ระเบิดนราธิวาส

บึมป่วนศรีสาคร วางระเบิดถังขยะนราธิวาส

ในค่ำคืนที่เงียบสงบของอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุบึมป่วนศรีสาครที่สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้าน เมื่อคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ในถังขยะหน้าอาคารพาณิชย์ แรงระเบิดทำให้เกิดความเสียหาย แต่โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ภาพที่เกิดเหตุบึมป่วนศรีสาคร

บึมป่วนศรีสาคร

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2567 พ.ต.อ.คณิต เต่งทิ้ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร ได้รับแจ้งเหตุระเบิดดังสนั่นบริเวณหน้าร้านขายอาหารสัตว์ เลขที่ 35 หมู่ที่ 1 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยความมั่นคงรีบรุดไปตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุพบเศษซากกระจัดกระจายเต็มพื้นถนนและฟุตบาท ถังพลาสติกสีน้ำเงินขนาดใหญ่ถูกแรงอัดจนบิดเบี้ยวแตกกระจาย เศษขยะและวัตถุแสวงเครื่องตกเกลื่อน

ความเสียหายจากบึมป่วนศรีสาคร

บึมป่วนศรีสาคร เกิดอะไรขึ้นบ้าง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ระเบิดเป็นแบบแสวงเครื่อง ตั้งเวลาจุดชนวนไว้ตรงเวลา 01.00 น. คนร้ายซุกซ่อนไว้ในถังขยะหน้าร้านเพื่อสร้างสถานการณ์กลางดึก โชคดีที่ไม่มีผู้สัญจรหรือพักผ่อนใกล้เคียง แรงระเบิดทำโครงสร้างอาคาร ประตูหน้า และกันสาดหลังคาเสียหายชัดเจน รถหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และส่องสว่างตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบึมป่วนศรีสาคร

เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ รอทีมเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และพิสูจน์หลักฐานเก็บสะเก็ดระเบิด วงจรไฟฟ้า เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มก่อเหตุ ตรวจกล้อง CCTV รอบบริเวณแกะรอยคนร้าย

  • เวลาเกิดเหตุ: 01.00 น. 9 มี.ค. 2567
  • สถานที่: หน้าร้านอาหารสัตว์ ม.1 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
  • ประเภทระเบิด: แสวงเครื่องตั้งเวลา
  • ความเสียหาย: อาคาร ประตู หลังคา
  • ผู้บาดเจ็บ: ไม่มี

สถานการณ์บึมป่วนในภาคใต้

เหตุบึมป่วนศรีสาครนี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้จะลดลงแต่ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างความหวาดกลัว ประชาชนในพื้นที่ต้องระมัดระวังสิ่งของต้องสงสัย โดยเฉพาะถังขยะสาธารณะ รัฐบาลและกองทัพยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

จากสถิติในปีที่ผ่านมา มีเหตุวางระเบิดหลายครั้งในนราธิวาสและใกล้เคียง มักเลือกเป้าหมายที่สร้างผลกระทบทางจิตใจมากกว่าความเสียหายรุนแรง การที่ครั้งนี้ไร้ผู้บาดเจ็บถือเป็นโชคดี แต่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ยังมี

คำแนะนำป้องกันตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ถังขยะหรือวัตถุต้องสงสัย
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ
  • ติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方
  • สนับสนุนเจ้าหน้าที่ด้วยข้อมูลเบาะแส

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์บึมป่วนศรีสาครนี้ย้ำว่าความสามัคคีและการเฝ้าระวังจากทุกภาคส่วนสำคัญยิ่ง หากประชาชนช่วยกันรายงานเบาะแส จะช่วยลดเหตุรุนแรงได้ ลองแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และติดตามข่าวอัปเดตการจับกุมคนร้ายต่อไป

ที่มา – บึมป่วนใต้วางระเบิดแสวงเครื่องซุกถังขยะในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

นราธิวาสป่วน! วางระเบิด อส.ชคต.เรียง ดับ 1

สถานการณ์ความไม่สงบในนราธิวาสยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะของ อส.ชคต.เรียง ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 3 นาย เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2568 โดย พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของ กองอาสารักษาดินแดนประจำชุดคุ้มครองตำบลเรียง บริเวณริมถนนบ้านบลูกาฮีเล ม.1 ต.บาตง แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์หุ้มเกราะเสียหายอย่างหนัก

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม น้ำหนัก 50 กก. นอกจากนี้ยังพบรถยนต์หุ้มเกราะอยู่ในสภาพหงายท้องพังเสียหายทั้งคัน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะ ทราบชื่อคือ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง ดอฆอ รองหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลเรียง ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ดับ 1

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง พร้อมพวก รวม 4 นาย ได้ขับรถยนต์กระบะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ปลัดอำเภอ ซึ่งเป็นหัวหน้า ชคต.เรียง ขากลับจากการประชุมสภาสันติสุขที่ อบต.เรียง ขณะเดินทางกลับฐานที่ตั้ง คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ถนน ทำให้รถยนต์กระบะลอยพลิกคว่ำหลายตลบ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ประจำ ชคต.เรียง ได้ระดมกำลังมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล

การรักษาความปลอดภัยของ อส.ชคต.เรียง

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

หน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

การ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเพื่อปกป้องความสงบในพื้นที่เสี่ยงภัย

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และความสงบสุขจะกลับคืนสู่พื้นที่โดยเร็ววัน

การกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง

เหตุ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ

ที่มา – ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง พลีชีพ 1 ศพ เจ็บ 3 นาย

นราธิวาสเดือด! ลอบวางระเบิดรถทหารพรานเจ็บ

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยคนร้ายได้ทำการลอบวางระเบิดรถหุ้มเกราะของทหารพราน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.53 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส คนร้ายได้ฝังระเบิดไว้ใต้ถนน และจุดชนวนระเบิดเมื่อรถหุ้มเกราะของทหารพรานขับผ่าน แรงระเบิดส่งผลให้รถหุ้มเกราะได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

นอกจากทหารพราน 4 นายแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวขับรถกระบะตามหลังรถหุ้มเกราะของทหารพราน และถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และเศษซากของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ระเบิดดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ

เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า ได้แก่

  • จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี
  • อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี
  • อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียน อายุ 41 ปี
  • อส.ทพ.ธีรัพงษ์ พรมพัด อายุ 35 ปี

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี

นาทีชีวิต! ทหารพรานตั้งสติ สุ่มยิงตอบโต้

ในนาทีชีวิตหลังเกิดเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อยู่ในรถหุ้มเกราะได้ตั้งสติ และรีบเปิดประตูรถออกมา พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสุ่มเข้าไปในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามายิงซ้ำ การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้ และหลบหนีไปในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 2 รายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เป็นเครื่องเตือนใจว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสติของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่สามารถตั้งสติและตอบโต้คนร้ายได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่านี้

ที่มา – นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

ระเบิดป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ! เจ็บ 2 ความมั่นคงคุมเข้ม

สถานการณ์ตึงเครียดในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ได้แก่ สุไหงปาดี จะแนะ บาเจาะ เจาะไอร้อง และศรีสาคร เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันนี้ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 2 ราย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จ.นราธิวาส ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยง

จากรายงานเบื้องต้น จุดแรกที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.50 น. โดยระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นที่ถนนหมายเลข 4056 ในเขตเทศบาลปะลุรู แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เสียหาย 1 คัน จุดเริ่มต้นนี้เองที่นำไปสู่ความปั่นป่วนต่อเนื่องไปยังอำเภออื่นๆ

ต่อมาในอำเภอจะแนะ เมื่อเวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ บริเวณมัสยิดดุซงญอ หมู่ที่ 1 ตำบลดุซงญอ และตลาดดุซงญอ หมู่ที่ 1 แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่กำลังพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน ที่อำเภอบาเจาะ เวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บนถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับบริเวณโดยรอบ

เหตุการณ์ยังไม่จบสิ้น เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 00.05 น. เกิดระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้อง หมู่ 1 ตำบลจวบ และในเวลา 00.30 น. เกิดเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง บริเวณตู้ ATM หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง หมู่ 3 ตำบลตะมะยูง อำเภอศรีสาคร

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเพิ่มกำลังในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในพื้นที่เปราะบาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีก

สรุปสถานการณ์ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ

เหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในย่านชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และหน้าอาคารของหน่วยงานการเงิน ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายในหลายจุด

ผลกระทบจากเหตุระเบิดป่วนนราธิวาส

  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: อาคาร, ร้านค้า, และรถยนต์ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด
  • ความหวาดกลัวของประชาชน: เหตุการณ์สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
  • การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด: การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากเหตุการณ์ระเบิด

หลังจากเหตุการณ์ ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความคืบหน้าในการสืบสวนหาสาเหตุและผู้ก่อเหตุ รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และแผนการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขและความเข้าใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ เจ็บแล้ว 2 ราย ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังเข้ม

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ตากใบ อส.เจ็บ! วงจรปิดจับภาพ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ คนร้ายใช้คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีที่คนร้ายขับรถยนต์ที่บรรทุกระเบิดมาจอด ก่อนกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐานปฏิบัติการ แล้วหลบหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมขบวนการที่รอรับอยู่

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ

พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 20.15 น. จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่าบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลศาลาใหม่ (ชคต.) หมู่ที่ 1 บ้านโคกมะเฟือง ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ เต็มไปด้วยเศษซากรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน กต 3157 นครศรีธรรมราช ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังส่งผลให้ฐานปฏิบัติการได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงรถยนต์กระบะของ ชคต. ยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ ทะเบียน 3ฒข 4792 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายไปด้วย

เจ้าหน้าที่ อส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ได้แก่ 1.นายหมู่ตรีอับดุลมานัส นิมุ 2.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนมามะซาบรี มิงยีนา และ 3.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนซูไหรี เจ๊ะแซ เพื่อนร่วมงานได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตากใบเพื่อทำการรักษา

วงจรปิดจับภาพนาทีระทึก

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่าสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมาจอดไว้ใกล้กับฐาน ชคต. ก่อนที่คนร้ายจะกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐาน และมีรถจักรยานยนต์อีกคันมารับพาหลบหนีไป

พยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ พบเห็นชายต้องสงสัยขับรถยนต์เก๋งมาจอดใกล้ฐาน ชคต. จากนั้นได้เข้าเกียร์แล้วกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปที่หน้าฐาน ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์มารับหลบหนีไป เมื่อเห็นว่ารถยนต์เก๋งไหลไปถึงหน้าฐานแล้ว คนร้ายจึงได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ อส. ที่ประจำการอยู่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไล่หลังคนร้ายที่กำลังหลบหนีไป

พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการให้ สภ. ต่างๆ ในพื้นที่ 13 อำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ และตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย

เหตุ คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ การเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ อส.เจ็บ 3 นาย วงจรปิดจับภาพ โจรขับรถซุกบึม

Scroll to top