พิธีเคลื่อนพระบรมศพ

รถเชิญพระบรมศพ: คันเดียวกับ ร.9

รถเชิญพระบรมศพ: คันเดียวกับ ร.9

รถตู้โฟล์ก เจมส์บอนด์ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” รถพระที่นั่งคันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขบวนรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในการเชิญพระบรมศพในวันนี้ เป็นรถโฟล์กสวาเกน สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 เป็นรถโฟล์กสวาเกน T4 รุ่น B6 แบบฐานล้อยาว เป็นที่รู้จักในชื่อเจมส์บอนด์ เนื่องจากเป็นรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดใช้ในการทรงงานมาเป็นเวลานาน เป็นรถทรงงานที่แสนเรียบง่าย แต่สะท้อนวิถีแห่งความพอเพียง ที่สำคัญ เป็นรถเชิญพระบรมศพคันสุดท้ายที่เชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งเสด็จสวรรคต จาก รพ.ศิริราช ไปประทับ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

รถคันนี้ไม่มีการตกแต่งเพื่อเพิ่มความหรูหราใดๆ และยังคงสภาพเดิมจากโรงงาน ภายในรถมีเพียงโต๊ะเล็กๆ ที่ติดตั้งไว้สำหรับทรงงาน และระบบเครื่องเสียงเดิมที่ติดมาจากโรงงาน

รถเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “รัชกาลที่ 9”

รถเชิญพระบรมศพ สะท้อนความเรียบง่าย

การใช้รถเชิญพระบรมศพคันเดิมที่เคยใช้ในพระราชพิธีสำคัญก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของราชประเพณี และความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระบรมศพ

การที่รถยนต์พระที่นั่งยังคงสภาพเดิม สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรที่เรียบง่ายและพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นแบบอย่างให้แก่ปวงชนชาวไทย

รถเชิญพระบรมศพคันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ ความอาลัย และความเคารพรักที่ปวงชนชาวไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ

ที่มา – รถเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “รัชกาลที่ 9”

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันโศกเศร้าบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นทางผ่านไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พบว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” หรือ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ที่พสกนิกรชาวไทยเคารพรักยิ่ง

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง จะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเวลา 16.00 น. มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนทั้งประเทศ

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำรวม

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

ตลอดทั้งวัน ประชาชนต่างทยอยเดินทางมายังบริเวณโดยรอบสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ทุกคนก็ตั้งใจที่จะรอส่งเสด็จ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง

ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง” ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติและประชาชนมากมาย ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ การเสด็จสวรรคตของพระองค์จึงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

หลายคนยังกล่าวอีกว่า จะน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

บรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนต่างสวมชุดดำไว้ทุกข์ และถือพระบรมฉายาลักษณ์ของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ไว้ในมือ หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเขา

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย มีการจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และยาสามัญประจำบ้านไว้ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครจำนวนมากที่มาช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน

การเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ แต่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระองค์ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป และจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้เราทุกคนร่วมกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – รอบสนามหลวง พสกนิกรร่วมแสดงความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” พิธีเคลื่อนพระบรมศพ

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พสกนิกรจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่ เพื่อรอชมขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่จะเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง

ประชาชนต่างตั้งใจที่จะได้กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง โดยตามหมายกำหนดการ ขบวนรถเคลื่อนพระบรมศพจะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในช่วงเวลา 16.00 น. ของวันนี้

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ประชาชนที่ทราบข่าว ต่างสวมชุดดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย และนำพระบรมฉายาลักษณ์มาแสดงความอาลัย พร้อมทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเคลื่อนผ่าน

นางสาวพันธ์วดี แพทรงพัฒน์ อายุ 55 ปี ซึ่งเดินทางมาจากเขตบางกะปิ กล่าวว่า ภายหลังทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ตนตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมารอถวายบังคมพระบรมศพ และจะปักหลักรอค้างคืนในจุดที่สามารถมองเห็นขบวนรถเชิญพระบรมศพได้ใกล้ที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อน แต่ตนและประชาชนที่เดินทางมารอ ต่างไม่ย่อท้อ เนื่องจากที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ดังนั้น การมารอส่งเสด็จพระองค์ท่านในครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจของลูกที่จะมารอส่งแม่ของแผ่นดินเป็นครั้งสุดท้าย

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่เดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยประชาชนส่วนใหญ่ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ

ประชาชนรอเฝ้าฯ ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

บรรยากาศโดยรอบโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย พสกนิกรจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อตั้งใจจะส่งเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นครั้งสุดท้าย แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง

ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง

เสียงจากประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพรักและเทิดทูนที่พวกเขามีต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง หลายคนกล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินที่คอยห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมหาศาล

  • โครงการต่างๆ ในพระราชดำริ
  • การช่วยเหลือผู้ยากไร้
  • การส่งเสริมศิลปาชีพ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย และเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเดินทางมาในวันนี้ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที และถวายความอาลัยแด่พระองค์

การรวมตัวของประชาชนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความอาลัย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ

เหตุการณ์ในวันนี้ เป็นภาพที่ประทับใจและจะอยู่ในความทรงจำของคนไทยไปตลอดกาล เป็นเครื่องยืนยันถึงความรักและความศรัทธาที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง พวกเราขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ที่มา – พสกนิกรจับจองที่นั่ง รอขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

กทม. เตรียมพร้อมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพิธีสำคัญเนื่องในโอกาสพิเศษของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้จัดการประชุมผู้บริหารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการมอบหมายให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบและรวดเร็ว โดยครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การจัดพิธีการ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและเป็นไปอย่างเรียบร้อยที่สุด

การเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางและโครงสร้างพื้นฐาน

กทม. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนขบวนพระบรมศพ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในคืนเดียว ได้แก่ การเร่งซ่อมแซมพื้นผิวถนนที่ชำรุดบนถนนอังรีดูนังต์และถนนพระรามที่ 4 การปรับฝาบ่อและฝาท่อระบายน้ำบนถนนพญาไทให้เรียบเพื่อความปลอดภัย และภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ หน่วยงานสาธารณูปโภคจะเข้าดำเนินการเก็บงานเพิ่มเติม

ในส่วนของภูมิทัศน์ ได้สั่งการให้ตัดแต่งกิ่งไม้ตลอดสองข้างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นมะขามบริเวณสนามหลวงที่มีความเสี่ยงต่อการล้ม ให้ดำเนินการค้ำยัน พร้อมกันนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนต้นไม้และดอกไม้ให้เป็นโทนสีขาว-ดำ เพื่อให้เกิดความสง่างามและสมพระเกียรติ นอกจากนี้ ยังมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทำความสะอาดจากหลากหลายหน่วยงาน เพื่อทำความสะอาดเส้นทางเคลื่อนขบวน

ด้านระบบไฟฟ้าและความปลอดภัย มีการตรวจสอบและซ่อมแซมโคมไฟให้ส่องสว่างเพียงพอ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้อง CCTV ตลอดเส้นทางกว่า 276 จุด รวม 1,239 กล้อง ให้พร้อมใช้งาน และเชื่อมโยงสัญญาณกับกองอำนวยการร่วม นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมถังดับเพลิง รถดับเพลิง และเครื่องสำรองไฟฉุกเฉินประจำจุดต่างๆ

กทม. เร่งเตรียมความพร้อม รองรับประชาชนเข้าร่วมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

การอำนวยความสะดวกและบริการประชาชน

กทม. ได้จัดเตรียมสถานที่ตั้งเต็นท์เพื่อรองรับประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงจำนวน 2 จุด โดยสามารถรองรับได้จุดละประมาณ 5,000 คน และมีพัดลมไอเย็นในแต่ละจุดภายในเต็นท์รับรอง การลงทะเบียนและการจัดคิวประชาชนในการเข้า-ออกพื้นที่ อยู่ระหว่างการประสานงานกับกองอำนวยการร่วมเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเป็นระบบ

ในส่วนของอาหารและน้ำดื่ม ได้มีการจัดเตรียมครัวสนามของ กทม. เพื่อเสริมกับครัวพระราชทาน และมอบหมายให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับมูลนิธิหรือเอกชนที่นำอาหารมาแจกจ่าย เช่น การมีบ่อดักไขมัน/ถังดักไขมัน การจัดจุดรับบริจาคและประกอบอาหาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดปัญหามลภาวะหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีทีมแพทย์ทั้งในระดับสูงและระดับพื้นฐานประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง พร้อมด้วยจุดปฐมพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงรถจักรยานยนต์กู้ชีพฉุกเฉิน (Motorlance) นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ตามจุดต่างๆ รวมถึงประสานงานกับห้างสรรพสินค้า โรงแรม และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ห้องน้ำได้เพิ่มเติม

สำหรับการจัดการขยะ ได้มีการเตรียมถังขยะและถุงขยะให้เพียงพอ พร้อมทั้งเน้นย้ำการคัดแยกขยะ เพื่อป้องกันปัญหามลภาวะและกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยมีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลจุดทิ้งขยะอย่างใกล้ชิด

การจัดการพิธีการและบุคลากร

ในการประชุม ได้มีการแจ้งแนวทางการไว้ทุกข์และการแต่งกายอย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานราชการจะลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน และงดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน ข้าราชการจะไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปี และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแต่งกายไว้ทุกข์เป็นเวลา 90 วัน

นอกจากนี้ ยังได้แจ้งเรื่องการเข้าเฝ้าฯ ในพระบรมมหาราชวัง และแจ้งว่าในวันพรุ่งนี้ (26 ตุลาคม 2568) จะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าสรงน้ำพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ผู้ว่าฯ ชัชชาติจึงได้กำชับให้ติดตามหมายกำหนดการอย่างใกล้ชิด

สำหรับการเฝ้าฯ รับเสด็จ ได้มีการเชิญชวนข้าราชการและบุคลากร รวมถึงประชาชนให้แต่งกายชุดดำไว้ทุกข์เข้าร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

การบริหารจัดการและการสื่อสาร

ที่ประชุมได้มีการเสนอร่างคำสั่งจัดตั้งคณะกรรมการภายใน กทม. เพื่อรับผิดชอบงานพระบรมศพ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อน

ในด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้เน้นย้ำให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ทั้งจากรถไฟฟ้า (สถานีสนามไชย) ท่าเรือ ป้ายรถเมล์ จุดจอดรถส่วนตัว/แท็กซี่ จุดให้บริการห้องน้ำ รถสุขา จุดอาหารและน้ำดื่ม เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวก

ในส่วนของการสื่อสารภายใน ได้มีการจัดเตรียมวิทยุสื่อสารสำหรับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อให้สามารถรายงานสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งให้กรอกข้อมูลแผนงาน รายละเอียด และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถติดตามงานได้

และสำหรับโครงการต่างๆ ให้พิจารณาปรับกิจกรรมหรือโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการให้เหมาะสมกับช่วงเวลา เพื่อให้เป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด กทม. มุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”ให้ดีที่สุด

การเตรียมกทม. เร่งเตรียมความพร้อม รองรับประชาชนเข้าร่วมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกทม. เร่งเตรียมความพร้อม รองรับประชาชนเข้าร่วมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”ได้อย่างราบรื่นและสมพระเกียรติ

ที่มา – กทม. เร่งเตรียมความพร้อม รองรับประชาชนเข้าร่วมงานพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

Scroll to top