ศพหาย

สรุปดราม่า “พ่อชาวจีน” แจ้งความ รพ.ดัง ศพลูกหาย

สรุปดราม่า “พ่อชาวจีน” แจ้งความ รพ.ดัง ทำศพลูกหาย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ เรื่องราวความสูญเสียที่ตามมาด้วยความผิดพลาดของโรงพยาบาลชื่อดังในเชียงใหม่ ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานการทำงานและการดูแลศพผู้เสียชีวิต วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังแบบครบถ้วน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงแถลงการณ์ล่าสุด

สรุปดราม่า “พ่อชาวจีน” แจ้งความ รพ.ดัง ทำศพลูกหาย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายฟาง เพ็งเฉิง (Fang Peng cheng) นักธุรกิจชาวจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลูกชายวัยเพียง 1 เดือนของเขาคลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ โดยมีน้ำหนักแรกเกิดเพียง 1,014 กรัม และมีปัญหาลำไส้อุดตันบางส่วน ทางโรงพยาบาลแรกจึงส่งตัวต่อไปยัง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลดังและสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ

  • 8 พฤศจิกายน 2568: ทารกเสียชีวิตหลังส่งตัวมาไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากภาวะวิกฤต แพทย์ยังไม่ทันได้ผ่าตัด
  • 11 พฤศจิกายน 2568: แพทย์นิติเวชชันสูตรศพ พบสาเหตุจากภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) ไม่พบร่องรอยลำไส้แตกหรืออักเสบ
  • 4 ธันวาคม 2568: พ่อไม่เชื่อผลชันสูตร แจ้งความแพทย์และบุคลากรข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และขอส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช
  • 11 มีนาคม 2569: ไปรับศพเพื่อส่งศิริราช แต่ศพหายไปจากหน่วยรักษาศพ!
  • 12 มีนาคม 2569: เข้าลงบันทึกประจำวันลงที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมขู่ดำเนินคดีข้อหาทำลายหรือย้ายศพโดยไม่มีเหตุผล

หลังจากศพหายไป นายฟางและทนายความอย่างนายอธิพงศ์ พลชัย ได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงค้นหาแต่ไม่เจอ และไม่มีคำชี้แจงจากโรงพยาบาลในทันที สร้างความโกรธแค้นให้กับครอบครัวที่กำลังไว้ทุกข์ ทนายยืนยันว่ามีเอกสารหลักฐานชัดเจนจากโรงพยาบาล และหากไม่พบศพ จะดำเนินคดีแน่นอน

การตอบสนองจากตำรวจและโรงพยาบาล

ด้าน พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผู้กำกับการ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้รับแจ้งแล้ว สั่งสืบสวนทันที โดยประสานโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบกระบวนการรักษา การเคลื่อนย้าย และการเก็บรักษาศพ ว่ามีความประมาทหรือไม่ เนื่องจากหน่วยรักษาศพมีผู้รับผิดชอบโดยตรง

ล่าสุด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง “การรักษาและการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตทารกเพศชาย อายุ 1 เดือน” โดยยอมรับว่าศพลูกหายไปจริงจากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดจากความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนบริหารจัดการ โรงพยาบาลได้แจ้งความด้วยตัวเอง และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหน่วยรักษาศพทั้งหมด

โรงพยาบาลยืนยันว่าพยานหลักฐานทางการแพทย์ยังครบถ้วน เช่น ชิ้นเนื้อพยาธิวิทยา ภาพถ่าย และเวชระเบียน สามารถใช้ตรวจสอบเพิ่มได้ และได้แจ้งญาติตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังย้ำว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐาน ทารกมีภาวะวิกฤตตั้งแต่แรก

บทวิเคราะห์และมุมมอง

ดราม่านี้สะท้อนปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระบบโรงพยาบาลใหญ่ แม้จะมีบุคลากรจำนวนมาก แต่การจัดการศพซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กลับเกิดความผิดพลาดได้อย่างไร? ญาติสูญเสียลูกชายไปแล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งทำให้เจ็บปวด การชันสูตรที่ต่างกันระหว่างโรงพยาบาลแรกกับศิริราช หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการสาธารณสุข

ในมุมผู้บริโภค เราควรตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองให้ดี เช่น ขอเอกสารครบถ้วนก่อนฝากศพ และติดตามสถานะเสมอ หวังว่าการตรวจสอบจะโปร่งใส และให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ สรุปดราม่า “พ่อชาวจีน” แจ้งความ รพ.ดัง ทำศพลูกหาย นี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย หากมีประสบการณ์คล้ายกัน แชร์มาได้เลย!

ที่มา – สรุปดราม่า “พ่อชาวจีน” แจ้งความ รพ.ดัง ทำศพลูกหาย ล่าสุดแถลงการณ์ชี้แจงแล้ว

รพ.ประจวบฯ แจง! ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย จริงหรือ?

จากกรณีดราม่า “ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย” ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ (รพ.ประจวบฯ) จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ ล่าสุดทางโรงพยาบาลฯ ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เพื่อคลายความสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยยืนยันว่า ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย ที่ถูกกล่าวถึงนั้น ไม่เป็นความจริง

รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ยัน! ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย ไม่จริง

นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวถึงประเด็น ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย ว่า เกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยทุกศพที่ทางโรงพยาบาลฯ ได้ทำการชันสูตรนั้น มีหลักฐานและเอกสารครบถ้วน สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน และเมื่อมีผู้เสียชีวิตเป็นศพไร้ญาติ ทางโรงพยาบาลฯ จะนำไปเก็บไว้ในห้องสุคติ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงพยาบาลฯ มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่เก็บศพ โดยมีห้องเย็นสำหรับเก็บร่างผู้เสียชีวิตเพียง 6 ตู้ และใช้งานได้ดีเพียง 4 ตู้เท่านั้น ประกอบกับโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ที่มีจำนวนเตียงถึง 278 เตียง และมีผู้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุในทุกๆ วัน ทำให้ต้องมีการระบายร่างผู้เสียชีวิตออกจากห้องเย็นอยู่เสมอ

รพ. เร่งระบายศพ ลดความแออัด

ในส่วนของศพจากบ้านประจวบโชค ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่ามีทั้งหมด 12 ศพ แบ่งเป็นศพไร้ญาติ 9 ศพ และศพที่มีญาติ 3 ศพ ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ กับทางมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน ซึ่งเป็นผู้กำหนดเวลาในการรับศพเอง ทำให้บางครั้งทางโรงพยาบาลฯ จำเป็นต้องเร่งระบายร่างผู้เสียชีวิตออกจากห้องเย็น เพื่อสำรองพื้นที่สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ จึงได้ประสานไปยังมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน ให้เข้ามารับศพแทน

ทางโรงพยาบาลฯ ยืนยันว่า ศพทุกร่างยังอยู่ครบ และมีใบรับศพตรงตามรายชื่อผู้เสียชีวิต ที่ผ่านมายังไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตจากบ้านประจวบโชคมาติดต่อแต่อย่างใด ในส่วนของการทำข้อตกลงระหว่างบ้านประจวบโชคกับมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถานนั้น ทางโรงพยาบาลฯ ไม่เคยรับทราบมาก่อน และทางบ้านประจวบโชคก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ประธานมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องทำข้อตกลงหรือ MOU ระหว่างมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถานกับสว่างเมธีธรรมสถานแต่อย่างใด เนื่องจากโดยมารยาท กู้ภัยแต่ละแห่งก็ควรรับผิดชอบในพื้นที่ของตนเอง ไม่ควรข้ามเขตกัน ที่มาของการเข้าใจผิดเกิดขึ้นจากการที่กู้ภัยไปรับศพจากบ้านประจวบโชคมาส่งโรงพยาบาลฯ เพื่อทำการชันสูตร แต่เมื่อจะรับศพกลับเพื่อนำมาฝากไว้ที่สุสานมูลนิธิฯ กลับไม่ได้รับการติดต่อ จึงเกิดข้อสงสัยว่า ศพไร้ญาติหายกว่า 10 ราย ไปไหน

ทั้งนี้ ตนเตรียมที่จะไปแจ้งความกรณีศพหาย หากมีญาติมาติดต่อรับศพที่สว่างประจวบธรรมสถานแล้วไม่ได้รับศพ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ที่ไปรับศพจากบ้านประจวบโชค

ทางด้าน นายเล็ก แซ่เฮง หรือ เมธี 1 หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างเมธี กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ว่ากล่องใส่ศพของโรงพยาบาลฯ เต็ม จึงขอให้ทางสว่างเมธีธรรมสถานช่วยมารับศพไร้ญาติ ซึ่งทางสว่างเมธีฯ ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ โดยมีเอกสารยืนยันว่าผู้เสียชีวิตมาจากบ้านประจวบโชค และมีหลักฐานครบถ้วน ขอยืนยันว่าศพทั้ง 12 ร่าง ยังอยู่ที่สว่างเมธีธรรมสถาน และเก็บรักษาไว้อย่างดี หากมีญาติของศพไร้ญาติมาติดต่อ ก็ยินดีที่จะมอบให้

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้องระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะมีญาติหรือไม่ก็ตาม หากคุณมีญาติที่อาจจะอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตไร้ญาติ สามารถติดต่อสอบถามไปยังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หรือมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถานเพื่อตรวจสอบข้อมูลได้เลยครับ

ที่มา – รพ.ประจวบคีรีขันธ์ แจงดราม่า “ศพไร้ญาติ” หายกว่า 10 ราย ยืนยันอยู่ครบทุกร่าง

Scroll to top