สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

“สุดารัตน์” ลุยคู้บอน อาสาแก้ปากท้อง

“สุดารัตน์” ลุยตลาดเติมพลังใจแม่ค้า ลั่นเศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที ขออาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง วอนเลือกไทยสร้างไทย ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน ชู กองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว

วันที่ 28 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทยหมายเลข 48 ลงพื้นที่ลุยหาเสียงอย่างเข้มข้น ณ ตลาดสายเนตร และตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดเส้นทางมีการเข้ามาพูดคุย ขอถ่ายรูป และมอบอาหารขนมเพื่อเป็นกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาเดียวกันคือ เศรษฐกิจแย่มาก และกำลังแบกรับภาระหนี้สินอย่างหนัก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่าเข้าใจความลำบากนี้ดี และพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรกเพื่อคืนรอยยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้ง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หาเสียง
สุดารัตน์ คู้บอน

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อหยุดวิกฤตหนี้สินด้วยการ พักหนี้ นาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย เพื่อเป็นการ “หยุดเลือดที่กำลังไหล” ให้ประชาชนได้มีโอกาสหายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังเดินหน้า เติมเลือดใหม่ ผ่านกองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนกู้เงินตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 100,000 บาท โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น เพื่อนำไปเป็นทุนรอนในการประกอบอาชีพและล้างหนี้นอกระบบที่กัดกินชีวิตคนไทยมานาน

นโยบายพรรคไทยสร้างไทย

นโยบายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น หากกู้เงิน 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบนับหมื่นบาทต่อเดือน จะเหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งตัวได้จริงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเลือกพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48 ให้มากพอ เพื่อให้เราเข้าไปรับใช้และดูแลพี่น้องประชาชนให้ หายจน หมดหนี้ และสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

เลือกไทยสร้างไทย เบอร์ 48

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำชัดถึงวิกฤตการณ์สินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สินค้าเหล่านี้สามารถวางขายได้โดยไม่ต้องผ่านมาตรฐาน อย. หรือ มอก. นั้น มีต้นตอสำคัญมาจากปัญหาคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองที่เห็นแก่ได้ ยอมรับสินบนจนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายและไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อกวาดล้างวงจรทุจริตที่กัดกินประเทศ และหยุดพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชนไทยอย่างจริงจัง

“สุดารัตน์” ลุยหาเสียงตลาดย่านคู้บอน อาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ตลาดย่านคู้บอนเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ“สุดารัตน์” ลุยหาเสียงตลาดย่านคู้บอน อาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน และพร้อมเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน

ทำไมต้องเลือก “สุดารัตน์” ลุยหาเสียงตลาดย่านคู้บอน อาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน

  • เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ มีประสบการณ์และความเข้าใจในปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
  • เพราะพรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก
  • เพราะคุณหญิงสุดารัตน์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นธรรมและความเท่าเทียมในสังคม

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของคุณหญิงสุดารัตน์และพรรคไทยสร้างไทยในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ดีกว่า เลือกพรรคไทยสร้างไทยและให้คุณหญิงสุดารัตน์ได้มีโอกาส“สุดารัตน์” ลุยหาเสียงตลาดย่านคู้บอน อาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน

สิ่งที่น่าสนใจคือคุณหญิงสุดารัตน์เน้นย้ำถึงปัญหาคอร์รัปชันและการทุ่มตลาดของสินค้าต่างชาติ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจโดยรวม การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความกล้าหาญและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของคุณหญิงสุดารัตน์และพรรคไทยสร้างไทย อย่าลังเลที่จะสนับสนุนและให้โอกาสพวกเขาได้เข้ามาบริหารประเทศ

ที่มา – “สุดารัตน์” ลุยหาเสียงตลาดย่านคู้บอน อาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน

ไทยสร้างไทย ชู “คูปองเลี้ยงเด็กไทย” ช่วยพ่อแม่!

พรรคไทยสร้างไทย เปิดนโยบายเด่น “คูปองเลี้ยงเด็กไทย” จ่ายเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ หวังลดภาระค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ คุณหญิงสุดารัตน์เน้นย้ำ งบประมาณมอเตอร์จีพียังมี ทำไมจะไม่มีงบลงทุนเพื่อสร้างเด็กไทย?

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้แถลงนโยบายสำคัญ เพื่อช่วยเหลือคนไทยให้หลุดพ้นจากความเหนื่อยยาก โดยเน้นย้ำถึงปัญหาอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลงอย่างน่ากังวล ปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่เพียง 460,000 คนต่อปีเท่านั้น สาเหตุหลักมาจากความกังวลของพ่อแม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งภาวะเด็กเกิดใหม่น้อยนี้ จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต ทำให้ GDP อาจเติบโตได้ไม่เกิน 2% เนื่องจากจำนวนคนวัยทำงานและกำลังซื้อลดลงอย่างมาก ในขณะที่ครอบครัวที่มีบุตรอยู่แล้ว ก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูง จนรายได้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่งผลเสียต่อการดูแลด้านโภชนาการและการพัฒนาสมองของเด็กไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คูปองเลี้ยงเด็กไทย: แก้ปัญหาปากท้อง สร้างชาติ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยจึงได้เสนอนโยบายที่จะช่วยให้คนไทยหายเหนื่อย และคลายความกังวลเกี่ยวกับการมีบุตร ด้วยการมอบ คูปองเลี้ยงเด็กไทย มูลค่า 2,000 บาทต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงบุตรมีอายุ 6 ขวบ เนื่องจากช่วงวัยดังกล่าวเป็นช่วงเวลาทองของการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยคูปองนี้สามารถใช้แลกซื้อนม วิตามิน และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ใช้ในการดูแลบุตร ตามคำแนะนำของแพทย์ในโครงการ เพื่อให้เด็กไทยได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ได้รับโภชนาการที่ดี เสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ไปได้มาก นอกจากนี้ ยังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต รวมถึงเป็นการจูงใจให้คู่สมรสตัดสินใจมีบุตร เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ที่มาของงบประมาณ คูปองเลี้ยงเด็กไทย

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ และแหล่งที่มาของงบประมาณจำนวนมหาศาลหลักหมื่นล้านบาทต่อปีนั้น พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่า นโยบายนี้มีความคุ้มค่าและสามารถทำได้จริง หากมีการบริหารจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใส และตัดลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ก็จะมีเงินเหลือเพียงพอที่จะนำมาลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของเด็กไทยได้อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ ยังได้เปรียบเทียบว่า แม้แต่โครงการใหญ่อย่างการจัดการแข่งขันมอเตอร์จีพี ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท ก็ยังสามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้ แล้วเหตุใดจึงจะไม่สามารถลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของชาติได้?

พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองมั่นใจในประสบการณ์การบริหารงานที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ว่าจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูบุตรได้อย่างแน่นอน และมั่นใจว่าโครงการ คูปองเลี้ยงเด็กไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง และมีคุณภาพในอนาคต

นโยบาย“คูปองเลี้ยงเด็กไทย” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือทางการเงินเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติอย่างแท้จริง การสนับสนุนให้เด็กไทยได้รับการเลี้ยงดูและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตั้งแต่แรกเกิด จะส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – ไทยสร้างไทย เปิดนโยบาย คูปองเลี้ยงเด็กไทย จ่ายเดือนละ 2,000 ตั้งแต่อยู่ในท้องจนถึง 6 ปี

เลือกตั้ง 2569: สุดารัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมด้วยพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่ใกล้เข้ามาทุกที

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยสร้างไทยมีดังนี้:

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
  • พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
  • นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

คุณหญิงสุดารัตน์

ทำความรู้จักกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์: อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร: อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย: ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่น พัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง

นอกจากนี้ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้จับสลากเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ได้หมายเลข 48 ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้

จินนี่ ยศสุดา

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพรรคไทยสร้างไทยจะนำเสนอนโยบายอะไร และจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างไรบ้าง

การมีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรศึกษาข้อมูลของผู้สมัครแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย “สุดารัตน์-ภราดร-สุรเดช”

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

แคนดิเดตนายกฯ กับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ

การดีเบตครั้งแรกก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ได้เปิดโอกาสให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคต่างๆ แสดงวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละคนมีมุมมองที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในการดีเบตที่จัดโดยไทยรัฐทีวี แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 8 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล (พรรคพลังประชารัฐ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรคตนเอง

คำถามสำคัญในการดีเบตคือเรื่องจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก

จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแต่ละพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรอฟังเสียงประชาชน แต่จะเดินหน้าแก้บางเรื่องแน่นอน เช่น วุฒิสภา และการทำให้องค์กรอิสระมีความเป็นกลางมากขึ้น

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เน้นย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะผลักดันให้เรื่องการจัดการภัยพิบัติเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดมาในช่วงรัฐประหาร การแก้ไขจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ที่น่าสนใจคือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประกาศชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาตราใด โดยมองว่าปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เห็นต่าง โดยมองว่ารัฐธรรมนูญ 60 เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การไม่แก้ระบบการเมืองจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยจะไม่แก้หมวด 1 และ 2 แต่จะแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน เช่น การให้ประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระได้

จะเห็นได้ว่า แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับ จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างทางอุดมการณ์และแนวนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปในทิศทางใด

การแสดง จุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญ ของแคนดิเดตนายกฯ ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการถกเถียงในประเด็นนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – แคนดิเดตนายกฯ เผยจุดยืนการแก้รัฐธรรมมูญ “ธีระชัย” ย้ำชัดไม่เห็นด้วยแน่นอน

หญิงหน่อยเปิดตัว เสธ.แมว-ดิเรกฤทธิ์-ตวง เข้าไทยสร้างไทย

“คุณหญิงสุดารัตน์” เตรียมเปิดตัว “พล.ท.ภราดร-ดิเรกฤทธิ์-ตวง” สวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย พร้อมประกาศจุดยืนในวันจันทร์นี้ เป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญของพรรค ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 1 ธ.ค. ที่พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ถนนเทิดราชัน เขตดอนเมือง จะมีการจัดงานเสวนา หัวข้อ “ร่วมสร้างการเมืองสุจริต เพื่ออนาคตประเทศไทย” พร้อมประกาศ “จุดยืนและคำมั่นสัญญาของพรรคไทยสร้างไทยเพื่อสร้างการเมืองสุจริตอย่างเป็นรูปธรรม” โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และนายโภคิน พลกุล ประธานที่ปรึกษาและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ เป็นผู้นำในการแถลงครั้งนี้

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เวทีเสวนา หัวข้อ “ร่วมสร้างการเมืองสุจริต เพื่ออนาคตประเทศไทย” ซึ่งนอกจากนายโภคินแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมมากมาย อาทิ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีต สว. รวมถึงนายตวง อันทะไชย อดีต สว. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ร่วมเสวนา ตั้งแต่เวลา 09.30 – 12.30 น. การรวมตัวของบุคคลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทยสร้างไทยในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและสร้างการเมืองที่โปร่งใส

กิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัว พล.ท.ภราดร นายดิเรกฤทธิ์ และนายตวง อย่างเป็นทางการในการร่วมงานกับพรรค ทสท. ซึ่งถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคในด้านต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง ด้านกฎหมาย และด้านการเมือง การที่พรรคได้บุคคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเหล่านี้มาร่วมงาน ย่อมเป็นที่น่าจับตามอง

หญิงหน่อยเปิดตัว เสธ.แมว-ดิเรกฤทธิ์-ตวง เข้าไทยสร้างไทย

การเปิดตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคไทยสร้างไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การดึงบุคคลที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์เข้ามาร่วมงานถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ และเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งทางการเมืองว่าพรรคไทยสร้างไทยพร้อมที่จะแข่งขันอย่างเต็มที่

ทำไมการเปิดตัว “หญิงหน่อย” คว้า “เสธ.แมว-ดิเรกฤทธิ์-ตวง” ถึงสำคัญ?

การตัดสินใจของ พล.ท.ภราดร, นายดิเรกฤทธิ์, และนายตวง ที่จะเข้าร่วมพรรคไทยสร้างไทยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในแวดวงการเมืองและราชการ พล.ท.ภราดร อดีตเลขาธิการ สมช. มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง, นายดิเรกฤทธิ์ มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายและการเมืองสุจริต, และนายตวง มีประสบการณ์ในด้านนิติบัญญัติ การรวมตัวของบุคคลเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งให้กับพรรคไทยสร้างไทย

  • พล.ท.ภราดร: เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคง
  • นายดิเรกฤทธิ์: ผลักดันการเมืองสุจริต
  • นายตวง: เพิ่มความเชี่ยวชาญด้านนิติบัญญัติ

นอกจากนี้ การที่ “คุณหญิงหน่อย” สามารถดึงดูดบุคคลเหล่านี้มาร่วมงานได้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารจัดการของหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมีพรรคการเมืองที่มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและสร้างการเมืองที่สุจริตจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง พรรคไทยสร้างไทยภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ และการเสริมทัพด้วยบุคคลากรที่มีคุณภาพ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

การเปิดตัว หญิงหน่อยเปิดตัว เสธ.แมว-ดิเรกฤทธิ์-ตวง เข้าไทยสร้างไทย ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคไทยสร้างไทยในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง การมีบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย จะช่วยให้พรรคสามารถนำเสนอแนวทางและนโยบายที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น

ที่มา – “หญิงหน่อย” เปิดตัว “เสธ.แมว-ดิเรกฤทธิ์-ตวง” เข้าไทยสร้างไทยพรุ่งนี้

คุณหญิงหน่อย ส่งคาราวานช่วยหาดใหญ่

“สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวานใหญ่ส่งชุดเครื่องนอน-เครื่องนุ่งห่ม เร่งช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ หลังน้ำท่วมหนัก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะทำงาน ได้ปล่อยคาราวานความช่วยเหลือจากที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย มุ่งหน้าสู่ จ.สงขลา เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นและชุดเครื่องนอนแก่ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ที่กำลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ คาราวานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สิ่งของที่ถูกจัดเตรียมไปเป็นพิเศษคือ ที่นอน หมอน และผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างมาก เนื่องจากบ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำท่วมสูงจนทำให้เครื่องนอนเสียหายทั้งหมด การมอบชุดเครื่องนอนใหม่นี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นและให้พื้นที่พักผ่อนที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบหนัก ลดปัญหาสุขภาพหลังภัยพิบัติ

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การส่งมอบสิ่งของจำเป็นในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะยืนเคียงข้างประชาชนในยามยาก พร้อมย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการฟื้นฟูสุขภาพ การบรรเทาทุกข์ และการดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

คุณหญิงหน่อย ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและปลอดภัย

ด้วยความตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จึงได้นำทีมงานจัดคาราวานความช่วยเหลือเพื่อส่งมอบชุดเครื่องนอนและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

ทำไมชุดเครื่องนอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์น้ำท่วม?

เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นน้ำท่วม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประสบภัย การขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและแห้ง ทำให้ผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้ออื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การได้รับชุดเครื่องนอนใหม่ที่สะอาดและมีคุณภาพ จะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากความเครียดและความเหนื่อยล้า ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ และมีกำลังใจในการกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

พรรคไทยสร้างไทย มุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นยามสุขหรือยามทุกข์ พรรคฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังมีโครงการและความช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้อง พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสให้กับประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมไม่ใช่เพียงแค่การให้สิ่งของบรรเทาทุกข์เท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบกำลังใจและความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก ให้พวกเขารู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาอยู่เสมอ

การที่คุณหญิงหน่อยและพรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง หวังว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ววัน

ที่มา – “คุณหญิงหน่อย” ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง ชดเชยความเสียหาย!

“สุดารัตน์” ลุยหาดใหญ่ ชี้ ประชาชนบอบช้ำหนัก ห่วงเรื่องสาธารณสุข ภาระหนี้สินของผู้ประสบภัย จี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพราะความเสียหายเกิดจากรัฐบาลบริหารจัดการผิดพลาด

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกินหลักร้อย ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้ พรรคไทยสร้างไทยขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว และจะลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าทุกคนจะกลับมายืนได้อีกครั้ง” แม้หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำใช้ ไฟฟ้ามีบางจุด สำหรับความเสียหายที่เหลืออยู่นั้นถือว่าสาหัสมาก ทั้งบ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ รวมถึงสุขภาพกายใจของประชาชนที่ยังต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุต่อไปว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีหลังจากนี้ คือการเร่งกอบกู้และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ อย่าให้เหมือนที่ผ่านมา เพราะประชาชนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องติดอยู่ในน้ำ หรือบนหลังคา อดข้าวอดน้ำนานถึง 3-4 วัน การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลชุดนี้จึงถือว่าสอบตก ประชาชนต้องพึ่งพาอาสาสมัครกู้ภัย จิตอาสา และกำลังทหารเป็นหลักในการช่วยชีวิต ไม่ใช่มหาดไทยที่เป็นหน่วยงานหลัก

สำหรับความผิดพลาดของรัฐบาล คงต้องรอการตรวจสอบหลังเหตุการณ์สงบ แต่ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตประชาชนก่อน พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งเตรียมแผนจัดการหลังน้ำลดดังต่อไปนี้

1. งานด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากสงขลามีโรงพยาบาลทั้งหมด 5 แห่ง ต้องดูแลประชาชนกว่า 700,000 คน มีเตียงรวมกันประมาณ 2,000 เตียง แต่ขณะนี้โรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหาย 4 แห่ง คงเหลือที่ใช้การอย่างสมบูรณ์เพียงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แห่งเดียว ที่ต้องรองรับผู้ป่วยปกติทั่วทั้งจังหวัดและผู้ป่วยจากน้ำท่วม รัฐบาลต้องเร่งดูแลเรื่องบุคลากรให้เพียงพอ และสำหรับโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วม ต้องเร่งจัดหาเครื่องมือที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วมให้กลับมาใช้ได้อย่างปกติโดยเร็ว จากนั้นต้องเตรียมป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดที่เกิดจากขยะที่กองเต็มเมือง รวมทั้งซากสัตว์ ยิ่งในขณะนี้ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยที่ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัว

2. การดูแลด้านกายภาพ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา การทำความสะอาดบ้านเรือน การซ่อมแซมบ้านเรือน พาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ประสบภัย

3. การดูแลเรื่องการเงินและหนี้ ให้กับผู้ประสบภัย ต้องหยุดต้นหยุดดอกเบี้ยให้กับผู้ประสบภัยอย่างน้อย 1 ปีทันที พร้อมเติมเงินใหม่ โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อซ่อมแซมร้านค้า และซื้ออุปกรณ์เพื่อเริ่มต้นอาชีพได้ใหม่ รวมทั้งเรื่องการชดเชยที่จะให้บ้านละ 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมโดยแน่นอน ขอให้จ่ายตามความเสียหายจริง เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาลเอง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เผยด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเตรียมเปิดอีก 2 โครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังน้ำลด คือ 1. “ไทยสร้างไทยมอบความอบอุ่นให้ผู้ประสบภัย” โดยมอบที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นในขณะนี้ เพราะทุกอย่างแช่น้ำหมด และ 2. โครงการช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา เพื่อช่วยผู้ประสบภัย ลดภาระและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์และยานพาหนะที่เสียหาย.

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วมตามจริง โดยเน้นย้ำว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของภาครัฐเอง การช่วยเหลือที่ล่าช้าและการเยียวยาที่ไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส

ทำไมต้องเยียวยาน้ำท่วมตามจริง?

การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง ไม่ใช่แค่การให้เงินช่วยเหลือ แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชนแต่ละราย และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

การช่วยเหลือควรครอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพ การเงิน และสภาพจิตใจ การให้ความช่วยเหลือที่ครบวงจรเท่านั้น ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยอีกในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการวางแผนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพียงอย่างเดียว

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหันมาใส่ใจและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชนคืนมา

ที่มา – “หญิงหน่อย” จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง เหตุความเสียหายเกิดจากรัฐบริหารจัดการผิดพลาด

“ไทยสร้างไทย” ทุบทุนเถื่อน! 6 แนวทางแก้โกง

“ไทยสร้างไทย” ประกาศ สร้างการเมืองสุจริต เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน “สุดารัตน์” ย้ำคนเลวต้องไม่มีที่ยืนในสังคม อยู่ได้ที่เดียวคือ “คุก”

วันที่ 8 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 2568) พรรคไทยสร้างไทยจัดเวทีสัมมนา “ทุบทุนเถื่อน” ณ โรงแรมเจซี เควิน สาทร กรุงเทพฯ โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า พรรคไทยสร้างไทยมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการ “สร้างการเมืองสุจริต” เพื่อพาประเทศออกจากหลุมดำ นำการพัฒนาสู่ประเทศ พาประชาชนหลุดพ้นความยากจน

คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศจุดยืนว่า พรรคไทยสร้างไทย “ไม่โกง และจะไม่ปล่อยให้ใครมาโกงชาติบ้านเมือง” พร้อมย้ำว่า “คนเลวต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ที่ยืนที่เดียวของคนโกงคือในคุก” เพื่อยืนยันความตั้งใจของพรรคที่จะผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่โปร่งใส และยุติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมระบุการโกงคือมะเร็งร้ายที่กัดกินประเทศไทยมานาน จนทำให้ประเทศกลายเป็น “คนไข้ที่กำลังป่วยหนัก ถึงขั้นโคม่า” โดยดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยตกต่ำลงต่อเนื่อง ได้คะแนนเพียง 34 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทุกครั้งที่การโกงเพิ่มขึ้น ความยากจนของประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสการพัฒนา จนต้องติดหล่มเป็นประเทศกำลังพัฒนามาหลายสิบปี

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สังคมไทยและรัฐบาลทั่วโลกเริ่มเอาจริงกับการปราบ “ขบวนการสแกมเมอร์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหญ่ของระบบทุจริต และกำลังทำลายเศรษฐกิจไทยอย่างน่ากังวล เพราะจากข้อมูลเศรษฐกิจเถื่อนที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ มีมูลค่าสูงถึง 8.7 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 49% ของ GDP ประเทศไทย สูงติดอันดับ 4 ของเอเชีย ตัวเลขความคลาดเคลื่อนสุทธิ หรือเงินที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ ในปี 2566 อยู่ที่ 180,000 ล้านบาท และในปี 2567 พุ่งทะยานขึ้นเป็นกว่า 530,000 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของทุนสีดำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติจากการส่งออกทองคำไปกัมพูชามีมูลค่าสูงถึงเดือนละกว่า 10,000 ล้านบาท รวมสิบปี มากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นช่องทางสำคัญของการฟอกเงินข้ามพรมแดน

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้คือการปล้นชาติอย่างเป็นระบบ คนไทยถูกโกง ถูกปล้นทรัพยากรไปแล้วหลายแสนล้านบาท ขณะเดียวกันยังทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่งออก และซ้ำเติมเศรษฐกิจของประชาชน พรรคไทยสร้างไทยและตนเองจะเดินหน้าอย่างจริงจังในการทำให้ “คนเลวไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทย “ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์” โดยมีผู้นำที่เอาจริงในการปราบโกงเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและเวียดนาม ที่สามารถจัดการนักการเมืองและข้าราชการทุจริตได้อย่างเด็ดขาด

พรรคไทยสร้างไทย เสนอมาตรการ “ทุบทุนเถื่อน” ด้วยนโยบายการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตดังนี้:

“ไทยสร้างไทย” เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน

  1. เพิ่มโทษประหารชีวิตแก่ผู้กระทำการทุจริตระดับร้ายแรง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์
  2. จัดทำและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้าง “อำนาจตรวจสอบภาคประชาชน” ให้ประชาชน 50,000 คน เสนอถอดถอนองค์กรอิสระ และศาลรธน. ได้
  3. จัดตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่ขนานกับ ป.ป.ช. และ สตง. มีสมาชิกประมาณ 70 คน จากตัวแทนองค์กรวิชาชีพและประชาชนทุกภูมิภาครวมทั้ง กทม. ทำหน้าที่เสมือน สภาประชาชน ตรวจสอบและเสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช. สมาชิกเลือกกันเองเป็น คณะกรรมการบริหาร 11 คน เพื่อดำเนินงานและประสานการตรวจสอบ หาก ป.ป.ช. และอัยการเห็นว่าต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมให้ส่งกลับมาตรวจสอบใหม่ และหากทั้งสองหน่วยงานไม่สั่งฟ้อง องค์กรภาคประชาชนฯ มีสิทธิฟ้องคดีเองได้.
  4. พักการใช้หรือระงับกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนชั่วคราว 3–5 ปี พร้อมทั้งปรับปรุง ยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมายที่ริดรอนเสรีภาพ และขัดขวางการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน
  5. ลดขนาดของระบบราชการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านจำนวนหน่วยงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คล่องตัว และลดภาระงบประมาณของประเทศ
  6. สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน (โดยเฉพาะ SME) และภาคประชาชน ในการให้บริการสาธารณะและต่อต้านการทุจริตทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ยั่งยืน

ทำไมต้อง “ทุบทุนเถื่อน”?

การดำเนินการเพื่อ “ทุบทุนเถื่อน” ไม่ใช่แค่เรื่องของการปราบปรามการทุจริต แต่เป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย หากเราสามารถลดการทุจริตและสร้างความโปร่งใสได้ จะส่งผลให้:

  • การลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
  • การแข่งขันทางธุรกิจเป็นธรรมมากขึ้น
  • ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ
  • ประเทศชาติมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คุณหญิงสุดารัตน์เน้นย้ำว่า การ “ทุบทุนเถื่อน” เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมได้

การที่พรรคไทยสร้างไทยผลักดันนโยบาย “ทุบทุนเถื่อน” อย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย การทุจริตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการโกงกิน แต่เป็นการทำลายโอกาสและความหวังของคนไทยทุกคน มาร่วมกันสนับสนุนและผลักดันนโยบายนี้ เพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม

ที่มา – “ไทยสร้างไทย” เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน “สุดารัตน์” ย้ำคนเลวอยู่ได้ที่เดียวคือ “คุก”

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย

“สุดารัตน์” ชี้ ภัยทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย หว่านแจก-ซื้อเสียง ย้ำคนไทยต้องไม่เลือกนักการเมืองชั่ว จี้รัฐบาลเร่งปราบขบวนการฟอกเงิน หวั่นนำไปสู่ความพินาศทั้งระบบของชาติ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแทรกซึมของทุนดำและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ปล้นเงินจากประชาชนไทยและทั่วโลก ผ่านการหลอกลวงออนไลน์และธุรกรรมผิดกฎหมาย โดยมีมูลค่าความเสียหายปีละหลายแสนล้านบาท และกำลังพยายามฟอกเงินผ่านการเมืองไทย เพื่อยึดประเทศอย่างเป็นระบบและก่ออาชญากรรมเหล่านี้

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุในตอนหนึ่งว่า ด้วยเงินเพียง 20,000 ล้านบาท จากกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ซึ่งเป็นทุนดำที่ปล้นคนไทยไปหลายแสนล้านบาท ร่วมกับนักการเมืองชั่วบางกลุ่ม ขบวนการเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองได้อย่างน่ากลัว ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกและปล้นเงินจากผู้คนทั่วโลก รวมถึงมีการหลอกแรงงานไทยและต่างชาติเข้าไปทำงานในเครือข่าย มีการซ้อมทรมานและเสียชีวิต เข้าข่ายการค้ามนุษย์ จนทั่วโลกเรียกกันว่าสแกมโบเดีย

เงินจำนวนมหาศาลที่ได้จากการปล้นนี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฟอกขาว หรือการฟอกเงิน (Money Laundering) ซึ่งประเทศไทยกลับกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรข้ามชาติ เนื่องจากระบบการตรวจสอบและกฎหมายที่อ่อนแอ ทำให้ไทยกลายเป็นสวรรค์ของอาชญากร และเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของขบวนการสแกมเมอร์ทั่วภูมิภาค เมื่ออาชญากรเหล่านี้เข้ามาทำธุรกิจฟอกเงินในประเทศไทย ย่อมต้องจ่ายสินบนให้กับผู้มีอำนาจบางราย โดยเฉพาะนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแลกกับการคุ้มครองหรือการหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย จึงก่อให้เกิดขบวนการ “ทุนดำ” ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลครอบงำระบบการเมือง

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เผยต่อไปว่า กลุ่มทุนดำเหล่านี้ไม่ได้เพียงฟอกเงินผ่านช่องทางเดิม เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้านจัดสรร หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย สกุลเงินดิจิทัล หรือทองคำเท่านั้น ซึ่งล้วนส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งและกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง แต่ยังพัฒนาเป็นรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม คือการฟอกเงินผ่านกระบวนการทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง อาจมีการใช้เงินทุนดำเข้ามาซื้อเสียงและควบคุมพรรคการเมือง เพื่อยึดประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีรายงานว่าขบวนการดังกล่าวเตรียมใช้งบประมาณไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางรายหัวละ 50–70 ล้านบาท เพื่อซื้อตัวและซื้อเสียงในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ หายนะของประเทศจะมาถึงแน่ หากคนไทยไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นสู้ ขอเรียกร้องให้ประชาชนไม่เลือกนักการเมืองที่ซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด เพราะเงินที่นำมาแจกนั้นคือเงินที่ปล้นจากคนไทยเอง ประชาชนสามารถรับเงินได้เพราะเป็นเงินของพวกเราที่ถูกปล้นไป แต่ต้องไม่กากบาทให้กับนักการเมืองชั่วที่เอาเงินสกปรกมาซื้ออำนาจ เพื่อกลับมาโกงชาติและประชาชนต่อไป

“ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ที่ซุกซ่อนอยู่ในประเทศไทย รวมถึงนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้การคุ้มครองขบวนการเหล่านี้ โดยต้องสั่งอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินคดีอาญากับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและนานาชาติเพื่อสกัดเส้นทางทุนดำไม่ให้กลับมาทำลายประเทศอีก หากประเทศไทยไม่รีบดำเนินการอย่างจริงจัง ขบวนการทุนดำจะกลายเป็นผู้ครอบงำการเมือง เศรษฐกิจ และระบบราชการไทยอย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศในละตินอเมริกา ซึ่งอาจนำไปสู่ความพังพินาศทั้งระบบของชาติ”

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเตือนถึงภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในประเทศไทย นั่นคือ “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย โดยขบวนการเหล่านี้กำลังใช้ช่องว่างทางกฎหมาย และความอ่อนแอของระบบตรวจสอบ เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชน

“สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะขบวนการเหล่านี้ได้เริ่มแทรกซึมเข้ามาในระบบการเมือง และพร้อมที่จะใช้เงินสกปรกซื้ออำนาจ เพื่อที่จะเข้ามาควบคุมประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ

ทำไมต้องเร่งปราบปราม “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย?

การปล่อยให้ “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย เป็นภัยเงียบที่กัดกินสังคมไทย จะนำไปสู่ปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น:

  • การทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น
  • ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่รุนแรงขึ้น
  • ความเสื่อมถอยของระบบเศรษฐกิจ
  • ความไม่มั่นคงทางการเมือง

ดังนั้น การเร่งปราบปรามขบวนการเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน

ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการต่อต้านภัยร้ายนี้ โดยการไม่สนับสนุนนักการเมืองที่ซื้อเสียง และร่วมกันตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน หากทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถป้องกันไม่ให้ขบวนการทุนดำเหล่านี้เข้ามายึดครองประเทศไทยได้

การตระหนักถึงภัยร้ายของทุนดำและสแกมเมอร์ที่กำลังรุกคืบเข้ามาในประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคย ประชาชนต้องร่วมมือกันตรวจสอบนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้ามามีอำนาจและทำลายประเทศชาติของเรา

ที่มา – “สุดารัตน์” ชี้ ทุนดำ-สแกมเมอร์รุกคืบยึดการเมืองไทย จี้รัฐบาลเร่งปราบปราม

Scroll to top