ศุภจี

“ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

“ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตหลายคนให้ความสนใจกันอย่างมาก เมื่อมีกระแสคำถามว่า “ศุภจี” หายไปไหน หลังจากที่หน้าฟีดโซเชียลมีเดียมีการพูดถึงการหายไปของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จนทำให้เพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์ต้องออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ภาพล้อเลียนสไตล์ “Gone girl” เพื่อไขข้อข้องใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังสงสัยในประเด็นนี้แบบสุดๆ

หากใครที่สงสัยว่า “ศุภจี” หายไปไหน ทางเพจกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ท่านไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังทุ่มเททำงานอย่างหนักในภารกิจต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ โดยทางเพจได้เชิญชวนให้ประชาชนทุกคนเข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวผ่านเพจหลักได้ทุกๆ วัน เพื่อจะได้เห็นภาพการปฏิบัติงานจริงและภารกิจที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ไม่ต้องนั่งเดากันอีกต่อไป

ส่องภารกิจแน่นเอี๊ยดของท่านรัฐมนตรี

จากการตรวจสอบย้อนหลังในเพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์ เราจะพบว่ากิจกรรมของท่านรัฐมนตรีนั้นแน่นมากจริงๆ โดยตัวอย่างภารกิจสำคัญที่มีการรายงานล่าสุด ได้แก่:

  • การลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานของ “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอมต้นแบบ”
  • การวางแผนขยายผลโครงการ “ล้งชุมชน” ไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม
  • การเป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาในงาน Thailand Gold Summit 2026 ที่ True Digital Park

งานนี้ใครที่ยังตั้งคำถามว่า “ศุภจี” หายไปไหน คงได้คำตอบกันแล้วว่าตารางงานของท่านนั้นแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน การที่กระทรวงพาณิชย์นำเรื่องนี้มาโพสต์ในเชิงสนุกสนานก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงการทำงานของรัฐบาลได้ง่ายขึ้นและดูเป็นกันเองมากขึ้นครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารและการทำงานของกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ผมแนะนำว่าให้กดติดตามเพจไว้เลยครับ เพราะการที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างท่านรัฐมนตรีลงพื้นที่ทำงานจริงตลอดเวลาแบบนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน การติดตามข่าวสารโดยตรงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เราไม่ตกกระแสและเข้าใจบริบทการพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้นครับ

ที่มา – “ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

โดนดราม่าถี่ “ศุภจี” ยันไม่ท้อ มีโฆษก 3 หน่วยงานช่วยสื่อสาร พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้เห็นข่าวคราวของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องเผชิญกับประเด็นสังคมและดราม่าที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ท่าทีล่าสุดที่เธอแสดงออกมานั้นกลับทำให้เราต้องทึ่ง เพราะเจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่า โดนดราม่าถี่ “ศุภจี” ยันไม่ท้อ มีโฆษก 3 หน่วยงานช่วยสื่อสาร พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้การทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนก้าวไปข้างหน้าอย่างราบรื่นที่สุด

โดนดราม่าถี่ “ศุภจี” ยันไม่ท้อ มีโฆษก 3 หน่วยงานช่วยสื่อสาร พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น

การทำงานในระดับกระทรวงที่มีความซับซ้อนสูงอย่างกระทรวงพาณิชย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะต้องดูแลทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ การที่นางศุภจีออกมาเปิดใจว่าเธอไม่ได้รู้สึกท้อถอยต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กลับมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาการทำงานถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเธอระบุว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่การสื่อสารให้ตรงจุดและครบถ้วน

เหตุผลที่ต้องมีทีมสื่อสารช่วยซับพอร์ต

นางศุภจีอธิบายว่า การทำงานของกระทรวงพาณิชย์มีรายละเอียดทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งบางครั้งประชาชนหรือสังคมอาจจะโฟกัสเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เธอจึงได้เตรียมกลไกการสื่อสารผ่านโฆษก 3 หน่วยงานหลัก เพื่อช่วยสนับสนุนข้อมูล ดังนี้:

  • โฆษกรัฐบาล: ทำหน้าที่สื่อสารภาพรวมเชิงนโยบายระดับประเทศ
  • โฆษกพรรค: ช่วยชี้แจงประเด็นการเมืองและแนวทางของพรรคต้นสังกัด
  • โฆษกกระทรวงพาณิชย์: เน้นย้ำข้อเท็จจริงในรายละเอียดการทำงานตามภารกิจหน่วยงาน

ด้วยระบบการสื่อสารแบบบูรณาการนี้ จะช่วยให้ข้อมูลไปถึงประชาชนอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพราะการที่ โดนดราม่าถี่ “ศุภจี” ยันไม่ท้อ มีโฆษก 3 หน่วยงานช่วยสื่อสาร พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น นั้นไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อตอบคำถามสังคมให้ครอบคลุมและชัดเจนกว่าเดิม

นอกจากการสื่อสารผ่านบุคคลแล้ว ทางกระทรวงยังเตรียมปรับปรุงวิธีการนำเสนอข้อมูลผ่านทางอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย เพื่อตอกย้ำให้เห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งผู้ผลิต คนกลาง และผู้ส่งออก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า เธอพร้อมรับฟังและปรับตัวอยู่เสมอ สุดท้ายนี้เราต้องช่วยกันเป็นกำลังใจให้คนทำงานที่มุ่งมั่นตั้งใจจริง และคอยติดตามการพัฒนาการสื่อสารของกระทรวงพาณิชย์ต่อไปครับ เพราะเมื่อการสื่อสารดี ความเชื่อมั่นก็จะตามมาอย่างแน่นอน

ที่มา – โดนดราม่าถี่ “ศุภจี” ยันไม่ท้อ มีโฆษก 3 หน่วยงานช่วยสื่อสาร พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น

“พริษฐ์” บอก นายกฯ ไม่ทำการบ้าน คดี 44 สส.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองแบบชิลๆ แต่ร้อนแรงกับประเด็น “พริษฐ์” บอก นายกฯ นั่นแหละไม่ทำการบ้าน แบ่งงานตามการเมือง พร้อมรับมือคดี 44 สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ออกมาแถลงข่าวแบบจัดเต็ม หลังจากถูกประธานสภา “โสภณ” ปิดประชุมกะทันหัน ไม่ให้ใช้สิทธิ์พาดพิงนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หลังแถลงนโยบายเสร็จ ฮ่าๆ เหตุการณ์นี้มันดราม่ามาก!

เพื่อนๆ รู้มั้ย พริษฐ์บอกว่าตัวเองเคารพนายกฯ เลยไม่อยากขัดตอนแถลง แต่ยื่นแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอพูดท้ายสุดตามระเบียบสภาแล้วนะ แต่ดันโดนปิดซะก่อน สวนกลับแบบแซ่บๆ ว่าคนที่ไม่ทำการบ้านจริงๆ คือ “นายกฯ นั่นแหละ!” โดยเฉพาะเรื่องแบ่งคลัสเตอร์งานรัฐบาล

“พริษฐ์” บอก นายกฯ นั่นแหละไม่ทำการบ้าน แบ่งงานตามการเมือง พร้อมรับมือคดี 44 สส.

มาดูประเด็นหลักกันเลย พริษฐ์ชี้ 2 เรื่องใหญ่ที่ถูกพาดพิง ประเด็นแรกคือกระทรวงเกษตรฯ ถูกโยนไปอยู่ใต้คลัสเตอร์ของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯ ดูแลอุดมศึกษา วิทย์ฯ แทนที่จะให้ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ กระทรวงพาณิชย์ดู เพราะเกษตรมันเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าอาหารนะ ไม่ใช่สวัสดิการสังคม!

พริษฐ์ย้ำ “คนที่ไม่ได้ทำการบ้านไม่ใช่ผม แต่เป็นนายกฯ ที่แบ่งงานตามโจทย์การเมือง เพราะสุริยะ รุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีเกษตรมาจากเพื่อไทย เลยโยนไปคลัสเตอร์สังคม” โอ้โห แบบนี้สะท้อนว่ารัฐบาลคิดถึงพรรคตัวเองมากกว่าประเทศจริงๆ มั้ยล่ะ?

พริษฐ์ พร้อมรับมือคดี 44 สส. แบบทุกสถานการณ์

อีกประเด็นร้อน คดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกลที่ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาแล้ว พริษฐ์ยืนยันพรรคประชาชนพร้อมทุกอย่าง มีแผนรองรับเต็มที่ ยื่นคำร้องศาลขอไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 สส. เพราะไม่กระทบพยานหลักฐาน ชี้แจงว่าประชาชนเลือกมา ต้องทำหน้าที่จนสุดทาง นพ.วาโย รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมายดูแลรายละเอียด

ส่วนเลขาฯ พรรคลาออกแน่ ตามที่เคยให้คำมั่น ไม่เกี่ยวกับคดีนี้ แถมชวนจับตาคดีฮั้ว สว. ที่ค้าง กกต. ว่าความเห็นไหนจะชนะ มีคณะไต่สวนเห็นมูลฟ้อง แต่คณะวินิจฉัยชุดอื่นบอกไม่ต้องฟ้อง ต้องดูว่ากกต.เร่งรัดมั้ยช่วงสงกรานต์

  • การตรวจสอบนโยบาย: พรรคเดินหน้าต่อ ไม่หยุดแค่วันนี้ ผิดหวังที่นายกฯ ชี้แจงแต่พูดถึงตัวเองเยอะ ไม่ตอบนโยบายหายไป เช่น แผนพลังงาน ระยะสั้นยาว
  • ครม.เงา: จะติดตามรัฐบาลแบบเงา ใช้กลไกสภาและประชาชน รอประกาศรายละเอียด
  • กมธ.ตรวจสอบเลือกตั้ง: ยื่นญัตติแล้ว หวังทุกพรรคร่วม หา consensus ปรับกติกาให้โปร่งใส เช่น เปิดใบคะแนนเร็ว สื่อสังเกตได้

พริษฐ์บอกแม้เลือกตั้งผ่านไป แต่ไม่อยากให้ซ้ำรอย ต้องมีกมธ.วิสามัญตรวจสอบย้อนหลังและเสนอแก้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ให้ประชาชนเชื่อมั่นครั้งหน้า

เป็นกันเองหน่อยนะเพื่อนๆ ผมว่าประเด็นนี้มันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลควรโฟกัสภารกิจประเทศมากกว่าการเมืองพรรคพวก การแบ่งคลัสเตอร์แบบนี้ เกษตรกรเดือดร้อนนะ! และคดี 44 สส. ก็เป็นบททดสอบกระบวนการยุติธรรม ถ้าพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์แบบพริษฐ์ ก็ให้กำลังใจไปเลย

สุดท้าย อยากชวนทุกคนติดตามต่อ และคิดตามว่าควรมีครม.เงาจริงมั้ย? หรือกมธ.ตรวจเลือกตั้งจำเป็นแค่ไหน คอมเมนต์บอกความเห็นคุณด้านล่างเลยนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – “พริษฐ์” บอก นายกฯ นั่นแหละไม่ทำการบ้าน แบ่งงานตามการเมือง พร้อมรับมือคดี 44 สส.

ดูแลสินค้าจำเป็น: ศุภจีรับคุมราคาไม่ทั้งหมด

ช่วงนี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นลิตรละ 6 บาท ทำเอาประชาชนหลายคนกังวลว่าราคาสินค้าต่างๆ จะตามมาแพงตามไปด้วย ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ ดูแลสินค้าจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในยามวิกฤตนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าทางรัฐไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าทุกตัวได้ทั้งหมด แต่จะโฟกัสไปที่สินค้าจำเป็นที่กระทบชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นหลัก

ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด

นางศุภจี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 7 มาตรการ โดยกระทรวงพาณิชย์จะช่วยกลุ่มเปราะบางที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” คัดสินค้าเฮาส์แบรนด์และแบรนด์รองที่ใช้ประจำวันมาขายราคาพิเศษ กระจายไป 77 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มเมษายน-พฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีงานธงฟ้าลดราคาสินค้าจำเป็น ตั้งแต่มีนาคม-สิงหาคม 2569 เพื่อสกัดการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

เพิ่มสินค้าและบริการควบคุมใหม่ 7 รายการ

ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อ 25 มีนาคม 2569 มีมติเพิ่มสินค้าและบริการในบัญชีควบคุมอีก 7 รายการ หลังรับฟังความเห็นทุกฝ่ายแล้ว โดยมีความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ยอดรวมเพิ่มจาก 59 เป็น 66 รายการ คาดเสนอ ครม. 31 มีนาคม 2569 สินค้าใหม่ ได้แก่:

  • เม็ดพลาสติก
  • มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์
  • ปลากะพงขาว
  • น้ำดื่มบรรจุขวด
  • น้ำปลา
  • ซีอิ๊ว
  • กากถั่วเหลือง

สำหรับเม็ดพลาสติก มะพร้าวผลอ่อน ปลากะพงขาว จะมีมาตรการทางกฎหมายต้องแจ้งราคาและปริมาณ ส่วนน้ำดื่ม น้ำปลา ซีอิ๊ว กากถั่วเหลือง ขึ้นบัญชีไว้เพื่อพร้อมใช้กฎหมายหากมีปัญหา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการเข้มงวดกับสินค้าไก่ สุกร ไข่ไก่ โดยใช้มาตรา 27 พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 สามารถกำหนดราคา กำไรสูงสุด ห้ามส่งออก-นำเข้า หรือห้ามจำหน่ายได้ทันทีหากจำเป็นเร่งด่วน

สำหรับน้ำตาลทราย ต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อนปรับราคา ส่วนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ บริการขนส่งออนไลน์ รอราคาฐานจาก อย. สบส. กขค. และกระทรวงดิจิทัล

ยกระดับมาตรการสินค้าควบคุม 8 รายการ

ยกระดับสินค้าอุปโภค 6 รายการ จากแจ้งราคาเป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ รวมน้ำมันปาล์มดิบต้องขออนุญาตส่งออก น้ำมันปาล์มขวดขออนุญาตปรับราคา หอมหัวใหญ่แจ้งข้อมูลนำเข้า-คงเหลือ

“ในสถานการณ์ไม่ปกติ ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด แต่ได้เลือกดูแลสินค้าจำเป็นที่กระทบประชาชนโดยตรง หากพบการเอาเปรียบ แจ้งมาได้ รัฐพร้อมตรวจสอบทันที” นางศุภจีย้ำ ปัจจุบันดีเซลขึ้นลิตรละ 9 บาท ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคา แต่กรมการค้าภายในวิเคราะห์ผลกระทบแล้ว

ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ชี้ว่าราคาน้ำมันขึ้นกระทบขนส่งรายย่อย บางเส้นทางหยุดวิ่งแล้ว เช่น สิงห์บุรี-ขอนแก่น ต้นทุนขึ้น 30% สินค้าที่เสี่ยง ได้แก่ เหล้าเบียร์ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำปลา ซีอิ๊ว แต่ยังไม่มีปรับราคา

การดูแลสินค้าจำเป็นครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับค่าครองชีพประชาชน แม้สถานการณ์ยากลำบาก แต่มาตรการเหล่านี้ช่วยสกัดการเก็งกำไรได้ดี หากคุณพบราคาสินค้าแปลกๆ แจ้งกรมการค้าภายในได้เลย เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ติดตามข่าวอัพเดทมาตรการเศรษฐกิจและเคล็ดลับประหยัดเงินในช่วงราคาน้ำมันแพงได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด “ศุภจี” รับคุมราคาสินค้าไม่ได้ทั้งหมด

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แก้กฎหมายนอมินีล้งสินค้าเกษตร

ปัญหานอมินีล้งสินค้าเกษตรที่ต่างชาติสวมสิทธิ์กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมะพร้าวและผลไม้ไทย ผู้ตรวจการแผ่นดิน แก้กฎหมายนอมินีล้งสินค้าเกษตร เป็นประเด็นร้อนที่เกษตรกรไทยรอคอยการแก้ไขมานาน เพราะทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำและคนไทยเสียโอกาสในการแข่งขัน

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แก้กฎหมายนอมินีล้งสินค้าเกษตร เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูลข่าว) จะมีการหารือสำคัญกับนางศุภจี สุกาพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงบ่าย เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาล้งมะพร้าวที่ถูกต่างชาตินอมินีสวมสิทธิ์ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรเมื่อวันก่อนหน้า และเตรียมประชุมสัปดาห์หน้า พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่ามีการจับกุมล้งนอมินีต่างชาติ 7-8 แห่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญสูงสุดกับปัญหานอมินี เพราะหากปล่อยให้บริษัทนอมินีผูกขาดการรับซื้อมะพร้าว จะกระทบเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยโดยตรง นอกจากมะพร้าวแล้ว ยังครอบคลุมสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ที่ประสบปัญหาเดียวกัน

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แก้กฎหมายนอมินีล้งสินค้าเกษตร อย่างไร

การแก้ไขจะครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การรับซื้อ ขนส่ง ไปจนถึงตลาดปลายทาง หากพบว่าอยู่ในมือต่างชาติทั้งหมด จะรื้อระบบใหม่ โดยย้ำว่าคนไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดการได้เอง สำหรับกรอบเวลา จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และรับฟังความเห็นจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ

ในส่วนประมวลกฎหมายที่ดิน กรมที่ดินเสนอร่างแก้ไขให้ทรัพย์สินนอมินีตกเป็นของรัฐ และลงโทษอาญาทั้งไทยและต่างชาติแล้ว ผู้ตรวจการจะเร่งบังคับใช้ นอกจากนี้ ยังผลักดันระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น โดยร่วมกับผู้บังคับใช้กฎหมาย แม้กฎหมายนอมินีปัจจุบันยังไม่ชัดเจน จึงใช้กฎหมายอื่น เช่น กฎหมายที่ดิน อาคารชั่วคราว

  • ตรวจสอบก่อนจดทะเบียนธุรกิจ: ดูทุนจดทะเบียนย้อนหลัง 3-5 ปี และที่มาของเงิน ร่วม ปปง.
  • ตรวจสอบหลังจดทะเบียน: ผู้บริหารบริษัท หากทั้ง 5 คนเป็นต่างชาติ ถือว่านอมินี
  • บังคับใช้ พ.ร.บ.ธุรกิจประเภทต่างด้าว และประมวลกฎหมายที่ดินอย่างเข้มงวด
  • พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาทุนต่างชาติ

ปัญหานี้เกิดมานานหลายรัฐบาล แต่ยังไม่สำเร็จเพราะขาดระบบควบคุม ผู้ตรวจการแผ่นดินจะตรวจสอบล้งทั่วประเทศ หาจุดอ่อนช่องโหว่ และเสนอแก้ทั้งระบบ หวังให้เกษตรกรไทยได้รับประโยชน์เต็มที่

นอกจากนี้ ยังเน้นการทำสวนมะพร้าวอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ผลผลิต แต่รวมถึงการดูแลระยะยาว การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องสิทธิเกษตรกรไทยจากนอมินีต่างชาติ

เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของผู้ตรวจการแผ่นดินในการแก้ปัญหาเชิงระบบ หากดำเนินการสำเร็จ จะช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน แนะนำให้เกษตรกรติดตามและมีส่วนร่วมในการร้องเรียนต่อไป

ที่มา – ผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินหน้าแก้กฎหมายนอมินีล้งสินค้าเกษตร ตรวจสอบกันต่างชาติสวมสิทธิ

Scroll to top