หยุดยิงแล้ว

กัมพูชาทะลักรายวัน: จับ 10 ชีวิต ซักรองเท้าโรงเกลือ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงน่าจับตา เมื่อล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานชาวกัมพูชาถึง 10 ชีวิตที่พยายามลักลอบเข้าประเทศ หวังซักรองเท้าที่โรงเกลือ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว สะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านของเรา

กัมพูชาทะลักรายวัน: จับ 10 ชีวิต ซักรองเท้าที่โรงเกลือ

เมื่อเวลา 01.20 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม 2568 กองกำลังบูรพา, หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และกองร้อยทหารพรานที่ 1204 ได้ร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวนหนึ่งกำลังเดินเท้าเข้ามาในประเทศไทย

จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 10 คน ประกอบด้วยชาย 4 คน หญิง 4 คน และเด็กหญิง 2 คน ทั้งหมดไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง

สารภาพหมดเปลือก! หวังซักรองเท้าที่โรงเกลือ

จากการสอบสวนเบื้องต้น แรงงานชาวกัมพูชากลุ่มนี้ให้การว่า พวกเขาเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา โดยมีจุดหมายปลายทางคือตลาดโรงเกลือ พวกเขาต้องการทำงานรับจ้างซักรองเท้าที่โรงเกลือ โดยยอมจ่ายค่านำพาให้กับผู้นำทางเป็นเงินคนละ 3,500 บาท

แรงงานทั้งหมดให้การเป็นเสียงเดียวกันว่า สาเหตุที่พวกเขาตัดสินใจลักลอบเข้ามาในประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในกัมพูชา ทำให้พวกเขาขาดรายได้และไม่สามารถดำรงชีพได้อย่างเพียงพอ พวกเขาจึงจำเป็นต้องเสี่ยงเข้ามาหางานทำในประเทศไทยเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

หลังจากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 10 คน ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการผลักดันพวกเขากลับประเทศต่อไป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากที่แรงงานเพื่อนบ้านต้องเผชิญ และความจำเป็นที่พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ตาม การลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายไม่ใช่ทางออก และอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ ทั้งต่อตัวแรงงานเองและต่อสังคมโดยรวม

ทางภาครัฐเองก็ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดแรงจูงใจในการลักลอบเข้าเมือง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคนี้

เหตุการณ์กัมพูชาทะลักรายวันเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่ผลักดันให้ผู้คนต้องแสวงหาโอกาสในต่างแดน การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – กัมพูชาทะลักรายวัน จับอีก 10 ชีวิต ยอมรับเจอพิษเศรษฐกิจ เสี่ยงมาซักรองเท้าที่โรงเกลือ

รวบ! 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย


จันทบุรี – เจ้าหน้าที่จับกุมชาวกัมพูชากว่า 50 ชีวิต ลักลอบข้ามแดนเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ หลังเผชิญความยากลำบากและอดอยากในบ้านเกิด พวกเขาตัดสินใจเสี่ยงชีวิตกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกครั้ง โดยให้ข้อมูลว่า พวกเขาหลงเชื่อคำสัญญาของผู้นำประเทศที่บอกว่าเมื่อกลับบ้านจะมีงานทำและชีวิตที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายไม่เป็นเช่นนั้น นี่คือเรื่องราวของ จับอีก 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย

จับอีก 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย เพราะความอดอยาก

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เมื่อนาวาเอก ไกรสร โพธิ์ตุน หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ทำการจับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ในกลุ่มผู้ถูกจับกุมมีทั้งเด็กชาย, เด็กหญิง และทารก

ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการนำพาแรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ จึงได้วางกำลังตามแนวชายแดน กระทั่งเวลาประมาณ 20:00 น. พบเห็นชาวกัมพูชาจำนวนมากทยอยเดินข้ามแดน จากนั้นมีรถกระบะมารับแรงงานไปยังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านคลองบอน ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน

เมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมด พร้อมกับนายสมนึก พัดเล็ก อายุ 49 ปี ผู้ว่าจ้างนำพา ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จากการสืบสวน นายสมนึกมีพฤติกรรมนำพาแรงงานมานานแล้ว และเคยถูกจับกุมมาหลายครั้ง แต่หลักฐานไม่เพียงพอ

จากการสอบถามแรงงานชาวกัมพูชากลุ่มนี้ พวกเขาให้ข้อมูลว่า พวกเขาเดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อไม่นานมานี้ตามคำเชิญชวนของรัฐบาลและฮุนเซน ที่สัญญาว่าจะมีงานและเงินให้ใช้ แต่เมื่อกลับไปกลับไม่เป็นไปตามนั้น ทำให้พวกเขากลัวอดตายและพยายามหาวิธีกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ จับอีก 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย

ทำไมถึงต้อง ลักลอบเข้าไทย?

แรงงานชาวกัมพูชาเหล่านี้ ตัดสินใจ จับอีก 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย เพราะความสิ้นหวังในบ้านเกิด พวกเขาเชื่อในคำสัญญาว่าจะได้ชีวิตที่ดีขึ้น แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้าย พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเสี่ยงอันตรายเพื่อหาเลี้ยงชีพ

หลังจากบันทึกข้อมูลและทำเอกสารแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดแยก โดยผู้ชายจะถูกนำไปฝากขังที่ สภ.โป่งน้ำร้อน ส่วนผู้หญิงและเด็กจะถูกนำไปไว้ที่โรงพักใกล้เคียงกับจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม เพื่อรอผลักดันกลับประเทศในวันรุ่งขึ้น

นาวาเอก ไกรสร โพธิ์ตุน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้มาจากการสืบสวนและแกะรอยพฤติกรรม จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ และขอฝากถึงชาวไทยที่จะทำอาชีพนำพาแรงงานเข้าประเทศว่าอย่าทำ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ด้านนายสมนึก พัดเล็ก อ้างว่า เขาเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยได้รับว่าจ้างจากเถ้าแก่เจ้าของสวนในราคาหัวละพันกว่าบาท และอ้างว่ามีแรงงานที่เขานำมาเพียง 8-9 คน ส่วนที่เหลือเป็นของคนอื่น

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความยากจนและการขาดโอกาสในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผลักดันให้ผู้คนต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อแสวงหาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในต่างแดน นอกจากนี้ยังเป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความเป็นจริง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับประเทศตามคำเชิญชวนใดๆ

ที่มา – จับอีก 50 ชีวิตชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย งานไม่มีทำ ประสบกับความอดอยากในบ้านเกิด

Scroll to top