วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

“วีระยุทธ” ผิดหวัง “เอกนิติ” แจงวิกฤตน้ำมัน

สวัสดีครับทุกท่าน ในสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ วีระยุทธ ผิดหวัง เอกนิติ แจงวิกฤตน้ำมัน กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะคำชี้แจงจากฝั่งรัฐบาลที่ดูเหมือนจะวนลูปเดิม ๆ ไม่เห็นความคืบหน้า วันนี้เราจะมาสรุปและวิเคราะห์กันแบบเป็นกันเองว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมถึงเป็นเรื่องที่ประชาชนอย่างเราต้องติดตามใกล้ชิด

วีระยุทธ ผิดหวัง เอกนิติ แจงวิกฤตน้ำมัน พูดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในประเด็นวิกฤตน้ำมัน คำพูดที่ได้ยินยังคงวนเวียนเหมือนกับ 2 สัปดาห์ก่อน ไม่มีมาตรการใหม่ ๆ หรือการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม ชาวประมงที่ออกเรือไม่ได้ อาหารทะเลเริ่มขาดตลาด ความเดือดร้อนเกิดขึ้นรายวัน แต่รัฐบาลยังชักช้า

นายวีระยุทธ เน้นย้ำว่ารัฐบาลควรช่วยเหลือทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่กลุ่มเปราะบางอย่างเดียว เพราะตอนนี้คนไทยทุกคนกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทั้งหมด ต้องชัดเจนว่าจะช่วยใครบ้าง เท่าไหร่ และอย่างไร

ปัญหาโอนงบประมาณและ พ.ร.ก.กู้เงิน ต้องโปร่งใส

นอกจากวิกฤตน้ำมันแล้ว เรื่องโอนงบประมาณก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ ถ้ารัฐบาลอยากโอนงบ ควรทำผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณที่โปร่งใส ผ่านสภา เหมือนปี 2563 ที่ใช้เวลาแค่ 1 สัปดาห์ ไม่ล่าช้า ถ้าจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ต้องชัดเจนว่าจะใช้เงินทำอะไร โดยเฉพาะกู้ 5 แสนล้านบาท ต้องไม่ใช่รักษาอดีต แต่เพื่ออนาคต เช่น พัฒนาทักษะ พยุงการจ้างงานที่กำลังตกต่ำ

  • โอนงบได้สูงสุด 50,000 ล้านบาท อาจไม่พอ
  • ข้าราชการลังเลเบิกจ่าย ต้องให้ความชัดเจน
  • กู้เงินต้องชี้แจง เหมือนสมัยโควิดที่ทิ้งหนี้ไว้เพียบ

ศุภจี ได้ข้อมูลไม่ตรงหน้างาน? ปัญหาปุ๋ย-มะพร้าว-ล้ง

ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงเรื่องสินค้าเกษตร แต่ข้อมูลที่ให้มามีปัญหา เช่น ราคามะพร้าวที่บอกขึ้น 7 บาท แต่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรยืนยันแค่ 3 บาท ข้อมูลจากข้าราชการไม่ตรงกับหน้างาน พ่อค้าแม่ค้าบอกยังไง ต้องลงพื้นที่จริง

เรื่องล้งมะพร้าวยังไม่ชัดว่าจะช่วยยังไง ล้งกลางหรือชุมชน? และที่กังวลสุดคือปุ๋ยเริ่มขาดตลาด ราคาไม่เปิดเผย หวั่นไอ้โม่งน้ำมันหันมากักตุนปุ๋ยแทน เกษตรกรเดือดร้อนหนัก

แม้แต่เรื่องฝุ่น PM2.5 คำตอบของศุภจีที่บอกไม่ใช่ไปเชียงใหม่ 365 วัน ก็สะท้อนมุมมองผู้บริหารที่มองแค่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ชีวิตประจำวันของชาวเหนือ

แนะนายกฯ เร่งแก้ของแพง เลิกเดินตามหลังวิกฤต

นายวีระยุทธ แนะนำนายกรัฐมนตรีให้เลิกเดินตามหลังประชาชน ต้องนำหน้า 1-2 ก้าว ประกาศวิสัยทัศน์ชัด ๆ ว่าจะรับมือวิกฤต 2 เดือนข้างหน้าอย่างไร มาตรการสงกรานต์เพิ่งออกช้าไป 5 สัปดาห์ ไอ้โม่งน้ำมันช้า 4 สัปดาห์ GPS ติดรถเรือช้า 6 สัปดาห์ ข้อมูลน้ำมันลดเหลือ 40 ล้านลิตรต้องตรวจสอบว่ากักตุนหรือไม่

พรรคประชาชนตั้งวอร์รูมติดตามทุกกระทรวง เหมือนครม.เงา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ

สุดท้าย เรื่องประชุมใหญ่พรรคปลายเมษายน อาจปรับโครงสร้าง แต่ยังอุบเรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่

วิกฤตแบบนี้ รัฐบาลต้องเร่งด่วน โปร่งใส และนำหน้าประชาชน มิฉะนั้นความเดือดร้อนจะยิ่งบานปลาย คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายนะครับ

ที่มา – “วีระยุทธ” ผิดหวัง “เอกนิติ” แจงวิกฤตน้ำมันพูดเหมือนเดิม แนะนายกฯ เร่งแก้ของแพง

วีระยุทธ ซัดเทคโนแครต ปิดตาธิปไตย ก๊อปนโยบาย

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ออกโรงวีระยุทธ ซัดเทคโนแครต ของพรรคภูมิใจไทยอย่างจัง โดยชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้คือระบอบปิดตาธิปไตย ที่บ้านใหญ่กับเทคโนแครตปิดตาข้างหนึ่งให้กันเอง ส่งผลกระทบต่อประชาชนเต็มๆ ล่าสุดในการอภิปรายนโยบายที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 วีระยุทธยังเย้ยอีกว่าถ้าก๊อปนโยบายพรรคประชาชนทั้งที ก็ก๊อปให้หมดไปเลย โดยเฉพาะเรื่องมั่นคงทางพลังงานที่รัฐบาลมองข้าม

ปิดตาธิปไตย: ระบอบผสมบ้านใหญ่-เทคโนแครตที่วีระยุทธซัด

วีระยุทธเปรียบเทียบการเขียนนโยบายรัฐบาลเหมือนนักเรียนทำรายงานค้างไว้ แล้วมาเติมเรื่องความขัดแย้งตะวันออกกลางแค่อันย่อหน้าเพื่อให้ดูมีสาระ รัฐบาลยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันแพงที่กระทบชีวิตโดยตรง เขาเสนอว่ารัฐบาลควรมีนโยบายเชิงรุก โดยภารกิจใหญ่คือเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งหมายถึงพลังงานเพียงพอ ต่อเนื่อง และราคาไม่แพงเกินเอื้อม ไหนๆ นโยบายก็ลอกพรรคประชาชนมาเยอะแล้ว ก๊อปธีมใหญ่เรื่องนี้ไปด้วย จะได้ครบเครื่อง

วีระยุทธ ซัดเทคโนแครต “ศุภจี-เอกนิติ” ยอมบ้านใหญ่

รัฐบาลอนุทิน 2 ตามคำวีระยุทธ คือการรวมพลังระหว่างบ้านใหญ่ (นักการเมืองท้องถิ่นผู้มีอิทธิพล) กับเทคโนแครต (นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์อย่างนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง) แต่ละฝ่ายปิดตาข้างหนึ่งเพื่ออยู่ร่วมกันได้ นี่คือที่มาของคำว่าปิดตาธิปไตย ซึ่งทำให้เราไม่ได้ประโยชน์จากจุดแข็งทั้งสองฝ่าย

  • บ้านใหญ่: ใจถึง พึ่งได้ กล้าได้กล้าเสีย ถ้ารัฐบาลบ้านใหญ่ล้วนๆ เจอน้ำมันแพงคงสั่งลดภาษีสรรพสามิต 7 บาทไปแล้ว
  • แต่พอผสมเทคโนแครต: บ้านใหญ่กลัวโดนหาว่ารัฐถังแตก เลยทำแค่ง่ายๆ ลดราคาหน้าโรงกลั่น 1-2 บาท
  • เทคโนแครตยอมบ้านใหญ่: ปล่อยให้มีโครงการน่ากังวลอย่างแลนด์บริดจ์และโมโต้จีพี ที่เจาะจงจังหวัดแค่ 2 แห่ง ถ้าคิดตามหลักวิชาการไม่คุ้มทุนแน่นอน ถ้าศุภจีและเอกนิติยืนยันว่าคุ้ม ก็ออกมาพูดได้ แต่การปิดตาแบบนี้ทำให้โครงการแบบนี้เกิดอีกเพียบ

ผลคือเราไม่ได้รัฐบาลกล้าได้กล้าเสียแบบบ้านใหญ่ล้วน แต่ก็ไม่ใช่เทคโนแครตล้วนที่ยึดหลักการ สุดท้ายประชาชนคือผู้เสียหาย

ตัวอย่างชัดๆ: วิกฤตน้ำมันกักตุนจากปิดตาธิปไตย

กรณีน้ำมันกักตุนลักลอบทางเรือ 57 ล้านลิตร และรถบรรทุก 11,000 คันไม่ส่งปั๊ม แสดงให้เห็นปัญหาชัดเจน นายกรัฐมนตรีหนุนคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนมานั่งหัวโต๊ะช่วงตรึงราคา เทคโนแครตไม่ท้วงอะไร ไม่ผลักดันเปิดเผยข้อมูล GPS ติดตามรถ-เรือแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระบบรั่วไหลเพราะปิดตาธิปไตยหลอมรวมสองฝ่ายเข้าด้วยกัน

สถานการณ์พลังงานไทยตอนนี้ย่ำแย่ ราคาน้ำมันผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลควรเร่งลดการพึ่งพานำเข้า สร้างแหล่งพลังงานในประเทศ เช่น พลังงานหมุนเวียน นิวเคลียร์ หรือสำรวจก๊าซใหม่ๆ พรรคประชาชนมีนโยบายพร้อมแล้ว รัฐบาลก๊อปมาใช้สิ จะได้แก้ปัญหาได้จริง

นอกจากนี้ การเมืองไทยมักมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้บ่อยๆ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น การตรวจสอบที่โปร่งใสจึงสำคัญที่สุด วีระยุทธชี้ถูกจุดว่ารัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ ไม่ใช่ปิดตาแลกอำนาจ

สรุป insight: ระบอบปิดตาธิปไตยนี้อาจดูอยู่รอดได้ แต่ยั่งยืนไหม? ประเทศไทยต้องการผู้นำที่ใส่ประชาชนก่อนอำนาจส่วนตัว คุณเห็นด้วยกับวีระยุทธไหม? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “วีระยุทธ” ซัดเทคโนแครตภูมิใจไทยร่วมกับบ้านใหญ่ปิดตาธิปไตย เย้ยจะก๊อปนโยบายก็ก๊อปให้หมด

“วีระยุทธ” แนะ 3 แนวทางกู้วิกฤตน้ำมัน

“วีระยุทธ” แนะรัฐบาลเปลี่ยน 3 แนวทางกู้วิกฤตน้ำมัน เสนออุดหนุนขั้นบันได–แจกคูปองช่วยเกษตรกร ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความปั่นป่วนในตะวันออกกลาง ส.ส.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเศรษฐกิจไทยให้รอดพ้นวิกฤตนี้

“วีระยุทธ” แนะรัฐบาลเปลี่ยน 3 แนวทางกู้วิกฤตน้ำมัน เสนออุดหนุนขั้นบันได–แจกคูปองช่วยเกษตรกร

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องวิกฤตน้ำมัน โดยชี้ว่าน้ำมันคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กอย่างไรเดอร์ คนขับรถ เกษตรกร และชาวประมง ที่พึ่งพาน้ำมันในการทำมาหากินประจำวัน ด้วยการนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 60% จากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สงครามในภูมิภาคนี้จึงกระทบตรงจุด

วีระยุทธย้ำว่าภาวะผู้นำในวิกฤตต้องเหนือชั้น ด้วยความเข้าใจเศรษฐกิจโลก ความกล้าตัดสินใจ และความเห็นใจประชาชน โดยเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยน 3 แนวทางหลัก ดังนี้

แนวทางที่ 1: เปลี่ยนจากจัดการแบบปิด เป็นโปร่งใส เปิดรับฟังและลงโทษผิด

ศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นผู้อำนวยการ ถูกวิจารณ์ว่าทำงานแบบปิด พูดคุยเฉพาะธุรกิจใหญ่ เช่น วันที่ 15 มี.ค. เรียกบริษัทน้ำมันใหญ่สอบถามสต็อก แล้วแถลงว่าไม่ขาดแคลน แต่ละเลยกลุ่มปั๊มเล็ก เกษตรกร ขนส่ง จนต้องรวมตัวประท้วงเอง

รัฐควรเดินเข้าไปรับฟังปัญหาจากกลุ่มกระจัดกระจายอย่างไรเดอร์ ชาวประมง โดยตรง นอกจากนี้ต้องเปิดข้อมูลสถานะปั๊มน้ำมันแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่บอกมีสำรอง 100 วัน แต่บอกว่าปั๊มไหนเหลือน้ำมันบ้าง ปัจจุบันข้อมูลกระจัดกระจายในเฟซบุ๊กสำนักงานพลังงานจังหวัด หรือแอป Fuel Now ที่ยังไม่พร้อมใช้ ประชาชนเลยหันไปใช้เพจอย่าง pumpradar.com เอง

พรรคประชาชนเรียกร้องให้เปิดรับฟังรอบด้าน เปิดข้อมูลสาธารณะ และลงโทษผู้โก่งราคา เพื่อสร้างความโปร่งใส

แนวทางที่ 2: เปลี่ยนจากการตรึงราคา เป็นอุดหนุนขั้นบันไดและช่วยเปราะบาง

การประกาศตรึงราคา 15 วันล่วงหน้า สร้างความโกลาหลเพราะคนแห่ซื้อเก็ง ผู้ค้าขายช้า วีระยุทธเสนออุดหนุนแบบขั้นบันได เช่น กำหนดกรอบราคาน้ำมันโลกแล้วอุดหนุนตามระดับ เพื่อให้ราคาปรับตัวสมดุล ไม่กระชากแรง

นอกจากนี้ ใช้การอุดหนุนเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเกษตรกร ชาวประมง ขนส่ง โดยประสานฐานข้อมูลหลายหน่วยงาน รวมถึงลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นที่ได้กำไรเกิน รัฐต้องสื่อสารชัดเจนว่าใช้นโยบายอะไร ใครได้ประโยชน์ เพื่อสร้างความเข้าใจ

แนวทางที่ 3: เปลี่ยนโครงการธงเขียว เป็นดูแลซัพพลายเชนและแจกคูปองเกษตรกร

ภาคเกษตรเดือดร้อนหนักเพราะนำเข้าปุ๋ย 1 ใน 3 จากตะวันออกกลาง โครงการปุ๋ยธงเขียว (หรือธงเขียวพลัส) ช่วยได้แค่น้อยนิด 97,000 กระสอบ จากความต้องการ 5.6 ล้านตันต่อปี หรือแค่ 0.1%

เสนอให้รัฐมอนิเตอร์ซัพพลายเชนปุ๋ยตั้งแต่นำเข้า-จำหน่าย ป้องกันกักตุนโก่งราคา และแจกคูปองปุ๋ยตามฐานข้อมูลเกษตรกร ปรับตามพืช ไร่ และฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยกว้างขวางและควบคุมงบได้

สรุป “วีระยุทธ” แนะรัฐบาลเปลี่ยน 3 แนวทางกู้วิกฤตน้ำมัน เสนออุดหนุนขั้นบันได–แจกคูปองช่วยเกษตรกร เพื่อโปร่งใส เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่น สิ่งสำคัญคือรัฐต้องเคียงข้างประชาชนในยามวิกฤต

หากคุณกำลังเดือดร้อนจากวิกฤตนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวประมง ไรเดอร์ หรือผู้ประกอบการ ส่งเสียงมาที่พรรคประชาชนได้เลย เราจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ถึงรัฐบาล!

ที่มา – “วีระยุทธ” แนะรัฐบาลเปลี่ยน 3 แนวทางกู้วิกฤตน้ำมัน เสนออุดหนุนขั้นบันได–แจกคูปองช่วยเกษตรกร

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้ เป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามองท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนักต่อภาคเกษตร ประมง และผู้ใช้บริการรายย่อยอย่างแท็กซี่หรือไรเดอร์ พรรคประชาชน โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เตรียมยื่นญัตติด่วนเพื่ออภิปรายในสภา วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ เพื่อสะท้อนปัญหาและส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ชาวนาชาวประมงต่างเดือดร้อนเพราะต้นทุนพุ่งสูง หาน้ำมันรายวันไม่ได้ส่งผลให้ขาดเครื่องมือทำมาหากิน นายวีระยุทธ ระบุว่ารัฐบาลส่งสัญญาณเปิดกว้างรับฟัง โดยจะมี สส. กว่า 30 คนร่วมอภิปราย เพื่อรวบรวมปัญหาจากทุกภาคส่วน แม้รัฐบาลจะพูดถึงการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้หรือเพิ่มปริมาณในระบบ แต่ปัญหายังอยู่ที่การช่วยเหลือเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย

ปัญหาเฉพาะจุดที่คนรายย่อยเผชิญ

การตรึงราคาน้ำมันแบบกว้างอาจไม่ตอบโจทย์ ชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือตรงจุด เช่น เกษตรกรที่ขาดปุ๋ยเพราะต้นทุนสูง โครงการธงฟ้าธงเขียวช่วยได้เพียง 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการทั้งประเทศ 5 ล้านตันต่อปี หรือแค่ 0.1% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่พรรคได้รับร้องเรียนหลายจุด ซึ่งจะเปิดข้อมูลชัดเจนในการอภิปรายพรุ่งนี้

  • ปัญหาหาน้ำมันรายวันไม่ได้ ส่งผลต่อการทำมาหากิน
  • ข้อมูลปั๊มน้ำมันไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • แอพ Fuel Now ยังไม่พร้อมใช้งาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงานต้องเร่งรัด
  • ภาคเกษตรขาดปุ๋ย ต้นตอปัญหาที่รัฐต้องแก้ไขด่วน

นายวีระยุทธ ย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก จะช่วยให้ประชาชนวางแผนชีวิตและตรวจสอบช่องโหว่ได้ หากรัฐบาลมีน้ำมันสำรองกว่า 100 วันตามที่ยืนยัน การกระจายให้ทั่วถึงและโปร่งใสจะสร้างความเชื่อมั่น

ข้อเสนอทางออกจากพรรคประชาชน

ระยะสั้น: เร่งกระจายน้ำมันและเปิดข้อมูลปั๊มที่เติมได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ สัญญาว่าสัปดาห์หน้าจะมีน้ำมันทุกปั๊ม แต่ต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริง ระยะยาว: แก้ปัญหาต้นตอปุ๋ยและพลังงานทางเลือก เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนซ้ำ

การอภิปรายครั้งนี้ช้าไปบ้างเพราะเสนอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ดีที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง ชวนทุกท่านติดตามมุมมองทั้งฝ่ายค้านและรัฐ เพื่อเห็นทางออกวิกฤตนี้

ในฐานะนักข่าวการเมือง มองว่าการเปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากรัฐบาลตอบสนองเร็ว จะช่วยลดความตื่นตระหนกและฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานปัญหาเพื่อความโปร่งใส

ที่มา – “วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงแก้ปมน้ำมัน

ในสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง รัฐบาลไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องค่าน้ำมันและการขาดแคลน ล่าสุด “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงข้อเสนอสำคัญเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลชัดเจนและความช่วยเหลือที่เป็นธรรม

“วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ทำการพรรค โดยท้วงติงการบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาลอย่างหนัก ว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เรียกประชุมด่วนแต่เชิญเพียงบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 5-6 แห่ง เมื่อผู้ประกอบการเหล่านี้ยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ รองนายกฯ และ รมว.คลังอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็เอามาชี้แจงสื่อทันที แต่กลับละเลยเสียงจากปั๊มน้ำมันขนาดเล็กที่ต้องแบกรับต้นทุนสูง

กลุ่มชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็จำเป็นต้องใช้น้ำมันแต่ไม่สามารถนำแกลลอนไปเติมได้เพราะข้อจำกัด เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปเหล่านี้ไม่เคยถูกรับฟัง รัฐบาลฟังเฉพาะบริษัทบิ๊กน้ำมันเท่านั้น ทำให้ปัญหายิ่งบานปลาย

ชงข้อเสนอรัฐบาลจาก “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน

นายวีระยุทธ ยังปูดปัญหาเครือข่ายบ้านใหญ่แย่งชิงน้ำมันหน้าปั๊ม โดยเฉพาะในหลายจังหวัดที่ประชาชนตัวเล็กต้องต่อคิวยาวแต่เติมไม่ได้ สักพักเครือข่ายธุรกิจบ้านใหญ่ก็แซงคิวเข้าไปเติมได้ทันที นี่คือบทพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ที่ดูแลศบก. และมีธุรกิจครอบครัวในอุตสาหกรรมน้ำมัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนตัวเล็กหรือเอื้อกลุ่มทุนใหญ่

ด้านนายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอมาตรการเร่งด่วน 3 ประการ จากการลงพื้นที่สำรวจทั่วประเทศ ดังนี้

  • ประชาชนขาดแคลนน้ำมันเติม ต้องแจ้งข้อมูลชัดเจนว่าจะเติมที่ไหนได้บ้าง
  • ผู้ประกอบการน้ำมันรายย่อยถูกจำกัดโควตา ต้องปรับเพิ่ม
  • เตรียมรับมือราคาสินค้าผันผวน และลดค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบางทันที

นอกจากนี้ ยังชงประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากโซลาร์เซลล์ ลดการผลิตจากแอลพีจี โครงการ demand response จ่ายค่าชดเชยให้โรงงานลดใช้ไฟช่วงพีค เพื่อทุเลาภาระประชาชน

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้ไม่เพียงทดสอบความสามารถรัฐบาล แต่ยังสะท้อนโครงสร้างอำนาจที่เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลไทยนำเข้าน้ำมันแพงขึ้น 20-30% รัฐบาลต้องออกมาตรการล็อคราคา ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว และกระจายน้ำมันสู่ปั๊มรายย่อยให้ทั่วถึง

พรรคประชาชนยืนยันว่าจะติดตามและผลักดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อประชาชนทุกคนไม่ใช่แค่บ้านใหญ่

คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตข่าวพลังงานเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สนับสนุนให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนมากขึ้น!

ที่มา – “วีระยุทธ” อัดรัฐฟังแค่บริษัทบิ๊กน้ำมัน ชงข้อเสนอรัฐบาล ประชาชนต้องรู้ข้อมูลชัดเจน

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย กันเถอะ! ในวันหาเสียงสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาชนอย่าง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, “ทิม” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศิริกัญญา ตันสกุล ได้ผนึกกำลังขึ้นรถคาราวานหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อ้อนวอนพี่น้องประชาชนให้กาพรรคส้มทั้ง 2 ใบแบบถล่มทลาย เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนที่แท้จริง

คาราวานแบ่งเป็น 2 สายสุดมันส์: สาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” นำโดยเท้งและทิม วิ่งจากฝั่งธน ผ่านกาญจนาภิเษก กัลปพฤกษ์ บรมราชชนนี ตลาดสดธนบุรี พรานนก พุทธมณฑลสาย 4 ไปเยาวราช ส่วนสาย “ปักธงไชย” นำโดยพิธา วิ่งกรุงเทพเหนือ-ตะวันออก จากฉลองกรุง เลียบวารี ตลาดมีนบุรี รามอินทรา ตลาด AC สายไหม เกษตร รัชโยธิน ก่อนบรรจบที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” บรรยากาศตลอดทางอบอุ่นมาก ประชาชนออกมาต้อนรับ โบกมือ ถ่ายรูปแน่นขนัด โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวและสถานีรถไฟฟ้า

คาราวานหาเสียงพรรคประชาชนที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ ทิม-เท้ง

ระหว่างทาง เท้งปราศรัยเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ ไม่ต้องเผื่อใจ กาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยนแปลง ทิมเน้นว่านี่โอกาสรอบ 30 ปี สลัดการเมืองอุปถัมภ์เพื่ออนาคตที่ดี ส่วนพิธาเตือนให้ไปโหวตตั้งแต่เช้า 8.00-17.00 น. ช่วยกาเห็นชอบประชามติ และเป็นอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส บอกต่อให้ถล่มทลาย!

ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”

ฮาแตก! เวลา 14.15 น. ขบวนผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แซวเสียงดัง “สวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้” พิธาขอบคุณสื่อ ชี้ป้าย “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์” ที่ติดหน้าพรรค บอกให้แข่งกันเต็มที่ ประชาชนตัดสิน พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ขอฝากประชาชนกาพรรคประชาชนถล่มทลาย

ขบวนคาราวานผ่านพรรคภูมิใจไทย

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ประชาชนล้นทะลัก เรียก “นายกฯ เท้ง” ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ไคลแม็กซ์ที่ 16.10 น. ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว! แกนนำปักหลักปราศรัยย่อย ประชาชนแน่นพื้นที่ หน้าห้างและสถานี BTS ล้นกว่าเดิมปี 66 เสียงเชียร์ “นายกฯ เท้ง” ดังลั่น เท้งขอ 20 ล้านเสียง ถล่มทลาย สัญญาทำงานหนักเป็นวัวเป็นควาย เจอกัน 9 ก.พ. ที่ทำเนียบ และทิ้งท้ายสุดน่ารัก “ตี๋ก็รักส้มเหมือนกัน”

ปราศรัยที่ 5 แยกลาดพร้าว
แซวพรรคภูมิใจไทย
ด้อมส้มที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก
ประชาชนรอฟังปราศรัย
บรรยากาศคึกคัก
เรียกนายกฯ เท้ง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง หากคุณอยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดเพื่อประชาชน ลุกขึ้นมากาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบพรุ่งนี้เลย! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันถล่มทลายเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

“เท้ง” ชี้ 8 ปี ปชน. ไม่มาเล่นๆ อ.ต้นอัด Disneyland

“เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ที่คาราวานพรรคประชาชน (ปชน.) รุกคืบปราศรัยใหญ่ในภาคอีสานและเหนือ สร้างกระแสตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก

“เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว

ที่ลานสังคีตศาลา หนองประจักษ์ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล ปราศรัยดึงดูดใจประชาชน โดยนายปิยบุตรชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การชิงที่นั่ง ส.ส. แต่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “การเมืองเก่า” กับ “การเมืองใหม่” การเมืองเก่าขับเคลื่อนด้วยบ้านใหญ่ เครือข่ายอุปถัมภ์ สะสมอิทธิพลเพื่อแบ่งโควตารัฐมนตรี ทำให้ผู้นำรัฐบาลขาดอิสระ

“บ้านใหญ่ติดต่อมาหนัก แต่เราปฏิเสธทำการเมืองแบบเดิม เพราะจะวนลูปเดิมๆ รัฐมนตรีหน้าเก่าๆ ทำมานาน 30 ปี ยังวนเวียน” นายปิยบุตรกล่าว พร้อมเรียกร้องให้อุดรธานีเปลี่ยนใจ ลบภาพ “ข้าวต้มมัด” จากเลือกตั้ง 2566 ที่พรรคแตกแยกหลังเลือก

จุดยืนป坚ป. 8 ปีพิสูจน์แล้ว ไม่กลับหน้าเดิม

ด้าน “เท้ง” ขายจุดยืนพรรคประชาชนที่มั่นคง ไม่กลับไปกลับมา 8 ปีที่ผ่านมาเอาจริงทั้งใน-นอกสภา พรรคพร้อมทีมบริหารครบ 40 กว่าคน ทลายระบบมุ้งโควตา “ถ้าอุดรได้ ส.ส. 10 เขต จะเป็นนายกฯ เพื่อทุกกลุ่ม ไม่แบ่งข้าง” เขากล่าว พร้อมชวนกาบัตรส้ม 2 ใบ และเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเพิ่มอำนาจประชาชนตรวจสอบ กกต.

ขณะที่เชียงใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือ “อ.ต้น” แคนดิเดตนายกฯ ร่วมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัยธวัช และทีม ปราศรัยใหญ่ นายพิธาแนะนำ “อ.ต้น” เป็นนายกฯ วิสัยทัศน์ คล้าย DNA ตัวเอง สัญญากลับมาช่วยหาก ปชน. ครบ 8 ปี

อ.ต้นอัด Disneyland โมเดลเก่า จ้องกินหัวคิว

“อ.ต้น” วิจารณ์โครงการ Disneyland เป็นตัวอย่างโมเดลเศรษฐกิจเก่า ลดแลกแจกแถมดึงลงทุนใหญ่ แต่เตรียมกินหัวคิว แทนยุทธศาสตร์ยั่งยืน เชียงใหม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของ Disney Supply Chain ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คอนเทนต์ Disney+ กราฟิกดีไซน์ Art Toy ให้ประโยชน์กระจาย นักศึกษามีงานทำ ไม่กระจุกที่ก่อสร้าง

  • ปฏิเสธโมเดลใหญ่กินหัวคิว 30-40 ปี
  • หนุนเชียงใหม่เชื่อมโลกมียุทธศาสตร์
  • เลือกตั้งง่าย: ไม่เอาคอร์รัปชัน

ทั้งสองเวทีย้ำ “เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว เพื่ออนาคตใหม่ไร้ระบบเก่า

การปราศรัยนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจน พรรคประชาชนพร้อมเปลี่ยนไทย ขอโอกาส 4 ปี สร้างรัฐบาลประชาชน

คุณพร้อมเปลี่ยนหรือยัง? 8 ก.พ. นี้ กาเลือกพรรคที่พิสูจน์แล้วว่าเอาจริง สร้างอนาคตยั่งยืนให้ลูกหลาน!

ที่มา – “เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย พิธา สกล ธนาธร สระแก้ว แฉพรรคส้ม

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม ซึ่งเป็นกิจกรรมหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคประชาชนที่กระจายกำลังไปทั่วประเทศ สุดยอดมาก! ไม่ใช่แค่เวทีใหญ่ แต่ดาวกระจายไปทุกจังหวัด เรียกได้ว่าพลังประชาชนล้นทะลักเลยทีเดียว

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

เริ่มที่สกลนคร วันที่ 31 ม.ค. 2569 ณ ตลาดนัดหน้าค่าย บขส. พี่ๆ น้องๆ มาร่วมฟังปราศรัยจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน บรรยากาศคึกคักสุดๆ ปิยบุตรบอกว่าคาราวานประชาชน 8 เส้นทางทั่วไทย แบบนี้ไม่มีพรรคไหนเลียนแบบได้ เพราะมีดาวฤกษ์มากมาย แกนนำ ผู้ปราศรัย ส.ส. ผู้สมัครกระจายไปทุกหนแห่ง ขอให้สกลนครปักธงส้ม 7 เขต 7 คนเลยนะ!

ปิยบุตรยังชี้แจงชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ 3 ก๊ก แต่เป็น การเมือง 2 ขั้ว ขั้วเก่า vs ขั้วใหม่ พรรคประชาชนคือขั้วใหม่ที่ยังไม่เคยตั้งรัฐบาล อยากเปลี่ยนการเมืองให้โปร่งใส โค้งสุดท้ายนี้ ข้ามขั้วมาแล้ว อย่าทิ้งกันนะ 14.4 ล้านเสียงเดิม + อีกเท่าตัว = 28 ล้าน รัฐบาลประชาชนเกิดแน่!

ปิยบุตร ปราศรัยสกลนคร

พิธา ถอนคำสาปสกลนคร ปักธงส.ส. เขตแรก

พิธาต่อเลย บอกว่าครั้งนี้โอกาสทองปักธง ส.ส. สกลนครคนแรก ตั้งแต่อนาคตใหม่-ก้าวไกล มาเสมอๆ แพ้แค่ 2-3 พันคะแนน ครั้งนี้ถล่มทลาย ได้ 7/7 เขตแน่นอน! พิธายังเล่าว่าเป็นหนี้บุญคุณสกล จากการเรียนรู้ปัญหาที่ดินเกษตรกร นำไปอภิปราย “กระดุม 5 เมตร” ในสภา วันที่ 8 ก.พ. กาเปลี่ยน กาส้มทั้งสองใบ ส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบ!

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สกลนคร

ธนาธร สระแก้ว แฉคนจ้องทำลายพรรคส้ม

ข้ามไปสระแก้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปราศรัยที่ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว คาราวาน “ลูกน้ำเค็ม” บอกชัด พรรคประชาชนไม่ซื้อเสียง ไม่เลี้ยงหัวคะแนน แต่คัดคนเก่งมาบริหาร เช่น พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตทูตสหรัฐ จัดการปัญหาชายแดน สงครามการค้า.

ธนาธรแฉหนัก “เขาบอกว่าเป็นที่ 1 ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้” นี่คือการทำลายจิตใจ อยากให้หมดหวังกับสังคมใหม่ เท่าเทียม ประชาธิปไตยไร้โกง แต่เราจะไม่ยอม! กาส้มทั้งสองใบ หยุดรัฐบาลแข่ง ส่ง ณัฐพงษ์ เป็นนายก!

ธนาธร สระแก้ว

ภคมน-วีระยุทธ กระบี่ ย้อนรักชาติแบบไหน

ทางใต้ที่กระบี่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายก กับ ภคมน หนุนอนันต์ คาราวาน “บินหลาดง” ลานธารา กระบี่มารีนา. ภคมนบอก เดิมพันคืออนาคตไทย ต้องการการเมืองคนธรรมดา กล้าหาญ แม้ภาคใต้ยาก แต่เราต้องสู้! ย้อนถาม รักชาติแบบไหน เอาที่ดินเป็นสมบัติตัวเอง? แลนด์บริดจ์ถมทะเล? งบปฏิทินจากประกันสังคม? รัฐมนตรีคดียาเสพติด?

วีระยุทธอ้อน การเมืองเก่าบ้านใหญ่ ทุนผูกขาด ซื้อเสียง โกงกิน จีดีพีโตแค่ 1% เหลื่อมล้ำสูง พรรคประชาชนตั้งใจจริง นโยบายรอบด้าน ทีมเก่ง พิสูจน์จากฝ่ายค้านเชิงรุก. แต่ต้องฝันใหญ่ รัฐบาลส้มไม่ใช้เงินเริ่มต้น กา 8 ก.พ. ถล่มทลาย สร้างรุ่งอรุณใหม่!

ภคมน กระบี่

สรุปแล้ว ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม แสดงพลังขั้วใหม่ชัดเจน การเมือง 2 ขั้วชิงรัฐบาล อย่าปล่อยให้ขั้วเก่าครองต่อ เราเห็นแล้ว 2 ปีกว่า ยังวนลูปเดิมๆ

  • ปักธงสกล 7/7 เขต
  • สระแก้วหยุดทำลายฝัน
  • กระบี่ฝันใหญ่ไร้โกง

ความเห็นผมนะ การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนไทยจริงๆ พรรคประชาชนพิสูจน์แล้วว่าทำได้ ลุยเลย! วันที่ 8 ก.พ. ไปกา ส.ส. + นายก สีส้มทั้งสองใบ ชวนเพื่อนๆ มาด้วย สร้างรัฐบาลประชาชนกันเถอะ 🇹🇭🧡

ที่มา – ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ปิดช่องโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ จากทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่าน พร้อมแนบประวัติและประสบการณ์การทำงานกว่า 38 ปี เพื่อขอให้ทุกคนรับไว้พิจารณา หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เธอพร้อมลุยเต็มที่เพื่อปิดช่องโกงและปฏิรูประบบรัฐให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี

วันที่ 31 มกราคม 2569 นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ได้เขียนจดหมายถึงประชาชนทุกคน และสำเนาถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชนอย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เพื่อยื่นตัวเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารรัฐบาลใหม่ ในจดหมาย เธอแนะนำตัวเองอย่างถ่อมตนว่า พร้อมรับใช้ประเทศและประชาชนทุกคน รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกเสียงได้เพราะข้อจำกัดต่างๆ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดอนาคตประเทศไทยไปอีกนาน เธอย้ำว่าความชอบธรรมต้องมาจากคะแนนเสียงประชาชนให้เกิน 200 เสียง ใกล้เคียง 250 เสียง เพื่อรัฐบาลที่มั่นคงและตรงใจประชาชนจริงๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเลยครับ

ประสบการณ์ 38 ปีที่สั่งสมมาเพื่อประเทศไทย

คุณรู้ไหมครับว่า “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ในสายกฎหมายภาษีอากร ตลาดทุน การลงทุน การฟื้นฟูกิจการ กฎหมาย และบริหารองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย เธอทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ความโปร่งใส และรับผิดชอบผลงานเสมอมา แม้คนนอกวงการอาจไม่ค่อยรู้จัก เพราะอาชีพนี้เน้นผลงานมากกว่าโฆษณา

  • กฎหมายภาษีอากร: เชี่ยวชาญปิดช่องโหว่ที่เอื้อทุจริต
  • ตลาดทุนและการลงทุน: ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง
  • บริหารรัฐวิสาหกิจ: จัดการองค์กรใหญ่ด้วยความโปร่งใส
  • สหกรณ์ออมทรัพย์: สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกนับล้าน
  • การฟื้นฟูกิจการ: ช่วยบริษัทล้มป่่วยกลับมาดีได้

การก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอ มีต้นทุนส่วนตัวสูง แต่เธอเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ เช่น คอร์รัปชัน ทุนสีเทา เศรษฐกิจอ่อนแอ ความเหลื่อมล้ำ ระบบราชการที่ล่าช้า และกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนขาดศรัทธา

พร้อมปิดช่องโกง ปฏิรูประบบรัฐอย่างจริงจัง

“เพียงพนอ” ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะลดอำนาจที่ไม่จำเป็น ปิดช่องโหว่ทุจริต สร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยทำงานเป็นทีมกับทุกกระทรวง ภายใต้ผู้นำที่มีเจตจำนงมั่นคงและยึดประโยชน์ประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่เชื่อการเปลี่ยนแปลงจากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทยเราตอนนี้เหลือเวลาไม่มาก ถ้าไม่เริ่มวันนี้ ต้นทุนจะยิ่งสูงในอนาคต เธอพร้อมทำงานสุดตัวและรับผิดชอบทุกการตัดสินใจ หากได้โอกาส

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา เราคิดว่านี่คือคนที่ใช่สำหรับตำแหน่งสำคัญในทีมบริหารเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไหน เธอก็พร้อมลุยปิดช่องโกงให้หมดสิ้น สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ระบบราชการและเศรษฐกิจ

ทำไมเราควรพิจารณา “เพียงพนอ”

เพราะเธอไม่ใช่แค่นักการเมืองมือใหม่ แต่เป็นมืออาชีพตัวจริงที่พิสูจน์ตัวเองมา 38 ปี การเลือกคนแบบนี้จะช่วยให้พรรคประชาชนจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งได้จริง นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และคืนความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอชวนทุกท่านใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีสติ พิจารณาประวัติและวิสัยทัศน์ของ “เพียงพนอ” และทีมพรรคประชาชนกันนะครับ การลงคะแนนของคุณคือกุญแจสู่ประเทศไทยที่โปร่งใสและก้าวหน้า ลองรับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณาดู แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแน่นอน!

ที่มา – “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ขอประชาชนรับไว้พิจารณา พร้อมทำงานปิดช่องโกง

Scroll to top