ศาลปกครองกลาง

สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของเราทุกคนครับ สำหรับใครที่รอคอยการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ต้องห้ามพลาดข่าวนี้เลย เพราะทางสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. กำลังเดินหน้าปรับปรุงกฎเกณฑ์สำคัญเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกันมากขึ้นครับ

สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

ล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคม ได้ประกาศเปิดให้ประชาชนทั่วไป นายจ้าง และผู้ประกันตน สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อ สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงระเบียบกระทรวงแรงงานฯ พ.ศ. 2564 ให้มีความทันสมัยและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญคือการยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีสิทธิทุกคนสามารถใช้เสียงของตัวเองในการเลือกผู้แทนได้อย่างทั่วถึงและไม่มีอุปสรรคครับ

ทำไมต้องติดตามสปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้?

การปรับปรุงระเบียบในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ และคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เพื่อให้การเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม (ชุดที่ 15) ที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 นี้ เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด ดังนั้น การที่ทาง สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จึงเป็นโอกาสทองที่พวกเราในฐานะเจ้าของเงินสมทบจะได้ร่วมแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.law.go.th ครับ

  • ช่วงเวลาการแสดงความคิดเห็น: ตั้งแต่วันที่ 17 – 24 สิงหาคม 2569
  • ช่องทางการร่วมแสดงความคิดเห็น: เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th)
  • วันเลือกตั้งจริง: วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิของตนเอง สามารถติดต่อไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 9 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

ในมุมมองของผม การที่หน่วยงานภาครัฐเปิดโอกาสให้เราได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎระเบียบจริง เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากครับ เพราะเสียงของเราแต่ละคนคือพลังที่จะช่วยให้สวัสดิการสังคมของเราดียิ่งขึ้น อย่าลืมไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆ นะครับ เพราะนี่คืออนาคตของพวกเราทุกคน

ที่มา – สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เปิดโอกาสให้ใช้สิทธิอย่างทั่วถึง

ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนที่กำลังเฝ้ารอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพราะล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญที่น่าสนใจมาก เมื่อ ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดยคุณษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่ได้ยื่นฟ้องร้องจนนำไปสู่คำสั่งศาลในครั้งนี้ครับ

ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนได้มีประกาศให้ชะลอการเลือกตั้งออกไป ทำให้กระบวนการต่างๆ หยุดชะงักลง แต่ล่าสุดศาลได้พิพากษาว่าประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการจัดการกองทุนประกันสังคม ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้กลับมาเดินหน้ากระบวนการตามปฏิทินเดิม นั่นหมายความว่าวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 27 กันยายน 2569 ตามกำหนดการเดิมนั่นเองครับ

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความหมาย?

การที่ ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนาคตของสวัสดิการผู้ประกันตนหลายล้านคนด้วย คุณษัษฐรัมย์ได้เน้นย้ำว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะนำองค์กรสวัสดิการขนาดใหญ่กลับมาสู่มือของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเงินทุกบาทในกองทุนคือเงินของพวกเราทุกคน ตั้งแต่แรงงาน คนท้อง ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ป่วย

หากถามว่าตอนนี้เราต้องทำอย่างไรกันบ้าง สิ่งที่ทุกคนควรรู้และเตรียมตัวมีดังนี้ครับ:

  • ตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้งของตนเองให้พร้อม
  • ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งจากสำนักงานประกันสังคมอย่างใกล้ชิด
  • ร่วมกันจับตาการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพึ่งพิงให้แก่พี่น้องแรงงานได้อย่างภาคภูมิใจครับ หวังว่าพวกเราทุกคนจะใช้สิทธิของตนเองให้คุ้มค่าและร่วมกันขับเคลื่อนกองทุนของเราให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไปอีกครับ

ที่มา – ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ลงคะแนนวันเดิม

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการทุกคนครับ! หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ได้ออกมาสยบข่าวลือและชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 อย่างแน่นอน โดยจะเป็นการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเราทุกคนในคณะกรรมการประกันสังคมครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ชะลอแค่กระบวนการ ไม่ใช่เลื่อนวัน

หลายท่านอาจเกิดความสับสนเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการชะลอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ผมขอเน้นย้ำตรงนี้ว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 ซึ่งการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการดำเนินการในบางส่วนนั้น เป็นเพียงการจัดการขั้นตอนภายในเพื่อความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยจะไม่มีผลกระทบต่อวันเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้ครับ

เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ทางสำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ดังนี้:

  • เร่งสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ครอบคลุมและแม่นยำ
  • ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิให้สะดวกและทั่วถึงมากที่สุด
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
  • เตรียมสถานที่จัดเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้สิทธิ

ความพยายามในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการมีส่วนร่วมจากพี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน ดังนั้น การที่ กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 จึงถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เรายังคงสามารถไปใช้สิทธิเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปบริหารกองทุนประกันสังคมได้ตามตารางเวลาที่วางไว้ครับ

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบสิทธิของตนเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งฯ (ศอ.ลต.) โทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ อย่าลืมเตรียมตัวไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางสวัสดิการของพวกเรากันนะครับ

ที่มา – กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ข่าวใหญ่ที่เหล่าผู้ประกันตนกำลังจับตามองในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังจากที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้เดินหน้ายื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งที่สร้างความสับสนให้กับผู้ประกันตนทั่วประเทศ ซึ่งล่าสุดศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไปได้ จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอื่นจากศาลออกมา

เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับอนาคตของระบบประกันสังคมไทย เพราะการที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นั้น สะท้อนให้เห็นว่าศาลเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน ในการเข้ามามีบทบาทตัดสินใจเรื่องสวัสดิการของตนเองผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อผู้ประกันตน?

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ที่เราได้รับทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือการชราภาพ การที่ศาลตัดสินให้ดำเนินกระบวนการต่อ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเสียงของผู้ประกันตนจะได้รับการรับฟัง โดยเหตุผลสำคัญที่ศาลระบุในการมีคำสั่งครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • สำนักงานประกันสังคมมีความพร้อมในการดึงข้อมูลผู้ประกันตนทุกประเภทแยกตามจังหวัดได้ทันที
  • การเลือกตั้งไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ
  • กระบวนการที่ล่าช้าออกไปโดยไม่มีเหตุผลเพียงพออาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หลังจากที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ใช้เวลาไต่สวนอย่างยาวนานกว่า 13 ชั่วโมง จนนำไปสู่จุดที่ ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอื่น ถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของภาคประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบประกันสังคมไทย

มุมมองทิ้งท้าย: ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้กองทุนนี้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การที่ทุกฝ่ายออกมาช่วยกันติดตามตรวจสอบ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาสิทธิของตนเอง แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการบริหารจัดการกองทุนที่เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อของผู้ประกันตนครับ มาร่วมกันติดตามบทสรุปสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ไปพร้อมกันนะครับ

ที่มา – ศาลปกครองสั่งทุเลา ไม่ให้ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จนกว่าจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งอื่น

ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี หมอสรณ

เชื่อว่าหลายคนกำลังติดตามข่าวร้อนในแวดวงหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของ ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี “หมอสรณ” ฟ้อง กก.สรรหา ฟันขาดคุณสมบัติประธาน กสทช. ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการบริหารงานของ กสทช. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในขณะนี้

ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี “หมอสรณ” ฟ้อง กก.สรรหา ฟันขาดคุณสมบัติประธาน กสทช.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกรณีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหาฯ เนื่องจากมีความเห็นว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งจากการรับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงในการประกอบวิชาชีพแพทย์ ซึ่งทางเจ้าตัวมองว่าการตัดสินดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานศาลปกครองได้ออกมาชี้แจงว่า ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี “หมอสรณ” ฟ้อง กก.สรรหา ฟันขาดคุณสมบัติประธาน กสทช. เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการแต่งตั้งองค์คณะตุลาการเพื่อดำเนินการพิจารณาตามระเบียบของศาลต่อไป

สถานะของ นพ.สรณ กับประเด็น ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี “หมอสรณ” ฟ้อง กก.สรรหา ฟันขาดคุณสมบัติประธาน กสทช.

นพ.สรณ ได้ยืนยันสถานะของตนเองอย่างชัดเจนว่า การที่คณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยให้ตนขาดคุณสมบัตินั้นไม่ถูกต้องและไม่ส่งผลให้ตนต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที โดยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • สถานะความเป็นกรรมการ กสทช. ยังคงดำเนินอยู่จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
  • การตัดสินของคณะกรรมการสรรหาฯ กระทบต่อสิทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง
  • ความล่าช้าของคดีอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการบริหารงานภายในองค์กร กสทช.

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการตีความกฎหมายว่าด้วยลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ การรอคอยคำสั่งจากศาลปกครองถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะชี้ขาดความชอบธรรมในกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า เมื่อมีการแต่งตั้งองค์คณะตุลาการเรียบร้อยแล้ว แนวทางการพิจารณาคดีจะเป็นไปในทิศทางใด และจะกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงาน กสทช. มากน้อยเพียงใด

บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นที่น่าจับตา เพราะหากคำวินิจฉัยออกมาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ย่อมส่งผลต่อเสถียรภาพของหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของไทยอย่างแน่นอน ซึ่งเราจะคอยติดตามและนำเสนอความคืบหน้าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบต่อไปครับ

ที่มา – ศาลปกครองกลาง ยังไม่เริ่มกระบวนการพิจารณา คดี “หมอสรณ” ฟ้อง กก.สรรหา ฟันขาดคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงเกษตรกรรม เมื่อล่าสุดมีคำพิพากษาสำคัญออกมาว่า ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลได้วินิจฉัยคดีที่บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีการประกาศให้สารเคมีเหล่านี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการสารเคมีเกษตรในประเทศไทย

รายละเอียดคำพิพากษาคดีแบนสารเคมีเกษตรที่ทุกคนต้องรู้

ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ศาลได้แบ่งประเด็นการตัดสินออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ดังนี้:

  • ประเด็นความชอบด้วยกฎหมาย: การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการวัตถุอันตรายประกาศห้ามผลิต นำเข้า หรือครอบครอง ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ดังนั้น ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย จึงให้ยกฟ้องในส่วนของหน่วยงานที่ออกมาตรการดังกล่าว
  • ประเด็นภาระค่าใช้จ่าย: อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าการสั่งให้เอกชนรับภาระค่าใช้จ่ายในการทำลายสารเคมีทั้งหมดโดยไร้มาตรการเยียวยานั้นไม่เป็นธรรม

ผลการตัดสินในประเด็นหลังนี้เอง ทำให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งของกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากเห็นว่าการบังคับให้ผู้ผลิตรับภาระเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีการช่วยเหลือเป็นการสร้างภาระที่เกินสมควร ส่งผลให้กรมวิชาการเกษตรต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 116.9 ล้านบาทให้กับเอกชนผู้ฟ้องคดี ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนในอนาคต

บทเรียนจากกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้เป้าหมายในการรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตของคนในชาติจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม แต่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุน จำเป็นต้องมีความรอบคอบและมองหามาตรการเยียวยาที่เหมาะสมควบคู่กันไปด้วย มิเช่นนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นหมุดหมายที่แสดงถึงความใส่ใจต่อสุขภาวะของสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า หน่วยงานภาครัฐเองก็ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนทุกมิติ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านสุขภาพและระบบธุรกิจการเกษตรของไทยสืบไป

ที่มา – ศาลปกครองกลางชี้ “แบนพาราควอต” ชอบด้วยกฎหมาย

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเข้ามาเป็นคณะกรรมการประกันสังคม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า บอร์ดประกันสังคม ล่าสุด “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของพวกเราทุกคนโดยตรงครับ

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากการที่มีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนเลือกตั้ง โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม” ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและหลักการต่างๆ จนกระทั่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุดครับ

ผลกระทบเมื่อ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เมื่อมีคำสั่งจากศาลดังกล่าว การดำเนินการตามแผนงานเดิมที่สำนักงานประกันสังคมได้วางไว้จึงต้องหยุดชะงักลง โดยผลกระทบหลักๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่:

  • การเตรียมประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้งที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 10 สิงหาคม ต้องระงับไว้ก่อน
  • ประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 19 สิงหาคม ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
  • วันลงคะแนนเลือกตั้งเดิมคือ 27 กันยายน 2569 ต้องถูกชะลอออกไปเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยจากศาล

จากประเด็นที่ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน ออกไปนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าหากมีความคืบหน้าแจ้งจากศาลปกครองกลางอย่างไร จะรีบนำข้อมูลมาบอกเล่าให้ทราบอย่างทันท่วงทีครับ

สำหรับผมมองว่า แม้การเลื่อนเลือกตั้งอาจจะทำให้เราต้องรอนานขึ้น แต่การที่ศาลเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสและกติกาต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี เพื่อให้การได้มาซึ่งตัวแทนที่แท้จริงของฝั่งผู้ใช้แรงงานและนายจ้างมีความยุติธรรมและครอบคลุมทุกฝ่ายให้มากที่สุดครับ ยังไงใครที่เป็นผู้ประกันตนก็อย่าเพิ่งท้อถอยนะครับ ติดตามข่าวสารกันต่อไปอย่างใกล้ชิด ผมจะคอยอัปเดตให้ทราบที่นี่ทันทีที่มีข่าวใหม่ครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย

กรมที่ดินแจงปม ‘เขากระโดง’ ยันดำเนินการตามกฎหมาย

เชื่อว่าหลายคนกำลังติดตามข่าวร้อนประเด็นที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์กันอยู่ใช่ไหมครับ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างประชาชนกับทางการ ล่าสุดทางกรมที่ดินได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อคลายความสงสัยให้กับสังคมแล้วครับ

กรมที่ดินแจงปม ‘เขากระโดง’ ยันดำเนินการตามกฎหมาย

ทางกรมที่ดินได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยยืนยันว่าหน่วยงานได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ หรือการพิจารณาคำสั่งทางปกครอง ซึ่งกรณีที่ดิน 995 แปลงนั้น กรมที่ดินมองว่าการออกเอกสารสิทธิ์ดำเนินการไปอย่างถูกต้องตามระเบียบในขณะนั้นครับ

เจาะลึกข้อเท็จจริงในมุมกรมที่ดิน

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงยังไม่มีการเพิกถอนโฉนด กรมที่ดินได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจและถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ ดังนี้ครับ:

  • ผลผูกพันของคดี: คำพิพากษาเดิมใน 3 คดีแพ่งมีผลเฉพาะคู่ความ ไม่สามารถเหมาเข่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ได้
  • ความชัดเจนของแผนที่: ปัญหาหลักคือการขาดแผนที่แนบท้าย พ.ร.ฎ. ปี 2462 และ 2464 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการพิสูจน์เขตที่ดินของ รฟท.
  • การตรวจสอบที่ผ่านมา: มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำหลักฐานแผนที่ต้นฉบับมาแสดงได้ เรื่องจึงต้องมีการยุติลงตามขั้นตอน

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเรื่องนี้จะจบอย่างไร ทางกรมที่ดินเองก็ได้ย้ำชัดครับว่า กรมที่ดินแจงปม ‘เขากระโดง’ ยันดำเนินการตามกฎหมาย มาโดยตลอด และขณะนี้เรื่องก็ได้เข้าสู่กระบวนการของศาลปกครองและศาลยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรรอให้ศาลท่านเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งประชาชนและทรัพย์สินของรัฐครับ

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐออกมาเปิดเผยข้อมูลด้วยความโปร่งใสแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะช่วยลดความสับสนและข่าวลือในสังคมได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีความซับซ้อนทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ที่ดินและข้อกฎหมาย การรอคำวินิจฉัยจากศาลจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ความจริงปรากฏชัดแจ้งครับ สำหรับใครที่รอความคืบหน้าคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไร ซึ่งทางกรมที่ดินยืนยันว่าพร้อมน้อมรับและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดแน่นอนครับ

ที่มา – กรมที่ดินแจงปม ‘เขากระโดง’ ยันดำเนินการตามกฎหมาย

สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง ห้ามกกต.ใช้สำนวนคดีฮั้ว

สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้สั่งหยุดชะงักการทำงานของ กกต. ในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมถึงต้องไปถึงขั้นยื่นศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดด้วย

สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง สั่งระงับห้าม กกต. นำสำนวนปล่อยผี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่สำนักงาน กกต. คณะ สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ได้แถลงข่าวหลังจากยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ขอให้มีคำสั่งทางปกครองสั่งห้าม กกต. นำผลการวินิจฉัยจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 มาพิจารณาต่อ โดยชุดนี้มีมติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. เนื่องจากเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อผู้ถูกกล่าวหา 138 สว. คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และเครือข่ายอีก 91 คน รวม 229 ราย

ประเด็นสำคัญคือ การตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 โดยนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเกินกรอบเวลาที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. กำหนดไว้ว่า กกต. ต้องพิจารณาคำร้องทุจริตภายใน 1 ปี นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินและคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

เหตุผลที่ สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานคดีฮั้ว สว. จนได้พยานหลักฐานแน่นหนา สนับสนุนให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 229 คน แต่ชุดอนุวินิจฉัย 36 กลับพลิกมติ ไม่ยอมรับหลักฐานเหล่านั้น โดยอ้างว่าไม่มีมูล นายอัครวัฒน์ตั้งคำถามว่า ชุด 36 หาข้อมูลมาจากไหนมาหักล้างหลักฐานชุด 26 ได้

  • การตั้งชุดอนุวินิจฉัยไม่ถูกต้อง: ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
  • เกินกำหนดเวลา: กกต. ต้องเคลียร์คดีภายใน 1 ปี
  • หลักฐานชุด 26 ชัดเจน: แต่ถูกยกเลิกโดยมติเสียงข้างมาก
  • ป้องกันความไม่เป็นธรรม: ห้าม กกต. ใช้สำนวนปล่อยผีนี้

คดีฮั้ว สว. เกิดจากการเลือกตั้ง สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการรวมตัวฮั้วกันเพื่อชิงตำแหน่ง สว. 200 คน สร้างความฮือฮาและถูกร้องเรียนจำนวนมาก สว.สำรองกลุ่มนี้คือผู้ที่ไม่ได้เป็น สว. แต่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วน ทำให้ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ์

ผลกระทบหากศาลรับคำร้อง

หากศาลปกครองกลางรับคำร้องและสั่งคุ้มครอง จะทำให้ กกต. หยุดนำสำนวนชุด 36 ไปใช้ ซึ่งอาจนำไปสู่การสอบสวนใหม่ตามหลักฐานชุด 26 ที่แข็งแกร่งกว่า นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสการเลือกตั้ง สว. ที่หลายฝ่ายจับตา

นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาในระบบยุติธรรมการเลือกตั้งของไทย ที่บางครั้งถูกครอบงำด้วยดุลกำลังหรือเส้นสาย การที่ สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง แสดงถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

ติดตามพัฒนาการคดีนี้ต่อไป เพราะอาจส่งผลต่อการเมืองชั้นในของประเทศ คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ

ที่มา – สว.สำรอง ยื่นศาลปกครองกลาง สั่งระงับห้าม กกต. นำสำนวนปล่อยผีคดีฮั้ว สว. มาพิจารณา

Scroll to top