สารหนู

เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ฝีมือคนไทย

เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ฝีมือคนไทย

ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทยริมฝั่งน้ำมาอย่างยาวนาน ล่าสุด นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ขึ้นมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสำคัญเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอการเปิดเผยจากหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว

เว็บไซต์นี้ถูกจัดทำขึ้นด้วยความตั้งใจจริงโดย นายภัทรพงษ์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามชายแดน ซึ่งน่าทึ่งมากที่โครงการนี้ใช้งบประมาณส่วนตัวเพียงหลักร้อยบาทสำหรับค่าจดโดเมนเท่านั้น และไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐแม้แต่บาทเดียว สะท้อนให้เห็นว่าหากมีความมุ่งมั่น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะก็สามารถถูกรวบรวมและนำเสนอได้อย่างเป็นระบบ

รายละเอียดและจุดเด่นของการเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน

ข้อมูลภายในเว็บไซต์ https://waterpollution.disaster-mp.org/ ได้รวบรวมเอาผลการตรวจสารพิษในน้ำ ตะกอนดิน และผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งน้ำสำคัญทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน หรือแม้แต่กระบุรี โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

  • รวบรวมพิกัดเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน
  • ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่ออธิบายเส้นทางการไหลของมลพิษ
  • มีการแสดงผลทั้งในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและภาพเคลื่อนไหวที่เข้าใจง่าย
  • เตรียมขยายฐานข้อมูลครอบคลุมการตรวจสอบปลาและข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกแร่ในอนาคต

การเปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดนในครั้งนี้ ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบอกว่าตรงไหนมีมลพิษบ้าง แต่เป็นการชี้เป้าไปยังต้นตอของปัญหา เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาระดับระหว่างประเทศได้อย่างแม่นยำและตรงจุด แทนที่จะมัวแต่ไล่ตามแก้ไขผลกระทบที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียว

ถือเป็นเรื่องน่ายกย่องที่ภาคการเมืองลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลให้กับประชาชน ช่วยให้เราทุกคนมองเห็นภาพรวมของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจนขึ้น หากทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ การแก้ปัญหามลพิษทางน้ำในระยะยาวก็คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ หากรัฐบาลรับไม้ต่อจากข้อมูลนี้ไปใช้เจรจาอย่างจริงจัง ปัญหานี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้นแค่ไหน?

ที่มา – “ภัทรพงษ์” เปิดตัวเว็บไซต์ติดตามข้อมูลมลพิษทางน้ำข้ามแดน ไม่ใช้งบสักบาท บอกรัฐเอาข้อมูลไปใช้ได้

สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน

เชื่อว่าพี่น้องประชาชนหลายท่านคงเริ่มกังวลกับสถานการณ์แหล่งน้ำในบ้านเรามากขึ้น เมื่อนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับภาวะ สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน โดยชี้ว่าภาครัฐยังคงเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนไทย

สถานการณ์วิกฤต: สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน

ปัญหาเรื่องแม่น้ำเป็นพิษไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สารโลหะหนักจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ต้นทาง แต่กำลังขยายวงกว้างจนน่าเป็นห่วง:

  • แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย: พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด
  • แม่น้ำโขงเขตอีสาน: ตรวจพบปลาที่มีการสะสมของสารหนูและตะกั่ว
  • แม่น้ำสาละวินและแม่น้ำกระบุรี: พบค่ามลพิษสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัยหลายเท่าตัว

นายภัทรพงษ์ย้ำชัดว่า การที่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ไม่ยอมเจรจาต้นตอของปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่รู้ว่าแหล่งมลพิษมาจากการทำเหมืองที่คุมเข้มไม่ได้ ถือว่าเป็นการผลักภาระให้ประชาชนรับกรรม ทั้งที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการทำเหมืองเหล่านั้นเลย

ผลกระทบที่รัฐบาลละเลย

เมื่อพูดถึงประเด็น สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “สุขภาพ” ของประชาชนในพื้นที่เกษตรกรรมที่ต้องใช้น้ำจากแหล่งเหล่านี้ในการอุปโภคบริโภค การประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าที่ผ่านมากลับพบว่าไม่มีแผนการเจรจาที่เป็นรูปธรรม แม้กระทั่งสหประชาชาติ (UN) ยังส่งหนังสือด่วนเตือน แต่รัฐบาลไทยกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน

ในฐานะที่ติดตามปัญหานี้มาโดยตลอด การแก้ไขเรื่องนี้ต้องใช้การเจรจาระดับพหุภาคีระหว่างไทย จีน เมียนมา และลาว เพื่อหยุดต้นตอของมลพิษ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิกเฉยหรือปล่อยให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ หากรัฐยังไม่รีบดำเนินการ ผลกระทบต่อระบบนิเวศและชีวิตของคนไทยในระยะยาวอาจจะสายเกินแก้

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกเกรงใจและหันมาพูดคุยอย่างจริงจัง เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับแหล่งน้ำของประเทศ และปกป้องคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน แม่น้ำโขงกระทบแล้ว

4 จังหวัดน่าห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน! สส.ชี้รัฐบาลละเลย

สส.พรรคประชาชนชี้น้ำโขงวิกฤต 4 จังหวัดน่าเป็นห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน ในภาคอีสาน! โวยรัฐบาล “หนีปัญหา” ปิดบังข้อมูล และไม่เข้าร่วมประชุมเวทีนานาชาติ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน โพสต์ถึงปัญหามลพิษข้ามแดนจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อภาคอีสาน โดยระบุว่า สถานการณ์น่ากังวลอย่างยิ่งหลังตรวจพบ “สารหนูเกินมาตรฐาน” ในแหล่งน้ำของจังหวัดเลย บึงกาฬ หนองคาย และนครพนม ทำให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการละเลยและปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ทำการตรวจพบสารหนูในปริมาณที่เกินมาตรฐานเกือบสองเท่าใน 4 จุดตรวจ แต่ข้อมูลสำคัญนี้กลับไม่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์หลักของ คพ. แต่กลับถูกเก็บไว้ในส่วนย่อยของเว็บไซต์สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 อุดรธานี ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการละเลยปัญหาอย่างชัดเจนจากภาครัฐ

นายภัทรพงษ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุถูกละเลยมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปีโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การตั้งคณะทำงานที่ซ้ำซ้อน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับขาดแคลนงบประมาณเฉพาะกิจสำหรับการดำเนินงานที่จำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องยังได้ “โดดประชุม” เวทีนานาชาติถึงสองครั้ง ทั้งเวทีอาเซียนและเวทีสิ่งแวดล้อมอาเซียน-จีน (12 ต.ค. และ 21 ต.ค.) โดยมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงเข้าร่วมแทน ซึ่งเป็นการ “เสียโอกาส” ในการเจรจาพหุภาคีที่สำคัญกับรัฐมนตรีจากประเทศอื่นๆ อย่างน่าเสียดาย

สส.พรรคประชาชนเน้นย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับภัยเงียบที่มาจากการสะสมของสารพิษในน้ำประปา อาหาร และในร่างกายของประชาชน ผลการตรวจทางการแพทย์ยังพบสารหนูในปัสสาวะของประชาชนเกินเกณฑ์ที่กำหนด และยังไม่มีการตรวจสอบสารปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวที่ปลูกโดยใช้น้ำจากพื้นที่เสี่ยง

มีการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการหลีกเลี่ยงปัญหา และดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในสองแนวทางหลัก:

  • ด้านการต่างประเทศ: รัฐบาล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเร่งดำเนินการเจรจาพหุภาคีกับเมียนมา ลาว และจีน โดยทันที เพื่อสร้างแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
  • ภายในประเทศ: รัฐบาลต้องยอมรับปัญหาและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เพียงพอต่อการตรวจสอบและจัดการปัญหาในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการสะสมสารพิษในร่างกายของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

4 จังหวัดน่าเป็นห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน: วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข

ผลกระทบจากสารหนูเกินมาตรฐานในแหล่งน้ำ

การที่ 4 จังหวัดน่าเป็นห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน ในแหล่งน้ำนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนที่ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค สารหนูเป็นสารพิษที่สะสมในร่างกายและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ในระยะยาว เช่น โรคผิวหนัง โรคระบบประสาท และมะเร็ง

นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร เนื่องจากน้ำที่มีสารหนูปนเปื้อนจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีสารพิษสะสม ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของเกษตรกร

การปล่อยปละละเลยปัญหานี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงน้ำสะอาด แต่ยังเป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลและการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย

รัฐบาลควรตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา 4 จังหวัดน่าเป็นห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน และดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและโปร่งใส โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ การปกปิดข้อมูลและการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติในระยะยาว

ที่มา – 4 จังหวัดน่าเป็นห่วง สารหนูเกินมาตรฐาน สส.ประชาชนชี้รัฐบาลละเลยและปกปิดข้อมูล

ชาวบ้านกังวล! ตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ

ชุมชนริมน้ำสาละวิน วอนหน่วยงานเร่งเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำ หลังมีกระแสข่าวตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า นายก อบต.แม่สามแลบ แนะทางการเร่งตรวจซ้ำ-แจ้งเตือนประชาชน

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากมีกระแสข่าว ในการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบของ นักวิจัย มช. และคาดมาจากเหมืองแร่ต้นแม่น้ำ แนะทางการเร่งตรวจซ้ำ แจ้งเตือนประชาชน

จากการติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งลำน้ำสาละวิน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ได้กล่าวว่า หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมาชาวบ้านก็มีความวิตกกังวลอยู่เหมือนกัน อยากขอให้กรมควบคุมมลพิษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่ต้องอยู่ ต้องอาศัยสายน้ำสาละวินในการหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อให้มีแนวทางในการป้องกัน อย่างไม่ตื่นตระหนก 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ได้มีการเปิดเผยข้อมูลจาก ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ว่า ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสาละวินช่วงที่ไหลผ่าน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเก็บตัวอย่าง 3 จุดมาตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่าจุดแรกบริเวณแม่น้ำสาละวินเหนือบ้านท่าตาฝั่งเล็กน้อย พบสารหนู 0.05 มก./ล. (ค่ามาตรฐาน 0.01 มก./ล.) จุดที่ 2 บริเวณท่าด่านล่างหมู่บ้านท่าตาฝั่งเล็กน้อย พบสารหนูเท่ากับจุดแรกคือ 0.05 มก./ล. และจุดสุดท้ายบริเวณบ้านแม่สามแลบ พบสารหนู 0.04 มก./ล.

ข้อมูลจาก ผศ.ดร.ว่าน ยังระบุด้วยว่าก่อนหน้านั้น ได้เคยมีผู้ส่งน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาให้ตรวจแล้วครั้งหนึ่งซึ่งพบว่ามีสารหนูเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ซึ่งนอกจากสารหนูแล้ว ยังพบว่าสารโลหะหนักตัวอื่นก็ปริ่มที่จะเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ทำให้เสี่ยงสูง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรีบเข้าไปตรวจสอบ และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบ

ทั้งนี้ หลังกระแสข่าวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวบ้านที่ทราบข่าวเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย เพราะชุมชนริมฝั่งใช้วิถีชีวิตที่ต้องสัมผัสกับน้ำสาละวิน ดังนั้นหากน้ำสาละวินไม่มีความปลอดภัย ก็จะกระทบกับการดำรงชีวิตของชาวบ้านไปด้วย

ชาวบ้านกังวล วอนตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ แจ้งเตือนเป็นทางการ

จากกรณีที่นักวิจัย มช. ตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวิน เกินค่ามาตรฐานถึง 5 เท่า ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ริมน้ำสาละวินเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภค บริโภค หรือการเกษตร หากแหล่งน้ำสำคัญอย่างแม่น้ำสาละวินปนเปื้อนสารพิษ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายก อบต.แม่สามแลบ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ความสำคัญของการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ

การตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • ยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์: การตรวจสอบซ้ำจะช่วยยืนยันว่าผลการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานมีความถูกต้องแม่นยำ
  • ประเมินระดับความรุนแรงของปัญหา: การตรวจสอบซ้ำจะช่วยให้ทราบถึงระดับความเข้มข้นของสารหนูในน้ำ และขอบเขตการปนเปื้อนที่ชัดเจน
  • วางแผนมาตรการแก้ไข: ข้อมูลจากการตรวจสอบซ้ำจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนมาตรการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน: การตรวจสอบที่โปร่งใสและเปิดเผยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และลดความตื่นตระหนก

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งดำเนินการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำโดยเร็ว เพื่อปกป้องสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม: นอกจาก ตรวจสอบสารหนูในแหล่งน้ำ การให้ความรู้เเละการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับอันตรายของสารหนู เเละวิธีการป้องกันตัวเองจากสารพิษ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

#สารหนูในแม่น้ำสาละวิน #ตรวจสอบสารหนู

ที่มา – ชาวบ้านกังวล วอนตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ แจ้งเตือนเป็นทางการ

Scroll to top