ราคาน้ํามันวันนี้

“มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ปมกักตุนน้ำมัน

ปัญหาเศรษฐกิจไทยกำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมือง เมื่อ “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

“มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ ทำเนียบรัฐบาล นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (คัดคอร์) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งทันที เหตุผลหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤตราคาน้ำมันแพงที่กระทบปากท้องประชาชนอย่างหนัก

สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันพุ่งสูง

นายมงคลกิตติ์ ชี้แจงในหนังสือร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินได้ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร และคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นเพิ่มอีกก่อนเทศกาลสงกรานต์ ไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อลิตร สถานการณ์นี้ทำให้เกิดข้อสงสัยหนักว่า มีการกักตุนน้ำมันโดยกลุ่มบุคคลใกล้ชิดพรรคพวกของรัฐบาล ซึ่งเป็นการทุจริตชัดแจ้ง รัฐบาลถูกกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลย ไม่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงลิ่ว

ไม่ใช่แค่น้ำมันแพงเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร และสินค้าจำเป็นอื่นๆ เช่น ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศชะงักงัน ประชาชนตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

  • ค่าขนส่งสาธารณะและสินค้า: รถบรรทุก รถโดยสาร และแท็กซี่ต้องปรับราคา สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นตาม
  • ค่าอาหารและวัตถุดิบ: เกษตรกรต้องจ่ายปุ๋ยและน้ำมันเครื่องจักรกลแพง ส่งผลให้ราคาผักผลไม้เนื้อสัตว์สูง
  • ค่าไฟฟ้าและพลังงาน: โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงจะทำให้ค่าไฟแพงตาม
  • ผลกระทบต่อธุรกิจ SME: ผู้ประกอบการรายเล็กต้องแบกรับต้นทุนสูง เสี่ยงล้มละลาย
  • ความเดือดร้อนของประชาชน: ครอบครัวรายได้น้อยต้องลดการใช้รถ ลดคุณภาพชีวิต

นายมงคลกิตติ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลขาดความสามารถในการบริหารจัดการ หรือไม่ก็ตั้งใจปล่อยให้เกิดการฉ้อโกงประชาชน หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป มูลนิธิคัดคอร์จึงสรุปว่าต้องขับไล่ทันที เพื่อให้มีผู้นำที่เข้มแข็งเข้ามาแก้ไข

เหตุการณ์ “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน นี้ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทย ที่การทุจริตยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาประเทศ แม้จะมีหน่วยงานปราบปรามมากมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ โดยเฉพาะกับกลุ่มอิทธิพลในพรรครัฐบาล

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประชาชนต้องลุกขึ้นมาแสดงพลัง เรียกร้องความโปร่งใสจากผู้มีอำนาจ หากปล่อยไว้ วิกฤตเศรษฐกิจจะยิ่งลุกลาม สุดท้ายผู้เดือดร้อนคือคนไทยทุกคน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหากักตุนน้ำมัน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน

เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ ชี้คลัง-ปั๊มปกติ

ช่วงนี้หลายคนกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่ดูตึงเครียด แต่ล่าสุด เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ โดยนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาให้ข้อมูลอัปเดตที่ทำให้ทุกคนโล่งใจ จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบปัญหาความผิดปกติในคลังน้ำมันหรือปั๊มบริการเลย

เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 10.07 น. นายดนุชา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันล่าสุด โดย DSI และพลังงานจังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และพ่อค้าคนกลางหรือจ็อบเบอร์ ใน 7 จังหวัดหลัก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจพบว่าทุกอย่างปกติ จ็อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันมีปริมาณคงเหลือเฉลี่ย 1 หมื่นลิตร การซื้อขายเป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไรผิดแปลก

ตรวจสอบคลังน้ำมันขนาดใหญ่และสถานีบริการ

สำหรับคลังน้ำมันขนาดใหญ่ในจังหวัดสงขลาของ ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก และเชลล์แห่งประเทศไทย พบว่าน้ำมันคงเหลือไม่ถึง 50% หรือราว 10 ล้านลิตร จากความจุ 25-28 ล้านลิตร แต่เป็นการส่งออกตามปกติ โดยสถิติเดือนมีนาคม การส่งออกเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการ

ส่วนสถานีบริการน้ำมัน จากการสำรวจ 550 แห่งโดยหอการค้า พบว่าปั๊มที่ไม่มีน้ำมันลดลงเหลือ 390 แห่ง จากเดิม 450 แห่ง แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน

  • จ็อบเบอร์ซื้อขายปกติ ไม่พบผิดปกติ
  • คลังสงขลาคงเหลือ 10 ล้านลิตร ส่งออกตามแผน
  • ปั๊มหมดน้ำมันลดลง 60 แห่ง

ที่สำคัญคือปริมาณน้ำมันดิบ เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ จากเดิมรายงาน 3,400 ล้านลิตร ระหว่าง 20-25 มีนาคม เข้ามาเพิ่ม 878 ล้านลิตร รวมปัจจุบัน 4,231 ล้านลิตร เพียงพอสำหรับการกลั่นให้ประชาชนใช้ นอกจากนี้ สิ้นเดือนมีนาคม จะมีเข้ามาเพิ่ม 4 ล้านบาร์เรล เมษายน 24 ล้านบาร์เรล และพฤษภาคม 8 ล้านบาร์เรล รองรับได้สบาย

แนวทางการส่งออกน้ำมันและความมั่นคงพลังงาน

ในเรื่องการส่งออก ตั้งแต่ 1-25 มีนาคม ไทยส่งน้ำมันไปลาวเฉลี่ย 4.6 ล้านลิตรต่อวัน และเมียนมา 227,000 ลิตรต่อวัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีดำริให้ศึกษาการส่งน้ำมันสำเร็จรูปไปยัง 2 ประเทศเพื่อนบ้านแทนการกลั่นในไทย ซึ่งจะช่วยเก็บน้ำมันกลั่นไว้ให้ประชาชนใช้ เพิ่มความมั่นคงพลังงานอย่างน้อย 5 ล้านลิตรต่อวัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาความเป็นไปได้

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความต้องการสูง การส่งออกเพิ่ม และปัญหาโลจิสติกส์ แต่จากข้อมูลล่าสุด รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดการได้ดี การนำเข้าน้ำมันดิบต่อเนื่อง และการตรวจสอบเข้มงวดช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

สำหรับผู้ใช้รถยนต์และธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมัน แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากแหล่ง官方อย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะสม ในอนาคต รัฐบาลอาจมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น ส่งเสริมน้ำมันทางเลือกหรือพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำมันดิบ

โดยรวมแล้ว เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนกำลังคลี่คลาย ไม่ต้องตื่นตระหนก สัญญาณบวกที่เห็นคือปริมาณคงเหลือเพิ่มและปั๊มเปิดบริการปกติ

ความเห็นส่วนตัว: นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใสจากหน่วยงานรัฐ ช่วยลดความสับสนในสังคม หากรัฐบาลดำเนินการต่อเนื่องแบบนี้ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเร็วขึ้นแน่นอน

ติดตามข่าวสารพลังงานและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลจริง!

ที่มา – เลขาฯ สภาพัฒน์ ย้ำน้ำมันดิบเพียงพอ ชี้ ตรวจสอบแล้วไม่พบคลังน้ำมัน-ปั๊ม จ่ายน้ำมันผิดปกติ

เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำมันแพง รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ 1-30 เม.ย.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ยุคนี้น้ำมันแพงเวอร์จริงๆ จากพิษสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นลิตรละ 6 บาทกลางดึกคืน 25 มี.ค. แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ รัฐบาลเคลื่อนไหวไวมาก ครม.นัดพิเศษคลอด 7 มาตรการด่วนช่วยประชาชนทันที และวันนี้เรามีข้อมูลเจ๋งๆ มาอัพเดท เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำมันแพง รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ รับสิทธิ์อุดหนุน ดีเดย์ 1-30 เม.ย. นี้ โดยเฉพาะสำหรับพี่ๆ ขนส่งที่เดือดร้อนหนักสุด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคนประกาศเองครับ มาตรการนี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบาง ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันจริงๆ จากข้อมูล GPS และระบบติดตามการทำงาน ระหว่าง 1-30 เม.ย. 2565 (ปรับจากเอกสารต้นทาง) ไม่ใช่เหมาจ่าย แต่จ่ายตามจริง ใครยังไม่มี GPS ก็ใช้ QR Code แทน สะดวกมาก!

เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำมันแพง รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ รับสิทธิ์อุดหนุน ดีเดย์ 1-30 เม.ย. นี้

แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่เลยครับ มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ

กลุ่มที่ 1: รถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) หรือรถบรรทุกขนส่งสินค้า

มีทั้งหมด 287,175 คัน ข้อมูล GPS จากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เฉลี่ยวิ่ง 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน สิ้นเปลือง 4 กม./ลิตร ใช้น้ำมันรวม 7.8 ล้านลิตร/วัน รัฐบาลอุดหนุนเต็มๆ 6 บาทต่อลิตร เป้าหมายคือลดต้นทุนขนส่ง ป้องกันสินค้าอุปโภคบริโภคแพงตาม ซึ่งกระทบค่าครองชีพประชาชนโดยตรง พี่ๆ ขนส่งสินค้าฟังแล้วดีใจแน่ๆ

กลุ่มที่ 2: รถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์

แยกย่อยดังนี้

  • รถโดยสารหมวด 2 และ 3 (11,395 คัน) อุดหนุน 4 บาทต่อลิตร
  • รถโดยสารหมวด 4 เช่น รถตู้ (19,414 คัน) ได้ 300 บาทต่อคันต่อวัน
  • กลุ่มไรเดอร์ (114,653 คัน) รับ 300 บาทต่อคันต่อเดือน – ข่าวดีสำหรับน้องๆ Foodpanda, Grab, Lineman ที่ส่งของทุกวัน!

เป้าหมายคือตรึงค่าโดยสาร กระตุ้นใช้ขนส่งสาธารณะ ลดภาระเดินทาง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนเดินทางเยอะ แถมระบบขนส่งมวลชนอย่าง บขส. และรถร่วมบริการ ไม่ขึ้นค่าโดยสารเด็ดขาด! คงที่ฐานน้ำมัน 33 บาท/ลิตร ส่วนต่างรัฐชดเชยให้ เริ่ม 1 เม.ย. ไปเลย ไปไหนมาไหนสงกรานต์นี้สบายใจได้

หลักการสำคัญคือ tracking จริงจากระบบ ขบ. ที่มีอยู่แล้ว ไม่ปล่อยไก่แน่นอน สำหรับรถบัสไม่ประจำทางหรือรถทัวร์นักท่องเที่ยว กำลังหารือกับกระทรวงท่องเที่ยวเพื่อสูตรช่วยที่เหมาะสมต่อไป

เป็นไงครับ เพื่อนๆ ที่ขับรถบรรทุก รถบัส หรือเป็นไรเดอร์ รีบเช็คข้อมูลตัวเองเลย มาตรการนี้ช่วยตรงจุดมาก ลดภาระต้นทุนไม่ให้กระทบผู้บริโภคในที่สุด ในมุมผมมองว่านี่คือการช่วยเหลือแบบฉลาด ใช้เทคโนโลยี GPS-QR ตรวจสอบโปร่งใส ไม่ใช่แจกกระจายแบบเก่า สุดยอดเลย! ถ้าอยากรู้เพิ่มเติม แนะนำเช็คเว็บกรมการขนส่งทางบก หรือติดตามข่าวจากเราเพื่อไม่พลาดสิทธิ์นะครับ

ที่มา – เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำมันแพง รถบรรทุก-บัส-ไรเดอร์ รับสิทธิ์อุดหนุน ดีเดย์ 1-30 เม.ย. นี้

“ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงที่ราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งสูงขึ้นแบบไม่หยุดหย่อน ทำให้ประชาชนหลายคนเริ่มกังวลใจกันถ้วนหน้า วันนี้เรามีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันครับ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน ซึ่งเป็นคำชี้แจงจากนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ออกมาให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมา เพื่อคลายความกังวลของสังคม

“ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 นายธนกรได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในไทยเท่านั้น โดยยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยสักนิด แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการที่มีข้อจำกัดในการตัดสินใจบางเรื่อง แต่ก็กำลังดำเนินการหลายอย่างอยู่เบื้องหลัง เช่น การให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญกว่านั้น นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจน หากพบการกักตุนน้ำมันหรือพลังงาน รัฐบาลพร้อมดำเนินคดีทันที ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น นี่คือจุดยืนที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับปัญหานี้มากแค่ไหน

ทำไมรัฐบาลรักษาการถึงมีข้อจำกัด?

หลายคนอาจสงสัยว่ารัฐบาลทำไมออกมาตรการช้า หรือทำไมไม่คล่องตัวเหมือนรัฐบาลปกติ คำตอบคือเพราะเป็นช่วงรักษาการ รัฐบาลไม่สามารถอนุมัติงบประมาณใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักได้ง่าย ๆ ต้องรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น นายกฯ ก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เรียกประชุมด่วน โทรหาผู้รับผิดชอบ และกำชับ ส.ส. ลงพื้นที่แจ้งข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ แม้จะไม่ประกาศใหญ่โต แต่การทำงานเบื้องหลังนี้มีจริง

  • ลดภาษีสรรพสามิต: ครม.เห็นชอบให้คลังศึกษาวิธีลดและระยะเวลา เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  • ช่วยเหลือเปราะบาง: ใช้บัตรสวัสดิการและกลไกอื่น ๆ สนับสนุนค่าพลังงาน
  • ปราบกักตุน: ดำเนินคดีเด็ดขาดตามกฎหมาย
  • ติดตามใกล้ชิด: นายกฯ สอบถามสถานการณ์ทุกวัน

วิกฤตพลังงานครั้งนี้มาจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามในยูเครน การลดผลิตน้ำมันของ OPEC และปัญหาซัพพลายเชนทั่วโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูง กระทบไทยโดยตรงเพราะนำเข้ามาก รัฐบาลจึงต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงหรือขาดแคลน

ฝ่ายค้านวิจารณ์หนัก แต่รัฐบาลมีคำตอบ

ฝ่ายค้านบางคนบอกว่ารัฐบาลช้าเกินไป ไม่ช่วยประชาชนทันท่วงที แต่ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน โดยชี้ว่าการโจมตีแบบนี้สร้างความตื่นตระหนกให้สังคมเปล่า ๆ แทนที่จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ นายธนกรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่วาทกรรมหากินทางการเมือง เพราะในที่สุด ประชาชนต่างหากที่เดือดร้อน

ย้อนดูประวัติศาสตร์ ไทยเคยเจอวิกฤตน้ำมันปี 2542 และ 2551 รัฐบาลสมัยนั้นก็ใช้เวลาปรับตัวเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยความร่วมมือ ถ้าวันนี้เรายังสาดโคลนใส่กัน สังคมจะกลายเป็นวาทกรรมล้วน ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เลย

ส่วนตัวผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลควรสื่อสารให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อลดช่องว่างข้อมูล แต่ก็เข้าใจข้อจำกัดช่วงเปลี่ยนผ่าน การลดภาษีและปราบกักตุนเป็นก้าวแรกที่ดี ถ้าทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน รัฐบาลจะมีช่องว่างจัดการได้มากขึ้น เช่น ใช้รถสาธารณะ ลดใช้เครื่องปรับอากาศ หรือหันมาใช้พลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มอย่างประหยัด

สุดท้ายนี้ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลยังทำงานอยู่ เราในฐานะประชาชนควรให้กำลังใจและร่วมมือกัน คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางออกไปด้วยกัน!

ที่มา – “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน

“กรุณพล” ชี้ วิกฤติน้ำมัน รัฐล้มเหลว ชู 5 ข้อเสนอ

กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาลชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตรในคืนเดียว ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจพุ่งปรี๊ด ผู้ประกอบการหลายรายกำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์ปัญหานี้กันแบบเจาะลึก พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจจากนายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือที่รู้จักในนาม “เพชร กรุณพล” รองโฆษกพรรคประชาชน

กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน สะท้อนรัฐบริหารล้มเหลว

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายกรุณพล ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลที่ใช้นโยบายตรึงราคาน้ำมันจนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนยับเยิน ก่อนจะปล่อยลอยตัวราคาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบสะเทือน โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ครอบครัวของนายกรุณพลเองก็ทำมานานกว่า 40 ปี จึงเข้าใจปัญหานี้อย่างถ่องแท้ ลูกค้าหาย ต้นทุนพุ่ง ก๊าซหุงต้มและน้ำมันแพงขึ้น ร้านอาหารไทยนับแสนรายตกอยู่ในภาวะทางตัน

ผลกระทบรุนแรง 3 ระดับ จากกรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน

วิกฤตินี้กระทบหนักใน 3 ระดับหลัก ดังนี้

  • ระดับผู้ประกอบการรายย่อย: ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และก๊าซหุงต้มพุ่งสูง ผลกำไรที่บางอยู่แล้วหายวับไป ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดร้านเพราะแบกไม่ไหว สถานการณ์นี้ทำให้ครอบครัวหลายพันครอบครัวสูญเสียรายได้หลัก
  • ระดับผู้ประกอบการขนาดกลาง: กดดันจากทุกด้าน ต้นทุนคงที่สูง แต่กำลังซื้อของลูกค้าลดลงเพราะประชาชนต้องจ่ายเงินแพงขึ้นกับพลังงาน ส่งผลให้ยอดขายตกฮวบ ร้านที่เคยฟื้นตัวจากโควิดกำลังเจอปัญหาใหม่
  • ระดับผู้ประกอบการรายใหญ่: ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก การขนส่งขาดแคลนน้ำมัน ทำให้กระจายสินค้าไม่ได้ สุดท้ายนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว

ทั้งหมดนี้เกิดจากการขาดวิสัยทัศน์ ฝืนกลไกตลาดจนพังพินาศ ในช่วงที่ธุรกิจกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด รัฐกลับสร้างภาระใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 เรื่อง จากกรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน

นายกรุณพล ชูข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม 5 เรื่อง เพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับใช้ทันที

  1. ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอย่างเร่งด่วน: ลดหย่อนทันทีเพื่อลดภาระต้นทุนให้ประชาชนและธุรกิจ ช่วยให้ราคาน้ำมันไม่พุ่งสูงเกินไป
  2. ช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้ผลิตอาหาร: อุดหนุนราคาพลังงานสำหรับร้านอาหารและเกษตรกร เพื่อรักษาราคาอาหารให้เสถียร ประชาชนไม่เดือดร้อน
  3. ปรับโครงสร้างยุติเอื้อนายทุนพลังงาน: หันมาโฟกัสลดค่าครองชีพประชาชน แทนการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่
  4. ส่งเสริมเข้าสู่ระบบภาษี: จูงใจผู้ประกอบการด้วยแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ที่จดทะเบียนถูกต้อง
  5. ปรับลดภาระภาษี เพิ่มหักค่าใช้จ่ายเหมา: จาก 60% เป็น 90% ช่วยผู้ประกอบการลดภาษีได้มากขึ้น สร้างสภาพคล่อง

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารรับมือวิกฤติ

นอกจากนี้ นายกรุณพล ยังมีคำแนะนำปฏิบัติจริงสำหรับเจ้าของร้านอาหาร

  • บริหารเมนู: ยกเลิกเมนูผลกำไรต่ำ ต้นทุนสูงทิ้งไปเลย
  • ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น: ลดค่าขนส่ง หันไปซื้อจากแหล่งใกล้เคียง สนับสนุนชุมชนด้วย
  • ประหยัดพลังงาน: ใช้เทคโนโลยีประหยัดไฟ ประหยัดก๊าซ ลดต้นทุนทุกขั้นตอน

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง หากรัฐยังแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศจะซบเซาหนัก ความไม่พอใจของประชาชนจะบานปลาย สุดท้ายรัฐบาลเสียหายมหาศาล ในฐานะนักอ่าน คุณล่ะคิดอย่างไรกับข้อเสนอเหล่านี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อน เพื่อช่วยกันกดดันให้รัฐแก้ปัญหาจริงจัง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน!

ที่มา – “กรุณพล” ชี้ วิกฤติน้ำมันสะท้อนรัฐบริหารล้มเหลว ชูข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 เรื่อง

“วิสุทธิ์” ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนทางรายได้

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทาย ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ ราคาน้ำมัน และ ราคาปุ๋ย กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศ นี่คือประเด็นสำคัญที่ วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง ซึ่งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความห่วงใยอย่างจริงจัง

วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง

วันที่ 27 มีนาคม 2567 นายวิสุทธิ์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่ประชาชนต้องแบกรับภาระหนัก จากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางและขนส่ง สวนทางกับรายได้ของชาวบ้านที่ไม่ขยับเพิ่มตาม ทำให้ชีวิตประจำวันยิ่งลำบาก ในฐานะผู้แทนราษฎร เขายืนยันว่าจะเคียงข้างประชาชน และนำปัญหาเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม

วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง ส่งผลกระทบทั่วประเทศ

ปัญหา วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นวิกฤตที่กระทบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องเผชิญต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาขายผลผลิตทางการเกษตรยังนิ่งหรือตกต่ำ ทำให้กำไรหายไปหมด รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายควบคุมราคาพลังงานและสนับสนุนเกษตรกรให้ชัดเจนกว่านี้

นอกจากนี้ นายวิสุทธิ์ ยังตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจบริหารประเทศว่า “ได้ยินเสียงสะท้อนจากประชาชนทั่วประเทศหรือไม่?” เพราะทุกวันนี้ เสียงบ่นจากท้องถิ่นดังขึ้นทั่ว ส.ส.เพื่อไทยคนนี้พร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียง สะท้อนความเดือนร้อนเหล่านี้เข้าสภา เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่แท้จริง

ผลกระทบจากค่าครองชีพสูงและราคาน้ำมันพุ่ง

  • ประชาชนทั่วไป: ค่าน้ำมันแพงทำให้ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และสินค้าจำเป็นเพิ่มขึ้น เงินในกระเป๋ายิ่งร่อยหรอ
  • เกษตรกร: ราคาปุ๋ยและน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องจักรสูง ส่งผลให้ต้นทุนปลูกพืชผักผลไม้แพง กระทบรายได้ทั้งปี
  • ผู้ประกอบการรายย่อย: ขนส่งสินค้าแพงขึ้น กำไรลด สวนทางกับเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า
  • ครอบครัวชนบท: รายได้จากงานเกษตรไม่พอจ่ายค่าครองชีพ สูญเสียคุณภาพชีวิต

จากข้อมูลล่าสุด ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินปรับขึ้นหลายครั้งในปีนี้ สะท้อนถึงปัญหาโลกรวมถึงนโยบายภายในที่ยังไม่ช่วยบรรเทาได้เต็มที่ ชาวบ้านหลายพื้นที่ต้องลดการใช้รถ ลดการซื้อของเพื่อประหยัด แต่รายได้ยังคงนิ่ง ทำให้เกิดวงจรความยากจน

นายวิสุทธิ์ ย้ำว่า ผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ต้องยืนเคียงข้างประชาชน ไม่ใช่แค่นั่งในสภา แต่ต้องลงพื้นที่ฟังปัญหาและผลักดันนโยบาย เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมัน สับสนทบทุนปุ๋ยให้เกษตรกร หรือเพิ่มรายได้ฐานผ่านโครงการรัฐ

มาตรการที่รัฐบาลควรทำเพื่อแก้ปัญหา

เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ รัฐบาลควรมีมาตรการเร่งด่วน เช่น ตรึงราคาน้ำมันชั่วคราว เพิ่มเงินอุดหนุนเกษตรกร ลดภาษีสินค้าจำเป็น และกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้ประชาชน ส.ส.วิสุทธิ์ พร้อมร่วมมือกับเพื่อน ส.ส.เพื่อไทย เพื่อเสนอญัตติในสภา

ปัญหาค่าครองชีพนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยิ่งรุนแรงในช่วงหลังโควิด เศรษฐกิจไทยต้องการนโยบายที่โปร่งใสและช่วยเหลือตรงจุด หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ความไม่พอใจในสังคม

สุดท้ายแล้ว การที่ ส.ส.อย่างนายวิสุทธิ์ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน เป็นสัญญาณดีว่ายังมีผู้แทนที่ใส่ใจประชาชน คุณล่ะคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเดือดร้อนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ มาช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้ตรงจุดกันเถอะ!

ที่มา – “วิสุทธิ์” ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนทางรายได้ชาวบ้าน พร้อมสะท้อนเข้าสู่สภาฯ

พิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์ ปรับแผนจอดรอ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในยุคที่ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินพุ่งทะยานแบบไม่หยุดยั้ง ทำให้หลายอาชีพต้องปรับตัวกันวุ่นวายเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่น่าสนใจมาก นั่นคือ พิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์ ที่เจ้าของกิจการต้องเปลี่ยนแผนการทำงานแบบถอนตัวเลย จากที่เคยขับรถตระเวนหาลูกค้าทั่วอำเภอ ตอนนี้จอดรถรอรับโทรศัพท์เรียกใช้บริการแทน เพื่อประหยัดต้นทุนน้ำมันที่แพงหูฉี่!

พิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 หลังจากรัฐบาลประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทครั้งละ 6 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบกระจายไปทุกวงการ โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้น้ำมันเป็นหลัก เช่น รถบริการดูดส้วม นายสุทธินันท์ นาคเวียง วัย 69 ปี เจ้าของกิจการรถดูดส้วมในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เปิดเผยว่า เดิมทีทีมงานจะขับรถออกตระเวนตามเขตเทศบาลและหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อหาลูกค้าที่ต้องการบริการ แต่พอราคาน้ำมันพุ่งขึ้นขนาดนี้ ทำให้ตกใจมาก เพราะปกติเคยปรับแค่ครั้งละ 30-50 สตางค์เท่านั้น

รถดูดส้วมจอดรอที่บ้านจากพิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์

หลังจากคำนวณต้นทุนแล้ว รถดูดส้วมที่มีน้ำหนักตัวถังหนักอึ้ง กินน้ำมันเยอะมากต่อกิโลเมตร จึงตัดสินใจปรับแผนใหม่ทันที คือไม่ตระเวนอีกต่อไป แต่จอดรถไว้ที่บ้าน รอรับสายลูกค้าโทรเข้ามาแทน ซึ่งน่าจะคุ้มค่ากว่ามาก ในวันนั้นได้รับโทรสั่งงานดูดส้วม 2 บ่อ จากราคาเดิมบ่อละ 300 บาท ได้แจ้งลูกค้าเพิ่มเป็นบ่อละ 350 บาท ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจสถานการณ์ดี แต่เจ้าตัวยังกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งอีก ค่าบริการดูดส้วมก็น่าจะต้องปรับขึ้นตามไปด้วย

เจ้าของรถดูดส้วมบุรีรัมย์พูดถึงผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

สาเหตุหลักของพิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์

ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นครั้งนี้มาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกแพงขึ้น รวมถึงนโยบายภาษีและเงินกองทุนน้ำมันของไทยที่ต้องปรับสมดุล ทำให้ผู้ประกอบการอย่างรถดูดส้วมซึ่งเป็น SME รายย่อยต้องแบกรับภาระเต็มๆ รถบรรทุกดูดส้วม 1 คันใช้น้ำมันวันละเป็นร้อยลิตร ถ้าวิ่งตระเวนวันละ 100 กม. ต้นทุนพุ่งทันทีหลายพันบาท

ผลกระทบต่ออาชีพบริการดูดส้วมและ SME อื่นๆ

ไม่ใช่แค่บุรีรัมย์เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการทั่วประเทศกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน นอกจากต้นทุนสูงแล้ว ยังเสี่ยงลูกค้าหนีเพราะราคาบริการแพงขึ้น มาดูผลกระทบหลักๆ กัน

  • ต้นทุนน้ำมันเพิ่ม 20-30% ต่อวัน ส่งผลกำไรหายวับ
  • ต้องลดจำนวนเที่ยววิ่ง ลูกค้าบางรายอาจหันไปใช้บริการคู่แข่งราคาถูกกว่า
  • แรงงานลูกน้องอาจว่างงานชั่วคราวเพราะงานน้อยลง
  • กระทบห่วงโซ่ เช่น โรงงานผลิตน้ำยาล้างส้วมที่ขายไม่ออก

สถานการณ์แบบนี้ทำให้หลายคนต้องคิดหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดชนบทอย่างบุรีรัมย์ที่ค่าครองชีพยังต่ำ ราคาบริการดูดส้วมจึงถูกกว่ากรุงเทพฯ แต่พอต้นทุนพุ่ง ก็ยากที่จะแข่งขัน

เคล็ดลับปรับตัวรับมือพิษราคาน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการรถดูดส้วม

เพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจคล้ายกันไม่ต้องกังวลนะครับ มีวิธีปรับตัวได้หลายอย่าง ลองนำไปใช้ดู

  • ใช้เทคโนโลยี: สร้างแอปหรือไลน์ OA ให้ลูกค้าจองออนไลน์ ลดการโทรและตระเวน
  • รวมกลุ่ม: รถดูดส้วมหลายคันรวมกันรับงานใหญ่ ลดค่าน้ำมันต่อเที่ยว
  • บำรุงรักษารถ: เช็คเครื่องยนต์ให้ดี ลดการกินน้ำมันผิดปกติ
  • โปรโมชั่น: ทำแพ็กเกจดูดส้วมหลายบ่อราคาพิเศษ ดึงลูกค้าประจำ
  • หันมาใช้รถไฟฟ้า: ในอนาคต ลองมองหารถดูดส้วมไฟฟ้าที่กำลังมาแรง

สุดท้ายแล้ว พิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์ เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าธุรกิจรายย่อยต้องยืดหยุ่นแค่ไหน ในมุมมองผม รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น ลดภาษีน้ำมันสำหรับยานพาหนะบริการสาธารณะ หรืออุดหนุนกองทุนช่วย SME โดยตรง เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจฐานรากพังทลาย ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ อาชีพดั้งเดิมหลายอย่างอาจหายไปเลยนะครับ

คุณล่ะครับ เจอพิษราคาน้ำมันแบบนี้บ้างไหม? ลองมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือถ้าต้องการบริการดูดส้วมในบุรีรัมย์ สามารถติดต่อเจ้าของกิจการท่านนี้ได้เลย สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นกันเถอะ!

ที่มา – พิษราคาน้ำมันพุ่ง รถดูดส้วม จ.บุรีรัมย์ ปรับแผนเลิกวิ่ง จอดรอลูกค้าโทรเรียกใช้บริการ

ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569 ล่าสุด

ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569 มาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์สำหรับพี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านนะครับ วันนี้เราจะสรุปรายการราคาน้ำมันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล จากปั๊มน้ำมันชั้นนำอย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ และคาลเท็กซ์ ราคาลิตรละกี่บาท เช็คได้ที่นี่เลย ล่าสุดวันที่ 27 มี.ค. 2569 ราคาส่วนใหญ่ยังคงนิ่ง แต่บางปั๊มมีการปรับแต่งเล็กน้อยตามสูตรผสมและโปรโมชั่น

การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันมักขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบโลก ค่าเงินบาท และนโยบายรัฐบาล โดยวันนี้ดีเซลส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ถูกสุดที่ 32.79 บาท เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง ช่วยประหยัดงบได้เยอะ หากคุณกำลังหารถเติมราคาถูก แนะนำเช็คใกล้บ้านเพราะบางพื้นที่อาจรวมภาษีท้องถิ่นต่างกัน

ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569

ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” วันที่ 27 มี.ค. 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 56.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 57.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO อยู่ที่ 32.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO อยู่ที่ 36.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EVO อยู่ที่ 40.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO อยู่ที่ 41.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” วันที่ 27 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 32.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 40.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 49.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 54.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 27 มี.ค. 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.55 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 40.93 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.55 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 57.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 27 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 40.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 50.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 26 มี.ค. 2569 (อัปเดตล่าสุด)

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 41.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 40.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.05 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 38.94 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 56.84 บาท/ลิตร

สรุปภาพรวม ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569 ดีเซลพื้นฐานทุกปั๊มเท่ากันที่ 38.94 บาท แต่แก๊สโซฮอล์เชลล์บางตัวแพงกว่าเล็กน้อยเพราะสูตรพิเศษ ถ้าคุณขับรถดีเซล แนะนำเติมแบบธรรมดาเพื่อความคุ้ม หากรถเบนซิน ลอง E20 หรือ E85 ถ้ารถรองรับ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 10-20% เลยทีเดียว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเปลี่ยนคือราคาน้ำมัน Brent ที่ผันผวนจากสถานการณ์โลก ค่าเงิน USD/THB และกองทุนน้ำมัน ถ้าอยากประหยัด แนะนำตรวจลมยางสม่ำเสมอ ขับนุ่มนวล หลีกเลี่ยงเร่งดึง และใช้แอปเช็คราคาปั๊มใกล้เคียง

ติดตาม ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569 และอัปเดตประจำวันได้ที่เว็บเราเลยนะครับ บอกต่อเพื่อนๆ ด้วย จะได้ไม่พลาดข้อมูลดีๆ หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าราคาที่ปั๊มใกล้บ้านเป็นยังไงบ้าง!

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 27 มีนาคม 2569 อัปเดตราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ล่าสุด

สธ. สั่งเข้ม 5 ข้อรับมือน้ำมันพุ่ง ดันหาหมอออนไลน์-ส่งยาถึงบ้าน

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น 8 บาทต่อลิตร จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนการขนส่งยาและเวชภัณฑ์แพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงออกมาตรการเร่งด่วน สธ. สั่งเข้ม 5 ข้อรับมือน้ำมันพุ่ง ดันหาหมอออนไลน์-ส่งยาถึงบ้าน เพื่อลดภาระค่าเดินทางของประชาชน โดยไม่ให้บริการสุขภาพสะดุด

สธ. สั่งเข้ม 5 ข้อรับมือน้ำมันพุ่ง ดันหาหมอออนไลน์-ส่งยาถึงบ้าน

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ได้แถลงเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 หลังประชุมติดตามผลกระทบ โดยข้อมูลจากแดชบอร์ดพบว่า 53 จังหวัดยังรับมือได้ แต่ 19 จังหวัดเริ่มกระทบระดับปานกลาง สธ.จึงสั่งการโรงพยาบาล (รพ.) และ รพ.สต. ทั่วประเทศ ดำเนินการทันที เพื่อปกป้องกระเป๋าเงินประชาชนที่ต้องเดินทางมารับบริการสุขภาพ

รายละเอียด 5 มาตรการหลักจาก สธ. สั่งเข้ม 5 ข้อรับมือน้ำมันพุ่ง

  • เพิ่มบริการ Telemedicine: ยกระดับสัดส่วนบริการแพทย์ทางไกลให้ถึง 30% จากเดิมเพียง 8% รวมถึงออกใบรับรองแพทย์ออนไลน์ ช่วยให้ผู้ป่วยปรึกษาหมอได้จากบ้าน ลดการเดินทางที่ต้องใช้น้ำมันแพง
  • โปรโมท Super App หมอพร้อม: ส่งเสริมผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุใช้แอปนี้เป็นหลัก ตรวจอาการ จองคิว และรับคำปรึกษาได้สะดวก ทุกที่ทุกเวลา
  • ระดม Health Rider ส่งยาฟรี: ทีม Health Rider และเครือข่ายร้านยา จะส่งยาถึงหน้าบ้านฟรี หรือรับยาใกล้บ้าน ลดภาระเดินทางไปรพ. โดยเฉพาะยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเลือดและเวชภัณฑ์
  • จับมือไปรษณีย์ไทย: ขอคิวเร่งด่วน (Priority) สำหรับส่งยาผู้ป่วย Telemedicine ให้ถึงมือเร็วขึ้น รองรับปริมาณที่เพิ่ม
  • ดึง อบจ. ร่วมวง: รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปท้องถิ่น ร่วมระบบ Telemedicine กับ รพ.แม่ข่ายอย่างเป็นระบบ กระจายบริการทั่วถึง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงลดต้นทุนขนส่ง แต่ยังยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้ทันสมัย สอดคล้องยุคดิจิทัล โดยเฉพาะ Telemedicine ที่พิสูจน์แล้วในช่วงโควิด-19 ว่าสามารถลดการแพร่เชื้อและประหยัดเวลาได้ดี ในขณะที่ราคาน้ำมันผันผวน ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล จะได้รับประโยชน์โดยตรง

นอกจากนี้ สธ.ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีจังหวัดสีแดง จะปรับมาตรการเพิ่มเติม เช่น ขยาย Health Rider ให้ครอบคลุมมากขึ้น หรือพัฒนาแอปหมอพร้อมให้รองรับการสั่งยาออนไลน์เต็มรูปแบบ

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอป หมอพร้อม ได้ทันที เพื่อเริ่มใช้บริการหาหมอออนไลน์และรับยาถึงบ้าน ลองใช้ดูแล้วจะติดใจ เพราะสะดวก ปลอดภัย และช่วยประหยัดเงินในยุคน้ำมันแพงนี้

ที่มา – สธ. สั่งเข้ม 5 ข้อรับมือน้ำมันพุ่ง ดันหาหมอออนไลน์-ส่งยาถึงบ้าน

Scroll to top