หลอกลวง

ชาวบ้านร้อง อ้างถูกนายทุน พ่ออินฟลูฯ ดัง หลอกกู้เงิน เบี้ยวค่าขายข้าว

ชาวบ้านร้อง อ้างถูกนายทุน พ่ออินฟลูฯ ดัง หลอกกู้เงิน เบี้ยวค่าขายข้าว

กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย เมื่อชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนในจังหวัดบุรีรัมย์ รวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อของกลุ่มนายทุนรายหนึ่ง ซึ่งมีการระบุว่าเป็นพ่อของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ชาวบ้านต้องสูญเสียที่ดินทำกิน รถยนต์ และเงินจากการขายข้าวไปเป็นมูลค่ามหาศาลรวมเกือบ 100 ล้านบาท

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านได้รับคำแนะนำให้กู้เงินโดยใช้โฉนดที่ดินเป็นประกัน แต่กลับกลายเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ เช่น การบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อของนายทุน โดยอ้างว่าจะดำเนินการกู้เงินให้ แต่สุดท้ายกลับไม่มีเงินก้อนใหญ่ตามที่สัญญาไว้ และเมื่อขอที่ดินคืน ชาวบ้านกลับถูกบ่ายเบี่ยงให้ไปติดตามที่กรมบังคับคดีเอง ทำให้หลายครอบครัวต้องตกอยู่ในภาวะลำบากอย่างกะทันหัน

เจาะลึกพฤติกรรม ชาวบ้านร้อง อ้างถูกนายทุน พ่ออินฟลูฯ ดัง หลอกกู้เงิน เบี้ยวค่าขายข้าว

นอกจากปัญหาเรื่องที่ดินแล้ว ธุรกิจการรับซื้อข้าวก็กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นายทุนรายนี้ใช้สร้างความสูญเสียให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ วิธีการคือการเสนอราคาซื้อข้าวเปลือกที่สูงกว่าตลาดเพื่อล่อใจให้เกษตรกรนำผลผลิตมาขาย แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินกลับผลัดวันประกันพรุ่ง และไม่สามารถจ่ายเงินก้อนได้ครบตามจำนวนบิลที่ออกไว้ ทำให้กลุ่มผู้นำชุมชนและเกษตรกรต้องรวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

  • ผลกระทบต่อที่ดินทำกิน: ชาวบ้านจำนวนมากสูญเสียโฉนดที่ดินหลังจากหลงเชื่อการกู้เงินนอกระบบ
  • ปัญหาค้างชำระค่าข้าว: นายทุนรับซื้อข้าวไปแล้วแต่ไม่มีการจ่ายเงินคืนให้เกษตรกรตามสัญญา
  • การยืมรถแล้วเชิดหาย: พบพฤติกรรมยืมรถยนต์ของชาวบ้านไปใช้แล้วไม่ส่งคืน
  • ความเสียหายสะสม: มูลค่าความเสียหายรวมกันพุ่งสูงเกือบ 100 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสะเทือนใจคือ หลายรายไม่ได้เดือดร้อนเพียงแค่ตัวคนเดียว แต่ยังรวมไปถึงเครือญาติที่หลงเชื่อและนำข้าวมาขายตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนที่ก็ถูกหลอกเช่นเดียวกัน การกระทำที่อ้างชื่อเสียงของลูกซึ่งเป็นอินฟลูฯ ดัง อาจเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในเบื้องต้น แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง กลับไม่มีใครออกมารับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของชาวบ้านได้เลย

เราหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่มีอำนาจจะเร่งขยายผลคดีนี้ เพื่อให้ความยุติธรรมคืนแก่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเสียน้ำตาจากการสูญเสียสินทรัพย์ที่สะสมมาทั้งชีวิต หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ ควรรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสัญญา หรือบิลการซื้อขายข้าว เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คดีหมดอายุความหรือมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปมากกว่านี้ครับ

ที่มา – ชาวบ้านร้อง อ้างถูกนายทุน พ่ออินฟลูฯ ดัง หลอกกู้เงิน เบี้ยวค่าขายข้าว

หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิด อ้างแก้กรรม VIP

เรื่องราวสุดช็อกของหนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIPกำลังเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลมีเดีย หนุ่มรายนี้สภาพจิตใจย่ำแย่หนักมาก จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพจดัง “สายไหมต้องรอด” หลังถูกหลอกใช้วิธีแปลกๆ อ้างว่าเป็นพิธีแก้กรรมสุดพิเศษ วันนี้เราจะมาขุดรายละเอียดให้ฟังแบบครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนได้เตือนใจและรู้เท่าทันพวกมิจฉาชีพที่มาในคราบหมอดู

หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIP

คุณนายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ประกอบอาชีพออร์แกไนเซอร์ให้บริษัทชื่อดัง กำลังทรมานจากอาการปวดศีรษะรุนแรงแบบคลัสเตอร์ ซึ่งหนักหน่วงยิ่งกว่าไมเกรนไปหลายเท่า ลองรักษากับหมอแผนปัจจุบันหลายที่แต่ไม่หาย แม่ที่เป็นแฟนคลับตัวยงของอาจารย์ไสยเวทชื่อดังทางภาคเหนือ ซึ่งมีดาราคนดังเป็นลูกศิษย์เพียบ อ้างว่าหมอดูคนนี้หยั่งรู้นรกสวรรค์ได้ สแกนเจ้ากรรมนายเวรเป๊ะๆ จึงชวนลูกชายไปทำพิธีหวังจะหายปวดหัว

เส้นทางสู่กับดักพิธีกรรมสุดหลอน

วันที่ 2 พ.ค. 2569 ครอบครัวแวะไปที่สำนักใน จ.ลำพูน ซึ่งดูหรูหราคล้ายวัดปฏิบัติธรรม มีคนคิวยาวเหยียดตั้งแต่บ่าย 4 จนถึงค่ำเกือบ 6 โมง นายเอถึงได้เข้าพบ อาจารย์ทำทีตรวจดวง บอกว่ามีกรรมหนักมาก ต้องทำพิธี VIP คิวสุดท้ายตอนตี 10 รอจนเกือบเที่ยงคืน แม่รอข้างนอก ห้องปิดสนิทสองต่อสอง

เริ่มด้วยสวดมนต์ จากนั้นอาจารย์สั่งถอดเสื้อผ้าออกหมด แม้แต่กางเกงใน อ้างว่าเป็นวิธีพราหมณ์-ฮินดู ตรวจศิวลึงค์ แล้วใช้มือลูบต้นขาและอวัยวะเพศวน 9 รอบ จนเกิดอาการแข็งตัว อาจารย์บอกว่านี่แหละโอกาสหาย! บังคับให้สำเร็จความใคร่ใส่หน้า พร้อมเล่นบทสมมติพระเอกนางเอก คำพูดหยาบโลนสุดๆ แถมใช้ปากล่วงละเมิดจนจบ มีคลิปหลักฐาน 3 วินาทีด้วย นายเอแอบถ่ายไว้

หลังจากนั้น ทำทีไหว้ขอขมากรรม เขียนชื่อเจ้ากรรม 7 คนให้ไปทำบุญ แม่เปิดประตูขัดจังหวะพอดี มิฉะนั้นอาจยาวกว่านี้ อาการปวดหัวไม่ดีขึ้น สุขภาพจิตพังยับ คิดสั้นเลย ปรึกษาแฟนและครอบครัว แม่ใจสลายเพราะเคยศรัทธาเต็มๆ

พิสูจน์ด้วยหลักฐานแน่น กองปราบรอรับแจ้ง

นายเอกภพ จากเพจสายไหมต้องรอด ยืนยันว่านี่คือภัยสังคม อาจารย์คนนี้ดังมาก มีดาราออกรายการด้วย ผิดกฎหมายชัดๆ อนาจารและข่มขืนใจ มีผู้เสียหายโทรมาหลายคนแต่ครั้งนี้มีคลิป พรุ่งนี้พาไปแจ้งกองปราบปราบปราม เพราะกลัวอิทธิพลท้องถิ่น ฝากเหยื่อรายอื่นมาร่วมแจ้งด้วย

  • สัญญาณเตือนภัยจากหมอดูหลอกลวง: ชวนทำพิธีส่วนตัวสองต่อสอง
  • สั่งถอดเสื้อผ้า อ้างกรรมเวทย์
  • สัมผัสล่วงเกินทางเพศ
  • มีชื่อเสียง ดาราค้ำประกัน แต่ไม่มีใบรับรองแพทย์
  • เรียกคิว VIP ราคาแพงหรือพิเศษ

เคสหนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIPนี้ สะท้อนปัญหาความเชื่อไสยศาสตร์ที่ถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะคนเจ็บป่วยหาทางออก อย่าหลงกลง่ายๆ ควรปรึกษาแพทย์และหน่วยงานรัฐก่อน

ในมุมมองของผม นี่คือบทเรียนราคาแพง ทุกคนต้องฉลาดรู้เท่าทัน อย่าให้ชื่อเสียงหลอกตา ถ้าคุณเคยเจอเรื่องคล้ายๆ นี้ รีบแจ้งความหรือติดต่อเพจช่วยเหลืออย่างสายไหมต้องรอดทันที เพื่อปกป้องตัวเองและหยุดยั้งมิจฉาชีพ อย่าปล่อยให้มีเหยื่อเพิ่ม!

ที่มา – หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIP

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก สูญ 20 ล้าน

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อไปทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อยราย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท เป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตื่นตัว โดยเฉพาะคนที่ฝันอยากไปหาเงินง่ายๆ งานเกษตรในออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ วันนี้เรามาเล่าให้ฟังแบบละเอียดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และควรระวังยังไงบ้าง

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปคม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวจับกุมแก๊งนี้ ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนหลังถูกหลอกจ่ายเงินหลักแสนเพื่อไปทำงานเก็บผลไม้ แต่สุดท้ายบริษัทหายตัวไป

เหตุการณ์เริ่มจากเดือนสิงหาคม 2568 แก๊งนี้โพสต์ประกาศรับสมัครงานเกษตรในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เงินเดือน 85,000-100,000 บาท มีที่พักฟรี สวัสดิการดี บริษัทจดทะเบียนถูกต้อง ล่อใจคนหางานได้ไม่ยาก ผู้สมัครหลงเชื่อ ติดต่อแล้วถูกเรียกเก็บเงินดังนี้

  • ค่าทำสัญญา: 80,000 บาท
  • ค่าประกันชีวิต: 40,000 บาท
  • ค่าออกวีซ่า: 9,750 บาท
  • ค่าแลกเงิน: 33,000 บาท
  • รวมทั้งหมด: 162,750 บาทต่อคน

หลังจ่ายเงิน แก๊งแจ้งนัดอบรมในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แต่พอไปถึง ไม่มีอบรม ไม่ติดต่อได้ รู้ตัวว่าถูกหลอก สูญรวมเกือบ 20 ล้านบาท!

ผู้ต้องหาและการจับกุม

เจ้าหน้าที่ปคม. รับแจ้งความ 25 เม.ย. 2569 สืบสวนพบบริษัทจดทะเบียน 29 ส.ค. 2568 ที่ปากเกร็ด นนทบุรี บุคคลเกี่ยวข้อง 4 ราย: นายวันเฉลิม (กรรมการ), น.ส.พิชญ์จิรา หรือแบม, นายธนาคาร หรือบอย อายุ 23 ปี, นายธราเทพ หรือพัด อายุ 23 ปี จับกุมบอยกับพัดได้ 27 เม.ย. ที่แม่สอ ตาก ข้อหาฉ้อโกง, หลอกลวงหางานต่างประเทศ, โฆษณาฝ่าฝืนกฎหมาย, ทุจริตข้อมูลคอมพิวเตอร์

บริษัทขนของหนีตั้งแต่ต้นเม.ย. ผู้ต้องหาที่เหลือกำลังติดตามดำเนินคดี

คำเตือนจากกระทรวงแรงงาน หลีกเลี่ยงแก๊งตุ๋นลวงโลก

นายจุลพันธ์ ย้ำ คนอยากไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจาก กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน เท่านั้น มิจฉาชีพชอบใช้เฟซบุ๊ก, TikTok, เพจปลอม โฆษณางานเกษตร ฟาร์ม เก็บผลไม้ รายได้สูง

เฉพาะบริษัทที่ใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงานเท่าจัดส่งได้ บุคคลหรือกลุ่มอื่นผิดกฎหมาย อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด!

วิธีตรวจสอบก่อนสมัครงานต่างประเทศ

  • เช็คชื่อบริษัทในเว็บกรมการจัดหางาน
  • ไม่จ่ายเงินล่วงหน้า โดยเฉพาะจำนวนมาก
  • สอบถามสัญญาชัดเจน วีซ่า สวัสดิการ
  • แจ้งความทันทีถ้าสงสัย ที่ ปคม. หรือกรมฯ
  • ใช้ช่องทาง官方 หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียไม่น่าเชื่อถือ

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพง แสดงให้เห็นมิจฉาชีพฉวยโอกาสจากความฝันคนไทยอยากไปทำงานต่างแดน รัฐบาลปราบปรามเด็ดขาด แต่ประชาชนต้องช่วยตัวเองด้วยการตรวจสอบให้ดี สุดท้าย แนะนำคนหางานศึกษาข้อมูลให้ละเอียด อย่าให้เงินหายฝันล่ม ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่ม สอบถามกรมการจัดหางาน hotline 1506 กด 4 ได้เลย

สรุปคือ อย่าประมาท ตรวจสอบก่อนจ่าย อนาคตสดใสรออยู่!

ที่มา – ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อย สูญเกือบ 20 ล้าน

สาวแฉ ลุงสัปเหร่อชื่อดัง หลอกทำพิธีล้างคุณไสย ก่อนล่วงละเมิด

เหตุการณ์ร้ายแรงที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในโซเชียลมีเดีย เมื่อ สาวแฉ ลุงสัปเหร่อชื่อดัง หลอกทำพิธีล้างคุณไสย ก่อนล่วงละเมิด ทางเพศ ทำให้หลายคนตกใจและตั้งคำถามถึงความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ในสังคมไทย วันนี้เราจะมาสรุปและวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและป้องกันตัวเอง

สาวแฉ ลุงสัปเหร่อชื่อดัง หลอกทำพิธีล้างคุณไสย ก่อนล่วงละเมิด

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” มือปราบสามภเวสีชื่อดัง ได้พาผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาว 2 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ “ลุงสนม” สัปเหร่อชื่อดังจากอ่างทอง หรือที่รู้จักในนาม “หมอถอนคุณไสย” ผู้ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้คุณไสย ก่อนจะลงมือกระทำอนาจารทางเพศ

นางหนิง (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่ง เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 สามีป่วยเรื้อรังมานาน 1-2 ปี รักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย ทำให้เครียดและไปเจอข้อมูลของลุงคนนี้ในโซเชียลมีเดีย ที่อ้างว่ามีวิชาอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ ล้างคุณไสย และมีลูกศิษย์เป็นตำรวจ ทหารใหญ่โตหลายคน เธอที่มีความเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงติดต่อไป โดยราคาครั้งละ 200 บาท

รายละเอียดพิธีกรรมสุดช็อกที่นำไปสู่การล่วงละเมิด

แต่เมื่อไปถึง สิ่งที่เจอไม่ใช่พิธีศักดิ์สิทธิ์อย่างที่คิด ลุงสัปเหร่อให้เปลี่ยนเป็นผ้าถุง แล้วบังคับถอดหมดจด ใช้มีดเขียนตามร่างกาย โกนขนส่วนตัว ใส่ลูกกลมที่เรียกว่า “ลูกกาเราะ” เข้าอวัยวะเพศ ลูบคลำ และวิจารณ์เรือนร่าง ผู้เสียหายตกใจแต่กลัวคำขู่ไสยศาสตร์ จึงจำยอม หลังพิธี สามียังไม่หาย และเห็นคอมเมนต์จากหญิงสาวอื่น ๆ ที่โดนแบบเดียวกันในโซเชียล จนเชื่อว่าเป็นการหลอกลวง

ผู้เสียหายยอมรับว่าเสียใจมาก อยากให้ลุงหยุดพฤติกรรมนี้ โดยเฉพาะที่ทำในวัด และเคยมีกรณีบังคับหญิงสาวอีกคนที่ไม่ยินยอม

  • จำนวนผู้เสียหาย: ประมาณ 9-10 คน จากการสอบปากคำ
  • ความผิดที่ถูกแจ้ง: กระทำอนาจารและฉ้อโกงประชาชน
  • สถานที่: ในวัด กำลังตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียติ ระบุว่า ลุงคนนี้แอบอ้างตำรวจทหารชั้นผู้ใหญ่ สร้างตัวตนจากประสบการณ์ผ่าศพสาวท้องแก่ จนคนเชื่อเพราะทุกข์ใจ แต่ผลคือเสียเงินและถูกเอาเปรียบ ตำรวจพร้อมรับแจ้งทุกข์จากผู้เสียหายอื่น ๆ

หมอปลาเสริมว่า ลุงแอบอ้างชื่อตนด้วย ทำให้โกรธมาก และเชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกเยอะ หลังถึงมือ “บิ๊กเต่า” จะดำเนินคดีแน่นอน หมอปลายืนยันว่าไสยศาสตร์ไม่มีจริง

บทเรียนจากกรณีสาวแฉ ลุงสัปเหร่อชื่อดัง

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการหลอกลวงโดยใช้ความเชื่อไสยศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคโซเชียลที่ข้อมูลแพร่กระจายเร็ว ผู้คนที่กำลังทุกข์ใจจากโรคภัยหรือปัญหาชีวิต มักตกเป็นเหยื่อง่าย ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดี อย่าเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และหากสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความปลอดภัยของผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปทำพิธีส่วนตัว ควรไปเป็นคู่หรือแจ้งคนใกล้ชิดเสมอ

สุดท้าย ขอให้ทุกคนตื่นตัว หากเจอพฤติกรรมน่าสงสัย รายงานตำรวจทันที เพื่อปกป้องสังคมและป้องกันเหยื่อรายต่อไป

คำแนะนำ: หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน โปรดติดต่อตำรวจสอบสวนกลางเพื่อให้ข้อมูล จะช่วยเร่งรัดคดีและยุติอาชญากรรมนี้ได้

ที่มา – สาวแฉ ลุงสัปเหร่อชื่อดัง หลอกทำพิธีล้างคุณไสย ก่อนล่วงละเมิด

จับ 11 ผู้ต้องหาแก๊งเงินบุญ หลอกลงทุน 1 พัน ได้ 1 ล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวดีจากกองปราบปรามที่ทำให้ชาวเน็ตฮือฮาเลยทีเดียว นั่นคือ จับ 11 ผู้ต้องหาแก๊งเงินบุญ แก๊งหลอกลงทุนสุดแสบที่โฆษณาว่าใส่เงินแค่ 1,000 บาท จะได้คืนถึง 1 ล้านบาท! พบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 600 ล้านบาท ยึดทรัพย์สินรวมกว่า 250 ล้านบาท ใครที่เคยเจอการลงทุนแบบผลตอบแทนสูงเกินจริง ต้องอ่านบทความนี้ให้จบเลยนะครับ

จับ 11 ผู้ต้องหาแก๊งเงินบุญ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ห้องแถลงข่าวกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ หัวหน้าทีม พร้อมทีมงานแถลงข่าวการทลายขบวนการหลอกลวงประชาชนในนามโครงการ “เงินบุญ” พวกมันบุกค้น 11 จุดใน 5 จังหวัด คือ มหาสารคาม สิงห์บุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสุราษฎร์ธานี จับผู้ต้องหาได้ครบ 11 รายตามหมายจับศาลอาญา

ผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาหนักๆ เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกู้ยืมเงินโดยทุจริต นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และสมคบฟอกเงิน นี่คือรายชื่อผู้ต้องหาหลักๆ นะครับ:

  • น.ส.พรพรรณ อายุ 40 ปี – หัวหน้าขบวนการตัวจริง
  • นางกาญจนา อายุ 57 ปี – มือขวาของหัวหน้า
  • น.ส.จิรวดี อายุ 56 ปี
  • น.ส.ศุภากร อายุ 49 ปี
  • นางธัญมน อายุ 64 ปี
  • นายณัฐศักดิ์ อายุ 56 ปี
  • นางปราณี อายุ 44 ปี
  • นางลำไย อายุ 59 ปี
  • นางวรวิทย์ อายุ 62 ปี
  • นางจิราพร อายุ 65 ปี
  • นายปฐวี อายุ 39 ปี

ของกลางที่ยึดจากจับ 11 ผู้ต้องหาแก๊งเงินบุญ

เจ้าหน้าที่ไม่ยั้งมือ ยึดทรัพย์สินเพียบเลยครับ รวมกว่า 206 รายการ มูลค่า 250 ล้านบาท รายการเด็ดๆ มีดังนี้:

  • รถยนต์ 4 คัน
  • รถจักรยานยนต์ 1 คัน
  • โฉนดที่ดิน 22 ฉบับ
  • ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ 3 กระบอก
  • โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง
  • สมุดบัญชีธนาคาร 110 เล่ม
  • บัตร ATM 12 ใบ
  • เครื่องประดับทองคำ และทรัพย์อื่นๆ

น่าตกใจมากใช่ไหมครับ? เงินที่หลอกมาหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 600 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วเสียหายกว่า 50 ล้านบาท และยังมีอีกเพียบที่ยังไม่แจ้ง

กลโกงสุดแสบของแก๊งเงินบุญ หลอกลงทุนอย่างไร?

แก๊งนี้เก่งเรื่องสร้างความน่าเชื่อถือ แอบอ้างเป็นโครงการหลวง เงินจากรัฐบาลฝากธนาคารโลก กำลังจะหมดอายุ ต้องระดมทุนค่าเดินเรื่องติดต่อศาลโลก กระทรวงต่างประเทศ สัญญาผลตอบแทน ลง 1,000 ได้ 1 ล้าน! ใช้ไลน์ตั้งกลุ่ม “ลงทุนเงินบุญ” ประชุมเสียงกดดันให้โอนซ้ำๆ ถ้าถามมากบล็อกทิ้งทันที

เป้าหมายหลักคือผู้สูงอายุและข้าราชการเกษียณ ที่มีเงินเก็บบั้นปลายชีวิต บางคนเสียหลักล้าน หมดตัวไปเลย สุดเศร้า!

น.ส.พรพรรณ หัวหน้าให้การว่าตัวเองเคยอยู่แก๊งเก่า แล้วมาทำเอง ส่วนคนอื่นรับสารภาพเกือบหมด บางคนทำมาตั้งแต่ปี 2551 พัฒนากลโกงเรื่อยๆ

ผู้เสียหายรายหนึ่ง นางติ๋ม บอกว่าเชื่อเพราะคนรู้จักชวน แอบอ้างชื่อบุคคลใหญ่ๆ น่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายเสีย 4 แสนบาท

จากประสบการณ์นี้ ผมอยากฝากว่า การลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกิน 10-20% ต่อเดือน มักเป็นกลโกงเสมอ โดยเฉพาะที่ใช้ไลน์กลุ่มกดดัน รัฐบาลไม่มีโครงการแบบนี้จริงๆ นะครับ ตรวจสอบก่อนเสมอ!

คำแนะนำสำหรับคุณ: ถ้าถูกหลอกหรือสงสัย รีบแจ้งความที่ กก.3 บก.ป. หรือ สภ.ใกล้บ้านทันที อย่าปล่อยให้เงินหายไปฟรีๆ ช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ไม่มีผู้เสียหายเพิ่ม

ออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์

ศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติ ออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์ หลังก่อเหตุสุดอุกอาจมัดเทปกาวทั้งตัวเหยื่อ ผู้เสียหายยังอยู่ในอาการหวาดผวา

ออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์

จากกรณีสะเทือนขวัญที่ นายกง เกาเผิง ชายชาวจีนวัย 30 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ นางสาวหยาง หวาง อายุ 35 ปี เซลล์ขายบ้าน โดยใช้กรรไกรข่มขู่และจับมัดด้วยเทปกาวอย่างโหดเหี้ยม ก่อนบังคับให้โอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่นวีแชตไปกว่า 31,000 บาท พร้อมทั้งขโมยโทรศัพท์มือถือไปอีกหนึ่งเครื่อง ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกและถูกนำเสนอไปอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้ระดมทีมสืบสวน ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อหาเบาะแสในการหลบหนี

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์รายนี้แล้ว หมายเลขที่ 15/2569 ในข้อหา “ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปและให้ยื่นซึ่งทรัพย์นั้นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและกักขังหน่วงเหนี่ยว”

ภาพประกอบข่าว

จากการตรวจสอบประวัติ นายกง เกาเผิง พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2569 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว (60 วัน) โดยแจ้งที่พักอาศัยไว้ที่ย่านยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ติดต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเซลล์ขายบ้าน ทำทีสนใจซื้อบ้านในราคา 3 ล้านบาท โดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชั่นของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา และได้นัดพบกันครั้งแรกบริเวณห้างสรรพสินค้าย่านพัทยาสาย 2 เมื่อวันที่ 10 มกราคม ก่อนจะลวงผู้เสียหายไปดูบ้านตัวอย่างในคืนเกิดเหตุและลงมือก่อเหตุดังกล่าว

เพื่อนผู้เสียหายเผยนาทีระทึก ออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวเดียร์ (นามสมมติ) เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานของ นางสาวหยาง หวาง (เวนดี้) ผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหายเดินทางมาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567 ขณะนี้อยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างมาก และยังมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายตามร่างกาย นางสาวเดียร์เล่าว่า เวนดี้เริ่มติดต่อกับผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 8 มกราคม ในช่วงที่มีการติดต่อเรื่องซื้อขายบ้าน เวนดี้ไม่ได้รู้สึกผิดสังเกต จนกระทั่งผู้ก่อเหตุไม่ยอมไปดูบ้านในเวลากลางวัน โดยอ้างว่าติดธุระท่องเที่ยว จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ หลังจากดูบ้านเสร็จและขับรถออกมาจากหมู่บ้าน ก็ถูกทำร้าย

ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปคือ เงินที่โอนผ่านแอปพลิเคชั่นวีแชต จำนวน 6,996 หยวน หรือประมาณ 31,000 บาท และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง นางสาวเดียร์หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนัดหมายลูกค้าที่ไม่คุ้นเคย ควรเพิ่มความระมัดระวังและเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ออกหมายจับหนุ่มจีน ลวงเซลล์สาวชิงทรัพย์ มัดเทปกาวทั้งตัว ผู้เสียหายยังผวา

บิ๊กเต่าสั่งล่า! หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋น

“บิ๊กเต่า” สั่งกองปราบปรามเร่งรวบรวมรายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก! ข่าวนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม พร้อมกันนั้น ความคืบหน้าในคดีวัดพระบาทน้ำพุ “ถั่วแระ” ตลกชื่อดัง และนักดนตรีอีก 4 ท่าน เตรียมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันนี้

บิ๊กเต่าสั่งกองปราบ ล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก

เมื่อวันที่ 8 กันยายน เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามฯ ได้ร่วมประชุมเพื่อติดตามเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระสงฆ์ ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนต่างๆ และตรวจสอบว่าเรื่องใดบ้างที่ บช.ก. รับดำเนินการ รวมถึงความคืบหน้าในแต่ละเรื่อง ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจและต้องเร่งดำเนินการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

ทำไมต้องล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก?

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องของพฤติกรรมของบรรดาหมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้สั่งการให้กองปราบปรามเร่งรวบรวมข้อมูลของหมอดูทั่วประเทศ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุม เนื่องจากส่วนตัวมองว่า พฤติกรรมของหมอดูหลายรายเข้าข่ายหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน ซึ่งไม่สามารถปล่อยไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือ ปัจจุบันยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ จึงฝากถึงผู้ที่คิดว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ไม่ว่าจะจากการเสียค่าดูหมอ หรือการถูกหลอกให้บริจาคเงิน สามารถเข้ามาแจ้งความกับกองปราบปรามได้ทันที

“ยกตัวอย่างเช่น หมอดูบางรายที่ชอบทำนายเรื่องแผ่นดินไหว แต่สุดท้ายก็ทายผิดหมด ไม่ได้แม่นยำอย่างที่กล่าวอ้าง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนมีสติ อย่าหลงเชื่อ หากมีใครมาขอให้ช่วยบริจาคเงิน หรือระดมทุนต่างๆ ขอให้ทุกคนอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเสริมอีกว่า ในอดีตเคยจับกุมหมอดูที่มีพฤติกรรมคล้ายกันมาแล้วหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับว่าทำนายตามหลักโหราศาสตร์ แล้วใช้ความเชื่อส่วนตัว ประสบการณ์ หรือการหาข้อมูลของคนที่มาดูดวง เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า

ความคืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ

ในส่วนของความคืบหน้าในคดีของทิดอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ในวันนี้ จะมีนักร้อง 4 ท่าน รวมถึงคุณถั่วแระ เชิญยิ้ม ตลกชื่อดัง เข้าให้ปากคำในฐานะพยานกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ถูกพาดพิงถึง โดยเฉพาะประเด็นที่ทิดอลงกตอ้างว่า เคยถูกนักดนตรีกลุ่มนี้โกงเงินไปจำนวนมาก ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีการโกงเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินจริง ซึ่งอาจเป็นค่าจ้างการแสดงของวงออเคสตร้าขนาดใหญ่ ที่มีค่าจ้างประมาณ 4 แสนกว่าบาทต่องาน ดังนั้น นักดนตรีกลุ่มนี้จะต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่บิ๊กเต่าสั่งกองปราบปรามล่ารายชื่อ หมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการหลอกลวงประชาชน เราหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาการหลอกลวง และทำให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของการหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล

ที่มา – “บิ๊กเต่า” สั่งกองปราบ ล่ารายชื่อหมอดู ผู้วิเศษ เข้าข่ายต้มตุ๋นลวงโลก

Scroll to top