พายุโคโตะ

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 5-11 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับนี้เน้นย้ำถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นที่จะยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งรวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น การดื่มน้ำอุ่น และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

พายุ “โคโตะ” ไม่กระทบไทย แต่เหนือ-ใต้ยังหนาว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้รายงานถึงพายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” ในทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศหนาวเย็นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่จะมีหมอกลงหนาจัด ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณที่มีหมอกหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรจากสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น การคลุมดิน การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และการใช้สารป้องกันความเสียหายจากความเย็นจัด

ในส่วนของภาคใต้ตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบน โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย

สรุปได้ว่าในช่วงวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศเย็นถึงหนาวเย็น ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การเตรียมตัวรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตรและการเดินเรือด้วย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 เผยช่วง 29–30 พ.ย. 68 ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังเย็นถึงหนาว

อุตุฯ ฉบับ 2: พายุ “โคโตะ” ไม่เข้าไทย แต่เย็นลง!

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 พายุ “โคโตะ” ไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยแล้ว แต่เตรียมรับมืออากาศเย็นที่จะแผ่ลงมาในช่วงวันที่ 27-29 พฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะทางตอนบนของประเทศ ภาคอีสานเตรียมตัวลดลง 4-7 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูอากาศจะหนาวถึงหนาวจัดเลยทีเดียว

พายุ “โคโตะ” ไม่เข้าไทย แต่อากาศเย็นกำลังมา

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เกี่ยวกับพายุ “โคโตะ” และสภาวะอากาศหนาวเย็นที่จะเกิดขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2568

พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” ที่อยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้พัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้วเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 113 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม พายุ “โคโตะ” จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ และจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ดังนั้นประเทศไทยจึงไม่ได้รับผลกระทบจากพายุโดยตรง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ…

อุณหภูมิลดฮวบ! เตรียมรับมืออากาศเย็น 27-29 พ.ย.

ถึงแม้ว่าพายุ “โคโตะ” ไม่เข้าไทย แต่สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือคือ อากาศที่เย็นลงในช่วงวันที่ 27-29 พฤศจิกายนนี้ โดยประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างเห็นได้ชัด และจะมีอากาศเย็นถึงหนาว พร้อมกับลมแรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน บ้านเฮา จะมีอุณหภูมิลดลงมากที่สุด คือ 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ใครที่อยู่บนยอดดอยหรือยอดภู เตรียมสัมผัสอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดอาจจะอยู่ที่ 3-12 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิลดลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมา ดังนั้นขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลสุขภาพให้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระมัดระวังเรื่องการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ขอให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรก็ควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ต้องระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมจะมีกำลังปานกลาง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สรุป: พายุ “โคโตะ” ไม่เข้าไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ สภาพอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

  • คำแนะนำสำหรับประชาชน:
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่เย็นเป็นเวลานาน
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัย
  • เกษตรกรควรป้องกันผลผลิตทางการเกษตร

ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญ การติดตามข่าวสารและการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้อย่างปลอดภัย อย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้างนะครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 พายุ “โคโตะ” ไม่เข้าไทย แต่ช่วง 27-29 พ.ย. ไทยตอนบนอุณหภูมิจะลด

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่องพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568

พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (26 พ.ย. 68) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าพายุ “โคโตะ” จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ และพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้ จะมีอุณหภูมิลดลงและมีอากาศเย็นถึงหนาว พร้อมกับลมแรง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีอุณหภูมิลดลงถึง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง รวมถึงเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

คลื่นลมในอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้แจ้งเตือน พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ของวันพรุ่งนี้

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักจากพายุโคโตะ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนัก (ปริมาณน้ำฝน 35.1 ถึง 90.0 มม.) คือ 8 จังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

  • กระบี่
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

สรุปคือ แม้ว่าพายุ “โคโตะ” จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงในหลายพื้นที่ และสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น เช็ก 8 จังหวัดยังเสี่ยงฝนตกหนัก

Scroll to top