สันติภาพ ไทย กัมพูชา

“นายกฯ อนุทิน” เชื่อมั่นสันติภาพ หากกัมพูชาทำตามข้อตกลง

“นายกฯ อนุทิน” ร่วมลงนามถ้อยปฏิญญาสันติภาพ “ไทย-กัมพูชา” เชื่อหากทำได้ตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสิ่งที่เคยดูเหมือนเกินเอื้อมได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568(ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง 406 – 407 ชั้น 4 ศูนย์ประชุม KLCC นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย (Joint Declaration by the Prime Minister of the Kingdom of Cambodia and the Prime Minister of the Kingdom of Thailand on the outcomes of their meeting in Kuala Lumpur, Malaysia)

โดยนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ (The Honorable Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมลงนามเพื่อเป็นสักขีพยานของถ้อยแถลงดังกล่าว ซึ่งพิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ ร่วมติดตามและรายงานข่าวเป็นจำนวนมาก

โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์

สำหรับการลงนามในครั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกย่องนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศที่ให้การตอบรับการเจรจา และยุติการหยุดยิงทันที เพื่อลดการสูญเสียชีวิต พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่เป็นตัวกลางในครั้งนี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า วันนี้เป็นหมุดหมายบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นการก้าวเดินอย่างเป็นรูปธรรมไปสู่สันติภาพ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้แสดงบทบาทนำในฐานะประธานอาเซียน และพยายามอย่างแข็งขันในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของอาเซียน พร้อมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางมาไกลตั้งแต่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 การหารืออย่างต่อเนื่องนับแต่นั้น นำมาซึ่งผลลัพธ์สำคัญ คือ การลงนามในถ้อยแถลงในวันนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับคำแสดงความเสียใจที่ท่านให้แก่ประเทศของเราต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย คำแสดงความเสียใจนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทยทุกคน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยยึดมั่นในสันติภาพ ถ้อยแถลงฉบับนี้สะท้อนเจตจำนงของเราที่จะลดช่องว่างความแตกต่างโดยสันติ ซึ่งหากสามารถดำเนินการตามถ้อยแถลงฉบับนี้ได้อย่างครบถ้วน จะเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การเริ่มต้นฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยที่ผ่านมา ชุมชนชายแดนของทั้งสองประเทศถูกแบ่งแยกด้วยความขัดแย้ง และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญกับการสูญเสียที่ใหญ่หลวง ดังนั้น ถ้อยแถลงฉบับนี้จึงกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนแก่ทั้งสองฝ่ายให้ลงมือปฏิบัติ

เราสามารถบรรลุสิ่งที่เคยดูเหมือนเกินเอื้อมได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงยินดีต่อข้อตกลงที่ว่า ภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มดำเนินการตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว เพื่อรับประกันความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นและไว้เนื้อเชื่อใจ ก่อนที่ไทยจะเริ่มกระบวนการปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวจำนวน 18 นาย โดยเรามีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการด้วยความจริงใจและด้วยความสุจริตใจ เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและคุ้มครองความเป็นอยู่ของผู้คนตามแนวชายแดนร่วม

หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งที่ได้ตกลงกันในวันนี้ต้องถูกนำไปปฏิบัติจริง จึงจะสามารถเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ได้อย่างแท้จริง สร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงจะเป็นการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ซึ่งคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง และสมควรได้รับ “สันติภาพที่มาพร้อมศักดิ์ศรี”

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเชิญชวนมิตรประเทศร่วมกันสนับสนุนกระบวนการนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามถ้อยแถลงเป็นไปอย่างครบถ้วนและด้วยความจริงใจ นำไปสู่การฟื้นฟูเสถียรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งระหว่างไทยและกัมพูชา และทั่วทั้งภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีอย่างยิ่งที่ในวันนี้เราได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย (Joint Statement on a Framework for a U.S. -Thailand Agreement on Reciprocal Trade) ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การเจรจาเรื่องภาษีสามารถบรรลุข้อสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศว่าด้วยความร่วมมือด้านแร่ธาตุที่มีความสำคัญ (MOU between our governments on cooperation on critical minerals) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยมีคณะเข้าร่วม ได้แก่ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

“นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้

การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างไทยและกัมพูชา การที่ “นายกฯ อนุทิน” เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

ความสำคัญของข้อตกลงและความเชื่อมั่นของ “นายกฯ อนุทิน”

ความเชื่อมั่นของ “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันกระบวนการสันติภาพให้เดินหน้าต่อไป ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยุติความขัดแย้ง แต่ยังเป็นการเริ่มต้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย

การที่ “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกัมพูชาเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและสงบสุขสำหรับทั้งสองประเทศและภูมิภาค

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้

“สีหศักดิ์” พร้อมคุยสหรัฐฯ ปมไทย-กัมพูชา

“สีหศักดิ์”ย้ำไทยมีแนวทางสันติภาพปมไทย-กัมพูชา พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ยืนยันหากอยากช่วยให้เห็นสันติภาพ มีแนวทางตามที่นายกรัฐมนตรีระบุไว้แล้ว

เมื่อเวลา 09.50 วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางสหรัฐอเมริกา ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เขาก็มีความปรารถนาที่จะเข้ามาช่วย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ ซึ่งหากอยากช่วยให้เห็นสันติภาพจริงๆ เราก็มีแนวทางตามที่นายกฯระบุไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ ทางการไทยต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันแล้ว สื่อสารให้เข้าใจว่า เราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง และหวังว่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีบทบาทในการพูดคุยกับทางสหรัฐอยู่แล้ว

“สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ย้ำหากอยากช่วยไทยมีแนวทางไว้แล้ว

จากกรณีดังกล่าว นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่าประเทศไทยมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาโดยสันติวิธี และพร้อมที่จะหารือกับสหรัฐอเมริกาหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยนายสีหศักดิ์ยืนยันว่า หากสหรัฐฯ มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ประเทศไทยก็มีแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้แล้ว

ท่าทีของไทยต่อข้อเสนอจากสหรัฐฯ

นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางการไทยได้มีการพูดคุยและสื่อสารกับสหรัฐฯ เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของประเด็นต่างๆ ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ และหวังว่าจะมีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว โดยกระทรวงการต่างประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การที่สหรัฐอเมริกาแสดงความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้ในสายตาของนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นไปในแนวทางที่เคารพอธิปไตยของทั้งสองประเทศ และคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

การที่นายสีหศักดิ์ออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดโต๊ะเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ การที่นายสีหศักดิ์กล่าวถึงแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้แล้ว แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยได้มีการเตรียมความพร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การมีแผนการที่ชัดเจน จะช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคนี้จะเป็นจริงได้ในที่สุด “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน”และย้ำถึงความสำคัญของแนวทางสันติวิธีที่ไทยยึดมั่นมาโดยตลอด ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้

การที่ “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และพร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติหากเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ดังนั้นเราต้องติดตามกันต่อไปว่าการพูดคุยระหว่าง “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” จะเป็นอย่างไร และผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นและนำพามาซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ที่มา – “สีหศักดิ์”พร้อมคุย “สหรัฐ”หลังทำข้อเสนอถึง “อนุทิน” ย้ำหากอยากช่วยไทยมีแนวทางไว้แล้ว

Scroll to top