ฟุตบอลโลก

หวั่นซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก “ไหม” เตือนรัฐ

แฟนบอลชาวไทยกำลังตื่นเต้นกับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง แต่ท่ามกลางความฮือฮา มีประเด็นร้อนที่ ศิริกัญญา ตันสกุล หรือ “ไหม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเตือนรัฐบาลแล้วครับ เรื่อง ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ด้วยงบ 1,300 ล้านบาท! เธอหวั่นว่าจะซ้ำรอยเมื่อ 4 ปีก่อน ที่รัฐต้องแบกภาระหนัก วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองว่าประเด็นนี้มันมีอะไรบ้าง และทำไมถึงต้องระวัง

หวั่นซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า มติครม.ยังคลุมเครือ ใครจะซื้อ ใครจะจ่าย? กังวลว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยปี 2565 ที่เงินมาจากหลายที่ เช่น กองทุน กทปส. ครึ่งหนึ่ง และกองทุนกีฬา กกท. อีกส่วน เอกชนลงขันบ้าง แต่สุดท้ายมีข้อครหาเพียบ

ทำไมถึงเป็นปัญหา? เพราะกองทุน กทปส. วัตถุประสงค์จริงๆ คือช่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น คนรายได้น้อย คนพิการ ให้เข้าถึงสื่อ ไม่ใช่ซื้อลิขสิทธิ์ให้ทั้งประเทศดูฟรี! ส่วนกองทุนกีฬาก็ควรพัฒนานักกีฬาไทยมากกว่า แม้จะอ้างสร้างแรงบันดาลใจ แต่หลายคนยังสงสัย

กฎ Must Have เปลี่ยนแล้ว ทำไมยังรีบ?

ครั้งนี้ต่างจากอดีต เพราะกฎ Must Have ของ กสทช. ถอดฟุตบอลโลกออกแล้ว ไม่จำเป็นต้องถ่ายฟรีอีก แต่รัฐรีบฟันธง “ดูฟรีแน่นอน” อาจทำให้เสียอำนาจต่อรองกับเอเยนต์ลิขสิทธิ์ และเอกชนที่อยากลงทุน

ยกตัวอย่างปีก่อน True ได้สิทธิ์แต่มีปัญหา Must Carry จอดำ บล็อกแพลตฟอร์ม เพราะเอกชนอยากกำไร รอบนี้ควรให้เอกชนนำดีกว่า รัฐอย่าอุดหนุนเอง

  • ข้อกังวล 1: เงินกองทุนใช้ผิดวัตถุประสงค์ ควรช่วยเศรษฐกิจเร่งด่วนมากกว่าเอาใจแฟนบอลระยะสั้น
  • ข้อกังวล 2: รีบสัญญาดูฟรี เอเยนต์เรียกราคาแพง เอกชนกดดันให้รัฐสมทบ
  • ข้อกังวล 3: ถ้าเอกชนไม่ลง สุดท้ายรัฐแบกทั้งหมด เหมือนเดิม

ไหมแนะนำให้รัฐจัดลำดับความสำคัญ ใช้เงินโปร่งใส ตรงวัตถุประสงค์ ไม่สร้างคะแนนนิยมสั้นๆ แฟนบอลอย่างเราก็อยากดูฟรีนะ แต่ต้องไม่เสียหายระยะยาว

บทเรียนจากอดีตและทางออก

ย้อนดูปี 2565 มีคดี True กับ กสทช. ยังค้างคา แสดงว่าระบบมีปัญหา ทางออกคือให้เอกชนแข่งขัน มีแรงจูงใจกำไร รัฐกำกับให้ถ่ายฟรีบางส่วนผ่านช่องสาธารณะ อย่าง pptv หรือช่อง 7 ในอดีต

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ถ้าฟุตบอลโลกถ่ายครบทุกนัด สปอนเซอร์ เสื้อผ้า ร้านอาหารจะคึกคัก แต่ต้องไม่ใช้เงินภาษีผิดที่ รัฐควรเจรจาให้ดี อย่าให้เอเยนต์ FIFA กดราคา

ส่วนตัวคิดว่า รัฐควรเปิดประมูลโปร่งใส เชิญเอกชนเสนอ ถ้าไม่มีใครเอา ค่อยคิดใหม่ อย่ารีบฟันธง มิฉะนั้นแฟนบอลอาจได้ดูฟรีแต่เสียโอกาสพัฒนากีฬาไทย

สุดท้าย คุณคิดยังไงกับเรื่อง ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ครั้งนี้? อยากดูฟรีจริงๆ หรือยอมจ่ายนิดหน่อยเพื่อระบบดีๆ? มาคุยกันในคอมเมนต์เลยครับ จะได้ช่วยกันกดดันรัฐให้ตัดสินใจถูก!

ที่มา – หวั่นซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก “ไหม” เตือนรัฐรีบฟันธงดูฟรี ระวังทำเสียอำนาจต่อรองเอเยนต์

นายกฯ ทำเต็มที่ให้คนไทยดูฟุตบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะมาเยือนแล้ว! และข่าวดีสำหรับแฟนบอลชาวไทยคือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันชัดเจนว่าจะทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก 2026 แบบไม่ต้องกังวล โดยได้มีการพูดคุยกับ กสทช. เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดแล้วนะครับ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และรัฐบาลจะช่วยยังไงให้เราดูบอลคู่โปรดได้ฟรีหรือราคาถูก

ทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก 2026

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 18.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากพบปะ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งเป็นการเยี่ยมเยียนแบบเพื่อนเก่า และอัปเดตความคืบหน้านโยบายต่างๆ ของ กสทช. แต่ที่แฟนบอลสนใจที่สุดคือประเด็นทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก 2026 นั่นเอง

นายกฯ บอกว่าตนเองไม่ได้เป็นแฟนบอลตัวยง ไม่ค่อยติดตามกีฬาฟุตบอล แต่พอทราบว่าฟุตบอลโลก 2026 จะแข่งขันในเดือนมิถุนายน ก็เลยต้องพยายามเต็มที่ หาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รัฐบาลไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์เองได้ เพราะงบประมาณมีจำกัด แต่พร้อมอำนวยความสะดวก ประสานงาน สนับสนุนให้ภาคเอกชนที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดได้

นายกฯ คุยอะไรกับ กสทช. เรื่องฟุตบอลโลก 2026

ในการสนทนาครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังหาวิธีการที่เหมาะสม โดยนายกฯ เข้าใจดีถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ภาคเอกชนกำลังเผชิญ ทำให้การลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกซึ่งมีราคาแพงมาก กลายเป็นภาระหนัก แต่รัฐบาลเห็นใจและจะช่วยผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด

ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้พิเศษมาก เพราะจะขยายเป็น 48 ทีม แข่งขันนานถึง 39 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม จัดที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก คาดว่าจะมีแมตช์น่าตื่นเต้นเพียบ โดยเฉพาะทีมดังอย่างบราซิล อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส และทีมชาติไทย? เอ๊ะ ไทยยังไม่เข้ารอบ แต่เราก็เชียร์ทีมโปรดได้อยู่ดี!

รัฐบาลช่วยภาคเอกชนยังไงในเรื่องนี้

นายกฯ ย้ำชัดว่ารัฐจะไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง โดยจะประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างบริษัทเอกชนสื่อต่างๆ กับ กสทช. เพื่อให้มีการถ่ายทอดสดบางส่วนหรือทั้งหมดทางฟรีทีวี เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ เช่น ปี 2018 หรือ 2022 ที่มีบางแมตช์ให้ดูฟรี

  • อำนวยความสะดวก: ช่วยเจรจาลิขสิทธิ์ให้ราคาดีขึ้น
  • สนับสนุนเทคนิค: เรื่องคลื่นความถี่หรือโครงข่ายถ่ายทอด
  • เห็นใจเศรษฐกิจ: ลดภาระให้เอกชนไม่ต้องแบกคนเดียว
  • เป้าหมายหลัก: ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงฟุตบอลโลก 2026

ถือเป็นนโยบายที่เข้าถึงใจแฟนบอลจริงๆ เพราะฟุตบอลไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นความสุขของชาติ การที่นายกฯ ออกมาพูดแบบนี้ ทำให้แฟนๆ มั่นใจมากขึ้นว่าจะได้นั่งดูบอลทีมรักแบบลุ้นสุดใจที่บ้าน

ในมุมมองของผม นี่คือตัวอย่างที่ดีของรัฐบาลที่ใส่ใจประชาชนในเรื่องบันเทิงและกีฬา ถ้าทำได้จริง คงเป็นของขวัญปี 2026 ที่แจ่มสุดๆ เลย คุณล่ะ คิดว่าปีนี้ทีมไหนจะคว้าแชมป์? หรืออยากให้ถ่ายทอดทีมไทย U23 ด้วยมั้ย? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนแฟนบอลด้วย!

ที่มา – ทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก 2026 นายกฯ คุย กสทช. หาวิธีการ รับเห็นใจภาคเอกชน

FIFA จับมือ DAZN เปิดแพลตฟอร์มสตรีมฟุตบอล

FIFA จับมือ DAZN เปิดแพลตฟอร์มสตรีมฟุตบอลใหม่ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026

FIFA ร่วมมือกับ DAZN ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งกีฬาชื่อดัง เปิดตัวแพลตฟอร์มฟุตบอลระดับโลกใหม่ ที่จะเปิดให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลมากกว่า 150 รายการ ได้แบบฟรี ๆ ก่อนศึก FIFA World Cup 2026 จะเริ่มต้นขึ้น

รวมทุกความบันเทิงของวงการลูกหนังไว้ในที่เดียว

แพลตฟอร์มใหม่นี้จะรวมทั้งการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกชายและหญิง, ทีมชาติ, รายการระดับทวีป, ไฮไลต์, สารคดีฟุตบอล รวมถึงคลังวิดีโอประวัติศาสตร์ของ FIFA ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน

FIFA ระบุว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการ “เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนบอลทั่วโลก” โดยจะเป็นศูนย์กลางเนื้อหาด้านฟุตบอลที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เข้าถึงง่าย ดูได้ทั่วโลก

แฟนบอลสามารถเข้าชมได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ DAZN โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนคอนเทนต์ฟรี นอกจากนี้ยังมีระบบสมาชิกแบบพรีเมียมสำหรับการรับชมลีกพิเศษหรือรายการเฉพาะของแต่ละภูมิภาค

แพลตฟอร์มนี้จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพื่อให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถติดตามทุกแมตช์ได้อย่างสะดวก

ความร่วมมือระดับประวัติศาสตร์

ผู้บริหารของ FIFA กล่าวว่าความร่วมมือกับ DAZN ครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญของวงการฟุตบอล” ที่จะเปลี่ยนวิธีการรับชมฟุตบอลของแฟนบอลทั่วโลก โดยเน้นการเข้าถึงง่ายและเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง

ขณะเดียวกัน DAZN ยืนยันว่าการร่วมมือกับ FIFA เป็นการขยายฐานผู้ชมในระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งมีฐานแฟนบอลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


🔍 สรุป

  • FIFA จับมือ DAZN เปิดตัวแพลตฟอร์มฟุตบอลใหม่
  • ถ่ายทอดสดมากกว่า 150 รายการทั่วโลก
  • มีทั้งฟุตบอลชาย หญิง ทีมชาติ และสารคดี
  • เปิดให้ใช้งาน ก่อนฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ


Scroll to top