ฟ้องหมิ่นประมาท

ทรัมป์ฟ้องนิวยอร์กไทมส์ เรียกค่าเสียหาย 4 แสนล้าน

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมฟ้องหมิ่นประมาท “นิวยอร์กไทมส์” เรียกค่าเสียหายกว่า 4 แสนล้านบาท! เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสื่อยักษ์ใหญ่อย่างนิวยอร์กไทมส์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ล่าสุดทรัมป์ประกาศเตรียมยื่นฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ชื่อดังในข้อหาหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินมหาศาลถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 4.76 แสนล้านบาท

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทรูธ โซเชียล ของเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเขาจะดำเนินการฟ้องร้องนิวยอร์กไทมส์ เป็นจำนวนเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.76 แสนล้านบาท) ในข้อหาหมิ่นประมาทและใส่ร้าย

ทรัมป์กล่าวในโพสต์ว่า “นิวยอร์กไทมส์ ได้รับอนุญาตให้โกหก ใส่ร้าย และหมิ่นประมาทผมอย่างอิสระมานานเกินไปแล้ว และเรื่องนี้จะยุติลงเดี๋ยวนี้!”

ทรัมป์กล่าวโทษนิวยอร์กไทมส์ ว่าสนับสนุนคามาลา แฮร์ริส ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดในปี 2024 โดยกล่าวว่าสื่อดังกล่าวได้กลายเป็น “กระบอกเสียงให้กับพรรคเดโมแครตฝ่ายซ้ายสุดโต่ง” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าการฟ้องร้องครั้งนี้จะดำเนินการในรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกัน

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่เขาเรียกว่า “สื่อฝ่ายซ้าย” ที่มีทัศนคติไม่เป็นมิตรต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขามาอย่างยาวนาน

ในโพสต์ช่วงค่ำของวันจันทร์ ทรัมป์ยังคงกล่าวโทษนิวยอร์กไทมส์ เกี่ยวกับการสนับสนุนคู่แข่งทางการเมืองของเขา โดยกล่าวว่า “การสนับสนุนคามาลา แฮร์ริสของพวกเขานั้น ถูกนำไปวางไว้ตรงกลางหน้าแรกของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน!”

ในโพสต์เดียวกัน เขายังกล่าวหาสำนักข่าวหรือรายการโทรทัศน์อื่นๆ ว่า “ใส่ร้าย” เขาผ่าน “ระบบการเปลี่ยนแปลงเอกสารและภาพที่ซับซ้อนอย่างสูง”

คดีเก่าที่ทรัมป์เคยฟ้องนิวยอร์กไทมส์

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์พยายามฟ้องร้องนิวยอร์กไทมส์ โดยในปี 2023 ผู้พิพากษาได้ยกฟ้องคดีที่ทรัมป์ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์ดังกล่าว โดยระบุว่า “ข้อกล่าวหาในคดีไม่สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ”

คดีดังกล่าวมีมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.1 พันล้านบาท) ซึ่งกล่าวหาว่าหนังสือพิมพ์และหลานสาวของทรัมป์ คือ แมรี ทรัมป์ ได้ “สมคบคิดอย่างลับๆ” เพื่อเปิดเผยข้อมูลภาษีของเขา โดยคดีนี้ยื่นฟ้องในปี 2021 และเกี่ยวข้องกับซีรีส์ข่าวที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์เกี่ยวกับเรื่องการเงินของทรัมป์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแพ้คดีหมิ่นประมาทอีกคดีในปี 2023 เมื่อเขาพยายามฟ้องร้องสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เป็นเงิน 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) ในข้อหาที่กล่าวหาว่าสื่อดังกล่าวเปรียบเทียบเขากับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางได้สั่งยกฟ้องในเวลาต่อมา

ทรัมป์เตรียมฟ้องหมิ่นประมาท “นิวยอร์กไทมส์” เรียกค่าเสียหายกว่า 4 แสนล้าน

ความน่าจะเป็นของคดี: การที่ทรัมป์ตัดสินใจฟ้องนิวยอร์กไทมส์อีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็น “สื่อที่ไม่เป็นธรรม” อย่างไรก็ตาม ประวัติการฟ้องร้องสื่อของทรัมป์ที่ผ่านมาไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และมีความเป็นไปได้สูงที่คดีนี้อาจถูกยกฟ้องอีกครั้ง เนื่องจากอุปสรรคทางกฎหมายที่สูงในการพิสูจน์ว่าสื่อจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จด้วยความมุ่งร้าย

ผลกระทบต่อวงการสื่อ: ทรัมป์ฟ้องนิวยอร์กไทมส์

การฟ้องร้องครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อวงการสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการรายงานข่าวเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะ หากทรัมป์ชนะคดีนี้ อาจทำให้สื่อต่างๆ ระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากทรัมป์แพ้คดี ก็อาจเป็นการยืนยันถึงเสรีภาพของสื่อในการตรวจสอบอำนาจ

การตัดสินใจของทรัมป์ที่จะฟ้องร้องนิวยอร์กไทมส์อีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างเขากับสื่อมวลชน และผลลัพธ์ของคดีนี้จะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งวงการสื่อและการเมือง

สรุป: การที่ทรัมป์ออกมาประกาศว่าจะฟ้องร้องนิวยอร์กไทมส์ เรียกค่าเสียหายกว่า 4 แสนล้านบาทนั้น เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการนำเสนอข่าวของสื่อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการฟ้องร้องครั้งนี้ยังคงเป็นที่น่าสงสัย เนื่องจากมีอุปสรรคทางกฎหมายมากมายที่ทรัมป์จะต้องเอาชนะให้ได้

ที่มา – ทรัมป์เตรียมฟ้องหมิ่นประมาท “นิวยอร์กไทมส์” เรียกค่าเสียหายกว่า 4 แสนล้าน

ภูมิธรรมฟ้อง อ.ธนพร หมิ่นประมาท หากขอโทษ?

“ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่หลายคนจับตามอง เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับ อ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมือง ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่น

ภูมิธรรมฟ้อง อ.ธนพร หมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง อ.ธนพร ศรียากูล ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คำถามสำคัญที่ตามมาคือ หาก อ.ธนพร ออกมาขอโทษ จะมีการยุติเรื่องหรือไม่? นายภูมิธรรมได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่ทนายความเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากได้มอบหมายให้ทนายจัดการเรื่องนี้ไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

ฟ้องหมิ่นประมาท: จุดยืนของภูมิธรรม

นายภูมิธรรมยังกล่าวอีกว่า หากพบว่ามีการกระทำที่เกินเลย พูดแล้วไม่รับผิดชอบ ทำลายเกียรติยศเกียรติภูมิของผู้อื่น และก่อให้เกิดความสับสนต่อปัญหาของประเทศ ก็จะดำเนินการฟ้องร้องอย่างแน่นอน ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง

หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องระหว่างนักการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ในประเด็นนี้ นายภูมิธรรมได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นการกระทำที่เกินเลยไปถึงการทำลายเกียรติภูมิของครอบครัว

นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่สุจริตและนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ ถือเป็นเรื่องที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบ และควรที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่มาถามผู้เสียหาย

  • การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิ่งที่พึงกระทำ
  • ข้อมูลที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นความจริงและมีหลักฐาน
  • การทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่นเป็นการกระทำที่ไม่สมควร

สถานการณ์ “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความรับผิดชอบ การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีหรือทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น

ในขณะที่หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง และไม่ควรปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือสร้างความเสียหายโดยไม่มีการตรวจสอบ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการปกป้องสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องพิจารณาและถกเถียงกันต่อไป เพื่อสร้างบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเคารพซึ่งกันและกัน

สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากกรณี “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย คือการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้คำพูดและการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์ การตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ที่มา – “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย

Scroll to top