พายุ Ragasa

สทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้

สทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้

ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงจากอิทธิพลของพายุหลายลูก ล่าสุด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประกาศปรับแผนการจัดการน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อน “บัวลอย” ที่คาดว่าจะนำฝนถล่มหนักมาสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ การปรับแผนนี้มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาและลุ่มน้ำสำคัญ

สทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้

วันที่ 26 กันยายน 2568 นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งแบบพบปะและผ่านระบบออนไลน์ ณ อาคารจุฑามาศ การประชุมครั้งนี้มุ่งหารือถึงการบริหารจัดการน้ำหลังจากพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

จากข้อมูลล่าสุด สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 15.33 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สทนช. จึงได้ปรับลดการระบายน้ำจาก 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำไหลมาสมทบกันมากเกินไป

การปรับอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดการณ์ว่าพายุ “บัวลอย” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวจากฟิลิปปินส์สู่เวียดนาม จะส่งผลทางอ้อมทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสานตอนบน สทนช. จึงมีมติเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดจากเขื่อนสำคัญ ดังนี้

  • เขื่อนสิริกิติ์: เพิ่มจาก 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเตรียมพื้นที่เก็บกักน้ำใหม่
  • เขื่อนภูมิพล: เพิ่มจาก 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อรักษาความมั่นคงของโครงสร้างเขื่อน
  • เขื่อนอุบลรัตน์: ปรับเพิ่มเป็น 35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และคงอัตราดังกล่าว โดยคณะกรรมการลุ่มน้ำชีได้วางแผนลดผลกระทบในจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และยโสธร
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์: คงการระบายที่ 51.84 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เนื่องจากปริมาณน้ำใกล้เต็มระดับเก็บกักในต้นเดือนตุลาคม

การปรับแผนสทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้ นี้จะช่วยให้เขื่อนมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรับน้ำฝนใหม่ โดยมีการติดตามสถานการณ์ฝนเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด และปรับการระบายน้ำไปยังฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อลดระดับน้ำในจังหวัดชัยนาทและอุทัยธานี

มาตรการแจ้งเตือนและป้องกันภัย

นอกจากนี้ สทนช. ยังเน้นย้ำการแจ้งเตือนน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ ลาดเชิงเขา และภูเขา ซึ่งเสี่ยงสูงจากฝนตกหนัก มีการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแจกจ่ายข้อมูลและเครื่องมือช่วยเหลือให้ท้องถิ่นและประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการป้องกันและบรรเทาภัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

ในส่วนของพื้นที่ท้ายน้ำ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ปกติ การจัดการน้ำในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

จากประสบการณ์ในอดีต พบว่าการปรับแผนระบายน้ำล่วงหน้าช่วยลดความเสียหายได้มาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่พายุเข้มข้นขึ้นจากภาวะโลกร้อน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจาก สทนช. และกรมอุตุฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมตัวรับมือ หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ลองตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและเตรียมเสบียงจำเป็นไว้ด้วยนะครับ

สุดท้าย การสทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้ ถือเป็นมาตรการที่ชาญฉลาดและทันท่วงที ซึ่งจะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง สทนช. จะอัปเดตข้อมูลทันที

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ สทนช. และเตรียมพร้อมรับมือภัยน้ำท่วมด้วยตัวคุณเอง!

ที่มา – สทนช. ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนใหญ่ รับมือพายุ “บัวลอย” ฝนถล่มช่วงปลายเดือนนี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” ฝนหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับสุดท้าย! อิทธิพลจากพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้วันที่ 25-26 กันยายน 2568 หลายจังหวัดต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก เรามาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดกันค่ะ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุ “รากาซา” โดยเมื่อเวลา 13.00 น. พายุโซนร้อน “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่บริเวณเมืองบั๊กกั่น ประเทศเวียดนาม พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของมันยังคงส่งผลกระทบอยู่

อิทธิพลของพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย. นี้กันด้วยนะคะ

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร และอำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ

สถานการณ์พายุ “รากาซา” แม้จะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

อัปเดต! พายุรากาซา และบัวลอย ต้องติดตาม

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลง! กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” และพายุโซนร้อน “บัวลอย” ซึ่งจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาอัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์พายุล่าสุด โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (25 กันยายน 2568) และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ส่วนพายุโซนร้อน “บัวลอย” ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันที่ 27 กันยายน 2568 และจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าไปยังอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งยังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการติดตามและวางแผนรับมือในช่วงปลายฤดูฝนนี้

อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ทำไมต้องติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

  • ความไม่แน่นอน: ทิศทางและความรุนแรงของพายุสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและสามารถปรับแผนการรับมือได้อย่างเหมาะสม
  • ผลกระทบต่อประเทศไทย: แม้ว่าพายุ “รากาซา” จะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่พายุ “บัวลอย” ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยได้
  • การเตรียมพร้อม: การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น การวางแผนอพยพ หรือการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงฤดูฝนนี้

สถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่า “รากาซา” จะอ่อนกำลังลงและไม่เข้าไทย แต่ “บัวลอย” ยังคงต้องจับตา

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดนะครับ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” กับ พายุโซนร้อน “บัวลอย” ต้องติดตามเป็นระยะ

พายุรากาซาลดกำลัง! ฝนตกหนักบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 แจ้งข่าว พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก แม้ว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. พายุไต้ฝุ่นรากาซาได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และเมื่อเวลา 04.00 น. ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่บริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางสี ประเทศจีน ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทย แต่ด้วยอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังจาก พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • คลื่นลมแรง: ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก ถึงแม้ว่าพายุจะไม่ได้เข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 11 พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ลดกำลังลงแล้ว ทั่วไทยบางพื้นที่ ฝนตกหนักมาก

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุรากาซา เช็กจังหวัดรับมือ

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เช็กลิสต์รายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือ 24-26 ก.ย. 68 เฝ้าระวังท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 24 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 ก.ย. 68 นี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “รากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

เตรียมรับมือกับพายุรากาซา! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2568 นี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรามาเช็กรายละเอียดกันเลยว่าจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับ ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. กันบ้าง

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

24 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักมาก”

24 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

จาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ทำให้เราเห็นว่าหลายจังหวัดทั่วประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

Scroll to top