ศาลฎีกา

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก: ราบรื่น ไร้อาการ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเมืองในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้กลับประเทศไทยและเข้ารับโทษในเรือนจำเป็นคืนแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก สถานการณ์โดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง และครอบครัวของท่านได้มีการเคลื่อนไหวอย่างไร เราจะมาอัปเดตให้ทราบกันค่ะ

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้ชีวิตในเรือนจำคลองเปรมเป็นคืนแรก หลังจากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้คุมขังตามคำพิพากษา โดยให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี ข่าวดีก็คือ ทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่าคืนแรกผ่านไปอย่างราบรื่น และไม่มีรายงานว่าท่านมีอาการป่วยใดๆ ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลไปได้บ้าง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กำลังใจจากคนในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และแน่นอนว่าครอบครัวชินวัตรก็แสดงออกถึงความรักและความผูกพันอย่างชัดเจน

ข้อความสุดซึ้งจากครอบครัวถึง ทักษิณ ชินวัตร

น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร ลูกสาวคนโต ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณพ่อผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ โดยกล่าวถึงคุณพ่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจเสมอ ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไรก็ตาม นอกจากนี้ยังขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างท่วมท้น

ข้อความบางส่วนจากโพสต์ของ น.ส.พินทองทา ระบุว่า “ลูกจะเข้มแข็งให้ได้ทุกวันค่ะ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็ง

ด้านนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ก็ได้โพสต์ภาพขณะเดินตาม ทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “ภูมิใจทุกวัน ที่เดินตามคนนี้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและศรัทธาที่ลูกชายมีต่อผู้เป็นพ่อ

สำหรับสถานการณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพในฐานะผู้สูงอายุและอดีตผู้บริหารประเทศ

เรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในเรือนจำ การเยี่ยมของครอบครัว หรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวชินวัตรก้าวผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – “ทักษิณ” นอนเรือนจำคืนแรก ราบรื่น-ไม่มีอาการป่วย ครอบครัวโพสต์ข้อความซึ้ง

เปิดขั้นตอนคุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินในคุกได้

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการรับตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การทำประวัติ การตรวจค้น ไปจนถึงการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ เริ่มจากการจัดทำประวัติส่วนตัว ข้อมูลคดี ประวัติการรักษาพยาบาล และรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากนายทักษิณมีอายุ 76 ปี จึงถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีขั้นตอนการดูแลเป็นพิเศษ

รายละเอียดขั้นตอนการคุมขังและฝากเงิน

การตรวจค้นและทรัพย์สิน: สิ่งของที่นำติดตัวมาจะถูกแยกเป็นสิ่งของต้องห้าม สิ่งของที่อนุญาต และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินสดจะถูกรับฝากไว้ และสามารถใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำได้ โดยมีข้อกำหนดให้เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

การดูแลสุขภาพ: มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและคัดกรองโรค หากมีโรคประจำตัวหรือบาดแผล จะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

การกักโรค: ผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

การจำแนกแดน: จะมีการพิจารณาว่าจะคุมขังผู้ต้องขังในแดนใด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการคุมขังร่วมกับคู่กรณี

สิทธิและหน้าที่: ผู้ต้องขังจะได้รับแจ้งข้อบังคับของเรือนจำ ระเบียบการปฏิบัติตัว สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ต่างๆ

  • การเยี่ยมญาติ: สามารถเยี่ยมได้หลังกักโรค โดยต้องเป็นญาติที่ระบุชื่อไว้ (10 รายชื่อ) และเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ทุก 30 วัน
  • การฝากเงิน: ญาติสามารถฝากเงินให้ผู้ต้องขังใช้จ่ายในเรือนจำได้

สิ่งของที่ไม่อนุญาต: เสื้อผ้า สิ่งของมีค่า เครื่องประดับ จะถูกเก็บรักษาไว้ และญาติต้องติดต่อขอรับคืน

การฝากเงินและการใช้จ่าย: ญาติสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขังได้ แต่มีวงเงินจำกัด เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรืออาหารเสริม

ข้อควรระวังและความปลอดภัย

กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก มีมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง และการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการคิดสั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังทั่วไปหรือผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง เพื่อให้การควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

แม้ว่าการจำกัดวงเงินฝากจะไม่เกิน 15,000 บาท อาจดูเป็นจำนวนที่จำกัด แต่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

“แพทองธาร” เดินทางเข้าพรรค “เพื่อไทย” เพื่อร่วมประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโพสต์รูปภาพคู่กับ “ทักษิณ” ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชั่นสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งว่า “พ่อ” สร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 14.10 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงเพื่อเข้าร่วมการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ น.ส.แพทองธาร มีสีหน้าสงบนิ่ง โดยมีรัฐมนตรีหลายท่าน อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มารอต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงบรรยากาศการประชุมในวันนี้ (9 ก.ย.) ว่าจะมีการให้กำลังใจ สส. พรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง แต่ น.ส.แพทองธาร เพียงแต่พยักหน้าตอบรับกับสื่อมวลชนเท่านั้น ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามเพิ่มเติมว่าได้เดินทางไปส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเรือนจำหรือไม่ และกำลังใจของนายทักษิณเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องประชุมทันที

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยวันนี้ น.ส.แพทองธาร มาพร้อมกับ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 14.26 น. นางสาวแพทองธารได้โพสต์รูปภาพคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นน่ารักๆ ว่า “พ่อ” พร้อมติดแฮชแท็ก #9sep2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้เริ่มนับโทษใหม่จนกว่าจะครบ 1 ปี และให้นำตัวไปควบคุมยังเรือนจำทันที สังเกตได้ว่าชุดที่นางสาวแพทองธารสวมใส่ในวันนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใส่เดินทางไปยังศาลฎีกา

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การกระทำของ น.ส.แพทองธาร ที่โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัว แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ความหมายของการโพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การโพสต์รูปภาพดังกล่าวอาจมีความหมายหลายอย่าง นอกเหนือจากความรักใคร่ในครอบครัว อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยว่า นายทักษิณยังคงเป็นที่รักและเคารพของครอบครัวชินวัตร และยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย

  • เป็นการแสดงความรักและความผูกพันในครอบครัว
  • เป็นการส่งกำลังใจให้นายทักษิณ
  • เป็นการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

อนึ่ง การไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชนของ น.ส.แพทองธาร ขณะเดินทางเข้าประชุมพรรคเพื่อไทย อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี หรืออาจเป็นเพราะต้องการเก็บข้อมูลบางอย่างไว้เพื่อหารือภายในพรรคก่อนที่จะแถลงต่อสาธารณชน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การเคลื่อนไหวของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว และความผูกพันที่มีต่อบุคคลอันเป็นที่รัก แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” ไม่ตอบสื่อขณะเข้าประชุมเพื่อไทย

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” กรณีโดนโทษ

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ ชินวัตร” หลังศาลฎีกาการเมือง สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี บอกเสียใจ คนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุสั้นๆ ว่า “ผมก็เสียใจ ผมก็เห็นใจท่าน คนระดับท่าน คนระดับนี้ที่บริหารประเทศมา เราก็ไม่อยากให้มาเจอกับสภาพเช่นนี้”

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีท่าทีเศร้าและหยุดนิ่งไปสักครู่เมื่อได้ยินผู้สื่อข่าวถามคำถาม และคล้ายพูดด้วยความลำบากใจระหว่างตอบคำถามกรณีมีคำสั่งให้บังคับโทษนายทักษิณ.

“นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เสียใจคนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

จากกรณีข่าวดังกล่าว ประเด็นที่น่าสนใจคือท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความเห็นใจต่อคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางกฎหมายที่ยากลำบาก การแสดงออกถึงความเห็นใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางการเมือง และมิตรภาพส่วนตัวที่อาจมีอยู่ แม้จะมีความแตกต่างทางความคิดเห็นทางการเมือง

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะทั้งสองท่านต่างก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ และเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ร่วมกัน การที่อดีตผู้นำประเทศต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีภูมิหลังทางการเมืองอย่างไรก็ตาม

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงแสดงความเห็นใจ?

เหตุผลที่นายกรัฐมนตรีอนุทินแสดงความเห็นใจต่อคุณทักษิณ อาจมีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้:

  • ความเคารพในฐานะอดีตผู้นำ: คุณทักษิณเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศมาแล้ว การแสดงความเคารพต่ออดีตผู้นำถือเป็นสิ่งที่เหมาะสม
  • ความเข้าใจในความท้าทาย: การเป็นผู้นำประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย นายกฯ อนุทินอาจเข้าใจถึงแรงกดดันและความยากลำบากที่อดีตนายกฯ ทักษิณเคยเผชิญ
  • มิตรภาพส่วนตัว: แม้จะมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน นายกฯ อนุทิน และคุณทักษิณ อาจมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และผลของการกระทำย่อมตามมาเสมอ อย่างไรก็ตาม การแสดงความเห็นใจและความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ควรกระทำไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่ยังคงมีอยู่ในแวดวงการเมือง แม้ว่าการเมืองจะเป็นเรื่องของการแข่งขันและการต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องละทิ้งความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

การเมืองเป็นเรื่องของการบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติ และการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ควรให้ความสำคัญกับหลักการของความยุติธรรม และการเคารพสิทธิมนุษยชน การที่ “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เป็นการแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจที่ควรมีในสังคม

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” เห็นใจ “ทักษิณ” เสียใจคนเคยบริหารประเทศต้องมาเจอสภาพนี้

ภูมิธรรมเผย เพื่อไทยรู้ “ทักษิณ” จะเจออะไร

“ภูมิธรรม” เผย “ทักษิณ” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสง่างาม ส่วนพรรคเพื่อไทยยังต้องทำงานต่อ ทุกคนยอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่มีเตรียมใจ หรือไม่เต็มใจ

วันที่ 9 ก.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังศาลมีคำสั่งจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร

นายภูมิธรรม บอกว่า หลังจากนี้ตัวเองต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย ตัวเองก็ทำงานภายในพรรคและทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อ ส่วนประเด็นที่ศาลสั่งจำคุกนายทักษิณ ตอนนี้ขวัญกำลังใจของพรรคเพื่อไทยดีและเข้มแข็งมาตลอด เพราะทุกคนรู้ว่าตัวของนายทักษิณต้องเจออะไร และนายทักษิณก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน เพราะก่อนหน้านี้ที่นายทักษิณ เดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศก็โดนกล่าวหาว่าหลบหนี และส่วนตัวนายทักษิณก็ตัดสินใจว่าจะเผชิญหน้า และรู้ว่ากลับมาต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งนายทักษิณก็ยอมรับกระบวนการยุติธรรมอย่างสง่างาม

นักข่าวถามว่าการถูกจำคุกของนายทักษิณนั้นจะมีผลต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่าไม่มี เพราะนายทักษิณเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน การกลับมาครั้งนี้เหมือนกลับมายอมรับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็ต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนคนในพรรคเพื่อไทยก็ยังคงต้องทำงานกันต่อ

นักข่าวยังถามอีกว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายทักษิณได้ฝากฝังพรรค ไว้กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายภูมิธรรม บอกว่า นายทักษิณฝากไว้กับทุกคน อยากให้รักษาจิตวิญญาณของพรรค เพราะประเทศไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและทำงานช่วยเหลือประชาชน โดยช่วงบ่ายนี้ตัวเองจะเดินทางไปเข้าประชุมพรรคตามปกติ

เมื่อถามย้ำว่า การประชุมพรรคครั้งนี้จะเหมือนเป็นการปลอบขวัญสมาชิกพรรคที่เหลืออยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม ปฏิเสธว่า อย่าไปคิดอะไรที่ดูน่ากลัว เพราะมันไม่มีอะไร ทุกคนเป็นนักการเมืองต้องรู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง อย่าไปจินตนาการว่าตัวเองและสมาชิกพรรคเสียขวัญกำลังใจ  มิฉะนั้นคงไม่ลงมากินข้าวกับนักข่าว เมื่อถามว่า คนในพรรคเพื่อไทยเตรียมใจไว้แล้วใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมบอกว่า “ทุกคน ยอมรับกระบวนการยุติธรรม… ไม่มีเตรียมใจ หรือไม่เต็มใจ”

หลังจากนั้นนายภูมิธรรม รวมทั้ง น.ส.จิราพร สินธุไพร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาล้อมวงนั่งรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายภูมิธรรมมีการกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนด้วย

ภูมิธรรมเผย เพื่อไทยรู้ “ทักษิณ” จะเจออะไร

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร นายภูมิธรรมได้ให้ความมั่นใจว่าพรรคจะยังคงทำงานเพื่อประชาชนต่อไป แม้ว่าทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เพื่อไทยรู้ “ทักษิณ” จะเจออะไร: ความท้าทายและความเป็นไปได้

การที่ “ทักษิณ” จะเจออะไร กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย หรืออนาคตทางการเมืองของทักษิณเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง

ภูมิธรรมได้กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนต่อไป แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายรออยู่ข้างหน้า

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย และความเชื่อมั่นที่พรรคมีต่อกระบวนการยุติธรรม การที่ “ทักษิณ” ตัดสินใจกลับประเทศไทยและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความรับผิดชอบ

อนาคตของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร? การที่ “ทักษิณ” จะเจออะไร จะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน? เหล่านี้คือคำถามที่รอคำตอบจากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

การที่นายภูมิธรรมออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย การยอมรับในกระบวนการยุติธรรม และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่น

ที่มา – “ภูมิธรรม” บอก เพื่อไทยรู้ “ทักษิณ” จะเจออะไร ยกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสง่างาม

#ทักษิณชินวัตร ติดเทรนด์! ศาลสั่งจำคุก

แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และทำให้แฮชแท็กดังกล่าวพุ่งติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับโทษจำคุก 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถือว่าเป็นการบังคับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาในเวลา 12.10 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกาฯ และเริ่มกระบวนการรับโทษจำคุก 1 ปี

#ทักษิณชินวัตร และ #ศาลฎีกา ติดเทรนด์ทวิตเตอร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สังคมออนไลน์ให้ความสนใจและพูดถึงประเด็นนี้อย่างมาก ส่งผลให้แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) เคียงคู่ไปกับแฮชแท็ก #ศาลฎีกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อเรื่องนี้

ทำไม #ทักษิณชินวัตร ถึงติดเทรนด์?

การที่แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมือง และความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ประเด็นการบังคับโทษจำคุก 1 ปี ได้กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดการโต้เถียงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงกว้าง

นอกจากนี้ การที่ศาลฎีกามีคำสั่งในลักษณะนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม และความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อสังคมโดยรวม

การที่เรื่องราวของ #ทักษิณชินวัตร กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ที่ยังคงมีต่อการเมืองไทย แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

ปรากฏการณ์ #ทักษิณชินวัตร ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าประเด็นทางการเมืองยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ และพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การเกิดขึ้นของแฮชแท็กที่ติดเทรนด์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของสังคมที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นต่อไป

ที่มา – แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งติดเทรนด์ หลังศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี

รถตู้นำตัวทักษิณถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เริ่มกระบวนการ

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการแรกรับตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี กับนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเห็นว่าการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่นับเป็นการบังคับโทษ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หมายเลขทะเบียน 1 นง 7412 กทม. เพื่อนำตัวไปรับโทษตามคำสั่งศาลฎีกาฯ โดยมีรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงสายของวันนี้

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 11.54 น. โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นไปตามกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการตรวจสุขภาพ การทำประวัติ และการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับตัวนักโทษใหม่

สิ่งที่น่าสนใจคือขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายทักษิณจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปหรือไม่ และจะมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ ทางกรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้

ขั้นตอนหลัง รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำ

หลังจากที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำ ขั้นตอนต่างๆ ที่จะดำเนินการมีดังนี้:

  • การตรวจร่างกายเบื้องต้น: เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไปและตรวจหาโรคติดต่อ
  • การทำประวัติ: บันทึกข้อมูลส่วนตัว ประวัติคดี และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การสัมภาษณ์: พูดคุยกับนักโทษใหม่เพื่อทำความเข้าใจสภาพจิตใจและความต้องการ
  • การจัดประเภทนักโทษ: พิจารณาประเภทของนักโทษเพื่อจัดให้อยู่ในแดนที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การปฏิบัติต่อนักโทษทุกรายเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง

คดีของนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นคดีที่มีความซับซ้อนและได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การบังคับโทษจำคุกในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยที่ต้องจับตามองกันต่อไป

แน่นอนว่าการที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม และยังมีอีกหลายแง่มุมที่สังคมยังคงต้องการคำตอบและติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – รถตู้นำตัว “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว เข้าสู่กระบวนการแรกรับ

อิ๊งค์น้ำตาซึม เผย ทักษิณกำลังใจดี พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

“แพทองธาร” ตาแดง น้ำตาซึม แถลงยอมรับครอบครัวเป็นห่วงคุณพ่อ “ทักษิณ” แต่ทุกคนกำลังใจดี ยก “ทักษิณ” ยังเป็นผู้นำจิตวิญญาณทางการเมือง ยันพรรคเพื่อไทย พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลต่อไป

เมื่อเวลา 11.13 น. ที่ศาลฎีกา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลัง ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดี ม.112 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมให้เริ่มนับโทษใหม่จนกว่าจะครบ 1 ปี พร้อมให้นำตัวไปเรือนจำฯ ทันที น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทางครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานอภัยโทษและลดโทษให้นายทักษิณเหลือ 1 ปี ซึ่งพวกเราทั้งครอบครัวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เรารู้สึกในเรื่องนี้ทุกๆวันและขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจส่งความห่วงใยมาให้คุณพ่อและครอบครัวของเรา

อย่างไรก็ตามนายทักษิณเองยังเป็นผู้นำในจิตวิญญาณไม่ว่าการเมืองที่ผ่านมาหรือผลงานที่ทำเพื่อบ้านเมือง ท่านก็ยังเป็นคนที่นึกถึงบ้านเมืองอยู่เสมอ และตั้งใจจริงหวังจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตประชาชนมีความกินดีอยู่ดี

“ตอนนี้ดิฉันและครอบครัวมีความเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่พ่อได้สร้างประวัติศาสตร์มากมายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนในประเทศ

ส่วนวันนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรีคนแรกที่จะต้องจำคุก เรื่องนี้อาจจะค่อนข้างหนักนิดนึง แต่ว่าแน่นอนว่ากำลังใจดีทั้งคุณพ่อและครอบครัว”

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ในส่วนตัวดิฉัน กับพรรคเพื่อไทยยังมุ่งหน้าทำงานต่อ เพื่อที่จะเป็นฝ่ายค้านและทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาลต่อไป ส่วนของพรรคเองทุกคนมีกำลังใจที่ดี ขอบคุณทุกภาคส่วนและประชาชนที่ให้กำลังใจและคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา และขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้

จากนั้น น.ส.แพทองธาร ได้ไหว้สื่อมวลชนและกล่าวขอบคุณ พร้อมเดินขึ้นรถไปทันทีพร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ ผู้เป็นสามี นางสาวพินทองทา ชินวัตรคุณากรวงศ์ พี่สาว และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี นางสาวพินทองทา โดยไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่านายทักษิณได้พูดอะไรหรือไม่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงของการสัมภาษณ์นางสาวแพทองธารมีอาการตาแดง สะอื้น และน้ำตาซึม

อิ๊งค์น้ำตาซึม เผย ทักษิณกำลังใจดี พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตา หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับโทษจำคุก 1 ปี ท่ามกลางความกังวลและความห่วงใยจากครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ปรากฏภาพ น้ำตาซึม ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

น.ส.แพทองธาร ได้กล่าวถึงกำลังใจของนายทักษิณและครอบครัวว่า ทุกคนยังมีกำลังใจดี แม้จะมีความเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ก็ภูมิใจที่ท่านได้สร้างคุณูปการมากมายให้กับประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังย้ำว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

“ทักษิณ” ยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย

แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ น.ส.แพทองธาร ยืนยันว่า นายทักษิณ ยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยและของคนในครอบครัว ท่านยังคงเป็นห่วงบ้านเมืองและปรารถนาที่จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของครอบครัวชินวัตร และความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยที่จะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายรออยู่ข้างหน้า

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองไทย และความท้าทายที่พรรคเพื่อไทยจะต้องเผชิญต่อไปในอนาคต การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น และการนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของพรรคเพื่อไทย

การที่อิ๊งค์ น้ำตาซึม ขณะให้สัมภาษณ์ ทำให้เห็นถึงความผูกพันในครอบครัว และความรักที่ลูกมีต่อพ่อ แต่ในขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของนายทักษิณต่อไป

กำลังใจจากประชาชนคือสิ่งสำคัญ กำลังใจจากประชาชนคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้นายทักษิณและครอบครัว รวมถึงพรรคเพื่อไทย สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จะเป็นแรงผลักดันให้เราสามารถสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณในครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราได้ทบทวนถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความเสมอภาค การสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม คือเป้าหมายที่เราทุกคนควรจะร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น

สำหรับอนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ พรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง

อิ๊งค์ น้ำตาซึม แต่ก็ยังคงยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความรับผิดชอบต่อประชาชน

ดังนั้นแล้ว เรื่องราวของ อิ๊งค์น้ำตาซึม เผย ทักษิณกำลังใจดี พร้อมเป็นฝ่ายค้าน เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความมุ่งมั่นทางการเมืองที่ยังคงอยู่ แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก

ที่มา – “อิ๊งค์” น้ำตาซึม บอก “ทักษิณ-ครอบครัว” กำลังใจดี พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

Scroll to top