รถโดยสาร

ขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า ป้องกันไฟไหม้

ขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า ป้องกันไฟไหม้

ปัญหาอุบัติเหตุไฟไหม้รถโดยสารและรถบรรทุกเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า-แบตเตอรี่ รถโดยสาร-รถบรรทุก ป้องกันไฟไหม้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะและผู้ใช้ถนนร่วมกัน

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ โฆษกกรมการขนส่งทางบก เผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ส่วนใหญ่มาจากระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ทางหน่วยงานจึงเน้นย้ำให้สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า-แบตเตอรี่ รถโดยสาร-รถบรรทุก ป้องกันไฟไหม้ โดยมุ่งเน้นตรวจเช็กจุดเสี่ยงสำคัญ 6 จุด เพื่อตัดวงจรการลัดวงจรที่เป็นชนวนเหตุของอัคคีภัย

รายละเอียดการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่

เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการตรวจสภาพรถไว้ดังนี้:

  • แบตเตอรี่: ต้องติดตั้งให้แน่นหนาและมีฉนวนป้องกันขั้วให้มิดชิด ห้ามติดตั้งในพื้นที่ห้องโดยสารเด็ดขาด
  • วงจรไฟฟ้า: ต้องมีการติดตั้งฟิวส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน
  • สายไฟ: ต้องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการฉีกขาดหรือเปลือย และต้องมีขนาดที่รองรับกระแสไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ
  • การติดตั้งอุปกรณ์: สายไฟต้องไม่สัมผัสกับท่อเชื้อเพลิงหรือส่วนประกอบความร้อนของเครื่องยนต์
  • จุดเชื่อมต่อ: ต้องขันให้แน่น ไม่หลวม เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ
  • อุปกรณ์เสริม: หากติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม เช่น จอทีวีหรือพัดลม ต้องมีสวิตช์แยกเฉพาะและติดตั้งอย่างถูกมาตรฐาน

มาตรการที่ทางหน่วยงานได้มีคำสั่งให้มีการขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า-แบตเตอรี่ รถโดยสาร-รถบรรทุก ป้องกันไฟไหม้นี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ประกอบการขนส่งต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถก่อนวิ่งงานทุกครั้ง เพื่อสวัสดิภาพของผู้โดยสารและเพื่อนร่วมทางทุกคนครับ

หากเราทุกคนช่วยกันใส่ใจรายละเอียดความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การตรวจสอบระบบไฟฟ้า จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ได้ หวังว่ามาตรการนี้จะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้นครับ

ที่มา – ขนส่งฯ ยกระดับ ตรวจสภาพรถ เข้มระบบไฟฟ้า-แบตเตอรี่ รถโดยสาร-รถบรรทุก ป้องกันไฟไหม้

ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. รับส่งในหมอชิต 2


ข่าวดีสำหรับผู้ใช้บริการรถโดยสาร! ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง จัดจุดจอดรับ-ส่งรถเมล์พลังงานไฟฟ้าภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเข้ารับ-ส่ง ภายในหมอชิต 2 เริ่มให้บริการ 29 ม.ค.69

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถโดยสารทางไกลและระบบขนส่งเมืองให้เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความยุ่งยากในการเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกับ บขส. จะช่วยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ที่เดินทาง โดย ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเมล์ไฟฟ้าเข้าจอดรับ-ส่ง บริเวณจุดพักคอยรถเมล์ ข้างเสาธง อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ทำให้ผู้โดยสารสามารถต่อรถ บขส. หรือรถเมล์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินออกไปนอกสถานี

เส้นทางรถเมล์ไฟฟ้าไทยสมายล์บัสที่ให้บริการในสถานีขนส่งหมอชิต 2

รถเมล์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดของ TSB จำนวน 8 เส้นทาง จะหมุนเวียนเข้ารับผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ดังกล่าวตลอดทั้งวัน ได้แก่

  • 2-48 (122) แฮปปี้แลนด์ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 3-45 (77) พระราม 3 – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 4-49 (170) บรมราชชนนี – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 2-16 (104) ท่าเรือปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 1-6 (52) ท่าเรือปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  • 1-56 (517X) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • 4-29E (529E) แสมดำ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) (ทางด่วน)
  • S6(555) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (ทางด่วน)

การที่ ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง บขส. และ ไทยสมายล์บัส ในการจัดจุดจอดรถ EV รับ-ส่งภายในสถานีหมอชิต 2 เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาสถานีขนส่งให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่ปลอดภัย ทันสมัย และเชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดมลพิษ ลดการรอรถริมถนน และป้องกันมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสหลอกลวงผู้โดยสารรอบนอกสถานี

ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น แต่ยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และช่วยแก้ปัญหามลพิษในเมืองอีกด้วย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทย

ที่มา – ไทยสมายล์บัส จับมือ บขส. นำรถเข้ารับ-ส่ง ภายในหมอชิต 2 เริ่มให้บริการ 29 ม.ค.69

ขนส่งฯ พร้อม! เสริมรถรับปีใหม่ 69

กรมการขนส่งทางบกประสานผู้ประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง จัดหารถเสริมรองรับประชาชนเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมลงพื้นที่ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะและผู้ขับรถระหว่างเส้นทาง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การเดินทางของทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 กรมการขนส่งทางบกเตรียมความพร้อมและมาตรการดูแลพี่น้องประชาชน รองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ให้ได้รับความสะดวกสบาย และเดินทางถึงที่หมายโดยปลอดภัย โดยมีความมุ่งมั่นลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยอุบัติเหตุต้องเป็น “ศูนย์” ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม สำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบกกำชับไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินการอำนวยความสะดวกประชาชน โดยจัดหารถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชน และตรวจสอบให้มีความปลอดภัย ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะชั่วคราว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารถูกเอารัดเอาเปรียบจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ จัดระเบียบภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้งด้านการรักษาความสะอาด การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างภายในชานชาลาให้เพียงพอ รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของกล้อง CCTV ให้สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ จัดระเบียบการเดินรถและการจราจรเข้า – ออก ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานครและสถานีขนส่งผู้โดยสารในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทาง และลดความหนาแน่นในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีรถไฟ

ก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ กรมการขนส่งทางบกจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจความพร้อม ณ สถานประกอบการของผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อตรวจความพร้อมของตัวรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนนำรถออกให้บริการตามแบบ Checklist เช่น ตัวรถต้องมีความสมบูรณ์มั่นคงแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วน ได้แก่ การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยครบทุกที่นั่งและสามารถใช้งานได้ ตำแหน่งการติดตั้งที่นั่งต้องไม่กีดขวางประตูฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตรวจความพร้อมด้านร่างกายและการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ เป็นต้น รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหลีกเลี่ยงการใช้งานรถบรรทุก ในช่วงเทศกาลฯ เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุ หากมีความจำเป็นต้องใช้รถ กำชับให้ผู้ประกอบการ และคนขับรถต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด

ในช่วงระหว่างเทศกาล กรมการขนส่งทางบกจะตรวจเข้มความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถแบบ 100% ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่ง ทั่วประเทศ กำกับ ดูแลตรวจสอบความเร็วสถานะการเดินทางของรถทุกคันผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

พร้อมกำชับผู้ประกอบการและ TSM ให้บริหารจัดการขนส่งให้มีความปลอดภัย และรายงานการตรวจความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถก่อนออกเดินทางผ่านระบบ “เช็กชัวร์ ready to go” นอกจากนี้ เน้นย้ำให้พนักงานขับรถต้องปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องชั่วโมงการทำงานอย่างเคร่งครัด หากขับรถติดต่อกันเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ต้องหยุดพักจากการขับรถเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะขับรถต่อไปอีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง ในกรณีรถโดยสารไม่ประจำทางที่มีแผนการเดินทางเกิน 400 กิโลเมตร ขึ้นไปที่ใช้รถต่อเนื่อง ให้ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีพนักงานขับรถ 2 คน เพื่อสับเปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมง รวมถึงต้องนำรถเข้าจุด Checking Point เพื่อตรวจความพร้อมของตัวรถเพื่อความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาในเขตพื้นที่เพื่อร่วมกันจัดตั้งจุดบริการร่วม “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน : เทศกาลปีใหม่ 2569” จำนวน 150 จุด ทั่วประเทศ ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีฉุกเฉิน บริการรถยก (บางพื้นที่) บริการนวดผ่อนคลาย บริการผ้าเย็น น้ำดื่ม ข้อมูลเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว และรายชื่ออู่รถที่เปิดให้บริการ เป็นต้น ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกเตือน!! ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะและรถขนส่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รวมทั้งกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกอย่างเคร่งครัดในการให้บริการประชาชน หากฝ่าฝืนจะดำเนินการลงโทษสูงสุดทุกราย

ขนส่งฯ พร้อม เสริมรถรับปีใหม่ 69

เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 กรมการขนส่งทางบกได้เตรียมความพร้อมรอบด้าน โดยเฉพาะการขนส่งฯ พร้อม เสริมรถรับปีใหม่ 69 อำนวยความสะดวกประชาชน

มาตรการสำคัญ ขนส่งฯ พร้อม เสริมรถรับปีใหม่ 69

  • จัดหารถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการ
  • ตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ 100%
  • จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะชั่วคราว
  • ตรวจสอบการทำงานของกล้อง CCTV
  • บูรณาการกับอาชีวศึกษา จัดตั้งจุดบริการร่วม

จากมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ของกรมการขนส่งทางบก การเตรียมพร้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การจัดหารถโดยสาร การตรวจความพร้อม ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับทุกคน

การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่มักจะมีความหนาแน่นของการจราจรสูง ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าและการวางแผนการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะช่วยให้เดินทางได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ขับขี่ปลอดภัย มีสติ และเคารพกฎจราจร แล้วคุณจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ที่มา – ขนส่งฯ พร้อม เสริมรถรับปีใหม่ 69 คุมเข้มคนขับ-เช็กความพร้อมรถตลอด 24 ชั่วโมง

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

สลด! รถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก ดับ 5

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อรถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 รายและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่รถบัสกำลังเดินทางกลับจากน้ำตกไนแองการา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง

รถบัสนักท่องเที่ยวคันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารมาทั้งหมด 52 คน ประสบอุบัติเหตุรถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก บนทางด่วน นิวยอร์ก สเตท ทรูเวย์ (New York State Thruway) ในรัฐนิวยอร์ก เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเดินทางกลับจากน้ำตกไนแองการา บริเวณชายแดนสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แรงกระแทกจากการพลิกคว่ำทำให้รถบัสตะแคงลงไปในร่องกลางถนน สร้างความเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ใกล้เมืองเพมโบรค ห่างจากเมืองบัฟฟาโลไปทางตะวันออกประมาณ 48 กิโลเมตร

รถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก

รายงานข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จีน และฟิลิปปินส์ ทางตำรวจยืนยันว่าไม่มีเด็กเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ แม้ว่าจะมีรายงานข่าวที่ไม่ถูกต้องในช่วงแรก ผู้โดยสารที่อยู่บนรถบัสมีอายุตั้งแต่ 1 ขวบไปจนถึง 74 ปี หลายคนถูกเหวี่ยงกระเด็นออกจากตัวรถ ในขณะที่บางส่วนยังคงติดอยู่ภายในซากรถเป็นเวลานานหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะเกิดเหตุ

แคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้บาดเจ็บที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ มีการส่งรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์การแพทย์ไปยังที่เกิดเหตุเพื่อลำเลียงผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้บาดเจ็บ 24 รายที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในพื้นที่ และแพทย์ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กเพื่อรับการดูแลเป็นพิเศษ

สาเหตุของอุบัติเหตุ รถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก

ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการชน แต่ได้ตัดประเด็นเรื่องความประมาทของคนขับและความผิดปกติของเครื่องยนต์ออกไปจากข้อสันนิษฐานแล้ว ทางตำรวจยืนยันว่าคนขับรถให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่ และยังไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆ ในขณะนี้ นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีกล้องหน้ารถที่อาจบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ให้นำหลักฐานมามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ในการสอบสวนและวิเคราะห์หาสาเหตุของอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุรถบัสนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำที่นิวยอร์ก ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริเวณที่ไม่ไกลจากน้ำตกไนแองการามากนัก โดยห่างออกไปเพียง 40 ไมล์เท่านั้น น้ำตกไนแองการาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชมปีละหลายล้านคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสร้างความเสียใจและความตกใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์สลดในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางอย่างปลอดภัย การคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งขณะเดินทางด้วยรถยนต์และยานพาหนะต่างๆ สามารถช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้ รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการเดินทางไกล และการตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การเดินทางของเราปลอดภัยและราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ที่มา – รถบัสนทท.พลิกคว่ำที่นิวยอร์ก ดับ 5 ศพ เจ็บหลายสิบ

Scroll to top