ฤดูหนาว

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชนยูเครนที่กำลังเผชิญกับคลื่นหนาวสุดขั้ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 โดยรัสเซีย发动การโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนมหาศาล มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง (ballistic missiles) จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ เพื่อทำลายโรงไฟฟ้าและระบบพลังงานทั่วประเทศ บริษัท DTEK ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานเอกชนรายใหญ่ของยูเครน ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงไฟฟ้าในกรุงเคียฟ และเมืองโอเดสซา ส่งผลให้เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในปีนี้

ผลกระทบรุนแรงมาก โดยเฉพาะในสภาพอากาศหนาวเย็นจัดที่อุณหภูมิลดลงถึง -20 องศาเซลเซียส อาคารชุดพักอาศัยกว่า 1,000 แห่งในเคียฟขาดระบบทำความร้อนทันที โรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟทางตะวันออกเสียหายหนักจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ชาวยูเครนต้องเผชิญกับความมืดมิดและความหนาวเหน็บ โดยไม่มีไฟฟ้าและความร้อน

รายละเอียดการโจมตีรัสเซียรัวมิสไซล์

  • ขีปนาวุธวิถีโค้งและขีปนาวุธร่อนกว่า 70 ลูก
  • โดรนโจมตีอีก 450 ลำ เพื่อล่อระบบป้องกันทางอากาศ
  • กองทัพอากาศยูเครนสกัดกั้นได้เพียง 38 ลูก
  • เสียงไซเรนดังนานกว่า 7 ชั่วโมงในเคียฟ

เซเลนสกีประณามว่ารัสเซียเลือกใช้วิธี “ก่อการร้ายและยกระดับความรุนแรง” แทนการทูต พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรใช้นำ “แรงกดดันขั้นสูงสุด” ต่อมอสโก การโจมตีเกิดขึ้นหลัง “ข้อตกลงพักรบด้านพลังงาน” ที่ทรัมป์ตกลงกับปูตินสิ้นสุดลง ซึ่งเซเลนสกีมองว่ารัสเซียใช้เวลานี้สะสมอาวุธ

ผลกระทบต่อประชาชนและการตอบโต้จากนานาชาติ

ยูเครนขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันทางอากาศ โดยเฉพาะระบบ Patriot จากสหรัฐฯ เซเลนสกีโพสต์บน X ว่า “การจัดส่งขีปนาวุธทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญ หากไม่กดดันรัสเซีย สงครามจะไม่มีวันสิ้นสุด” เลขาธิการนาโต้กระตุ้นสมาชิกจัดส่งอาวุธด่วน โดยยืนยันว่าการโจมตีนี้ไม่แสดงถึงความจริงใจในการสร้างสันติภาพ

สถานการณ์ รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา นี้ สะท้อนถึงความโหดร้ายของสงครามที่ยืดเยื้อ ชาวยูเครนต้องอดทนกับความทุกข์ทรมานทั้งจากกระสุนและสภาพอากาศสุดโหด ในขณะที่โลกจับตามองการตอบสนองจากชาติตะวันตก

นอกจากนี้ การโจมตีโครงสร้างพลังงานยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน ทำให้โรงงานหยุดชะงักและประชาชนต้องรวมตัวกันในที่หลบภัย ความเสียหายคาดว่าจะใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟู โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่กำลังจะยาวนาน

เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้อีก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ยูเครนเร่งเสริมระบบป้องกันทางอากาศ และนานาชาติควรเพิ่มการสนับสนุนด้านอาวุธขั้นสูง

ติดตามข่าวสารสงครามรัสเซีย-ยูเครน และอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับการโจมตีครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – รัสเซียรัวมิสไซล์ ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา

อากาศหนาว! โปรหนาวชุดใหม่เชียงใหม่ ลุ้นทำสถิติ

เตรียมตัวรับมือกับ อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่จะมาเยือนประเทศไทยตอนบน! กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งยาวนานที่สุดในรอบหลายปี

อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

ในช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนยังคงเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุณหภูมิจะลดลงถึง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง

สถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่นั้นน่าจับตามองเป็นพิเศษ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน จะทำให้อุณหภูมิลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 7-11 มกราคมนี้ อุณหภูมิในยามเช้าของทุกพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9-17 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งในบางพื้นที่

ลมหนาวระลอกใหม่นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปสัมผัสกับประสบการณ์ความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ฤดูหนาวปีนี้ อากาศหนาวจัดทำให้เกิดน้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบแล้วถึง 29 วัน และด้วยมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ ทำให้มีโอกาสที่อุณหภูมิต่ำสุดจะลดลงไปแตะที่ 1 องศาเซลเซียส และอาจทำสถิติของการเกิดน้ำค้างแข็งมากที่สุดในรอบหลายปี

ผลกระทบจากอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่

  • ด้านสุขภาพ: อากาศที่หนาวเย็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น
  • ด้านการเกษตร: เกษตรกรควรเฝ้าระวังผลกระทบจากอากาศหนาวต่อพืชผลทางการเกษตร และเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหาย
  • ด้านการท่องเที่ยว: อากาศหนาวเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ควรเตรียมรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวในช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และเพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ได้อย่างเต็มที่

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เราควรเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เข้ามา เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข

ที่มา – อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนหนัก ไทยตอนบนอากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 30 เรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยตอนบน

อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ ฉบับที่ 30 มีผลกระทบต่อเนื่อง

สถานการณ์ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ที่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง

คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับทะเลอันดามัน บริเวณห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนจากประกาศ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

  • ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
  • สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

ธันวาคมนี้ชม! ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าสนใจ “ฝนดาวตกเจมินิดส์”

เตรียมตัวให้พร้อม! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ประกาศปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในเดือนธันวาคม 2568 ที่กำลังจะมาถึง ไฮไลท์สำคัญคือการชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ในคืนวันที่ 14 ต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นี้ ใครที่ชื่นชอบการดูดาวห้ามพลาดเด็ดขาด!

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 NARIT ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจในเดือนธันวาคม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

  • 8 ธันวาคม 2568: ดาวพุธอยู่ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด

ปรากฏการณ์นี้สามารถสังเกตได้ทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลา 03:30 น. จนถึงช่วงรุ่งเช้า เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นดาวพุธด้วยตาเปล่า

  • คืน 14 ถึงเช้า 15 ธันวาคม 2568: ฝนดาวตกเจมินิดส์ (อัตราการตกสูงสุด 150 ดวงต่อชั่วโมง)

สำหรับ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” จุดศูนย์กลางการกระจายตัวของดาวตกจะอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตการณ์คือตั้งแต่เวลา 20:00 น. ของวันที่ 14 ธันวาคม ไปจนถึง 02:30 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม เตรียมตัวหาพื้นที่มืดสนิท มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วรอชมความสวยงามของปรากฏการณ์นี้ได้เลย

  • 21 ธันวาคม 2568: วันเหมายัน (Winter Solstice)

วันเหมายันคือช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานที่สุดในรอบปี ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของประเทศในซีกโลกเหนือ และเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนของประเทศในซีกโลกใต้

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าสนใจธันวาคม 2568: เตรียมชมฝนดาวตกเจมินิดส์

เดือนธันวาคม 2568 นี้ นอกจาก “ฝนดาวตกเจมินิดส์” แล้ว ยังมีปรากฏการณ์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก NARIT และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับกิจกรรมดูดาวในช่วงปลายปีนี้

เคล็ดลับชมฝนดาวตกเจมินิดส์ให้ฟิน

เพื่อให้การชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนานยิ่งขึ้น ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:

  • หาพื้นที่ที่มืดสนิท ห่างไกลจากแสงไฟรบกวน
  • เตรียมเก้าอี้หรือผ้าปูนั่ง/นอน เพื่อความสบายในการชม
  • สวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น เพราะอากาศในช่วงกลางคืนอาจหนาวเย็น
  • พกเครื่องดื่มและของว่างไปด้วยเล็กน้อย
  • อดทนรอคอย และอย่าละสายตาจากท้องฟ้า
  • ชวนเพื่อนหรือครอบครัวไปชมด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เหล่านี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับการชมดาวในเดือนธันวาคมนี้

ที่มา – ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าสนใจธันวาคม 2568 เตรียมชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์”

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 5-11 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับนี้เน้นย้ำถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นที่จะยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งรวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น การดื่มน้ำอุ่น และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

พายุ “โคโตะ” ไม่กระทบไทย แต่เหนือ-ใต้ยังหนาว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้รายงานถึงพายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” ในทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศหนาวเย็นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่จะมีหมอกลงหนาจัด ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณที่มีหมอกหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรจากสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น การคลุมดิน การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และการใช้สารป้องกันความเสียหายจากความเย็นจัด

ในส่วนของภาคใต้ตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบน โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย

สรุปได้ว่าในช่วงวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศเย็นถึงหนาวเย็น ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การเตรียมตัวรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตรและการเดินเรือด้วย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 เผยช่วง 29–30 พ.ย. 68 ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังเย็นถึงหนาว

หนาวจริง! น้ำหนาว เพชรบูรณ์ แม่คะนิ้งโผล่หลายที่

สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ น้ำค้างแข็งเกาะบนกองฟาง หลังคารถ อากาศหนาวเย็นจัดส่งท้ายปีมาเยือนแล้ว! เตรียมตัวสัมผัสลมหนาวและชมความงามของแม่คะนิ้งกันได้เลย

วันที่ 29 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pui Surachai” โพสต์ข้อความระบุว่า “-0.8°เกิดแม่คะนิ้ง บ.ห้วยหญ้าเครือ อ.น้ำหนาว” พร้อมภาพตัวเลขวัดอุณหภูมิในช่วงเวลา 04.35 น. – 06.25 น. ของเช้าวันนี้ (29 พ.ย.) ที่อุณหภูมิติดลบ -0.19 องศาเซลเซียส ถึง -0.30 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นยังได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่บนหลังคารถ และภาพแม่คะนิ้งเกาะอยู่ตามในเมเปิ้ล รวมทั้งน้ำในลำคลองที่มีไอพวยพุ่งขึ้นมาคล้ายเมืองหนาว

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กรายดังกล่าวทราบชื่อคือ นายสุรชัย เทวสุคล ชาวบ้านบ้านห้วยหญ้าเครือ หมู่ 1 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ปีนี้อากาศหนาวมาเร็ว และหนาวมากกว่าทุกปี ซึ่งปีที่แล้วแม่คะนิ้งจะเกิดในช่วงกลางเดือนมกราคมอุณหภูมิต่ำสุด -0.5 องศาเซลเซียส แต่ในปีนี้หนาวเร็วมากและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว โดยวานนี้ (28 พ.ย.) ในช่วงเช้าจะอยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส แต่ในเช้านี้ลดลงมาเหลือต่ำสุด -0.19 องศา และเชื่อว่าในวันต่อๆ ไปอุณหภูมิต้องลดต่ำลงกว่านี้อย่างแน่นอน

สำหรับพื้นที่ที่ตนอยู่คือบ้านห้วยหญ้าเครือจะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในร่องอากาศหนาว จึงทำให้มีอากาศหนาวจัด ปลูกพืชผักไม่ค่อยได้ผล ตนจึงปลูกไม้เมืองหนาวไว้ขายไม่ว่าจะเป็นต้นเมเปิ้ล ซึ่งปีนี้ใบกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างสวยงาม รวมทั้งสนเมืองหนาวก็แตกใบอย่างสวยงามเช่นเดียวกัน

ด้าน น.ส.ดวงพร ทันพรมมา ชาวบ้านบ้านห้วยหญ้าเครือ เปิดเผยว่า ที่บ้านของตนเองก็เกิดแม่คะนิ้ง เกาะอยู่ตามกองฟางและสนามหน้าบ้าน โดยเมื่อวานก็ได้เกิดแม่คะนิ้งตั้งแต่ช่วงเวลา 05.30 น. วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ตนได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กวันนี้ก็ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวได้เดินทางมาดูและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รวมทั้งได้มีเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอน้ำหนาวเดินทางมาตรวจสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่จอดรถ รวมถึงการจัดจราจรไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาดูแม่คะนิ้ง หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดจากท่านกำนัน ต.น้ำหนาว เบอร์โทรศัพท์ 0927430415 เพื่อให้คำแนะนำเส้นทางและอำนวยความสะดวก

สำหรับใครที่อยากสัมผัสอากาศหนาวและชม สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปพักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามของน้ำหนาว อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมนะคะ

สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่

ทำไมต้องไป น้ำหนาว เพชรบูรณ์ ช่วงนี้?

  • สัมผัสอากาศหนาวเย็นสุดขั้ว
  • ชมความงามของแม่คะนิ้ง
  • ชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี
  • พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
  • สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก

เตรียมตัวพบกับ สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ ที่จะสร้างความประทับใจให้คุณอย่างแน่นอน! อย่าลืมแวะไปอุดหนุนสินค้าจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วยนะคะ

ที่มา – สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนัก 22-23 พ.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 16 เตือน! ภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นลง ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

อุตุฯ เตือน ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง

ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกควรระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 23 พ.ย. 68

จังหวัดที่ต้องระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

23 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • นราธิวาส
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้าแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากประกาศเตือนเรื่อง ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 16 เช็กจังหวัดภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนฉบับที่ 14 ว่าประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นและลมแรง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นี้

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

สถานการณ์โดยรวม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นและมีลมแรงเช่นกัน สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังยอดดอยและยอดภู ควรเตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นอย่างรวดเร็ว รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรด้วย

สาเหตุของสภาพอากาศดังกล่าว มาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้ ในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น เล็กน้อยและมีหมอกในตอนเช้า แต่โดยรวมแล้วภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เผย: 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในตอนเช้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ประชาชนในภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68: อุณหภูมิที่สูงขึ้น

ถึงแม้ว่า อุตุฯ เผยว่า 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น สรุปได้ว่า แม้ว่าวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ภาคเหนือและอีสานยังคงหนาวเย็น ดูแลสุขภาพและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เผย 22-23 พ.ย. 68 ไทยตอนบนเริ่มอุณหภูมิสูงขึ้น แต่เหนือ-อีสานยังอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น 17-23 พ.ย.นี้

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 17-23 พ.ย.นี้ โดยในช่วงแรกจะมีฝนเกิดขึ้น หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ทำให้หลายพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะภาคอีสานที่คาดว่าจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงมากที่สุดคือ 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

นอกจากเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศหนาวเย็น

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัย
  • เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายของผลผลิต

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ อากาศหนาวเย็น ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย และการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

Scroll to top