในกองทัพบก เช่น ผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน เคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัย
  • พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์: ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนปัจจุบัน ท่านขึ้นสู่อำนาจสูงสุดในกองทัพเมื่อปีที่แล้ว ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการทหาร มีผลงานเด่นในการปฏิรูประบบทหารสูงสุดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งสองท่านนี้เป็นนายทหารสัญญาบัตรที่มีผลงานโดดเด่น ทำให้สมควรได้รับยศอันทรงเกียรตินี้ การพระราชทานยศแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นะครับ ถือเป็นการยกย่องผลงานและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแผ่นดินไทย

มาดูความสำคัญกันหน่อยครับ การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ แบบนี้ สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมความสามัคคีของกองทัพทั้งสามเหล่า ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กองทัพไทยต้องเข้มแข็งและรวมเป็นหนึ่งเดียว การยกระดับยศข้ามเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารทุกคน และยังเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ พลเอกที่เคยสวมเครื่องแบบสีเขียวของกองทัพบก ตอนนี้มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินของกองทัพเรือ หรือสีฟ้าของกองทัพอากาศในพิธีการต่างๆ มันเจ๋งมากเลยนะ แสดงถึงการหลอมรวมเหล่าทัพให้เป็นครอบครัวเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารต้นฉบับให้ดูได้ที่ ราชกิจจานุเบกษา ใครสนใจศึกษาละเอียดเชิญเลยครับ

ในมุมมองของผม การโปรดเกล้าฯ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ยศ แต่เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ยืนยันความสำคัญของผู้นำทหารทั้งสองท่านในการนำพากองทัพไทยสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้คนไทยรู้สึกภูมิใจในสถาบันกองทัพ

สุดท้ายนี้ ชวนเพื่อนๆ ติดตามข่าวสารการเมืองและทหารอัปเดตแบบเรียลไทม์ที่นี่นะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย ช่วยกันกระจายข้อมูลดีๆ ครับ!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้ปลัด กห.-ผบ.ทสส.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยใจความสำคัญระบุถึงการพระราชทานยศและแต่งตั้ง พลเรือโท เขมวันต์ สงคราม ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือโท เขมวันต์ สงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือโท) ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเรือเอก) และพระราชทานยศ พลเรือเอก

พระบรมราชโองการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 และประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

การได้รับพระราชทานยศและแต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม และวงศ์ตระกูล แสดงให้เห็นถึงความไว้วางพระราชหฤทัยและความเชื่อมั่นในความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ราชการในพระองค์

ความสำคัญของการได้รับพระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • เป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อข้าราชการในพระองค์
  • เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถ
  • เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม ถือเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยอย่างสูง และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ การได้รับพระราชทานยศในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันถึงความสามารถและความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน

นอกจากนี้ การได้รับพระราชทานยศยังเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าราชการทุกระดับ มุ่งมั่นพัฒนาตนเองและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ และสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป

ขอแสดงความยินดีกับ พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม มา ณ โอกาสนี้ และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทสืบไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “เขมวันต์ สงคราม” เป็นพลเรือเอก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

Scroll to top