มรณภาพ

เด็ก 11 ขับกระบะชนพระธุดงค์ ยอดมรณภาพพุ่ง 10 ศพ

เด็ก 11 ขับกระบะชนพระธุดงค์ ยอดมรณภาพพุ่ง 10 ศพ

ถือเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ กับเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อ เด็ก 11 ขับกระบะชนพระธุดงค์ บนเส้นทางระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับอำเภอดอนตาล ซึ่งจากรายงานล่าสุดพบว่ายอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ส่งผลให้มีพระภิกษุสงฆ์มรณภาพรวมทั้งหมด 10 ศพแล้ว สถานการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ต้องนำมาเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสังคมในเรื่องของการขับขี่ยานพาหนะของเยาวชน

ตามการรายงานจากนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เปิดเผยความคืบหน้าของเหตุการณ์ เด็ก 11 ขับกระบะชนพระธุดงค์ โดยระบุว่า ล่าสุดได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหารว่ามีพระภิกษุสงฆ์มรณภาพเพิ่มเติมอีก 1 ราย คือ พระสาคร คลังสูงเนิน ทำให้ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 10 ศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้ที่ติดตามข่าวจากกรณี เด็ก 11 ขับกระบะชนพระธุดงค์ ในครั้งนี้

อัปเดตอาการพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากจะมีผู้มรณภาพแล้ว ยังมีพระภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยนายวสวรรธน์ พวงพรศรี ได้ให้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุด ดังนี้:

  • พระสุริยา แสงใส: มีอาการกระดูกขาหัก ไหปลาร้าหัก และบาดเจ็บทางสมอง ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
  • พระภิกษุพิศิษย์ อ่อนยอง: อยู่ในกลุ่มเคสแดง แพทย์กำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
  • พระภิกษุเยือน หาญชัย, พระไพรวัลย์ พันโยธา และพระกิตติพันธ์ ลาภธสสาร: จัดอยู่ในกลุ่มเคสเหลือง แม้เบื้องต้นอาการไม่น่าห่วงมากแต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สังคมควรตระหนักว่าการให้เยาวชนที่มีอายุเพียง 11 ปีมาจับพวงมาลัยรถยนต์นั้น เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง การสูญเสียพระสงฆ์ถึง 10 รูปในเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ผู้ปกครองมีความเข้มงวดและดูแลความปลอดภัยของคนในครอบครัว รวมถึงตระหนักถึงกฎจราจรมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมอีก

ที่มา – ล่าสุดเคสดำเพิ่มอีก 1 อุบัติเหตุ “เด็ก 11” ขับกระบะชนพระธุดงค์ มรณภาพแล้ว 10 ศพ

สิ้นแล้ว “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” วัดรางหมัน

สิ้น “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” เทพเจ้าแห่งกำแพงแสน วัดรางหมัน จ.นครปฐม มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิร่มเย็น สิริอายุ 103 ปี

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.68 เวลา 00.01 น. แฟนเพจ วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความว่า ขอน้อมถวายความอาลัย พระราชมงคลวชิราคม

(หลวงปู่แผ้ว ปวโร) แห่งวัดรางหมัน ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้ถึงแก่มรณภาพ วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ กุฏิร่มเย็น เวลา 00.01 น. สิริอายุ 103 ปี

สำหรับประวัติการศึกษาและการบวชของ หลวงปู่แผ้ว ปวโร จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี

เมื่ออายุ 8 ขวบ โยมพ่อได้พาบุตรชายไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อหงส์ วัดหนองม่วง เพื่อเรียนหนังสือและศึกษาพระธรรมวินัย กระทั่งอายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหนองปลาไหล ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

การปฏิบัติธรรมและวิทยาคม ได้ศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อหว่าง ธัมมสโร ที่วัดกำแพงแสน ได้รับการถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติกัมมัฏฐานจากหลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ มีความเชี่ยวชาญในการบริกรรมคาถาเพื่อใช้ในการนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคล

ด้านผลงาน- สร้างคุณูปการสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนาอย่างรอบด้าน เช่น ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ วัตถุมงคลของท่านเป็นที่กล่าวขานร่ำลือกันว่ามีพุทธคุณเข้มขลังที่สุด มีประสบการณ์แก่ผู้ที่บูชามากมาย

หลวงปู่แผ้ว ปวโร มีพระอาจารย์พระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อหว่าง ธัมมสโร) หลวงพ่อหว่างเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่แผ้ว และเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมให้กับหลวงปู่แผ้ว หลวงพ่อหว่างยังมีความเชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ วัตถุมงคลของท่านก็เข้มขลังเป็นที่นิยมอีกด้วย

ส่วนกำหนดการต้องรอทางวัดรางหมันประชุม และจะแจ้งให้ประชาชนทราบ ต่อไป.

สิ้น “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” วัดรางหมัน

ประวัติโดยย่อของ หลวงปู่แผ้ว ปวโร

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง ท่านได้สร้างคุณูปการมากมายในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเป็นที่พึ่งทางใจของศิษยานุศิษย์จำนวนมาก การจากไปของท่านนับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสงฆ์

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและวิทยาคมจากครูบาอาจารย์หลายท่าน ทำให้ท่านมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน ทั้งด้านการปฏิบัติธรรม การเทศนา และการสร้างวัตถุมงคล ซึ่งวัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่ศรัทธา เนื่องจากเชื่อกันว่ามีพุทธคุณสูง

ตลอดชีวิตของหลวงปู่แผ้ว ปวโร ท่านได้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม ท่านได้สร้างวัดวาอาราม โรงเรียน และโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และส่งเสริมการศึกษา การจากไปของท่านจึงเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศ

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของหลวงปู่แผ้ว ปวโร และขอให้ดวงวิญญาณของท่านสู่สุคติ

ที่มา – สิ้น “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” วัดรางหมัน เทพเจ้าแห่งกำแพงแสน สิริอายุ 103 ปี

สลด! หลวงตาจมน้ำมรณภาพ หมาเฝ้าศพ

เรื่องราวสุดสลดใจเกิดขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อ “หลวงตาจมน้ำมรณภาพ” ในวัดแห่งหนึ่ง และที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ มีสุนัขตัวน้อยว่ายน้ำขึ้นไปนอนเฝ้าศพไม่ห่าง สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

หลวงตาจมน้ำมรณภาพ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ร.ต.อ.ชัยยงค์ อำพันเสน รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.วังตะเคียน ได้รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีว่า พบศพพระสงฆ์จมน้ำมรณภาพ ภายในสระน้ำของสำนักสงฆ์ธรรมเสถียร (หนองเม็ก) จังหวัดปราจีนบุรี ที่เกิดเหตุพบร่างของหลวงพ่อไสว แก้วโชติ หรือพระไสว ถาวโร อายุ 68 ปี เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ นอนคว่ำหน้ามรณภาพอยู่ในสระน้ำ สภาพสวมสบงและอังสะ

สิ่งที่สะเทือนใจผู้ที่พบเห็นคือ บนหลังของพระไสว มีสุนัขเพศเมียชื่อเจ้าน้ำตาล นอนเฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง สร้างความเศร้าสลดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบกระแป๋งสีเขียวลอยอยู่ในสระน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำร่างของพระไสวขึ้นมาจากสระน้ำ จากการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการจมน้ำ และได้ส่งศพไปชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี เพื่อรอญาติมารับศพ

ความผูกพันของหลวงตาและเจ้าน้ำตาล

จากการสอบสวนทราบว่า พระไสวเป็นเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียวของสำนักสงฆ์แห่งนี้ ท่านเลี้ยงสุนัขและแมว และมักจะแบ่งอาหารที่ฉันแล้วให้เจ้าน้ำตาลกิน ทำให้เจ้าน้ำตาลมีความผูกพันกับพระไสวเป็นอย่างมาก ชาวบ้านเชื่อว่า ในช่วงเช้า พระไสวได้เดินไปตักน้ำที่สระน้ำข้างวัด และอาจเกิดอาการหน้ามืดเป็นลม ทำให้จมน้ำเสียชีวิต เจ้าน้ำตาลอาจเห็นเหตุการณ์และพยายามว่ายน้ำลงไปช่วย ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนหลังของพระไสว

นายวันชัย ทองอ้ม ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าหลวงตาหลวงตาจมน้ำมรณภาพในสระน้ำ คาดว่าหลวงพ่อน่าจะหน้ามืดเป็นลมจมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยลื่นล้มหัวแตกมาแล้วครั้งหนึ่ง และสิ่งที่น่าสลดใจคือภาพของสุนัขเพศเมีย อายุประมาณ 2 เดือน นอนอยู่บนหลังหลวงพ่อไม่ห่าง บ้านเดิมของหลวงพ่ออยู่ที่ตำบลสุขเกษม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หากญาติทราบข่าว สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 061-546-8144 (ผู้ใหญ่วันชัย ทองอ้ม)

เหตุการณ์ หลวงตาจมน้ำมรณภาพครั้งนี้ เป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจและแสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคนและสัตว์ได้อย่างชัดเจน เจ้าน้ำตาลแสดงให้เห็นถึงความรักและความซื่อสัตย์ที่มีต่อผู้เป็นเจ้าของ แม้ในยามที่สิ้นลมหายใจ

เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต และควรใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เตือนใจให้เรารักและเมตตาสัตว์ เพราะพวกเขาก็มีความรู้สึกและความผูกพันไม่ต่างจากคน

ที่มา – สลดใจ หลวงตาจมน้ำมรณภาพ หมาน้อยว่ายน้ำขึ้นหลัง เฝ้าศพไม่ห่าง

Scroll to top