รัฐบาลชัตดาวน์

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน อีกครั้งแล้ว! เหตุการณ์นี้สร้างความปั่นป่วนให้กับระบบราชการสหรัฐฯ เมื่อรัฐบาลกลางเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 แม้วุฒิสภาจะเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณแล้ว แต่สภาผู้แทนราษฎรยังปิดสมัยประชุม ทำให้งบประมาณขาดช่วงตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลาฝั่งตะวันออก

สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน สาเหตุหลักจากอะไร

สาเหตุหลักมาจากการเจรจาที่ล่าช้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำข้อตกลงกับพรรคเดโมแครต แต่พรรคปฏิเสธที่จะเพิ่มงบสำหรับ ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร) หลังเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงพลเมืองสหรัฐฯ ในมินนีแอโพลิสเสียชีวิต 2 ราย เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงรุนแรงเกี่ยวกับยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

นี่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี ครั้งแรกในตุลาคม 2568 ยาวนาน 43 วัน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุด ส่งผลกระทบหนักต่อบริการรัฐ เช่น การเดินทางทางอากาศ เจ้าหน้าที่นับแสนคนไม่มีเงินเดือนหลายสัปดาห์ คราวนี้คาดว่าจะสั้นกว่าเพราะสภาผู้แทนราษฎรกลับประชุมวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์

ผลกระทบจากสหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

ก่อนสภากลับมา ทำเนียบขาวสั่งกระทรวงคมนาคม การศึกษา และกลาโหม เตรียมแผนรองรับ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังมีงบ 2 สัปดาห์ ทำให้มีเวลาจัดการ นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครต เรียกร้องให้ควบคุม ICE ยุติความรุนแรง ห้ามลาดตระเวนสุ่ม ต้องมีกฎระเบียบ กล้องเปิดตลอด และไม่มีตำรวจลับ

  • กระทบการบินและบริการสาธารณะ
  • เจ้าหน้าที่รัฐหยุดงานชั่วคราว
  • การเจรจางบประมาณล่าช้า
  • ประเด็นตรวจคนเข้าเมืองร้อนแรง

ทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตวิจารณ์ ICE หลังคลิปเหตุยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ ที่ดูเหมือนไม่ขัดขืนหรือมีอาวุธ ทรัมป์กระตุ้นรีพับลิกันในสภาผู้แทนให้อนุมัติข้อตกลง

เหตุการณ์ สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน สะท้อนปัญหาการเมืองสหรัฐฯ ที่แบ่งขั้วรุนแรง โดยเฉพาะประเด็น移民และงบประมาณ ในอดีตชัตดาวน์เกิดบ่อย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจนับพันล้านดอลลาร์ ครั้งนี้แม้สั้น แต่กระทบภาพลักษณ์ทรัมป์ก่อนเลือกตั้ง

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสภาจะอนุมัติเร็วๆ นี้ แต่การเจรจา ICE อาจยืดเยื้อ เดโมแครตยืนกรานนโยบายใหม่เพื่อปกป้องสิทธิพลเมือง

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวเพราะอาจกระทบการเดินทางไปสหรัฐฯ หรือบริการกงสุล หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองเช็กอัปเดตประจำวันเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

สรุปแล้ว สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของระบบรัฐบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ติดตามต่อเพื่อดูว่าพรรคการเมืองจะหาข้อตกลงได้เมื่อไหร่ และมันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

CTA: สมัครรับข่าวสารฟรีเพื่ออัปเดตข่าวสหรัฐฯ ล่าสุดทุกวัน!

ที่มา – สหรัฐฯ ชัตดาวน์บางส่วน คองเกรสอนุมัติงบประมาณไม่ทัน

ทรัมป์ขู่! จนท.หอบังคับการบินกลับทำงาน


โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินกลับมาทำงาน หลังรัฐบาลชัตดาวน์ทำให้พวกเขาต้องทำงานฟรีจนขาดรายได้ พร้อมขู่จะหักเงินเจ้าหน้าที่ที่ไม่มาทำงาน

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศของสนามบินต่างๆ ในสหรัฐฯ กลับไปทำงาน หลังการชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐ ทำให้ผู้เดินทางต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมากอีก 1 วัน

นายทรัมป์ขู่ว่าจะลดค่าจ้างของผู้ควบคุมจราจรทางอากาศคนใดก็ตามที่ไม่กลับไปทำงาน หลังจากการชัตดาวน์คลี่คลายแล้ว พร้อมกล่าวว่าเขาจะมอบโบนัส 10,000 ดอลลาร์ ให้กับผู้ที่ไม่ได้ลาหยุดในช่วงการชัตดาวน์ 41 วันที่ผ่านมา และยินดีรับการลาออกของคนอื่น ๆ ที่เหลือ

“ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศทุกคนต้องกลับไปทำงาน เดี๋ยวนี้!!! ใครที่ไม่กลับไปจะถูก ‘หัก’ เงินจำนวนมาก” นายทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social “รายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทันที”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำลังเผชิญการชัตดาวน์ครั้งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ บีบให้ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศ 13,000 คน และ เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคม (TSA) กว่า 50,000 คน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง บางคนตัดสินใจขาดงานเนื่องจากต้องไปทำงานที่สอง หรือไม่สามารถจ่ายค่าดูแลเด็กได้

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ในช่วงการชัตดาวน์ที่ผ่านมา มีผู้ควบคุมจราจรทางอากาศของสนามบินที่ใหญ่ที่สุด 30 แห่งของสหรัฐฯ ขาดงานประมาณ 20% ถึง 40% ในแต่ละวัน

โพสต์ของนายทรัมป์ทำให้หุ้นของสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง อเมริกัน แอร์ไลน์, เดลตา แอร์ไลน์ส และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ลดลงทันที

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า ทำเนียบขาวจะสามารถปฏิเสธการจ่ายค่าจ้างตามสัญญาของสหภาพผู้ควบคุมจราจรทางอากาศ หลังจากรัฐบาลกลับมาเปิดทำการอีกครั้งตามที่ทรัมป์ขู่ไว้ได้อย่างไร หรือประธานาธิบดีจะหาเงินจากที่ใดมาจ่ายโบนัสที่เสนอไว้ 10,000 ดอลลาร์

การชัตดาวน์และการขาดงานของเจ้าหน้าที่ทำให้สนามบินต่างๆ ของสหรัฐฯ ต้องยกเลิกเที่ยวบินนับพันเที่ยวบินในแต่ละวัน โดยในวันจันทร์ (10 พฤศจิกายน) มีการยกเลิกเกือบ 2,000 เที่ยว ขณะที่มีเที่ยวบินออกเดินทางล่าช้า 5,825 เที่ยว ลดลงจากเมื่อวันอาทิตย์ที่มีเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 2,950 เที่ยว และดีเลย์อีก 11,200 เที่ยว

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรเลวร้ายลงในช่วงสุดสัปดาห์ และจำนวนศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศที่มีบุคลากรไม่เพียงพอ เพิ่มขึ้นเป็น 81 แห่งเมื่อวันเสาร์ มากที่สุดนับตั้งแต่การชัตดาวน์เริ่มขึ้นเมื่อ 1 ตุลาคม

ทรัมป์เรียกร้อง ให้ จนท.หอบังคับการบินกลับไปทำงาน ขู่ลดค่าจ้างหากไม่ทำตาม

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางทางอากาศในสหรัฐอเมริกา การที่ทรัมป์เรียกร้อง ให้ จนท.หอบังคับการบินกลับไปทำงาน ขู่ลดค่าจ้างหากไม่ทำตาม แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร แต่ก็ยังคงเป็นที่น่าสงสัยว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

ผลกระทบจากการที่ ทรัมป์เรียกร้อง ให้ จนท.หอบังคับการบินกลับไปทำงาน ขู่ลดค่าจ้างหากไม่ทำตาม

การที่ทรัมป์เรียกร้อง ให้ จนท.หอบังคับการบินกลับไปทำงาน ขู่ลดค่าจ้างหากไม่ทำตาม อาจส่งผลกระทบได้หลายด้าน:

  • ด้านการเดินทาง: อาจช่วยลดจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกและดีเลย์ได้
  • ด้านเศรษฐกิจ: อาจช่วยลดความเสียหายต่อสายการบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  • ด้านสังคม: อาจสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินที่ไม่ได้รับค่าจ้าง

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนควรพิจารณาถึงสวัสดิการและขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศด้วย การทำงานภายใต้ความกดดันและความไม่แน่นอนอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานได้

การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องการการแก้ไขที่รอบด้านและคำนึงถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางทางอากาศในสหรัฐอเมริกากลับมาเป็นปกติและมีเสถียรภาพอีกครั้ง

ที่มา – ทรัมป์เรียกร้อง ให้ จนท.หอบังคับการบินกลับไปทำงาน ขู่ลดค่าจ้างหากไม่ทำตาม

สหรัฐฯ ชัตดาวน์ เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

สำนักงานงบประมาณสหรัฐฯ เตือนว่า การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงนี้ จะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นคืนได้ถึงเดือนละ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สถานการณ์ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน นี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานใหม่ในวันพุธที่ 29 ต.ค. 2568 ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบจากการที่ หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ต้องปิดทำการเพราะรัฐบาลผ่านงบประมาณไม่สำเร็จ หรือการ “ชัตดาวน์” ซึ่งดำเนินมาใกล้ครบ 1 เดือนแล้ว

รายงานใหม่จาก CBO ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 2.26 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นความเสียหายที่จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้เมื่อหน่วยงานกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

ในจดหมายที่ส่งถึง โจดี อาร์ริงตัน ประธานคณะกรรมการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร (สังกัดพรรครีพับลิกัน รัฐเท็กซัส) CBO ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) จะลดลง 7 พันล้านดอลลาร์ ในกรณีที่ปิดหน่วยงานเป็นเวลาสี่สัปดาห์ ก่อนจะเพิ่มเป็น 1.1 หมื่นล้านเมื่อถึง 6 สัปดาห์ และ 1.4 หมื่นล้านตอน 8 สัปดาห์

CBO ระบุอีกว่า หลังจากการชัตดาวน์สิ้นสุดลง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) จะสูงขึ้นชั่วคราวเมื่อเทียบกับที่ควรจะเป็น แม้ว่าส่วนใหญ่ของการลดลงของ Real GDP จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในที่สุด แต่จะมีมูลค่าระหว่าง 7 พันล้านดอลลาร์ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่จะไม่สามารถฟื้นคืนได้

ทั้งนี้เนื่องจาก การใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการจะลดลงในช่วงที่มีการปิดหน่วยงาน เพราะพนักงานกว่าหนึ่งล้านคนไม่ได้รับค่าจ้าง แต่จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการ

CBO ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคในเชิง “ลบ” เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่มีการชัตดาวน์ และผลกระทบเหล่านั้น “จะยิ่งรุนแรงขึ้น” เมื่อการชัตดาวน์ยืดเยื้อออกไป

CBO ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาลกลางในการประเมินว่า โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานประมาณ 600,000 คน จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มยกเว้นและยังคงทำงานในแต่ละสัปดาห์ และพนักงาน 650,000 คน จะถูกสั่งพักงาน ซึ่งบุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางบางส่วนยังคงได้รับค่าจ้างผ่านการจัดสรรเงินทุนใหม่โดยทำเนียบขาว

ขณะที่พนักงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างการปิดหน่วยงาน แต่ตามกฎหมายของรัฐบาลกลาง เมื่อหน่วยงานเปิดทำการ พวกเขาจะได้รับค่าจ้างย้อนหลังคืนทั้งหมด ไม่ว่าในช่วงนั้นจะได้ทำงานหรือไม่ก็ตาม

สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

ผลกระทบจากการที่ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

การที่ สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • พนักงานรัฐบาล: พนักงานหลายแสนคนต้องพักงานหรือไม่ได้รับเงินเดือน
  • เศรษฐกิจ: GDP ลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง
  • บริการสาธารณะ: บริการบางอย่างอาจหยุดชะงักหรือไม่สามารถเข้าถึงได้

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติอย่างทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้น

การแก้ไขปัญหา สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน จำเป็นต้องมีการเจรจาและประนีประนอมระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สหรัฐฯ ยังชัตดาวน์ สนง.งบประมาณคาด เสียหาย 7 พันล้านดอลลาร์/เดือน

Scroll to top