สงครามอิสราเอล

ทรัมป์โว จมเรือรบอิหร่านแล้ว 9 ลำ ทำลายฐานกองทัพเรือเกือบหมด

ทรัมป์โว จมเรือรบอิหร่านแล้ว 9 ลำ ทำลายฐานกองทัพเรือเกือบหมด เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลกในขณะนี้ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ประกาศชัยชนะของกองทัพสหรัฐฯ ในการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

ทรัมป์โว จมเรือรบอิหร่านแล้ว 9 ลำ ทำลายฐานกองทัพเรือเกือบหมด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ทรัมป์ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือรบของกองทัพเรืออิหร่านไปแล้วถึง 9 ลำ โดยบางลำมีขนาดใหญ่และมีความสำคัญสูง นอกจากนี้ยังได้ทำลายฐานทัพเรือและกองบัญชาการทหารเรือของอิหร่านเกือบทั้งหมด ทำให้กองทัพอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก

“ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าเราได้ทำลายและจมเรือรบอิหร่านไป 9 ลำ บางลำมีขนาดใหญ่และสำคัญพอสมควร เรากำลังจัดการกับส่วนที่เหลือ – พวกมันจะไปลอยอยู่ก้นทะเลในไม่ช้าเช่นกัน!” ทรัมป์โพสต์พร้อมเสริมด้วยน้ำเสียงประชดว่า “ในการโจมตีอีกจุดหนึ่ง เราได้ทำลายกองบัญชาการทหารเรือของพวกเขาไปเกือบทั้งหมด นอกเหนือจากนั้นแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาก็ยังคงสบายดีมากๆ!”

ทรัมป์โว จมเรือรบอิหร่านแล้ว 9 ลำ: รายละเอียดจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะการทำลายกองบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกองทัพอิหร่าน

  • จมเรือรบอิหร่าน 9 ลำ รวมทั้งเรือขนาดใหญ่
  • ทำลายฐานทัพเรือและกองบัญชาการเกือบหมด
  • IRGC สูญเสียกองบัญชาการหลัก ทำให้การบัญชาการล้มเหลว
  • CENTCOM ระบุว่า IRGC สังหารชาวอเมริกันกว่า 1,000 คนใน 47 ปี

“อเมริกาเป็นเจ้าของกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ IRGC ไม่มีกองบัญชาการอีกต่อไปแล้ว IRGC สังหารชาวอเมริกันไปมากกว่า 1,000 คนในช่วง 47 ปีที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ การโจมตีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ได้จัดการกับ ‘หัวงู’ เรียบร้อยแล้ว” แถลงการณ์จาก CENTCOM ระบุ

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยืดเยื้อมานานหลายปี โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง

ผู้เชี่ยวชาญทางทหารวิเคราะห์ว่าการสูญเสียเรือรบ 9 ลำและฐานทัพเรือเกือบหมด จะทำให้กองทัพเรืออิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการลาดตระเวนและโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ การทำลาย IRGC ยังตัดขาดเครือข่ายบัญชาการ ทำให้ปฏิบัติการของอิหร่านซับซ้อนยิ่งขึ้น

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง การกระทำของทรัมป์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์แข็งกร้าวก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามเต็มรูปแบบ ประชาคมโลกกำลังจับตาการตอบโต้อิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

สำหรับคนไทยที่สนใจสถานการณ์โลก ข่าวนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการติดตามข่าวต่างประเทศ เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกได้

คุณคิดอย่างไรกับการโจมตีครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์โว จมเรือรบอิหร่านแล้ว 9 ลำ ทำลายฐานกองทัพเรือเกือบหมด

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเด็กหญิงนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมหญิงล้วน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าดำเนินการโจมตีทางทหารในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สำนักข่าว IRIB ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานข้อมูลล่าสุด โดยอ้างอิงจากอัยการเมืองมินาบ (Minab) ว่าจำนวนนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตจากการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 108 ศพ โรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญใกล้กับอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับชุมชนท้องถิ่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์โมซกันได้ประกาศให้วันอาทิตย์เป็นวันไว้อาลัยทั่วทั้งจังหวัด โดยมีพิธีศพและการไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ วิดีโอที่เผยแพร่โดย IRIB แสดงภาพห่อศพอย่างน้อย 8 รายวางเรียงบนพื้นอาคารที่พังทลาย ภาพเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ในจังหวัดลาเมิร์ด

นอกจากเหตุการณ์ที่เมืองมินาบแล้ว ยังมีรายงานการโจมตีอีกแห่งในจังหวัดลาเมิร์ด (Lamerd) ทางตอนใต้เช่นกัน สำนักข่าว IRNA รายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ จากการยิงถล่มศูนย์กีฬาและย่านที่พักอาศัย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ และมีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 100 ราย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่มินาบ: อย่างน้อย 108 ศพ (นักเรียนหญิง)
  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่ลาเมิร์ด: อย่างน้อย 18 ศพ (พลเรือนส่วนใหญ่เป็นเด็ก)
  • ผู้บาดเจ็บรวม: กว่า 100 ราย
  • สถานที่เกิดเหตุ: โรงเรียนประถมหญิงล้วน, ศูนย์กีฬา, ย่านที่อยู่อาศัย
  • ผู้ถูกกล่าวหา: สหรัฐฯ และอิสราเอล

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับชาติพันธมิตรตะวันตก สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี ทำให้เกิดคำถามใหญ่เกี่ยวกับผลกระทบของสงครามต่อพลเรือน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ควรได้รับการคุ้มครอง

ผลกระทบและปฏิกิริยาจากนานาชาติ

ชุมชนนานาชาติเริ่มแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์นี้ บางประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด สถานการณ์อาจนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเรียกร้องให้หยุดยิงและปกป้องพลเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงเรียนและสถานที่ราชการ การสูญเสียนักเรียนหญิงจำนวนมากเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความเศร้าโศก แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของความขัดแย้งทางทหาร

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดการเจรจาสันติภาพใหม่ หากทุกฝ่ายยอมรับความจริงและหาทางออกที่ยั่งยืน สงครามไม่เคยสร้างผู้ชนะที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อเด็กๆ ต้องเป็นเหยื่อ

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม

ที่มา – สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ผู้ปกครองประเทศมานานหลายทศวรรษ ท่ามกลางข่าวลือจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่อ้างว่าเขาถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญคนนี้แบบละเอียดยิบ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ

คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คือใคร

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หรือที่รู้จักกันในชื่อ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2482 ที่เมืองมัชฮัด เมืองศาสนาหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เขาเป็นบุตรชายของนักวิชาการทางศาสนา ทำให้เติบโตมาในครอบครัวที่มีรากฐานมั่นคงในวงการศาสนานิกายชีอะห์ ตั้งแต่อายุยังน้อย คาเมเนอี就开始เข้าร่วมขบวนการต่อต้านชาห์โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในปี พ.ศ. 2505 โดยสนับสนุนอยาตอลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม

เส้นทางสู่การเป็นผู้นำสูงสุด

หลังการปฏิวัติอิสลามสำเร็จในปี พ.ศ. 2522 คาเมเนอี ได้รับบทบาทสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และมีส่วนก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารหลักของอิหร่านในปัจจุบัน เมื่อโคมัยนีเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2532 สมัชชาผู้เชี่ยวชาญก็เลือกคาเมเนอีให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้ตอนนั้นเขาจะยังไม่ใช่ “มหาอยาตอลเลาะห์” ตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขให้ผู้นำสูงสุดต้องมี “ภูมิธรรมทางวิชาการอิสลาม” ซึ่งคาเมเนอีตอบโจทย์ ทำให้เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นอยาตอลเลาะห์ทันที นับจากนั้น คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ก็ครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งการเมือง กองทัพ และศาสนา

นโยบายและจุดยืนของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

ตลอดการปกครองกว่า 30 ปี คาเมเนอีแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เขาเรียกว่า “ปีศาจใหญ่” เขาปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด รวมถึงการใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วง เช่น ในเหตุการณ์ Green Movement ปี 2552

ในด้านต่างประเทศ คาเมเนอีสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่าง حزب‌اللهในเลบานอน และฮูธีในเยเมน รวมถึงเรียกร้องให้ “กวาดล้าง” รัฐอิสราเอลบ่อยครั้ง เขายังเคยตั้งคำถามถึงความจริงของ Holocaust ในที่สาธารณะ ทำให้ความสัมพันธ์กับอิสราเอลและสหรัฐฯ ตึงเครียดสุดขีด ข่าวลือการถูกสังหารล่าสุดจากผู้นำทั้งสองชาตินี้ จึงยิ่งจุดชนวนความขัดแย้ง

ชีวิตส่วนตัวและมรดก

คาเมเนอีมีบุตร 6 คน และเห็นประธานาธิบดีอิหร่านถึง 7 คนแล้ว ตั้งแต่ฮะซาน โรฮานี ไปจนถึงอิบราฮิม ไรซี เขายังคงมีอิทธิพลสูงสุดเหนือรัฐบาลพลเรือน ชีวิตส่วนตัวของเขาค่อนข้างเรียบง่าย หลีกเลี่ยงสื่อตะวันตก

  • เกิด: พ.ศ. 2482 ที่มัชฮัด
  • ขึ้นสู่อำนาจ: พ.ศ. 2532
  • กองกำลังหลัก: IRGC
  • จุดยืน: ต่อต้านสหรัฐฯ-อิสราเอล
  • ครอบครัว: บุตร 6 คน

นอกจากนี้ คาเมเนอียังมีบทบาทในการเจรจานิวเคลียร์ JCPOA แต่สุดท้ายถอนตัว ทำให้เกิดการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

สถานการณ์ข่าวการเสียชีวิตของ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์สงครามข้อมูล หากเป็นจริง อาจนำไปสู่ความโกลาหลในตะวันออกกลาง ผู้สืบทอดคือใครยังเป็นปริศนา ลองคิดดูสิ ถ้าคาเมเนอีไม่อยู่ อิหร่านจะเปลี่ยนทิศทางหรือไม่?

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ในเหตุการณ์ที่สะเทือนโลกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว หลังจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล นี่คือข่าวที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก ทำให้หลายฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุชัดเจนว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตแล้ว ข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

เนื้อหาข้อความจากทรัมป์แบบเต็มๆ

ทรัมป์เขียนว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ยังรวมถึงชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ถูกสังหารหรือทำให้พิการโดยคาเมเนอีและแก๊งอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบหนีหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ล้ำสมัยของเราได้ และจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีสิ่งใดที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงโอกาสสำหรับชาวอิหร่านในการทวงคืนประเทศ โดยชี้ว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองทัพ และกองกำลังความมั่นคงต่างๆ กำลังมองหาการคุ้มครองจากสหรัฐฯ เขาเตือนว่า “ตอนนี้พวกเขาสามารถรับการคุ้มครองได้ แต่ในภายหลังพวกเขาจะได้รับเพียงความตายเท่านั้น!”

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลัง ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

  • โอกาสเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่าน: ชาวอิหร่านอาจลุกขึ้นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
  • การตอบโต้จากกลุ่ม IRGC: อาจเกิดความแตกแยกภายใน
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจเสริมสร้างอิทธิพลมากขึ้น
  • ปฏิกิริยาจากนานาชาติ: จีนและรัสเซียอาจประณามการโจมตีนี้

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ IRGC และตำรวจรวมตัวกับผู้รักชาติชาวอิหร่านอย่างสันติ เพื่อนำพาประเทศกลับสู่ความยิ่งใหญ่ โดยระบุว่าการทิ้งระเบิดจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ข้อความปิดท้ายด้วย “ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในภูมิภาค แต่ยังจุดประกายความหวังให้กับประชาชนอิหร่านที่เบื่อหน่ายกับการปกครองแบบเผด็จการมานาน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการต่อต้านระบอบอิสลามิสต์สุดโต่ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียด การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าภัยคุกคามทั้งหมดถูกกำจัด สิ่งนี้จะนำไปสู่สันติภาพถาวรหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในโลกการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว นี่คือประเด็นร้อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเชื่อว่าอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ NBC News ทรัมป์ตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวที่แพร่สะพัด โดยระบุว่า “ผมได้พูดคุยกับหลายคนแล้ว เราเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” และเสริมว่า “ผู้นำจำนวนมากของพวกเขาก็ถูกสังหารเช่นกัน” คำกล่าวนี้สอดคล้องกับที่เขาบอกกับ ABC News ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่าน “ประสบความสำเร็จแล้ว”

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว: รายละเอียดคำพูด

ราเชล สก็อตต์ ผู้สื่อข่าวการเมืองอาวุโสของ ABC News เล่าว่า ทรัมป์เพิ่งบอกเธอว่าเขา “เชื่อว่า” ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตแล้ว เมื่อถูกถามว่าทราบ “อย่างแน่ชัด” หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่อยากพูดอะไรอย่างแน่ชัดจนกว่าผมจะเห็นข้อมูลด้วยตัวเอง แต่เราเชื่อว่าเขาเสียชีวิตแล้ว” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “และผู้นำส่วนใหญ่ของพวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่ใช่แค่จากสถานที่แห่งเดียว แต่จากสถานที่อีก 2 แห่งที่เราโจมตีด้วย เราได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเราจึงคิดว่าผู้นำส่วนใหญ่หายไปแล้ว”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดสูงในตะวันออกกลาง ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่าน เพื่อตอบโต้การกระทำก่อการร้ายและโครงการนิวเคลียร์ อายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมานานนับทศวรรษ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศและทหารของอิหร่าน หากข่าวนี้เป็นจริง จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างอำนาจในอิหร่านและภูมิภาค

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเน้นย้ำถึงความสำเร็จของปฏิบัติการ โดยชี้ว่าข้อมูลข่าวกรองจากหลายแหล่งยืนยันการสูญเสียของผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายคน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและนักการเมืองสำคัญ สิ่งนี้สะท้อนนโยบายแข็งกร้าวของทรัมป์ต่ออิหร่านตั้งแต่สมัยแรกที่เขาดำรงตำแหน่ง

  • ทรัมป์ยืนยันข้อมูลจากการโจมตี 3 จุดหลัก
  • ผู้นำอิหร่านหลายคนถูกกำจัด
  • ปฏิบัติการประสบความสำเร็จตามข้อมูลข่าวกรอง
  • ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หาก ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว เป็นความจริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำคนใหม่ในอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น กลุ่มกองกำลังตัวแทนอย่างฮูติในเยเมนหรือเฮซโบลลาห์ในเลบานอน อาจตอบโต้อย่างรุนแรง สหรัฐฯ จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือ

ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้าสหรัฐฯ-อิหร่านย้อนไปไกล ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จนถึงการสังหารพลเอกกาเซม สุไลมานีในปี 2020 ซึ่งทรัมป์สั่งการเอง ปฏิบัติการครั้งล่าสุดนี้จึงเป็นจุดสูงสุดของความขัดแย้ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การตายของคาเมเนอีอาจเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาสันติภาพใหม่ หากรัฐบาลอิหร่านชุดใหม่แสดงท่าทีเปิดกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมในอิหร่านที่อาจยืดเยื้อความขัดแย้ง

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด สถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คุณคิดอย่างไรกับคำกล่าวของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลและสื่อต่างประเทศเลยนะครับ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาแฉแบบนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองดีกว่า

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 หรือตามปฏิทินไทยคือปีหน้า นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า “มีสัญญาณหลายอย่าง” ที่บ่งบอกว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” เขายังพูดถึงการทำลายสถานที่ทำการของคาเมเนอี และบอกว่าปฏิบัติการนี้ต้องใช้ความอดทน และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ

เนทันยาฮูยังมั่นใจด้วยนะครับว่า “สงครามครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” แต่ยังไม่ยืนยันชัดๆ ว่าคาเมเนอีถูกสังหารจริงๆ เหมือนเป็นการโยนหินถามทางให้อิหร่านตอบสนอง

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่อิหร่านก็รีบออกมาปฏิเสธทันทีครับ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกกับ NBC ว่า คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังมีชีวิตอยู่ดี แม้ว่าอิหร่านจะยังไม่ออกวิดีโอยืนยันตัวตนของคาเมเนอีตั้งแต่เริ่มโจมตีก็ตาม

ต่อมา นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน ยืนยันกับ ABC News ว่า ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุด “ปลอดภัยดี” และระบบรัฐบาลยังทำงานปกติ เหมือนเป็นการสวนกลับแบบตรงๆ ให้เนทันยาฮู

  • สัญญาณที่เนทันยาฮูพูดถึงคืออะไร? ยังไม่ชัดเจน แต่ CNN รายงานว่าคาเมเนอีเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีระลอกแรก
  • อิสราเอลยังไม่ยืนยันการตาย แต่แหล่งข่าวบอกว่ายังตรวจสอบอยู่
  • ไม่มีวิดีโอใหม่จากคาเมเนอี ทำให้เกิดความสงสัย

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ นะครับ อิสราเอลกับอิหร่านมีปัญหามานาน ทั้งเรื่องนิวเคลียร์ โปรksi กลุ่มอย่างฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเงาที่รุนแรงขึ้น ถ้าคาเมเนอีตายจริง อาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลางเลย

หลายคนวิเคราะห์ว่า เนทันยาฮูอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อกดดันอิหร่าน หรือสร้างโมเมนตัมในประเทศตัวเองที่กำลังเผชิญปัญหาการเมืองภายใน แต่ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ สถานการณ์ก็ตึงเครียดสุดๆ

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานถึงการโจมตีที่อิสราเอลทำลายฐานที่มั่นของอิหร่าน ทำให้เกิดคำถามว่าสงครามจะลุกลามไปถึงไหน

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองดู timeline สรุปนะครับ:

  • เช้าวันเสาร์: อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมคาเมเนอี
  • ค่ำวันเสาร์: เนทันยาฮูแถลง เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว
  • ทันที: อิหร่านปฏิเสธ ยืนยันปลอดภัย

สุดท้ายแล้ว สถานการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ การเมืองโลกมันซับซ้อนจริงๆ คุณคิดว่าคาเมเนอีตายจริงมั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน 500 จุด

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพอากาศอิสราเอล (IAF) เลยทีเดียว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (IDF) ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

ในปฏิบัติการครั้งนี้ IDF ใช้เครื่องบินรบขับไล่กว่า 200 ลำ บินทะยานเข้าโจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่านกว่า 500 แห่งพร้อมกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันตก พวกเขาทิ้งระเบิดนำวิถีและอาวุธพิเศษจำนวนหลายร้อยลูก เพื่อทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน

การโจมตีแบบประสานงานนี้ไม่เพียงทำให้อิสราเอลครองน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังบั่นทอนขีดความสามารถของเตหะรานในการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธนำวิถีที่เคยยิงถล่มอิสราเอลในอดีต IDF ยืนยันว่า ปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยไม่มีเครื่องบินอิสราเอลลำใดเสียหาย

รายละเอียดเป้าหมายที่ถูกโจมตี

  • ระบบเรดาร์และป้องกันภัยทางอากาศหลักในภาคกลางอิหร่าน
  • ฐานปล่อยขีปนาวุธนำวิถีภาคตะวันตกใกล้ชายแดน
  • คลังอาวุธและโครงสร้างสนับสนุนของกองทัพอิหร่าน
  • ศูนย์บัญชาการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีประวัติเผชิญหน้าผ่านสงครามตัวแทน (proxy wars) ในซีเรีย ลิเบนอน และเยเมน อิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ และฮูธี ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอล ในขณะที่อิสราเอลกังวลเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่อาจคุกคามความมั่นคง

ปฏิบัติการ อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและการวางแผนที่เหนือชั้นของกองทัพอากาศอิสราเอล เครื่องบินรบ F-35 และ F-15 ที่ใช้ในภารกิจนี้ มีระบบล่องหนและนำทางแม่นยำ สามารถทะลุระบบป้องกัน S-300 และ S-400 ของอิหร่านได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ การบินระยะไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องเติมน้ำมันกลางอากาศ ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางการทหาร

ผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้คาดว่าจะทำให้อิหร่านสูญเสียกำลังรบทางอากาศไปอย่างมาก สื่ออิหร่านรายงานว่ามีการระเบิดดังสนั่นทั่วประเทศ แต่ทางการเตหะรานยังไม่ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายอย่างเป็นทางการ ในทางกลับกัน อิสราเอลประกาศชัยชนะ โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า “เราจะปกป้องประชาชนของเราด้วยทุกวิถีทาง”

สถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น สหรัฐอเมริกาและชาติอาหรับพันธมิตรต่างจับตาด้วยความกังวล ว่าจะลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบหรือไม่ ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงอิหร่านให้หยุดยั้งการสนับสนุนผู้ก่อการร้าย หากไม่ต้องการเผชิญหน้ากับปฏิบัติการที่ใหญ่กว่านี้

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ คุณคิดอย่างไรกับปฏิบัติการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ

ที่มา – อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800 สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับอีกครั้ง เมื่อกองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีรอบที่สองต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสำคัญและระบบป้องกันทางอากาศ สร้างความสูญเสียหนักหน่วงให้กับฝั่งอิหร่าน

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศเริ่มการโจมตีอิหร่านระลอกที่ 2 แล้ว โดยเน้นเป้าหมายที่ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศในภาคกลางของอิหร่าน เสียงระเบิดดังสนั่นกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านอีกครั้ง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

สำนักข่าว AFP รายงานจากผู้สื่อข่าวภาคพื้นว่า ได้ยินเสียงระเบิดต่อเนื่องในเมืองหลวง ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านยืนยันว่าย่านที่อยู่อาศัย 2 แห่งในเมืองบูเชห์ร ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถูกโจมตีเช่นกัน สำนักข่าว IRNA สื่อรัฐของอิหร่าน ก็รายงานเหตุการณ์เสียงระเบิดใหม่ในเตหะราน

รายละเอียดอิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

นายโมจตาบา คาเลดี โฆษกสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล่าสุด โดยระบุว่าการโจมตีครอบคลุม 24 จังหวัดจากทั้งหมด 31 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 201 ราย และบาดเจ็บ 747 ราย สถานการณ์น่ากลัวเมื่อยอดผู้เสียหายพุ่งสูงขนาดนี้

ฝั่งอิสราเอล องค์กรมาเกน ดาวิด อาดอม (MDA) หน่วยบริการฉุกเฉินแห่งชาติ รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 89 รายจากการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งกำลังลุกลาม

ก่อนหน้านี้ในการโจมตีระลอกแรกช่วงเช้าวันเสาร์ IDF แถลงว่าตีเป้าสถานที่รวมตัวของบุคคลสำคัญทางการเมืองและความมั่นคงในเตหะราน สถานการณ์นี้จุดชนวนจากความตึงเครียดยาวนานระหว่างสองชาติ โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคาม

ผลกระทบจากการโจมตีและสถานการณ์ล่าสุด

การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังกระทบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบป้องกันอากาศและฐานขีปนาวุธ ซึ่งอาจทำให้อิหร่านตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิสราเอลมุ่งลดศักยภาพทางทหารของอิหร่านเพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต

  • ผู้เสียชีวิต: มากกว่า 200 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: เกือบ 800 ราย
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: 24 จังหวัด
  • เป้าหมายหลัก: ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกัน

นานาชาติต่างจับตา สหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบที่อาจลุกลามไปยังภูมิภาค

วิเคราะห์เบื้องหลังความขัดแย้ง

ความสัมพันธ์อิสราเอล-อิหร่านตึงเครียดมานาน จากการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธของอิหร่านต่ออิสราเอล การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นจุดสูงสุดที่อาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนในทั้งสองประเทศเผชิญความเสี่ยงสูง ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เตือนใจให้โลกตระหนักถึงอันตรายของความขัดแย้งนิวเคลียร์ ควรเร่งเจรจาสันติภาพก่อนสายเกินแก้ สนับสนุนด้วยการแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด เมื่อกองทัพอิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สื่ออิหร่านรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งข้อความเตือนเรือเดินสมุทรทุกชาติ ห้ามผ่านช่องแคบนี้แล้ว

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในช่วงเช้าวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน สำนักข่าว Tasnim ซึ่งใกล้ชิดกับ IRGC รายงานเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ว่า ช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณทางตอนใต้ของอิหร่าน ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน จะถูกปิดกั้นทันที

หน่วยงาน UKMTO ของสหราชอาณาจักรยืนยันเช่นกันว่า เรือหลายลำได้รับคำเตือนจาก IRGC แล้ว ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงการเดินเรือและพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กม. แต่จุดแคบสุดแค่ 21 กม. ถือเป็น “จุดยุทธศาสตร์คอขวด” สำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก หรือวันละกว่า 21 ล้านบาร์เรล โดย 90% เป็นน้ำมันดิบจากประเทศอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก: หากปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น
  • เส้นทางเลี่ยง: เรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกา เพิ่มต้นทุน 30-40%
  • ผลต่อไทย: ไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ผ่านทางนี้ อาจทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ
  • ประวัติศาสตร์: อิหร่านเคยขู่ออกมาตรการนี้ในปี 2019 ช่วงสงครามการค้าสหรัฐ-อิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เพื่อยุติภัยคุกคามต่อสหรัฐ และเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านล้มล้างระบอบผู้ปกครอง แต่ฝ่ายอิหร่านโต้ว่าเป็นการโจมตีผิดกฎหมายโดยปราศจากการยั่วยุ และตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

สถานการณ์ลุกลามอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลาง สหรัฐได้เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค ขณะที่จีนและรัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐ-อิสราเอล นักวิเคราะห์เตือนว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ ซึ่งส่งออกส่วนใหญ่ไปยุโรป หากปิดจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานยุโรปที่กำลังเผชิญจากสงครามยูเครน

มุมมองอนาคต: การปิดช่องแคบอาจเป็นเพียงการขู่ แต่หากเกิดขึ้นจริง โลกต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนทางพลังงาน

ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันในไทยโดยตรง แบ่งปันบทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ทราบข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

Scroll to top