พายุเข้าไทย ล่าสุด

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 พายุบัวลอย ฝนตกหนักไทย

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นข่าวที่คนไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ที่อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลพายุโซนร้อนกำลังแรงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพายุ “บัวลอย” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตามแนวชายฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 28-29 กันยายน จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนก่อนอ่อนกำลังลง

อิทธิพลของกรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ผลกระทบจากพายุบัวลอยต่อประเทศไทย

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568 นี้

  • ภาคเหนือ: ฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อาจได้รับผลกระทบหนัก
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนต่อเนื่อง
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในจุดฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน

สถานการณ์พายุบัวลอยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญ แต่จากประสบการณ์ในอดีต เราพบว่าฝนตกหนักจากมรสุมสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก หากไม่เตรียมพร้อม กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีผลกระทบ ทำให้ฤดูฝนยาวนานและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การวางแผนเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมเสบียงอาหาร ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุฯ เตือน! “พายุรากาซา” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนถึงอิทธิพลของ “พายุรากาซา” ที่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายนนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุรากาซา” ฉบับที่ 3 ซึ่งใจความสำคัญคือการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน (23 ก.ย. 68 เวลา 04.00 น.) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง ผ่านชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และเกาะไหหลำ ก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ผลกระทบจาก “พายุรากาซา” ต่อประเทศไทย

อิทธิพลของ “พายุรากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกันนะคะ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุปก็คือ ช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากกันด้วยนะคะ ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักค่ะ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

ฝนตกน้ำป่าหลาก! ปิดน้ำตกดอยสุเทพ 4 แห่ง

ประกาศปิด 4 น้ำตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเป็นการชั่วคราว หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้มีน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ทางอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต้องประกาศผ่านเพจของอุทยานฯ ปิดน้ำตกหมอกฟ้า, น้ำตกแม่สา, น้ำตกตาดหมอก และน้ำตกห้วยแก้ว เป็นการชั่วคราว

เนื่องจากเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ฝนตกน้ำป่าหลาก ปิดน้ำตกดอยสุเทพชั่วคราว

สถานการณ์ฝนตกน้ำป่าหลากที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณน้ำตกต่างๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารและประกาศจากทางอุทยานฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว

ทำไมอุทยานฯ ต้องปิดน้ำตกเมื่อมีฝนตกน้ำป่าหลาก?

การปิดน้ำตกเมื่อเกิดสถานการณ์ฝนตกน้ำป่าหลาก เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว น้ำป่าที่ไหลเชี่ยวและรวดเร็วสามารถพัดพาเอาก้อนหิน กิ่งไม้ หรือสิ่งของอื่นๆ มาด้วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณน้ำตกอาจไม่สามารถหลบหนีได้ทันท่วงที

  • น้ำป่าไหลหลาก: เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำระบายไม่ทัน ไหลบ่าอย่างรวดเร็ว
  • อันตรายจากกระแสน้ำ: กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวสามารถพัดพาคนและสิ่งของ
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ: สภาพอากาศแปรปรวนยากต่อการคาดการณ์

ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากอุทยานฯ
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แหล่งน้ำในช่วงฝนตกหนัก
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

นอกจากน้ำตกทั้ง 4 แห่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และหมู่บ้านชาวเขา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวชมสถานที่เหล่านี้ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพอากาศและความปลอดภัยเป็นสำคัญ

การท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนอาจมีข้อจำกัดบ้าง แต่ก็มีเสน่ห์และความสวยงามที่แตกต่างออกไป ธรรมชาติจะมีความเขียวชอุ่มสดใส อากาศเย็นสบาย และมีหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวที่ชอบความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติอาจจะชื่นชอบการท่องเที่ยวในช่วงนี้เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวให้พร้อมและระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ฝนตก น้ำป่าหลากจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ แต่ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและแหล่งน้ำ การรักษาสภาพป่าและระบบนิเวศให้สมบูรณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การปิดน้ำตกชั่วคราวเป็นมาตรการที่เหมาะสมและมีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของทุกคน เราควรให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – ฝนตก น้ำป่าหลาก อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดน้ำตก 4 แห่งชั่วคราว

Scroll to top