รถสองแถว

รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 เจ็บ 18

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าเกิดขึ้นที่จังหวัดพัทลุง เมื่อมีเหตุ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

เหตุการณ์สลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา เมื่อรถสองแถวที่บรรทุกผู้สูงอายุซึ่งเดินทางกลับจากงานศพในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกคูน้ำบริเวณโค้งหักศอกในพื้นที่บ้านต้นโดน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แรงกระแทกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมบูรณ์ วงค์สุวรรณ อายุ 70 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกันถึง 18 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สาเหตุของอุบัติเหตุ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

จากการสอบถามผู้ขับขี่วัย 75 ปี ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาทำให้ถนนมีความเปียกลื่น ในขณะที่รถกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งหักศอก ทำให้รถเสียหลักไม่อาจควบคุมได้จนพุ่งลงข้างทาง ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงในการใช้รถใช้ถนนช่วงหน้าฝน:

  • สภาพถนน: ฝนที่ตกลงมาทำให้ผิวถนนลื่น เพิ่มความเสี่ยงในการหลุดโค้ง
  • ความเชี่ยวชาญ: การขับขี่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยหรือในสภาวะที่ทัศนวิสัยไม่ดีต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ความปลอดภัยของผู้โดยสาร: การใช้รถโดยสารส่วนบุคคลในการบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก จำเป็นต้องตรวจสภาพรถให้พร้อมเสมอ

อุบัติเหตุครั้งนี้น่าสลดใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อรถกู้ชีพของเทศบาลตำบลตำนวนที่กำลังรีบเดินทางไปช่วยผู้ประสบเหตุ ก็ได้ประสบอุบัติเหตุเสียหลักลงข้างทางเช่นเดียวกันเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตก โชคดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยปลอดภัยทุกคน

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและขอให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านหายเป็นปกติโดยเร็ว เหตุการณ์ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณเมื่อเจอฝนตก ถนนลื่น หรือเส้นทางโค้งอันตราย การชะลอความเร็วคือเกราะป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

“คมนาคม” อัดฉีด 2 หมื่นล้าน หนุนขนส่ง 7 กลุ่ม EV

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวขนส่งและคนรักรถ EV ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวร้อนที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมวงการขนส่งไทยให้เป็นสีเขียวกันเลยนะครับ นั่นคือ คมนาคม อัดฉีด 2 หมื่นล้าน เพื่อหนุนผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่มใหญ่ ให้เปลี่ยนรถเก่าๆ มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบเต็มระบบ ด้วยแพ็กเกจสุดคุ้มอย่างช่วยเงินดาวน์ ดอกเบี้ยคนละครึ่ง และภาษีป้ายรถ 0% ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?

คมนาคม อัดฉีด 2 หมื่นล้าน หนุนขนส่ง 7 กลุ่ม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยความคืบหน้าแผนใหญ่ของกระทรวงคมนาคม ที่เตรียมหารือกับกระทรวงการคลังในสัปดาห์นี้เลย เพื่อสรุป

รูปแบบช่วยเหลือให้ชัดเจน ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป แทนที่จะเป็นแค่รถเก่าแลกรถใหม่ แต่ปรับมาเป็นโมเดลเช่าซื้อหรือซื้อรถใหม่แทน โดยรัฐจะช่วยอุดหนุนตรงจุด เช่น เงินดาวน์ ดอกเบี้ยสินเชื่อคนละครึ่งกับผู้ประกอบการ และยกเว้นภาษีป้ายรถประจำปีเหลือ 0% สุดๆ ไปเลย!

คาดว่างบประมาณที่ต้องใช้อยู่ที่ 10,000-20,000 ล้านบาท มุ่งเป้าไปที่รถที่ใกล้หมดอายุการใช้งานก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว โดยทั่วประเทศมีรถเข้าข่ายเกือบ 1 แสนคัน เช่น รถสองแถวอายุเกิน 10 ปีที่มีอยู่ราว 17,000 คัน นอกจากนี้ยังเปิดกว้างให้รถที่ยังไม่หมดอายุแต่เจ้าของอยากเปลี่ยนเป็น EV เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงแพงๆ ก็สมัครได้ตามความสมัครใจเลยครับ

7 กลุ่มขนส่งที่จะได้รับการสนับสนุนจากคมนาคม อัดฉีด 2 หมื่นล้าน

  • รถแท็กซี่
  • รถตู้โดยสารประจำทาง
  • รถเมล์หรือรถบัสโดยสารประจำทาง
  • รถสองแถว
  • รถยนต์รับจ้างส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง)
  • รถตุ๊กตุ๊กและรถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • รถบรรทุกสินค้า

กลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งปรี๊ดและต้นทุนการเดินรถที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุควิกฤตพลังงานโลกตอนนี้ การเปลี่ยนเป็น EV จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงได้มหาศาล เพราะชาร์จไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมันหลายเท่า แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้อากาศในเมืองไทยสะอาดขึ้นด้วยนะครับ

ทำไมนโยบายคมนาคม อัดฉีด 2 หมื่นล้าน ถึงสำคัญมาก?

ปัจจุบัน รถขนส่งส่วนใหญ่ยังใช้พลังงานฟอสซิลที่แพงและสกปรก รัฐบาลไทยเองก็กำลังผลักดัน EV อย่างจริงจังอยู่แล้ว ด้วยการลดภาษีนำเข้า EV และสร้างสถานีชาร์จทั่วประเทศ นโยบายนี้จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น โดยเฉพาะรถที่หมดอายุตามกฎหมาย เช่น รถตู้โดยสารที่ไม่ขยายอายุแล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัส EV เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและคนขับ ประโยชน์ไม่ใช่แค่ประหยัดเงิน แต่ยังยกระดับภาพลักษณ์ขนส่งไทยให้ทันสมัย สามารถแข่งขันได้ในยุค Net Zero ด้วย

ลองคิดดูสิครับ ถ้ารถแท็กซี่หรือรถตู้เปลี่ยนเป็น EV เต็มตัว ค่าใช้จ่ายรายวันลดลง 30-50% เลยนะ เพราะน้ำมันแพงขนาดนี้ แถมบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในอีก ผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังลำบากจะหายใจหายคอได้ง่ายขึ้น รัฐยังได้บรรลุเป้า ESG ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย มัน win-win สุดๆ ไปเลย!

อย่างไรก็ตาม ต้องรอสรุปจากที่ประชุมคลังก่อน แต่เชื่อว่าดีลนี้จะออกมาแจ่มแน่นอน เพื่อนๆ ผู้ประกอบการขนส่งล่ะครับ พร้อมเปลี่ยนรถเป็น EV กันยัง? นโยบายนี้เป็นโอกาสทองเลยนะ ช่วยลดภาระหนี้และต้นทุนระยะยาวได้จริง หากคุณมีประสบการณ์ใช้ EV หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนรถ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน หรือติดตามอัปเดตข่าว EV และนโยบายรัฐเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “คมนาคม” อัดฉีด 2 หมื่นล้าน หนุนขนส่ง 7 กลุ่มเปลี่ยนรถ EV ชูช่วยเงินดาวน์-ภาษี 0%

Toyota เปิดตัวรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถสองแถวและคนรักการเดินทางสะดวกสบาย! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ มาบอกกันว่า Toyota เปิดตัวรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แล้วนะครับ ซึ่งนำเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยมาใช้เพื่อให้ผู้โดยสารอย่างเรานั่งสบายขึ้นแบบไม่ต้องทนร้อน ทนเหนื่อยอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งเดี่ยวพร้อมเข็มขัดนิรภัย ชาร์จโทรศัพท์มือถือบนรถ หรือระบบแจ้งจุดจอดอัตโนมัติ เหมือนนั่งรถไฟฟ้าเลยทีเดียว!

Toyota เปิดตัวรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่

คุณสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Toyota Motor Thailand บอกมาว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการก้าวสู่ Mobility Company ที่มุ่งมั่นสร้างทางเลือกการเดินทางให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายๆ ภายใต้แนวคิด Mobility for All โดยเฉพาะการเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อ จากขนส่งสาธารณะหลักไปยังจุดหมายปลายทางของแต่ละคน

Toyota เล็งเห็นปัญหาการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นอย่างสมุทรปราการ จึงพัฒนารถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เน้น 3 เรื่องหลัก คือ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของเรา

รถคันนี้ดัดแปลงมาจาก Hilux Champ โดย Toyota Auto Body Thailand มีทั้งหมด 3 คัน เริ่มวิ่งเส้นทางสาย 6 จากโรงพยาบาลสมุทรปราการ ไปสถานี MRT ทิพวัล ผ่านชุมชน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน ตลาด ราชการ โรงพยาบาล รองรับผู้โดยสารกว่า 1,000 คนต่อวัน จากประชากร 120,000 คนในพื้นที่ ช่วยยกระดับการเดินทางให้ดีขึ้นเยอะเลยครับ

เส้นทางและค่าโดยสารของรถสองแถวนวัตกรรม

เริ่มให้บริการตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2567 (ปีใหม่แล้วนะ 2568?) ค่าโดยสารแค่ 10 บาทตลอดสาย ทุกวัน! เป็น Last-Mile Transportation ที่เชื่อมบ้านไป MRT สายสีเหลือง สีเขียว สะดวก รวดเร็ว ประหยัดสุดๆ เหมาะกับคนทำงาน คนเรียนที่อยากหลีกเลี่ยงรถติด

จุดเด่นสุดเจ๋งของ Toyota เปิดตัวรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่

  • เบาะนั่งเดี่ยวทุกที่นั่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัย ปลอดภัยแบบพรีเมียม ไม่ต้องเบียดเสียดเหมือนสองแถวเก่า
  • ชำระเงินหลากหลาย หยอดเหรียญ ธนบัตร PromptPay และเตรียมบัตร Pre-paid รายเดือนในอนาคต สะดวกสุด
  • แจ้งจุดจอดอัตโนมัติ แบบรถไฟฟ้า ติดตามรถ Real-time ผ่าน LINE OA: @togetamove
  • Intercom สื่อสารคนขับ เรียกหยุด ช่วยเหลือได้ทันที
  • ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างทาง

โครงการนี้ได้ใบอนุญาต 7 ปี นำร่องที่สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกรุงเทพฯ กับปริมณฑล อนาคต Toyota วางแผนขยายเส้นทางเพิ่ม เชื่อมรถไฟฟ้า EEC ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และรถไฟความเร็วสูง สร้างระบบขนส่งยั่งยืนให้ไทย

นี่คือก้าวสำคัญของ Toyota สู่การเป็น Mobility Company ที่เปลี่ยนรถสองแถวไทยให้ทันสมัย ปลอดภัย สบาย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทุกคน ลองนึกภาพนั่งรถสองแถวแต่รู้สึกเหมือนแท็กซี่ส่วนตัวสิครับ!

ถ้าคุณอยู่สมุทรปราการหรือใกล้เคียง ลองไปใช้บริการรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่ดูเลยนะครับ ค่าโดย 10 บาทแต่ได้ความสะดวกเต็มๆ รับรองจะติดใจและอยากให้ขยายไปทุกจังหวัด มาแชร์ประสบการณ์กันในคอมเมนต์ด้วย!

ที่มา – Toyota เปิดตัวรถสองแถวนวัตกรรมรูปแบบใหม่ นำเทคโนโลยีมาใช้ให้ผู้โดยสารสบายขึ้น

Scroll to top