วรชัย เหมะ

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

เชื่อว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่เหล่าบรรดาผู้ที่ยังคงระลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักของใครหลายคนเตรียมตัวมารวมพลังกันอีกครั้ง

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ ซึ่งสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติต้มยำกุ้งได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ การที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานวันเกิดทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความผูกพันและคุณค่าที่อดีตนายกฯ เคยสร้างไว้ให้กับประเทศไทย

บรรยากาศและการรวมตัวของคนรักทักษิณ

สำหรับงานวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร ในปีนี้ ซึ่งจะมีอายุครบ 77 ปี นายวรชัยตั้งใจจัดงานขึ้นที่ร้านอาหารจุ่มดาด กม.6 ซอยรามอินทรา 40 เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยังรักและระลึกถึงท่านได้มีพื้นที่แสดงพลัง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมสำคัญดังนี้:

  • การรวมพลังให้กำลังใจอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
  • การแลกเปลี่ยนมุมมองถึงผลงานในอดีตที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
  • แสดงจุดยืนของกลุ่มคนรักประชาธิปไตย

นายวรชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันว่า การแจกปลาอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับการสอนให้หาปลาเหมือนในอดีต การรวมตัวครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการย้ำเตือนถึงแนวทางการบริหารที่ประชาชนเคยสัมผัสและชื่นชอบ ซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับรุ่นเก่าหรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจในการเมือง การไปร่วมงานวันเกิดในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการได้เห็นพลังของกลุ่มคนที่ยังคงมีความหวังและศรัทธาในทิศทางของบ้านเมืองที่เคยรุ่งเรือง หวังว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพลังประชาชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้การเมืองไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหมายครับ

ที่มา – “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

วรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อประชาชนเริ่มแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มต่างๆ จนเกิดภาพคิวยาวเหยียด นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาวรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ความกลัวของประชาชนกลายเป็นจริง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่รัฐบาลต้องจริงจัง

วรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายวรชัย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหานี้อย่างชัดเจน โดยชี้ว่าภาพประชาชนวิ่งราวไปกักตุนน้ำมัน ทำให้รัฐบาลเสียเครดิตและขาดความน่าเชื่อถืออย่างหนัก แม้ปั๊มน้ำมันจะเปิดขายปกติ รัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอใช้ได้อีก 96 วัน แต่ประชาชนกลับไม่เชื่อ กลัวว่าราคาจะพุ่งหรือขาดแคลน

จากที่นายวรชัยพูดคุยกับเจ้าของปั๊มหลายแห่ง พบว่าปั๊มต้องวิ่งไปรับน้ำมันจากคลังเพิ่มสองเท่า เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูง แต่ทุกอย่างยังขายในราคาปกติ ไม่บวกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นคือคนเติมรถเต็มถังแล้วยังซื้อถังสำรองไปเก็บที่บ้าน กลัวว่าน้ำมันจะหมดเกลี้ยง นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนมากกว่านี้

ทำไมวรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ

คำแนะนำของวรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ มาจากความห่วงใยที่แท้จริง หากปล่อยให้เกิดการกักตุนต่อเนื่องทุกวัน สต็อกน้ำมันอาจหมุนเวียนไม่ทัน จนนำไปสู่การขาดแคลนจริงๆ รัฐบาลเคยชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่พอ ต้องชี้แจงทุกวัน ผ่านทุกช่องทาง ทั้งทีวี โซเชียลมีเดีย และปั๊มน้ำมัน เพื่อสร้างความมั่นใจ

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มาจากข่าวลือเรื่องราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน สงครามในตะวันออกกลาง และปัญหาซัพพลายเชนทั่วโลก ประชาชนจึงหวาดกลัวตาม ทำให้เกิดพฤติกรรมกักตุนแบบ panic buying เหมือนที่เคยเกิดในหลายประเทศ

ผลกระทบหากไม่ฟังคำแนะนำวรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ

  • เสียเครดิตรัฐบาล: ประชาชนไม่เชื่อถือข้อมูลจากทางการ คิดว่าปั๊มหรือคลังกักตุนเพื่อเก็งกำไร
  • เศรษฐกิจชะงัก: ถ้าน้ำมันขาด ระบบขนส่งหยุดชะงัก ราคาสินค้าทุกอย่างพุ่ง
  • ความขัดแย้งสังคม: เกิดการแย่งชิงน้ำมัน คิวยาวกระทบชีวิตประจำวัน
  • โอกาสขึ้นราคา: ความต้องการพุ่งเกิน供給 ราคาต้องปรับขึ้นจริง

เพื่อแก้ปัญหา รัฐบาลควรมีมาตรการแจกจ่ายน้ำมันให้ทั่วถึง เช่น เพิ่มจุดกระจายในต่างจังหวัด ใช้แอปจองคิวเติมน้ำมัน หรือแจกคูปองจำกัดปริมาณต่อคน สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความตื่นตระหนกได้ทันที นอกจากนี้ ควรอัปเดตสต็อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ให้ประชาชนตรวจสอบได้

นายวรชัย ย้ำว่าการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้ประสงค์ร้าย แต่เป็นความหวังดีต่อประเทศ ไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามจนควบคุมไม่ได้ คำว่าวรชัย แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ จึงเป็นคำเตือนที่ทุกคนควรถ้อยคำ

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาการสื่อสารของรัฐบาลที่ยังไม่ดีพอ หากฟังคำแนะนำนี้ รัฐบาลจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นได้ และป้องกันวิกฤตใหญ่ได้ทัน อย่าปล่อยให้ความกลัวกลายเป็นจริง!

CTA: คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์น้ำมันตอนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจ-การเมืองล่าสุดนะครับ

ที่มา – “วรชัย” แนะรัฐบาลเร่งแจกจ่ายน้ำมันให้เพียงพอ หวั่นความกลัวจะกลายเป็นจริง

“วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี ชวนให้กำลังใจ

“วรชัย” งง เรียกภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ทั้งที่เคยถูกยึดเงินขายหุ้นไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท สงสัยเงินที่ถูกยึดไปอยู่ที่ไหน ชวนกินข้าวหน้าเรือนจำให้กำลังใจเสาร์นี้

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลฎีกาพิพากษากลับให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จำนวน 1.7 หมื่นล้านบาทกรณีขายหุ้นว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเกือบ 20 ปีแล้ว ตนรู้สึกงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเงิน 7 หมื่นล้านบาทจากการขายหุ้น ถูกยึดไปจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท แล้วยังต้องมาเสียภาษีอีก 1.7 หมื่นล้านบาทอีก เลยสงสัยว่าเงินที่ถูกยึดไปอยู่ที่ไหนไปเข้ากระเป๋าใคร และการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนกรณีอื่นๆ กรณี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯก็ถูกคสช.ใช้อำนาจยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนถูกกระทำเช่นนี้เลย นี่คือความอยุติธรรมที่ยังคงมีอยู่ ฉะนั้นในวันเสาร์นี้ ขอเชิญพี่น้องที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยรวมตัวแสดงพลังให้กำลังใจนายทักษิณ หน้าเรือนจำคลองเปรม เวลา 12.00 น. เพื่อทานอาหารพร้อมกับนายทักษิณในเรือนจำ ขอเชิญประชาชนมากันให้มากที่สุดในวันเสาร์นี้ และเพื่อขอคืนความยุติธรรมให้กับนายทักษิณ ที่ถูกกระทำมาตลอดกว่า 18 ปี

“วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน ชวนให้กำลังใจ

จากกรณีที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ถูกเรียกเก็บภาษีเป็นจำนวนเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทนั้น กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองและประชาชนทั่วไป โดยนายวรชัยได้ตั้งข้อสังเกตถึงความซับซ้อนของเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่า เงินจากการขายหุ้นของนายทักษิณได้ถูกยึดไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ประเด็นที่น่าสนใจ: ทำไมต้องเสียภาษีอีก?

คำถามสำคัญที่นายวรชัยและอีกหลายคนตั้งขึ้นก็คือ เหตุใดนายทักษิณจึงยังต้องถูกเรียกเก็บภาษีอีก ทั้งๆ ที่เงินจากการขายหุ้นจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทได้ถูกยึดไปแล้ว ข้อสงสัยนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการทางกฎหมายและการเงินที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ นายวรชัยยังได้กล่าวถึงกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว โดยเน้นย้ำว่า ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีไทยคนใดที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอยุติธรรมที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่นายทักษิณ นายวรชัยได้เชิญชวนประชาชนที่รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตยให้รวมตัวกันในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม เวลา 12.00 น. เพื่อร่วมรับประทานอาหารและส่งกำลังใจให้นายทักษิณที่อยู่ในเรือนจำ การรวมตัวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่อการกระทำที่ไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่ยังคงฝังรากลึกในประเทศไทย การออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้องความยุติธรรมของประชาชนจึงเป็นการแสดงออกถึงความต้องการที่จะเห็นสังคมไทยก้าวไปสู่ความเป็นธรรมและความเสมอภาคอย่างแท้จริง

  • การถูกเรียกเก็บภาษีของนายทักษิณ: ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน?
  • การรวมตัวให้กำลังใจ: พลังของประชาชนในการเรียกร้องความยุติธรรม
  • มองอนาคต: สังคมไทยจะก้าวไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร?

การที่อดีตนายกรัฐมนตรีต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทุกคน

ดังนั้น การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนความเป็นธรรม จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจว่าประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและความโปร่งใสในทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

ที่มา – “วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน ชวนพลพรรคให้กำลังใจหน้าเรือนจำ

วรชัย ย้ำ! ชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคเข้มแข็ง

“วรชัย” ย้ำจุดยืนชุมนุมหน้าเรือนจำเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ลั่นสกัดสส.ย้ายพรรคทรยศคนเลือก

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันเสาร์ที่ 11 ต.ค. นี้ กลุ่มคนรักประชาธิปไตยทุกกลุ่มทุกสีเสื้อทุกพรรคการเมือง นิสิตนักศึกษาและประชาชน ยังคงมีนัดทานข้าวหน้าเรือนจำคลองเปรมเหมือนทุกเสาร์ที่ผ่านมา โดยการกินข้าวหน้าเรือนจำเป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น. นอกจากจะเป็นการทานข้าวเป็นเพื่อนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว ยังเป็นการสื่อสารประเด็นที่สำคัญที่สุดของประเทศในวันนี้คือการขับเคลื่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เราเห็นได้ชัดว่าสส. แต่ละพรรควิ่งย้ายพรรค มีการซื้อขายตำแหน่งต่อรองอำนาจโดยไม่ได้คำนึงถึงเสียงของประชาชนที่เลือกมาตอนเลือกตั้ง แต่กลับทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองเท่านั้น

นายวรชัย เหมะ ย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ให้ ส.ส.ทรยศต่อประชาชนที่เลือกเข้ามา โดยการชุมนุมหน้าเรือนจำคลองเปรมเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องความเป็นธรรมและประชาธิปไตย

ต้องทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง

นายวรชัย กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ต้องทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ให้สส. ย้ายพรรคทรยศต่อคนเลือก คือการทำรัฐธรรมนูญ ที่ได้มาโดยประชาชนเพื่อประชาชน การชุมนุมของพวกตนจุดประสงค์หลัก คือการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และทำให้พรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมาเข้มแข็ง สส.ไม่สามารถทรยศขายตัวหักหลังประชาชนผู้ลงคะแนนได้ และเหตุที่ต้องมาชุมนุมหน้าเรือนจำ เพราะตนมองว่านายทักษิณ ถือเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้ง ทำประโยชน์ให้คนไทยไม่มีวันลืม แต่ถูกกระทำจากการยึดอำนาจที่ถือเป็นเหยื่อทางการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การเมืองไทยมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เสียงของประชาชนต้องได้รับการเคารพและการตัดสินใจของนักการเมืองต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ

การที่นายวรชัยออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย การชุมนุมหน้าเรือนจำเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจให้รับฟังเสียงของประชาชน

การเรียกร้องให้ “วรชัย” ย้ำจุดยืนชุมนุมหน้าเรือนจำเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคมควรสนับสนุนเเละร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประชาธิปไตยเป้าหมายหลักของการชุมนุมคืออะไร?

  • เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
  • เพื่อให้พรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมาเข้มแข็ง
  • เพื่อป้องกันไม่ให้ ส.ส.ทรยศต่อประชาชน

ทำไมต้องชุมนุมหน้าเรือนจำ?

  • เพื่อสื่อสารถึงประเด็นสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเรียกร้องความเป็นธรรม

วรชัย ย้ำ! ชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคเข้มแข็ง

ประเด็นสำคัญที่นายวรชัยเน้นย้ำคือการ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เพื่อป้องกันการทรยศต่อประชาชน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ: จุดเริ่มต้นของการทำให้พรรคเข้มแข็ง

การมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย จะช่วยให้พรรคการเมืองมีความมั่นคงและไม่ถูกแทรกแซงจากอำนาจภายนอก ส.ส. จะมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เลือกเข้ามาและไม่สามารถย้ายพรรคหรือขายตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้

การ เรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ทุกคนต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ยั่งยืน

การชุมนุมหน้าเรือนจำคลองเปรมจึงเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องประชาธิปไตยและต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม และนำไปสู่การเมืองที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีกว่า

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและแสดงออกถึงจุดยืนของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เสียงของเราได้รับการรับฟังและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

ที่มา – “วรชัย” ย้ำจุดยืนชุมนุมหน้าเรือนจำเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง

“วรชัย” แนะ พรรคประชาชนร่วม ครม. ฝึกงาน

“วรชัย” ถามพรรคประชาชน ยุบสภาแล้วได้อะไร แนะร่วมมือกับเพื่อไทยเป็นรัฐบาล-แก้รัฐธรรมนูญ มองควรเป็นรัฐมนตรีด้วย เพื่อฝึกงานบริหารประเทศ

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชน (ปชน.) ในการสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า เรื่องนี้พรรคประชาชนต้องคิดถึงว่าการจับมือกับใครจะนำไปสู่อะไร โดยเฉพาะความคิดที่พรรคประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญ จึงต้องคิดว่าหากจับมือกับใครจะได้แก้รัฐธรรมนูญ และอาศัยเงื่อนไขเช่นนี้มากดดันพรรคที่จะโหวตให้เป็นรัฐบาลต้องแก้รัฐธรรมนูญลงสัตยาบันให้สัญญาประชาคมไว้ การเมืองเดินมาถึงทางตันเพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป ทำให้ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองขององค์กรอิสระ ซึ่งเราต้องมีการแก้ไขแน่นอน

และวันนี้การที่พรรคประชาชนบอกว่ายุบสภาภายใน 4 เดือน ถามว่ายุบสภาแล้วได้อะไร เพราะหากมีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปี 2560 ต่อไปก็จะมีปัญหาเช่นนี้อีก นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐมนตรีก็จะโดนเช่นนี้อีก

ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพรรคประชาชนต้องเข้าไปบริหารประเทศด้วย ไปเป็นรัฐมนตรีด้วย ไม่ใช่พูดแค่ว่าจะโหวตให้แต่ไม่ร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะหากการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง ได้รับเสียงเกิน 250 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว อยากให้ลองคิดดูว่าพวกคุณจะทำสำเร็จหรือไม่ การบริหารประเทศต้องฝึกงานพื้นฐานและเข้าใจระบบราชการไทยว่าเป็นอย่างไร

“ฉะนั้น พวกคุณควรเข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าไปเป็นรัฐมนตรีและร่วม ครม. ด้วยเพื่อฝึกงาน เพราะมีส่วนร่วมในการเลือกรัฐบาลอยู่แล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเริ่มต้นกี่เดือน กี่ปี แต่ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ” นายวรชัยกล่าว

“วรชัย” แนะ พรรคประชาชนร่วม ครม. ฝึกงาน

จากกรณีที่นายวรชัย เหมะ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจของพรรคประชาชน (ปชน.) ในการสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นั้น ได้มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศอย่างจริงจัง การที่นายวรชัยออกมากล่าวเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน หากไม่เข้าร่วมรัฐบาลและไม่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ

### ทำไม “วรชัย” ถึงแนะ พรรคประชาชนร่วม ครม. ฝึกงาน

เหตุผลหลักที่นายวรชัย เหมะ แนะนำให้พรรคประชาชนร่วมรัฐบาลและเข้าไปเป็นรัฐมนตรีนั้น คือการฝึกฝนและเรียนรู้ระบบราชการไทย การบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย และการมีประสบการณ์ตรงจะช่วยให้พรรคประชาชนสามารถดำเนินนโยบายและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลยังเปิดโอกาสให้พรรคประชาชนได้ผลักดันนโยบายที่ต้องการ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การที่พรรคประชาชนเข้าไปร่วม ครม. จะทำให้เกิดประโยชน์หลายด้าน ดังนี้:

  • เรียนรู้ระบบราชการ: เข้าใจกลไกการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
  • ฝึกฝนการบริหาร: พัฒนาทักษะการจัดการและแก้ไขปัญหา
  • ผลักดันนโยบาย: มีโอกาสนำเสนอนโยบายและแก้ไขกฎหมาย
  • สร้างความเชื่อมั่น: แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรคประชาชนเอง การมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งสำคัญคือการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ

การที่นายวรชัยออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ อาจเป็นการกระตุ้นให้พรรคประชาชนทบทวนบทบาทของตนเองในการเมืองไทย และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศอย่างเต็มตัว การเมืองไทยในปัจจุบันต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า การเปิดใจและรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้น การที่ “วรชัย” แนะ พรรคประชาชนร่วม ครม. ฝึกงาน จึงเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคต

ที่มา – “วรชัย” แนะพรรคประชาชนร่วมเป็น ครม. กับเพื่อไทย ฝึกงานบริหารประเทศด้วย

Scroll to top