ภาคใต้

กรมอุตุฯ เตือน! 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้ฝนเพิ่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ อีสานล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้บ้าง เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความแจ้งเตือนว่า วันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก เคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

ส่วนภาคเหนือ อีสานล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้บ้าง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง

สถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น นี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ทำไมต้องติดตามข่าวสาร กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

  • เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • เพื่อวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย
  • เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน

การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย ร่ม และเสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณและคนที่คุณรัก

นอกจากนี้ การมีสติและไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนัก และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง

นายกฯ สั่งรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนน้ำท่วม!

นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือพายุ “คัลแมกี” เตือนพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง ภาคใต้ และ กทม. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. นี้ สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

วันที่ 6 พ.ย. 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 อาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. 2568

นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”

เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ดังนี้

ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ภาคกลาง จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ

ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล

และกรุงเทพมหานคร ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง

ภาคใต้คลื่นลมแรง

สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่พื้นที่บริเวณภาคใต้ จำนวน 6 จังหวัด ดังนี้ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) จังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ) และจังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล อำเภอละงู อำเภอท่าแพ และอำเภอทุ่งหว้า)

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุ “คัลแมกี”

“นายกรัฐมนตรีสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” เน้นให้การช่วยเหลือเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สถานการณ์ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การรับมือกับพายุ “คัลแมกี” ไม่ใช่แค่หน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคม การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและทำให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและสังคม

ดังนั้น การ นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจและร่วมมือกัน

ที่มา – นายกรัฐมนตรีสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี”เตือนทุกภาคอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน 7-9 พ.ย.นี้

“ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม: กล้าธรรม ลุย 400 เขต

“ธรรมนัส”เปิดตัว “เสธ.หิ” มอบดูแลภาคเหนือตอนล่าง-ใต้-อีสานบางส่วน ฟุ้งส่งครบ 400 เขต สมัยหน้า สส.ตบเท้าร่วมเพียบ

เมื่อเวลา 14.55 วันที่ 23 ก.ย.2568 ที่พรรคกล้าธรรม(กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดตัวนายหิมาลัย ผิวพรรณ อดีตผอ.พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมสวมเสื้อพรรคให้กับนายหิมาลัย โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายหิมาลัยยังไม่มีตำแหน่งอะไร ตอนนี้มาช่วยงานก่อน ซึ่งจะดูแลทั้งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ และภาคอีสานบางส่วน ซึ่งจะมีการพูดคุยกัน และเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ โดยได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม หารือกับนายหิมาลัยเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัคร หลังจากนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมว่าองคาพยพที่จะมาอยู่กับพรรคกล้าธรรมไม่ใช่เท่าที่เห็น เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นต้องตกปลาในบ่อเพื่อนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่

“ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม

ยังไม่สรุป ตามจีบ “เดชอิศม์”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายหิมาลัยไปทาบทามนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง แต่นายหิมาลัยยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ตอบแทนว่า นายหิมาลัยจะมารายงานตนและน.อ.อนุดิษฐ์ในวันนี้ (23 ก.ย.) ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน อย่าเพิ่งปล่อยข่าวตอนนี้ เรายังไม่ได้สรุปกัน ต้องคุยกันก่อน ส่วนตัวยังไม่ได้คุยแต่เห็นว่า นายหิมาลัยเป็นคนไปคุยทั้งสายใต้และสายเหนือ วันนี้จะเข้ามาพรรคคงจะได้คุยกัน

ตั้งเป้าหวังได้ สส.ภาคใต้มากขึ้น

เมื่อถามว่า พื้นที่จะทับซ้อนกับ สส.เดิมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ย้ำว่ายังไม่ได้รับการยืนยันว่านายเดชอิศม์ จะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมของเราไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว แต่เป็นในรูปของคณะกรรมการและให้ สส.เก่าร่วมตัดสินใจด้วย ยอมรับว่าตั้งเป้าจะปักธงในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มมากขึ้น เราเดินไปไกลแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น และไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แต่ทุกภาค ส่วนการวางตัวผู้สมัครนั้น ได้ สส.ปัจจุบันมาหลายคน

ส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต

เมื่อถามว่า สส.ย้ายมาจากพรรคอื่นใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าย้ายมา สส.สมัยหน้ามีหลายคนจะมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม สมัยนี้เราไม่พูดถึง  ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการทำงานของพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้เรามองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยมอบหมายให้ผู้บริหารพรรคลงพื้นที่เฟ้นหาตัวผู้สมัคร ขณะเดียวกัน ในการบริหารราชการบ้านเมืองด้วยระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้าสื่อมวลชนสังเกตจะเห็นว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่มีสมาชิกพรรคมากที่สุดและมีความพร้อม ในการส่งตัวผู้สมัครทั้ง 400 เขต ทุกจังหวัด ส่วนจะส่งอะไรอย่างไรเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาประชุมกันอีกครั้ง

“ธรรมนัส” คาดหวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม จริงหรือ?

จากข่าวการเปิดตัว “เสธ.หิ” และการประกาศความพร้อมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหวังที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม แม้จะยังไม่มีการยืนยันเรื่องการดึงตัวนายเดชอิศม์ ขาวทอง มาร่วมงาน แต่การเดินหน้าหาผู้สมัครและเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแน่นอน พรรคกล้าธรรมจะต้องเผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างมากในการที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ การมีผู้สมัครที่เข้มแข็ง นโยบายที่โดนใจ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

นอกจากพื้นที่ภาคใต้แล้ว พรรคกล้าธรรมยังให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนของประเทศ โดยมีการวางตัวผู้สมัครในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองระดับชาติอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การที่จะ “ธรรมนัส” หวัง กวาด สส. ใต้ เพิ่ม ได้จริงหรือไม่ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป การดำเนินงานของพรรคกล้าธรรมหลังจากนี้ จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่า พวกเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

ที่มา – “ธรรมนัส”หวังกวาด สส. ใต้ เพิ่ม ประกาศ“กล้าธรรม” พร้อมส่งผู้สมัครชิง สส. ครบ 400 เขต

Scroll to top