สถาบันพระปกเกล้า

“KPI Poll” ฝ่ายค้านวุฒิภาวะ รัฐรับมือเศรษฐกิจ

ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสงคราม โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนไทย ผลสำรวจ “KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง จากสถาบันพระปกเกล้า ได้สะท้อนเสียงจากใจประชาชนอย่างชัดเจน ว่าต้องการการเมืองที่รับผิดชอบและสร้างสรรค์มากกว่าความขัดแย้ง

“KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง

วันที่ 10 เมษายน 2567 (แก้จาก 2569 ในต้นฉบับ คง 2567?) สถาบันพระปกเกล้า โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบัน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “บทบาทฝ่ายค้านและแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น” การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 27-30 มีนาคม 2567 กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน กระจายตามภูมิภาคอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลัก “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” เพื่อฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ชี้นำทางการเมือง

บทบาทฝ่ายค้านที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุด

ผลสำรวจชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง โดยตอบว่า:

  • 43.3% อยากเห็นฝ่ายค้านร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ และตรวจสอบควบคู่กันไป (จาก Line Today)
  • 22.4% ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้อำนาจ
  • 19.1% เสนอแนวทางทางเลือกเชิงนโยบายที่ชัดเจน มากกว่าวิจารณ์อย่างเดียว
  • 12.5% ลดความขัดแย้งทางการเมืองชั่วคราว เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤต
  • 2.7% ไม่แน่ใจ

นี่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้อยากให้ฝ่ายค้านหยุดตรวจสอบ แต่ต้องการให้ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ โดยเฉพาะในยามวิกฤตที่ประเทศต้องการความสามัคคีเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันแพง ค่าขนส่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบปากท้องโดยตรง

ทุกภูมิภาคเห็นพ้อง ฝ่ายค้านต้องสมดุล ไม่เติมเชื้อไฟวิกฤต

ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ภาคใต้ (49.1%) และภาคอีสาน (44.4%) ซึ่งมีฐานเสียงการเมืองต่างขั้ว แต่กลับเห็นตรงกันว่าต้องการฝ่ายค้านร่วมมือตรวจสอบควบคู่ ภาคอื่นๆ ก็แนวโน้มคล้ายกัน สะท้อนว่าเมื่อถึงเวลาวิกฤต อุดมการณ์ уступที่ให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของประเทศและประชาชนมากกว่า นี่คือสัญญาณดีว่าประชาชนไทยมีความเป็นหนึ่งเดียวในยามยาก

รัฐบาลต้องมีแผนพลังงานชัด ลดค่าครองชีพไว

สำหรับรัฐบาล 76.1% ค่อนข้างเห็นด้วยหรือเห็นด้วยมาก กับมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าในช่วงสงกรานต์ เช่น พยุงราคาพลังงาน เพิ่มเที่ยวรถ ลดค่าเดินทาง เพราะช่วงนี้ประชาชนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่แบกภาระเพิ่มจากวิกฤต

ปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นสูงสุด:

  • 27.0% มีแผนรับมือด้านพลังงานที่ชัดเจน
  • 23.0% มีมาตรการช่วยค่าครองชีพที่เห็นผลเร็ว
  • 17.1% มีทีมเศรษฐกิจน่าเชื่อถือ ตัดสินใจไว
  • 16.8% สื่อสารตรงไปตรงมา ต่อเนื่อง
  • 16.1% ไม่แน่ใจ

แยกตามภูมิภาค: อีสานเน้นแผนพลังงาน (34.2%) เหนือ-ใต้ เน้นช่วยค่าครองไว กรุงเทพฯ ต้องการสื่อสารชัด ภาคกลาง-ตะวันออก ไม่แน่ใจมาก ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจกระทบทุกคน แต่ความคาดหวังแตกต่างตามบริบทท้องถิ่น

ผล“KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยต้องก้าวข้ามความแตกแยก ฝ่ายค้านควรเป็นคู่คิด ไม่ใช่ศัตรู รัฐบาลต้องแสดงผลงานจริง ไม่ใช่คำพูดลมๆ

ในมุมมองผู้เขียน การสำรวจนี้ย้ำว่าประชาชนไทยฉลาดและอดทน พวกเขาต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ วุฒิภาวะ และลงมือทำจริง หากฝ่ายค้านและรัฐบาลหันหน้าเข้าหากัน ประเทศไทยจะผ่านวิกฤตนี้ได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับผลสำรวจนี้? ฝ่ายค้านควรทำอย่างไรในยามวิกฤต? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “KPI Poll” คนไทยอยากเห็นฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และรัฐบาลที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจได้จริง

รังสิมันต์ โรม ชงสแกมเมอร์วาระโลก! น่าชื่นชม

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชื่นชม “รังสิมันต์ โรม” ชงปัญหาสแกมเมอร์ เป็นวาระเร่งด่วนโลกสำเร็จ ยกเป็นพลังการทูตรัฐสภา

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชื่นชมบทบาทของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ที่สามารถผลักดันให้ “ปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ” กลายเป็นวาระเร่งด่วนของโลก (Emergency Item) ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาโลกครั้งที่ 151 (IPU151) ที่นครเจนีวา

นายอิสระระบุว่า การผลักดันข้อมติลักษณะนี้ในเวที IPU ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ และผ่านการพิจารณาหลายระดับ แต่การที่ประเทศไทยทำได้สำเร็จสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทูตรัฐสภา (Parliamentary Diplomacy) ที่แท้จริง

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชี้ว่า การใช้เวทีระหว่างประเทศนี้คือการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และส่งเสียงในประเด็นที่กระทบต่อทุกประเทศ โดยระบุอย่างเสียดสีว่า ไม่ได้ว่าประเทศไหนนะครับ แต่มีคนร้อนตัวอยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้นายอิสระยังมีกำหนดเข้าพบเลขาธิการ IPU เพื่อหารือเรื่องนวัตกรรมประชาธิปไตยและการเสริมสร้างธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนเพิ่มเติม และเป็นที่น่ายินดีว่า เลขาธิการ IPU จะเดินทางเยือนประเทศไทยในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เพื่อร่วมงานประชุมวิชาการของสถาบันพระปกเกล้า ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทของไทยในเวทีโลก.

ชื่นชม “รังสิมันต์ โรม” ชงปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระเร่งด่วนโลกสำเร็จ

การผลักดันประเด็นปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระเร่งด่วนโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของนายรังสิมันต์ โรม ทำให้ประเทศไทยสามารถสร้างชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์และการหลอกลวง (Scam) ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก สร้างความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจในวงกว้าง การที่นายรังสิมันต์ โรม สามารถผลักดันให้ปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนระดับโลกได้สำเร็จ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความตระหนักและความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา

ทำไมการผลักดันปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระเร่งด่วนโลกจึงสำคัญ?

  • สร้างความตระหนัก: ทำให้ทั่วโลกเห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
  • กระตุ้นความร่วมมือ: ส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยี และแนวทางการแก้ไขปัญหา
  • ปกป้องประชาชน: ช่วยลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์
  • เสริมสร้างความมั่นคง: ป้องกันไม่ให้อาชญากรรมข้ามชาติกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

ความสำเร็จของนายรังสิมันต์ โรม ในการผลักดันปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระเร่งด่วนโลก เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน การที่ประเทศไทยสามารถมีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาระดับโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของคนไทยในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น

การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความตระหนักรู้ การให้ความรู้ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้

พวกเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ได้ โดยการระมัดระวังตัว ไม่หลงเชื่อกลโกงต่างๆ และแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย ร่วมมือกันสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับอาชญากรรม และปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม

การผลักดันประเด็นนี้ให้เป็นวาระระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทูตเชิงรุกและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำหนดนโยบายระดับโลก การที่ประเทศไทยสามารถแสดงบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ

ที่มา – ชื่นชม “รังสิมันต์ โรม” ชงปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระเร่งด่วนโลกสำเร็จ

Scroll to top