มาตรการผ่อนปรน

รัฐบาลเตือนหมดโปร “เตือนก่อนปรับ” 31 มี.ค. จับปรับ 1 เม.ย.

เพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน สวัสดีครับ! วันนี้เรามีข่าวด่วนที่คนขับรถขี่มอเตอร์ไซค์ต้องฟังให้ดีเลยนะ รัฐบาลเตือนหมดโปรมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” 31 มี.ค. ก่อนดีเดย์จับปรับจริง เริ่ม 1 เม.ย. นี้เอง หมายความว่าช่วงที่ตำรวจแค่เตือน ตักเตือนผ่านระบบ PTM กำลังจะหมดลงแล้ว หลังจากนี้ใครฝ่าฝืนกฎจราจร 10 ข้อหลัก เตรียมโดนปรับเงินจริงจังเลยครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

รัฐบาลเตือนหมดโปรมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” 31 มี.ค.

ตามที่ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ได้แถลงเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนสุดๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีคนเดินทางเยอะ มีเป้าหมายลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหลือแค่ 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 เลยทีเดียว ผ่านมาตรการบูรณาการทั้งกฎหมาย ปรับปรุงถนนรถ และรณรงค์สร้างวินัยจราจร

ที่ผ่านมา ตำรวจแห่งชาติใช้ 3 ระยะในการลดอุบัติเหตุ ปัจจุบันอยู่ในระยะ 1 คือ “เตือนก่อนปรับ” จนถึง 31 มี.ค. 2569 โดยมีการตักเตือนถึง 196,028 ครั้งตั้งแต่เดือนมกราคม ผ่านระบบ PTM แต่หลังจากนั้น 1 เม.ย. เข้าสู่ระยะ 2 บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบกับ 10 ข้อหาหลักที่ก่ออุบัติเหตุบ่อยสุด

สถิติอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ปีใหม่ 2569

มาดูตัวเลขจริงๆ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ 2569 พบว่ามีอุบัติเหตุสะสม 1,511 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,464 คน และเสียชีวิตน่าเศร้า 272 ราย สาเหตุหลักๆ คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ซึ่งเป็นข้อหาที่กำลังจะโดนปรับหนัก

  • ขับรถเร็วเกินกำหนด: สูงสุดอันดับ 1
  • ดื่มสุราแล้วขับขี่: อันดับ 2
  • ตัดหน้ากระชั้นชิด: อันตรายมาก

10 ข้อหาจราจรหลักที่เตรียมจับปรับจริง 1 เม.ย.

เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัว รัฐบาลเตือนหมดโปรมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” 31 มี.ค. โดยจะโฟกัส 10 ข้อนี้ ใครทำโดนจับแน่:

  • ขับรถเร็วเกินกำหนด
  • ดื่มแล้วขับ
  • ตัดหน้ากระชั้นชิด
  • ไม่สวมหมวกกันน็อกสำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนจักรยานยนต์
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
  • ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่
  • ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่
  • ขับรถย้อนศร
  • ขับรถในทางเท้า
  • ไม่เปิดไฟหน้าตอนกลางคืนหรือฝนตก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเน้นให้ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง ปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้ถูกกฎหมาย เพื่อเข้าสู่สังคมขับขี่ปลอดภัย

ในฐานะคนขับรถ มุมมองผมคือมาตรการนี้ดีมาก เพราะสถิติอุบัติเหตุลดลงจริงจาการเตือนครั้งก่อนๆ แต่ต้องเคร่งครัดถึงจะเห็นผลยั่งยืน ลองนึกภาพถนนโล่งปลอดภัย ไม่มีคนเมาแล้วขับ หรือซิ่งตายโหดๆ มันน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยนะครับ

สุดท้ายนี้ เชิญชวนทุกท่านเริ่มปฏิบัติตามกฎจราจรตั้งแต่วันนี้ ตรวจรถ สวมอุปกรณ์นิรภัย ไม่ดื่มเหล้า ไม่ใช้โทรศัพท์ ร่วมกันลดอุบัติเหตุให้ได้เป้า 12 คนต่อแสนประชากร มาสร้างถนนไทยปลอดภัยด้วยกันครับ!

ที่มา – รัฐบาลเตือนหมดโปรมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” 31 มี.ค. ก่อนดีเดย์จับปรับจริง เริ่ม 1 เม.ย.

เคาะแล้ว! ปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น.

บอร์ดควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไฟเขียว ปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น. นำร่อง 6 เดือน พร้อมขยายเวลาดื่มในร้านถึงตีหนึ่ง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาล

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนปรนการจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ มาตรการสำคัญคือการอนุญาตให้ ปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น. ซึ่งจะดำเนินการเป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม เพื่อพิจารณาว่าจะขยายมาตรการนี้ต่อไปหรือไม่

ปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น.

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงผลดีผลเสียที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่ก็ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสวัสดิภาพของประชาชนควบคู่กันไป การผ่อนปรนเวลาขายสุรา 14.00-17.00 น. จึงเป็นมาตรการที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายทั้งสองด้าน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเกี่ยวกับการขยายเวลาให้นั่งดื่มในร้านอาหารและสถานบันเทิง โดยอนุญาตให้นั่งดื่มได้ถึง 01.00 น. หรือหลังเที่ยงคืนไปอีก 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การขยายเวลาจำหน่ายแอลกอฮอล์ยังคงไว้ที่ 24.00 น. (เที่ยงคืน) เช่นเดิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เหตุผลว่า การตัดสินใจครั้งนี้พิจารณาจากสถิติอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเมาแล้วขับ ซึ่งพบว่าเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงเวลา 02.00-03.00 น. การอนุญาตให้นั่งต่อได้อีก 1 ชั่วโมงจึงเป็นการผ่อนคลายที่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน

มาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในส่วนของพื้นที่โซนนิ่งสำหรับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ยังคงเป็นไปตามประกาศของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งนี้ มาตรการปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น. จะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 15 วัน ก่อนที่จะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้

  • การประเมินผลกระทบ: หลังจาก 6 เดือน จะมีการประเมินผลกระทบอย่างละเอียด
  • ระยะเวลาการอนุญาตให้นั่งดื่ม: ขยายเวลาให้นั่งดื่มถึง 01.00 น.
  • พื้นที่โซนนิ่ง: ยังคงเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รัฐบาลเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจ การรักษาสุขภาพ และมิติทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม นี่คือโอกาสที่ดีในการวางแผนโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงเวลาใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การผ่อนปรนนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – เคาะแล้ว ปลดล็อกขายสุรา 14.00-17.00 น. นำร่อง 6 เดือน นั่งดื่มหลังเที่ยงคืนได้ 1 ชม.

Scroll to top