สอบท้องถิ่น

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุดได้มีการประชุมสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยมติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ ซึ่งถือเป็นการกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างเต็มที่

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) โดยยืนยันว่าทางคณะกรรมการได้ยึดตามมติของ กสถ. ที่ตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบจำนวน 5,925 ราย โดยจะมีการประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ และขีดเส้นตายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเพิกถอนชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569

กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและยุติธรรม

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ นั้น ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าทุกอย่างดำเนินการบนฐานของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนกรณีของนายธีรุตม์ และนายเรืองเดช ที่ถูกกล่าวหาจากกองบังคับการปราบปรามนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรมและ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

  • ผลกระทบต่อผู้สอบผ่าน: จะมีการประกาศบัญชีใหม่เพื่อให้เกิดความถูกต้อง
  • แนวทางปฏิบัติ: ส่งคู่มือให้ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการถอดถอนอย่างเป็นธรรม
  • ความมั่นใจ: ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสังคมได้

ในส่วนของกลุ่ม 97 รายที่มีการปรับคะแนนเพิ่มขึ้น ทางหน่วยงานจะยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไขเพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจและ ป.ป.ช. หากพบว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตจริง จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบการสอบคัดเลือกของภาครัฐ การปราบปรามการทุจริตในระบบสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่หน่วยงานให้ความสำคัญและกล้าที่จะรื้อระบบใหม่เพื่อความยุติธรรม เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนควรสนับสนุน เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตในสังคมที่ยึดถือระบบคุณธรรมมากกว่าระบบเส้นสายครับ

ที่มา – มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ

กองปราบแจ้ง 6 ข้อหาหนัก อดีตอธิบดี สถ. โกงสอบท้องถิ่น

กองปราบแจ้ง 6 ข้อหาหนัก อดีตอธิบดี สถ. โกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทยอีกครั้ง เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เดินหน้าจัดการขั้นเด็ดขาดในคดีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหาหนักกับทางอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งงานนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ กองปราบแจ้ง 6 ข้อหาหนัก อดีตอธิบดี สถ. โกงสอบท้องถิ่น โดยมีข้อหาสำคัญอาทิ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การปลอมแปลงเอกสารราชการ และการรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จ ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บุคคลเดียวเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปยังเครือข่ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องอีกหลายราย เพื่อให้ความจริงปรากฏว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบเกิดขึ้นที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีจริงหรือไม่

ขยายผลเส้นทางการเงิน ป้องกันการทุจริตคอรัปชัน

ไม่เพียงแค่การดำเนินคดีอาญาเท่านั้น แต่ทางกองปราบยังได้ประสานงานกับสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบว่ามีพฤติการณ์รวยผิดปกติจากการกระทำความผิดในคดีนี้ เจ้าหน้าที่พร้อมที่จะดำเนินมาตรการยึดทรัพย์และลงโทษตามกฎหมายฟอกเงินทันที เพราะนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ กองปราบแจ้ง 6 ข้อหาหนัก อดีตอธิบดี สถ. โกงสอบท้องถิ่น กลายเป็นกรณีตัวอย่างของการปราบปรามการทุจริตในระบบราชการไทย

สรุปประเด็นสำคัญของคดีที่กำลังดำเนินอยู่:

  • ผู้ต้องหาหลักประกอบด้วย อดีตอธิบดี สถ. และ ผศ.เรืองเดช จาก มศว
  • มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 13 ราย
  • แจ้งข้อหาหนักในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และเอกสารราชการ
  • ประสาน ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินเพื่อป้องกันการรวยผิดปกติ
  • คาดว่าจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้

ในฐานะประชาชน เราคงต้องรอดูบทสรุปของคดีนี้กันต่อไป เพราะการสอบเข้าทำงานในภาครัฐควรเป็นพื้นที่ของความโปร่งใสและยุติธรรม หากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาจัดการอย่างจริงจังถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบข้าราชการไทยอีกครั้ง หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำคนผิดมาลงโทษได้โดยไม่มีข้อยกเว้น

ที่มา – กองปราบ แจ้ง 6 ข้อหาหนัก ฟัน อดีตอธิบดี สถ. คดีโกงสอบท้องถิ่น ประสาน ปปง.เช็กเส้นเงิน

ปลัด มท. เผย คกก.สอบวินัยเชิญอดีตอธิบดี สถ. ให้ปากคำคดีโกงสอบท้องถิ่น 6 ส.ค.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อล่าสุดความคืบหน้ากรณีปลัด มท. เผย คกก.สอบวินัยเชิญอดีตอธิบดี สถ. ให้ปากคำคดีโกงสอบท้องถิ่น 6 ส.ค. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการตรวจสอบความโปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เกาะติดสถานการณ์ ปลัด มท. เผย คกก.สอบวินัยเชิญอดีตอธิบดี สถ. ให้ปากคำคดีโกงสอบท้องถิ่น 6 ส.ค.

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ โดยระบุว่าทางคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้เตรียมเรียกนายธีรุตม์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาให้ปากคำเกี่ยวกับกรณีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการไทยโดยตรง

รายละเอียดการตรวจสอบและขั้นตอนกฎหมาย

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ปลัด มท. เผย คกก.สอบวินัยเชิญอดีตอธิบดี สถ. ให้ปากคำคดีโกงสอบท้องถิ่น 6 ส.ค. นี้ จะนำไปสู่การชี้มูลความผิดได้รวดเร็วเพียงใด นายอรรษิษฐ์ได้ชี้แจงว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เป็นประธาน หากรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วนและเพียงพอก็สามารถสรุปผลเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยได้ทันที

  • ขั้นตอนการสอบสวนต้องดำเนินการอย่างรัดกุม
  • หากพบหลักฐานชัดเจน จะส่งเรื่องให้ อ.ก.พ. พิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง
  • เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

กระบวนการนี้ถือเป็นการแสดงจุดยืนของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการขจัดปัญหาคอร์รัปชันให้หมดไป การที่อดีตผู้บริหารระดับสูงถูกเรียกมาให้ปากคำ สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายย่อมมีความเสมอภาค และใครที่ทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนที่วางไว้

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง เพราะความโปร่งใสในการสอบเข้ารับราชการคือหัวใจสำคัญของการได้คนดีมีความสามารถมาพัฒนาท้องถิ่นของเรา หากผลการสอบสวนออกมาเป็นอย่างไร หวังว่าจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีให้กับหน่วยงานรัฐอื่นๆ ในอนาคตต่อไป

ที่มา – ปลัด มท. เผย คกก.สอบวินัยเชิญอดีตอธิบดี สถ. ให้ปากคำคดีโกงสอบท้องถิ่น 6 ส.ค.

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567–2569 เมื่อล่าสุดมีการเคลื่อนไหวจากฝั่งการเมือง โดยคุณ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนผู้จัดสอบอย่างมีเงื่อนงำ

“ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับเลือกเป็นผู้ชนะการประมูลจัดสอบในเบื้องต้น แต่กลับถูกยกเลิกสัญญาโดย สถ. ในภายหลัง โดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่รัดกุมของ TOR ซึ่งคุณภคมนตั้งข้อสังเกตว่า “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง โดยมองว่าในฐานะผู้ว่าจ้าง สถ. มีหน้าที่กำหนด TOR ให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใส หาก TOR มีปัญหาจริง นั่นย่อมเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการจากฝั่ง สถ. เอง ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาโยนความผิดให้ผู้รับจ้างหรือใช้เป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างโดยไม่มีธรรมาภิบาล

เปิดเบื้องลึกทำไมต้องตรวจสอบระบบการจัดสอบ

การตั้งคำถามของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ มุ่งเน้นไปที่การหาคำตอบว่าการเปลี่ยนกติกาหรือ TOR ในหลายจุดพร้อมกันนั้น เอื้อประโยชน์ให้กับใครหรือไม่ และทำไมต้องมีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจากบูรพาเป็นศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งที่กระบวนการควรเป็นไปตามมาตรฐานการประกวดราคาอย่างเคร่งครัด สิ่งที่คุณภคมนพยายามย้ำคือ “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง เพราะถ้าเราไม่จัดการที่ต้นตอของระบบโกง ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ปี

  • ความไม่โปร่งใสในการยกเลิกสัญญาจัดสอบท้องถิ่น
  • ข้อสงสัยเรื่องการกำหนด TOR ที่เอื้อผู้ชนะบางราย
  • ความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานของ กมธ. ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสืบหาตัวผู้กระทำความผิดในระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่เป็นการตั้งคำถามไปถึงผู้มีอำนาจที่อนุญาตให้ระบบการโกงนี้เกิดขึ้นได้ ประชาชนที่เฝ้ารอการสอบท้องถิ่นด้วยความหวังต้องการความโปร่งใส และจำเป็นต้องได้รับคำตอบว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในครั้งนี้ เราจะจับตาดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าสังคมเองก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปอย่างแน่นอน

ที่มา – “ภคมน” จี้ สถ. คลี่ปมเปลี่ยน TOR สอบท้องถิ่น ชี้ต้องสาวถึงคนสร้างระบบโกง

“วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

“วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า การจัดการปัญหา “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ นั้นกำลังจะสรุปผลให้เป็นที่เรียบร้อยภายในวันนี้ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เข้าสอบทุกคน

สรุปมาตรการเด็ดขาดเพื่อความโปร่งใส

ในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วันนี้ จะเป็นการตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด โดยทางกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นสำหรับผู้ที่ทำผิดกฎการสอบ เพื่อรักษามาตรฐานของข้าราชการไทยให้มีคุณภาพและสุจริตมากที่สุด

รายละเอียดสำคัญที่คุณต้องทราบเกี่ยวกับความคืบหน้า “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ มีดังนี้:

  • มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดร่วมกับฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล
  • ประธาน กสถ. จะดำเนินการลงนามถอดถอนรายชื่อทั้ง 5,925 รายชื่อในวันนี้
  • วันที่ 6 สิงหาคม จะมีการรายงานผลให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไปยังระดับจังหวัด

ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังได้ย้ำว่า ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ตนเองจะเข้าเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง เนื่องจากได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด

สำหรับผู้ที่รอคอยความชัดเจนในประเด็น “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการปฏิรูปการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น การจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเด็ดขาดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ที่มีความสามารถที่ต้องการเข้ามารับใช้ชาติผ่านระบบราชการไทยในอนาคต

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า หลังจากขั้นตอนการถอดถอนรายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว จะมีมาตรการป้องกันการทุจริตในรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในสนามสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ

ที่มา – “วรศิษฎ์” เผย โกงสอบท้องถิ่นเคาะจบวันนี้ ถอดถอน 5,925 รายชื่อ

ปกรณ์-ผบ.ตร.-เลขาฯ ป.ป.ท. พบ นายกฯ ก่อนถกทุจริตสอบท้องถิ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง เมื่อมีการรายงานข่าวว่า ปกรณ์-ผบ.ตร.-เลขาฯ ป.ป.ท. พบ นายกฯ ก่อน คกก.ตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นถกนัดสุดท้าย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญก่อนการตัดสินใจครั้งใหญ่เกี่ยวกับอนาคตของผู้เข้าสอบทั่วประเทศ

ปกรณ์-ผบ.ตร.-เลขาฯ ป.ป.ท. พบ นายกฯ ก่อน คกก.ตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นถกนัดสุดท้าย

การหารือในครั้งนี้มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานความคืบหน้าสำคัญ

ความคืบหน้ากรณี ปกรณ์-ผบ.ตร.-เลขาฯ ป.ป.ท. พบ นายกฯ ก่อน คกก.ตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นถกนัดสุดท้าย

หลังจากที่มีการพบกันของคณะทำงานชุดนี้ ทางทีมงานได้เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมนัดสุดท้ายที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพื่อสรุปผลการตรวจสอบทั้งหมดรายงานต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่นที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการทุจริต
  • การเตรียมแนวทางประกาศยกเลิกบัญชีเดิมและขึ้นบัญชีใหม่ตามมติของ กสถ. และ ก.กลาง
  • การกำชับเรื่องความโปร่งใสและรวดเร็วเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้สอบทุกคน

นอกเหนือจากการตรวจสอบเรื่องการสอบแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ โดยเน้นย้ำให้การทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากกับการตรวจสอบการทุจริตในทุกมิติ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณแผ่นดินที่ต้องถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ในส่วนของการสอบท้องถิ่นนั้น เชื่อว่าหลังจากการประชุมครั้งสุดท้ายนี้ เราน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้เข้าสอบจำนวนมากกำลังรอคอยคำตอบเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตนเอง ทางเราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและนำข้อมูลล่าสุดมาอัปเดตให้ทุกท่านทราบต่อไป หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ ขอให้รอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอีกครั้ง

ที่มา – “ปกรณ์-ผบ.ตร.-เลขาฯ ป.ป.ท.” พบ “นายกฯ” ก่อน คกก.ตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นถกนัดสุดท้าย

วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองประเด็นร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาประกาศกร้าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กับประเด็นที่ว่า วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง ให้สังคมได้รับทราบอย่างเป็นทางการ

วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

จากการเปิดเผยล่าสุด นายวรศิษฎ์ระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทุจริตจำนวน 5,925 คนที่อยู่ในบัญชีตรวจสอบ ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับคืนสู่ผู้ที่สอบด้วยความสามารถจริงๆ

ความคืบหน้ากระบวนการถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

กระบวนการทำงานหลังจากนี้จะเข้มข้นขึ้น โดยมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนดังนี้:

  • ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อสรุปผล
  • ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) พิจารณา
  • ประสานงานกับ ก จังหวัด เพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ทุจริตออกจากตำแหน่งทันที
  • การจัดการบริหารบัญชีผู้สอบแข่งขัน เพื่อเลื่อนลำดับผู้ที่มีความสามารถขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งที่ว่างลง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยย้ำชัดว่า การที่ วรศิษฎ์ ลั่น ส.ค. ถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การให้ออก แต่ยังรวมไปถึงการดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการบ่อนทำลายระบบราชการและทำลายโอกาสของคนตั้งใจจริง เงินเดือนที่ผ่านมาก็ไม่ควรได้รับตั้งแต่ต้น เนื่องจากสถานะการเป็นข้าราชการนั้นได้มาโดยมิชอบ

ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการกวาดล้างคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการสอบราชการไทยมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด หากใครที่กำลังรอคอยความยุติธรรมอยู่ เชื่อว่าสถานการณ์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ลั่น ส.ค. ได้เห็นถอดถอนพวกทุจริตสอบท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. พร้อมเอาผิดไอลอว์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านและพรรคประชาชนเตรียมเปิดหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการฮั้ว สว. ภาคพิเศษ โดยนายอนุทินได้ย้ำชัดว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศหลังจากกระบวนการคัดเลือก สว. สิ้นสุดลงไปแล้ว

นายอนุทินกล่าวว่า ในฐานะฝ่ายบริหาร รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาคอยชี้แจงประเด็นการเมืองที่ตนเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย และในส่วนที่มีการกล่าวหาโดยองค์กรหรือบุคคลต่างๆ นั้น ทางทนายความส่วนตัวอย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เรียบร้อยแล้ว เพื่อรักษาสิทธิและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สำหรับกระแสข่าวการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนสิงหาคมนี้ นายอนุทินมองว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด หากรัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใสและไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลัว โดยมองว่านี่คือการทำหน้าที่ปกติของฝ่ายค้านที่ประชาชนคาดหวัง

นอกเหนือจากประเด็นการเมืองแล้ว นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก โดยระบุว่า:

  • มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
  • สั่งยกเลิกการสอบทันทีที่มีหลักฐานทุจริต
  • ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด
  • ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน

นายอนุทินเชื่อมั่นว่าในประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้นรัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และมีความโปร่งใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้สำหรับประเด็นที่ว่า อนุทิน ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง นั้น ถือเป็นการยืนยันจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นการบริหารประเทศมากกว่าการโต้ตอบประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน

ท้ายที่สุด การที่นายอนุทินมั่นใจในผลงานของรัฐบาลและการจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเด็ดขาด เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การตรวจสอบเป็นสิ่งที่รัฐบาลพร้อมรับฟังเสมอ แต่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและอยู่ในขอบเขตของการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมืองที่มุ่งเน้นแต่การกล่าวหาเพื่อทำลายชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นรัฐบาลไม่ต้องแจงฮั้ว สว. เพราะไม่เกี่ยวข้อง ยันเอาผิด “ยิ่งชีพ ไอลอว์” กล่าวหา

อนุทินชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ พร้อมลุยจัดการ

อนุทินชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ พร้อมลุยจัดการ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดในกระทรวงมหาดไทย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะเรื่องทุจริตที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่ง อนุทินชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ โดยย้ำว่าทุกอย่างได้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดแล้ว

ทำไมต้องรีเซ็ต? อนุทินชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ

ในการให้สัมภาษณ์ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนุทินได้ชี้แจงเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการในช่วงเกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นรอบปกติของทุกกระทรวง โดยระบุว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยนั้นมาจากพฤติกรรมของบุคลากรบางกลุ่ม ไม่ใช่ความบกพร่องของระบบราชการโดยรวม ดังนั้น การจัดการจึงต้องพุ่งเป้าไปที่การลงโทษคนผิดอย่างเด็ดขาด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวถึงมาตรการจัดการปัญหาไว้ดังนี้:

  • ออกหมายจับและหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • จับกุมและดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถึงที่สุด
  • ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
  • ย้ายผู้เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งเดิมเพื่อป้องกันแทรกแซงการสอบสวน
  • ยกเลิกผลการสอบที่พบความไม่ชอบมาพากลทั้งหมด

อนุทินชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ และการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมทั้งกำชับว่าช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่เป็นฤดูกาลโยกย้ายนี้ จะเน้นการแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมตามความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่ต่อไป

สรุปสถานการณ์การโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย

สำหรับประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง (ซี 10 และ ซี 11) นายอนุทินได้ให้แนวทางว่า รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีสิทธิ์นำเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ โดยตนเองมีหน้าที่บริหารจัดการในระดับนโยบาย ภาพรวมของกระทรวงจึงมีความชัดเจนและพร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงหลังจากสะสางปัญหาที่ค้างคาให้เรียบร้อย

ในมุมมองของเรา สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากเหตุการณ์นี้คือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่ตั้งใจสอบเข้ารับราชการ ระบบที่ดีต้องมาคู่กับการคัดเลือกคนที่มีคุณธรรม หากกระทรวงมหาดไทยสามารถจัดการคนผิดได้จริง การสอบท้องถิ่นครั้งต่อไปน่าจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ระบบยุติธรรมและตรวจสอบได้มากขึ้น คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าการจัดการที่ตัวบุคคลคือทางออกที่ดีที่สุด? ลองมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ปัญหาโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคนไม่ใช่ระบบ ลั่นจัดการหมดแล้ว

Scroll to top