พ่นสีทับภาพหลวงพ่อคูณ

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ”

เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโคราชเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถ จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ” ได้สำเร็จ ภาพวาดอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ถูกทำลายด้วยฝีมือของผู้ไม่หวังดี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ชาวโคราชหลายคนรู้สึกผิดหวังและเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ” สาเหตุจากความขัดแย้งส่วนตัว

จากรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้นำตัวเยาวชนชายวัย 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บริเวณซอยหลังโรงเรียนมารีย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้ต้องหาพ่นสีดำเป็นลักษณะคล้ายชื่อภาษาอังกฤษของตัวเอง ชื่อ “สมัคร” ทับลงบนภาพวาดหลวงพ่อคูณที่ศิลปินท้องถิ่นบรรจงสร้างสรรค์ไว้ ทำให้ภาพวาดเสียหายบางส่วน

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพตรงหน้าสื่อมวลชนว่า สาเหตุมาจากความบันดาลโทสะ เนื่องจากขัดแย้งกับคู่อริในวงการกราฟฟิตี้ ซึ่งเคยพ่นทับผลงานของตนมาก่อน แต่เขาไม่ทันคิดว่าการกระทำดังกล่าวจะไปกระทบภาพวาดศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ผู้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งบ้านไร่ อันเป็นบ้านเกิดของนครราชสีมา การกระทำนี้ไม่เพียงทำลายทรัพย์สินสาธารณะ แต่ยังสร้างความเจ็บปวดทางใจให้กับชุมชนที่ยกย่องหลวงพ่อคูณในฐานะผู้สืบทอดพุทธศาสนา

จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ผลกระทบต่อชุมชนและกระแสสังคมหลังเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในนครราชสีมา ซึ่งหลวงพ่อคูณถือเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมและศาสนา ภาพวาดบนกำแพงกลางเมืองนี้ไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวบ้านให้มาสักการะ หลายเพจดังในโคราชอย่างเพจข่าวท้องถิ่นและกลุ่มชุมชน ได้นำภาพเหตุการณ์ไปเผยแพร่ พร้อมข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและวัฒนธรรมออกมาแสดงความเห็นว่า การพ่นกราฟฟิตี้บนกำแพงสาธารณะอาจเป็นรูปแบบการแสดงออก แต่หากไปกระทบมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับ เช่น ภาพวาดหลวงพ่อคูณ ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและควรมีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจนมากขึ้น ชาวโคราชหลายคนเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูภาพวาดให้กลับมาสวยงามดังเดิม เพื่อรักษาคุณค่าทางจิตใจของคนในพื้นที่

ผู้ต้องหาก้มหน้ายอมรับสารภาพ จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ผู้ต้องหาแสดงความสำนึกผิด โดยยกมือไหว้ขอโทษต่อหน้าสื่อและสังคม ยอมรับว่านี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต และสัญญาว่าจะไม่ก่อเหตุซ้ำรอยอีก พร้อมยอมรับผิดทุกประการเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ฐานทำลายทรัพย์สินสาธารณะและสร้างความเสียหายทางวัฒนธรรม

  • สาเหตุหลัก: ความขัดแย้งในวงการกราฟฟิตี้
  • ผลกระทบ: สร้างความสะเทือนใจให้ชุมชนและกระแสออนไลน์
  • การดำเนินการ: ผู้ต้องหาถูกจับและทำแผนรับสารภาพ
  • คำมั่นสัญญา: จะไม่เกิดเหตุซ้ำและฟื้นฟูภาพวาด

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแสดงออกทางศิลปะต้องเคารพในคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม หากเราต้องการรักษามรดกของหลวงพ่อคูณให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นหลัง ชาวโคราชควรรวมพลังกันปกป้องสิ่งเหล่านี้ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กันหรือเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหา จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด หลวงพ่อคูณ

ที่มา – จับแล้ว มือดีพ่นสีบนกำแพง กลางเมืองโคราช ทับภาพวาด “หลวงพ่อคูณ”

Scroll to top